Jawa

test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

3 พ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods Next Legend บทที่ 444.9 เทียนอู่ ลู่เพียว


         
“นี่คงจะเป็นอสูรระดับวิถีแห่งมังกรสินะ ดูเหมือนว่าจะอยู่ในระดับที่ห้า” ลู่เพียวสัมผัสถึงลมปราณก่อนที่จะพูดออกไป
         
     รูปร่างของอสูรเริ่มเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เป็นมังกรที่มีเกล็ดสีดำแดง มีลำตัวยาวและใหญ่หลายสิบเมตร ชื่อของมันก็คือ มังกรนรกโลกันต์ [狱龙:ตี้อวี้หลง] เมื่อเห็นแล้วลู่เพียวก็อดที่จะตัวสั่นไม่ได้
         
“ง้าวนักรบสวรรค์จงออกมา” ลู่เพียวสะบัดมือขวาของเขาและนำง้าวนักรบสวรรค์ที่ได้รับมาจากประมาจารย์เทียนอู่ออกมาจากแหวนห้วงมิติของเขา ง้าวนักรบสวรรค์เป็นอาวุธวิเศษระดับแปดที่สามารถต่อกรกับยอดฝีมือระดับเทพสงครามได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของผู้ใช้งาน
         
     เมื่อเห็นว่าลู่เพียวถืออาวุธในมือ มังกรนรกโลกันต์สะบัดหางของมันฟาดไปที่ลู่เพียวทันที ลู่เพียวใช้ง้าวนักรบสวรรค์มาต้านไว้ แม้จะถูกลักไปบ้าง แต่สุดท้ายลู่เพียวก็สามารถยันเอาไว้ได้
         
ง้าวเป็นอาวุธที่ผสาน หอกและดาบเอาไว้ด้วยกัน สามารถจู่โจมระยะไกลได้ สามารถใช้ได้ทั้งฟันและแทงลู่เพียวคิดถึงคำสอนของปรมาจารย์เทียนอู่ จากนั้นก็จับง้าวนักรบสวรรค์ด้วยสองมือและฟันไปที่หางของมังกรนรกโลกันต์ ทำให้หางของมังกรนรกโลกันต์ขาดออกในทันที
         
“ฮ่าฮ่าฮ่า หวังว่าหางของเจ้าคงจะไม่งอกได้เช่นจิ้งจกหรอกนะ” ลู่พียวหัวเราะด้วยความดีใจ ที่สามารถตัดหางของมังกรนรกโลกันต์ได้ ลู่เพียวควงง้าวตวัดไปด้านหลังและถืออย่างสง่างาม
         
     เมื่อมังกรนรกโลกันต์ถูกตัดหางจึงโกรธเกรี้ยวยิ่งขึ้น จึงพ่นไฟออกมา แต่ลู่เพียวก็รีบพุ่งหลบไปในทันที
         
“เจ้ามังกรบ้า รู้ไหมว่ามันร้อน” ลู่เพียวหลบไปพร้อมกับบ่นออกมาเสียงดัง
         
“เมื่อครู่ข้าได้ลองฟันไปแล้ว คราวนี้ข้าจะลองแทงดูบ้าง” ลู่เพียวบินขึ้นไปด้านบน และทิ้งตัวลงมาพร้อมกับทวน แทงไปที่หัวของมังกรนรกโลกันต์ แต่ง้าวนักรบสวรรค์นั้นปักอยู่บนหัวของมังกรนรกโลกันต์ แต่ก็ไม่ถึงกับแทงทะลุหัวของมันได้ เนื่องจากออกแรงน้อยเกินไป
         
     มังกรนรกโลกันต์สะบัดหัวด้วยความเจ็บปวดจน ลู่เพียวกระเด็นออกมา โดยที่ง้าวนักรบสวรรค์ยังคงปักอยู่บนหัวของมัน
         
“เอาง้าวของข้าคืนมาก่อน เจ้ามังกรบ้า” ลู่เพียวที่ถูกสะบัดกระเด็นไป ตะโกนโวยวายขึ้นมา
         
“มังกรวายุสวรรค์ จงออกมา” [风天龙:ฟงเทียนหลง] ลู่เพียวเรียกมังกรวายุสวรรค์ เป็นจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าออกมา และผสานเข้ากับร่างของเขาในทันที
         
     จากนั้นลู่เพียวก็ใช้กรงเล็บมังกรวายุสวรรค์พุ่งไปตัดคอมังกรนรกโลกันต์ ขาดในคราวเดียว จากนั้นก็คลายการผสานร่างและดึงง้าวนักรบสวรรค์ ออกมาจากหัวของมังกรนรกโลกันต์และพูดขึ้นมาว่า “ถ้าหากข้าทำมันหายไปท่านอาจารย์คงด่าว่าข้าโง่เง่าเป็นแน่”

     หลังจากที่จัดการกับมังกรนรกโลกันต์ตนแรกได้ ลู่เพียวก็นำผ้ามาเช็ดถูง้าวนักรบสวรรค์ และคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

     “ข้าเป็นศิษย์ของปรมาจารย์เทียนอู่ ถ้าเช่นนั้น ข้าก็สามารถใช้ฉายา เทียนอู่ ลู่เพียว ได้สินถ้าเช่นนั้น จากนี้ไปนามของข้าคือ นักรบสวรรค์ลู่เพียว ฮ่าฮ่าฮ่า” ลู่เพียวพูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง [คงจะจำกันได้เทียนอู่แปลว่า นักรบสวรรค์]

     จากนั้นเพียงครู่เดียว ก็มีมังกรนรกโลกันต์โผล่มาอีกห้าตนปรากฏออกมา ลู่เพียวยืนขึ้นอย่างองอาจและพูดออกไปว่า “เจ้าพวกมังกรชั่ว นักรบสวรรค์ลู่เพียว จะจัดการกับพวกเจ้าเอง”
         

ภายในต้นไม้แห่งพระเจ้า
         
“ข้าคิดว่าเจ้าเป็นชายผู้นั้น แต่ดูเหมือนว่าข้าจะเข้าใจผิดไป กลิ่นอายของเจ้ากับคนผู้นั้นชั่งคล้ายกันยิ่งนัก” เทพธิดาเสิ่นช่วงพูดพร้อมกับถอนหายใจ
         
“ท่านคิดว่าข้านั้นเป็นผู้ใดกัน” เนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะถามออกไป
         
“ข้าไม่อาจบอกเจ้าได้ แต่เจ้าคงเป็นชายที่คนผู้นั้นเคยบอกแก่ข้าเอาไว้” เทพธิดาเสิ่นช่วงตอบกลับไป
         
“ข้าจะบอกกล่าวในสิ่งที่ข้าสามารถบอกได้แก่เจ้า แต่ก่อนอื่นเจ้าจงตอบคำถามของข้ามาก่อนว่า ผู้ใดคือศัตรูของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล” เทพธิดาเสิ่นช่วงเอ่ยถามออกมา
         
“เจ้าคนผู้นั้นคือจักรพรรดิปราชญ์!” เนี่ยลี่ตอบกลับไปพร้อมกับกำหมัดจนแน่น
         
“จากคำตอบของเจ้า ข้าเชื่อแล้วว่าเจ้าคือคนที่ข้าเฝ้ารอ ข้าคือเทพธิดาเสิ่นช่วง เมื่อราวล้านปีก่อนข้าเคยเข้าต่อสู้กับจักรพรรดิปราชญ์ ก่อนที่จะต้องพบกับความพ่ายแพ้ ก่อนที่คนผู้นั้นจะถูกสังหาร เขาให้ข้าหนีออกมาและมอบหมายให้ข้าทำในสามสิ่ง” เทพธิดาเสิ่นช่วงพูดและนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
         
“สามสิ่งที่ว่าคือสิ่งใดกัน?” เนี่ยลี่ถามกลับไป
         
“สิ่งแรกก็คือการสร้างโลกใบเล็ก และห้วงสวรรค์น้อยแห่งนี้!” เทพธิดาเสิ่นช่วงตอบกลับไป
         
หลังจากได้ยินคำตอบของเทพธิดาเสิ่นช่วง เนี่ยลี่ก็ถึงกับอ้าปากค้าง เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่า โลกใบเล็กและห้วงสวรรค์น้อยจะถูกเทพธิดาเสิ่นช่วงสร้างขึ้นมา
         
“เขาได้ขอให้ข้าสร้างโลกทั้งสองขึ้นมา และให้ตัดขาดจากอาณาจักรซากมังกร โดยสร้างกฏและข้อบังคับในการข้ามผ่านไปยังโลกทั้งสองแห่ง” เทพธิดาเสิ่นช่วงอธิบาย
         
“เมื่อท่านเป็นผู้ที่สร้างโลกทั้งสอง เหตุใดจึงต้องสร้างภัยพิบัติเช่นพวกอสูรแก่โลกทั้งสองแห่งด้วย” เนี่ยลี่อดที่จะถามออกไปไม่ได้ เมื่อเป็นโลกที่นางได้สร้างขึ้นมา เหตุใดจึงไม่สร้างให้เป็นโลกที่สงบสุข
         
“นั่นคือสิ่งที่คนผู้นั้นได้บอกแก่ข้าเอาไว้ หากไร้ซึ่งอสูร ก็จะไม่มีการฝึกฝน และจะไม่มีผู้ใดที่สามารถรับมือกับจักรพรรดิปราชญ์ได้ในภายภาคหน้า” เทพธิดาเสิ่นช่วงตอบกลับไป
         

   “สิ่งที่สองคือภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำที่อยู่ในตัวของเจ้า เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในยามคับขัน มันมีความสามารถปกปิดกลิ่นอายลมปราณเช่นเดียวกับโลกทั้งสองที่ข้าได้สร้าง สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกทั้งสองและจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ จักรพรรดิจะไม่อาจสัมผัสได้ เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ ที่ตัดขาดจากอาณาจักรซากมังกรโดยสิ้นเชิง” เทพธิดาเสิ่นช่วงอธิบายต่อ
         

     เนี่ยลี่พยายามที่จะทำความเข้าใจในสิ่งที่ เทพธิดาเสิ่นช่วงพูดออกมา มิน่าเล่าบิดาของเซี่ยวหยู่จึงบอกให้เขานำเซี่ยวอยู่ไปเก็บตัวอยู่ในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ
         

      “สิ่งสุดท้ายที่เขาได้ขอให้ข้าทำ คือบอกกล่าวเรื่องราวเหล่านี้แก่เจ้า น่าเสียดายยิ่งนักที่ต้นไม้แห่งพระเจ้าต้นนี้ไม่อาจที่จะออกผลได้ เนื่องจากห้วงสวรรค์น้อยมีพลังสวรรค์น้อยลง จากการที่เจตจำนงของข้าอ่อนแอลงไป แต่หากเจ้านำไปไว้ข้างในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ บางทีมันอาจจะออกผลได้ และสามารถเสริมพลังให้แก่เจ้าได้”
         

    เดิมทีผลไม้แห่งสวรรค์ที่เขาได้รับมาจากจัรพรรดิเมฆาสวรรค์นั้น เมื่อแจกจ่ายให้แก่ศิษย์ในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ก็แทบจะหมดแล้ว หากนำต้นไม้แห่งพระเจ้าไปปลูกและสามารถออกผลได้ ก็นับว่าคุ้มค่ายิ่งนัก
         

     “หลังจากที่เจตจำนงของข้าสลายไป ห้วงสวรรค์น้อยก็จะล่มสลายไปด้วย เพราะห้วงสรรค์น้อยแห่งนี้คงอยู่ได้จากเจตจำนงของข้า ต่างจากโลกใบเล็กที่ถูกสร้างขึ้นมาจากกายาเทพของข้า” เทพธิดาเสิ่นช่วงยังคงอธิบายต่อ
         
“แต่ข้าเดินทางมายังห้วงสวรรค์น้อย เพื่อที่จะรักษามันเอาไว้ มีหนทางใดที่ข้าสามารถทำได้บ้าง?” เนี่ยลี่ถามออกไป
         
“ดวงจิตของข้า ถูกเก็บรักษาเอาไว้ในที่แห่งนี้ หากเจ้าผสานเข้ากับดวงจิตของข้า เจ้าก็จะได้พลังในการสร้างห้วงมิติ และสามารถสร้างห้วงสวรรค์น้อยขึ้นมาใหม่ได้” เทพธิดาเสิ่นช่วงตอบกลับไป
         
“ข้าสามารถผสานกับดวงจิตแห่งเทพได้เช่นนั้นหรือ?” เนี่ยลี่ถามด้วยความประหลาดใจ
เดิมทีเขาคิดว่าสามารถผสานได้กับจิตอสูรเท่านั้น
         

    “ดวงจิตแห่งเทพ กับดวงจิตอสูรมิได้แตกต่างกัน ต่างก็เป็นเพียงวิญญาณเท่านั้น แต่ดวงจิตแห่งเทพนั้นมีพลังมากกว่าดวงจิตอสูรยิ่งนัก แต่มิใช่พลังที่ใช้สำหรับต่อสู้ หากเจ้าต้องการผสานกับดวงจิตของข้า ก็จงทำก่อนที่เจตจำนงของข้าจสลายไป” เทพธิดาเสิ่นช่วงขอให้เนี่ยลี่รีบตัดสินใจ หากผสานดวงจิตของนางในขณะที่เจตจำนงของนางยังคงอยู่ นางก็สามารถพูดคุยกับเนื่ยลี่ต่อไปได้ โดยการที่เจตจำนงของนางจะผสานเข้ากับดวงจิตของนาง
         

  หลังจากนั้นดวงจิตแห่งเทพของเทพธิดาเสิ่นช่วงก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเนี่ยลี่ เขารีบหยิบมาและนั่งสมาธิเพื่อที่จะผสานเข้ากับดวงจิตแห่งเทพในทันที
         

   ร่างกายของเนี่ยลี่รู้สึกร้อนรุ่มราวกับกำลังผสานเข้ากับพลังงานอันยิ่งใหญ่ ต่างจากตอนที่ผสานเข้ากับดวงจิตอสูรก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง พลังของดวงจิตแห่งเทพเอ่อล้นออกมาอย่างมหาศาล ดูเหมือนว่าการผสานกับดวงจิตแห่งเทพจะต้องใช้เวลาอีกไม่น้อย
         
ดินแดนแห่งนรก
         

     “ฮ่า ฮ่า ฮ่า นักรบสวรรค์ลู่เพียว จะสังหารอสูรในดินแดนแห่งนี้ให้หมดสิ้น” ลู่เพียวยังคงสังหารอสูรที่อยู่ในดินแดนแห่งนรกอย่างบ้าคลั่ง เขาได้สังหารมังกรนรกโลกันต์ไปนับสิบตัว และดูเหมือนว่า ดินแดนแห่งนรกนี้จะไม่มีสัตว์อสูรที่มีความแข็งแกร่งระดับเทพสงคราม ลู่เพียวจึงสามารถต่อสู้ได้
         
 หลังจากที่ต่อสู้อยู่หลายชั่วยาม ลู่เพียวจึงรู้สึกเหนื่อย เขาบินขึ้นไปยังห้วงสวรรค์น้อย และเดินไปหาฮัวเหว่ย และพูดออกไปว่า
         
“เนี่ยลี่นั้นกลับออกมาแล้วหรือไม่?
         
ฮัวเหว่ยส่ายหน้าตอบกลับไป
         
“ถ้าเช่นนั้น ข้าคงไม่มีเวลาพักผ่อนแล้ว ข้านั้นได้สังหารอสูรในดินแดนนรกไปแล้วหลายหมื่นตน และสังหารมังกรนรกโลกันต์ไปนับสิบตัว อีกสักครู่ข้าจะลงไปจัดการพวกมันที่เหลือ” ลู่เพียวพูดพร้อมกับยืดอกด้วยความภูมิใจ
         
“ท่านสามารถสังหารมังกรนรกโลกันต์ได้เช่นนั้นหรือ?” ฮัวเหว่ยพูดด้วยความตกใจ ในห้วงสวรรค์น้อยยังไม่เคยมีผู้ใดที่สังหารมังกรนรกโลกันต์ได้มาก่อน
         
“แน่นอน! พวกมันก็ร้ายกาจอยู่บ้างแต่ก็ไม่เก่งกาจเกินไปกว่า นักรบสวรรค์ลู่เพียวเช่นข้า” ลู่เพียวรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ประกาศชื่อนี้ออกไป
         
“นักรบสวรรค์ลู่เพียว?” ดูเหมือนว่าฮัวเหว่ยจะต้องจดจำชื่อนี้เอาไว้เสียแล้ว
         
“หากเนี่ยลี่กลับมาให้ ตะโกนเรียกข้า ข้าจะรีบกลับขึ้นมาในทันที” ลู่เพียวเตรียมตัวที่จะทะยานออกไปอีกครั้ง
         
“ช้าก่อน ท่านนักรบสวรรค์ลู่เพียว!” มีเสียงของชาวเมืองในห้วงสวรรค์น้อยที่อยู่ด้านหลังดังขึ้นมา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้ยินในสิ่งที่ลู่เพียวคุยกับฮัวเหว่ย
         
       “พวกข้ามองดูท่านต่อสู้กับมังกรนรกโลกันต์อย่างห้าวหาญ พวกข้าจึงต้องการที่จะขอบคุณท่าน หากดินแดนสวรรค์ร่วงหล่นลงไปจนหมด และท่านสามารถสังหารพวกอสูรในดินแดนนรกจนหมดสิ้น พวกเราก็สามารถดำรงอยู่ในดินแดนนรกได้ และพวกข้าจะสร้างมันให้กลายเป็นดินแดนสวรรค์อีกครั้ง” ชาวเมืองของห้วงสวรรค์น้อยมาประสานมือคุกเข่าเพื่อขอบคุณลู่เพียว
         
      เมื่อได้เห็นคนจำนวนมากคุกเข่าให้ ลู่เพียวก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก เขาประสานมือคารวะตอบกลับไปและพูดว่า “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง!
         
  “นักรบสวรรค์ลู่เพียว! นักรบสวรรค์ลู่เพียว!” เสียงของชาวเมืองในห้วงสวรรค์น้อยต่างกู่ร้องชื่อของลู่เพียว



         หลังจากนั้นลู่เพียวก็ทะยานลงไปในดินแดนนรกอีกครั้ง และเริ่มล่าสังหารพวกอสูรด้วยความรู้สึกยินดียิ่งนัก..............จบตอน

 แต่งโดย นายมะพร้าว





เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง