Jawa

test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

4 พ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods Next Legend บทที่ 444.10 ผู้สร้าง


         
    หลังจากที่ใช้เวลาผสานเข้ากับดวงจิตแห่งเทพของเทพธิดาเสิ่นช่วง ไปกว่าหนึ่งชั่วยามเนี่ยลี่ก็ลืมตาขึ้นมาหลังจากที่ผสานได้ สำหรับระดับพลังของเนี่ยลี่ก้เพิ่มสูงขึ้นถึงสองขั้นทันที ในตอนนี้ระดับพลังของเนี่ยลี่อยู่ที่ระดับวิถีแห่งมังกรขั้นที่ห้า
         
“ข้าไม่คิดเลยว่าการผสานดวงจิตแห่งเทพเข้าไปในห้วงขอบเขตวิญญาณ จะทำให้ข้าเพิ่มระดับพลังได้เช่นนี้” เนี่ยลี่รู้สึกยินดียิ่งนัก
         
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอลองผสานร่างกับดวงจิตแห่งเทพดูสักครั้ง” ในตอนที่ยังไม่ได้เรียกดวงจิตอสูร หรือดวงจิตแห่งเทพออกมา โดยปกติแล้ว ดวงจิตที่ถูกขังอยู่ในห้วงขอบเขตวิญญาณจะนอนหลับอยู่ ซึ่งดวงจิตแห่งเทพของเทพธิดาเสิ่นช่วงก็ไม่ต่างกัน ในยามที่มิได้เรียกออกมานางจะนั่งสมาธิอยู่ในห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่
         
เมื่อผสานเข้ากับดวงจิตแห่งเทพของเทพธิดาเสิ่นช่วง ร่างกายของเนี่ยลี่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก อาจเป็นเพราะเทพกับมนุษย์นั้นมีรูปลักษณ์ที่ไม่แตกต่างกันเท่าใด มีเพียงประกายกายและกลิ่นอายลมปราณที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
         

“ในยามที่เจ้าเรียกดวงจิตแห่งเทพของข้ามาผสานร่าง ข้าจะมาสามารถพูดคุยกับเจ้าได้” เสียงของเทพธิดาเสิ่นช่วงดังอยู่ในหัวของเนี่ยลี่
         

“ข้ายังไม่เข้าใจเกี่ยวกับพลังของท่านเลย” เนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะถามออกไป เขารับรู้ถึงพลังที่แผ่ออกมา แต่ดูเหมือนว่าทักษะพิเศษของนาง เนี่ยลี่ยังไม่เข้าใจมากนัก
         

   “ข้าคือเทพธิดาแห่งการสร้าง พลังของข้าคือการสร้างห้วงมิติขึ้นมาได้ ดั่งเช่นโลกใบเล็กและห้วงสวรรค์น้อยแห่งนี้ ถ้าหากเจ้าต้องการที่จะรักษาห้วงสวรรค์น้อยแห่งนี้เอาไว้ จงรีบออกไปด้านนอก เพราะสิ่งที่ค้ำจุนห้วงสวรรค์น้อยเอาไว้คือดวงจิตและเจตจำนงของข้า เมื่อได้ผสานเข้ากับห้วงขอบเขตวิญยาณของเจ้าแล้ว ห้วงสวรรค์น้อยจึงขาดสิ่งที่ค้ำจุนอีกต่อไป”
         
“ข้าเข้าใจแล้ว!” เนี่ยลี่หลับตาและเพ่งสมาธิ จากนั้นก็สามารถออกจากต้นไม้แห่งพระเจ้าได้
         

    “ท่านประมุขเนี่ย ท่านกลับมาแล้ว! ดูเหมือนว่าดินแดนสวรรค์จะร่วงหล่นสู่ดินแดนนรกรวดเร็วกว่าก่อนหน้านี้ ไม่ทราบว่าเทพธิดาเสิ่นช่วงได้ชี้แนะหนทางแก่ท่านหรือไม่?” ฮัวเหว่ยถามขึ้นมาด้วยความกังวล ถ้าหากไม่มีหนทางแก้ไขดินแดนสวรรค์คงร่งหล่นไปหมดในเวลาไม่กี่ชั่วยามเป็นแน่
         

   “ลู่เพียวอยู่ที่ใดกัน?” เนี่ยลี่ถามขึ้นมา เขาเข้าใจสิ่งที่ฮัวเหว่ยเป็นกังวล แต่เขาก็เป็นห่วงสหายของเขาเช่นกัน เขาสัมผัสได้ว่าลู่เพียวอยู่ไม่ไกลนัก แต่ก็มองไม่เห็นเขา
         
“ท่านนักรบสวรรค์ลู่เพียว กำลังกวาดล้างอสูรที่อยู่ในดินแดนนรก ขอรับ” ฮัวเหว่ยตอบกลับไป
         
“นักรบสวรรค์ลู่เพียว นี่มันชื่อบ้าอะไรกัน?” เนี่ยลี่เริ่มรู้สึกปวดหัวเพราะลู่เพียวอีกครั้ง
         
“ท่านจงเรียกเขากลับมา ข้าจะรีบทำการฟื้นฟูห้วงสวรรค์น้อยแห่งนี้” เนี่ยลี่รีบสั่งการออกไป ดูเหมือนว่าห้วงสวรรค์น้อยจะเหลือเวลาไม่มากนักแล้ว
         
หลังจากนั้น ฮัวเหว่ยก็ให้ฮัวหลิงลงไปตามลู่เพียวขึ้นมาจากดินแดนนรก ดูเหมือนว่าลู่เพียวจะกวาดล้างพวกอสูรไปได้ไม่น้อยแล้ว
         

    “เนี่ยลี่ เจ้าต้องไม่เชื่อข้าเป็นแน่ ตอนนี้ในดินแดนนรก ที่เป็นพื้นที่โดยรอบดินแดนสวรรค์ราวสิบลี้ สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวพวกอสูร เพราะข้าได้ขับไล่และกำจัดไปจนแทบหมดสิ้นแล้ว” ลู่เพียวพูดขึ้นด้วยความภูมิใจ
         

      “ไม่จำเป็นเลย ดินแดนนรกถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้อยู่บนดินแดนสวรรค์แห่งนี้ได้ต่อสู้เพื่อฝึกฝน และสัตว์อสูรในดินแดนนรกไม่อาจที่จะบินขึ้นมายังดินแดนสวรรค์โดยตรงได้” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับส่ายหน้า
         
      “แล้วนี่ข้าเหนื่อยไปเพื่ออันใดกัน?” ลู่เพียวพูดขึ้นมาด้วยความอ่อนแรง เขาใช้เวลาในการล่าสังหารพวกอสูรไปราวสองชั่วยาม [สี่ชั่วโมง]
         

     “เรื่องนั้นเอาไว้พูดคุยกันในภายหลัง จากนี้ไปข้าจะต้องเริ่มทำการฟื้นฟูห้วงสวรรค์น้อยแล้ว คนอื่น ๆ จงออกไปจากพื้นที่ของต้นไม้แห่งพระเจ้า” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับนั่งลงกับพื้น ฮัวเหว่ยจึงนำคนอื่น ๆ ออกไป มีเพียงลู่เพียวที่นั่งอยู่กับเนี่ยลี่
         
“ข้าต้องทำการเช่นใดบ้าง” เนี่ยลี่เอ่ยถามเทพธิดาเสิ่นช่วง
         
     “ก่อนอื่นเจ้าจงนำต้นไม้แห่งพระเจ้าไปเก็บไว้ในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ จากนั้นต้องหาของวิเศษระดับแปดขึ้นไป เพื่อใช้ในการค้ำจุนห้วงสวรรค์น้อยแห่งนี้แทนดวงจิตของข้า ซึ่งจะค้ำจุนอยู่ได้อีกนับหมื่นปี จนกว่าเจ้าจะหาสิ่งค้ำจุนที่เหมาะสมมาใช้แทนในภายหลัง”
         

      หลังจากที่ได้ยินคำแนะนำเนี่ยลี่ก็สะบัดมือขวาออกไป และสร้างพื้นที่ขึ้นมาโดยรอบต้นไม้แห่งพระเจ้าและเก็บต้นไม้แห่งพระเจ้าเข้าไปในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ จากนั้นเนี่ยลี่ก็ลืมตาขึ้นมาเพื่อหาของวิเศษระดับแปด
         
“ลู่เพียวเจ้าได้รับอาวุธวิเศษมาจากปรมาจารย์เทียนอู่ใช่หรือไม่?” เนี่ยลี่ถามออกไป
         
“ถูกต้องแล้วข้าได้ง้าวสวรรค์ จากท่านอาจารย์ของข้ามันเป็นอาวุธวิเศษระดับแปดเชียวนะ!” ลู่เพียวนำออกมาให้เนี่ยลี่ดูด้วยความภูมิใจ
         
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะใช้ง้าวสวรรค์ในการค้ำจุนห้วงสวรรค์น้อยแห่งนี้” เนี่ยลี่หยิบเอาง้าวสวรรค์ของลู่เพียวไปในทันที
         
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปบอกแก่ท่านอาจารย์ของข้าเช่นใดกัน?” ลู่เพียวแย้งขึ้นมาด้วยความตกใจ
         
“นั่นเป็นเรื่องของเจ้า หลังจากนี้ข้าจะหาอาวุธวิเศษที่เหนือล้ำยิ่งกว่าง้าวสวรรค์ให้แก่เจ้าเอง” เนี่ยลี่ตอบกลับไปแบบไม่สนใจใยดีนัก
         
ลู่เพียวทำได้เพียงแค่ถอนหายใจ หากเนี่ยลี่ตัดสินใจแล้วเขาก็ไม่อาจที่จะแย้งได้ ท่านอาจารย์โปรดยกโทษให้ศิษย์ผู้นี้ด้วยลู่เพียวคิดอยู่ในใจ
         

     หลังจากที่ได้ง้าวสวรรค์มาเป็นสิ่งค้ำจุนห้วงสวรรค์น้อยแล้ว เนี่ยลี่ก็นำง้าวสวรรค์ไปปักลงตรงตำแหน่งที่ต้นไม้แห่งพระเจ้าเคยอยู่ หลังจากนั้นเนี่ยลี่ก็ถ่ายเทพลังสวรรค์ไปที่ง้าวสวรรค์ ดูเหมือนว่า แผ่นดินของห้วงสวรรค์น้อยจะเริ่มกลับคืนมาทีละนิด
         
เจ็ดวันผ่านไป เนี่ยลี่สามารถฟื้นฟูห้วงสวรรค์น้อยให้กลับมาเป็นดังเดิม เนี่ยลี่และลู่เพียวจึงเดินออกไปด้านนอก และเดินไปหาฮัวเหว่ย
         

      “ท่านฮัวเหว่ย ข้านั้นได้นำต้นไม้แห่งพระเจ้าไป และได้ใช้ง้าวสวรรค์ของนักรบสวรรค์ลู่เพียว ใช้เป็นสิ่งค้ำจุนห้วงสวรรค์น้อยแทน” เนี่ยลี่พูดออกไป หากบอกไปเช่นนี้ลู่เพียวจะได้หยุดบ่นเสียที
         

    “ขอขอบคุณประมุขเนี่ยที่ให้การช่วยเหลือห้วงสวรรค์น้อยในครั้งนี้ และขอบคุณนักรบสวรรค์ลู่เพียวที่สละศาสตราวุธคู่กาย เพื่อที่จะใช้ค้ำจุนห้วงสวรรค์น้อยแห่งนี้เอาไว้” ฮัวเหว่ยประสานมือคารวะ พร้อมกับกล่าวคำขอบคุณแก่ทั้งสองคน
         

    หลังจากได้ยินเช่นนี้ลู่เพียวจึงยืดอกด้วยความยินดี หลังจากนั้นเนี่ยลี่และลู่เพียวจึงขอตัวเดินทางกลับไปยังนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์


ฮัวเหว่ยสั่งให้ฮัวหลิงพาทั้งสองคนกลับ แต่เนี่ยลี่บอกว่าให้ฮัวหลิงพักผ่อนอยู่กับบิดาไปก่อน เขานั้นสามารถเปิดประตูเองได้ เนื่องจากได้แหวนจากเทพธิดาเสิ่นช่วง จริง ๆ แล้วเนี่ยลี่สามารถเปิดประตูข้ามมิติ ได้โดยที่ไม่ต้องใช้แหวนใด ๆ เพราะในเวลานี้ห้วงสวรรค์น้อยก็เป็นดั่งโลกที่เนี่ยลี่สร้างขึ้นมา

นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์
        

เนี่ยลี่และลู่เพียวได้กลับมาและเรียกกู้เบ่ย หลี่ชิงอวิ๋น และหลงยู่อินมายังตำหนักผู้นำนิกาย
         

“เนี่ยลี่ ข้าได้ไปยังนิกายเร้นเมฆา และขอแร่ลึกลับมาก้อนหนึ่ง มีน้ำหนักราวร้อยชั่ง [ห้าสิบกิโลกรัม]” กู้เบ่ยนำแร่ลึกลับออกมาจากแหวนห้วงมิติ เป็นก้อนแร่ขนาดใหญ่มีสีขาวปนเทา คล้าย ๆ กับสีของเมฆหมอก
         
“หินแร่พวกนี้คือ ศิลาเร้นเมฆา มันสามารถปิดกั้นระดับลมปราณได้ดั่งที่เจ้าได้พูดไว้จริง ๆ” เนี่ยลี่เคยเห็นศิลาเร้นเมฆา ในตำรา ในชีวิตที่แล้วเขาไม่เคยเห็นของจริงเช่นนี้มาก่อน
         

   “ข้าได้ทดสอบดูแล้ว เมื่อเข้าสัมผัสกับศิลาก้อนนี้ และปลดปล่อยพลังลมปราณออกมา ลมปราณที่ปล่อยออกมามีเพียงระดับชะตาสวรรค์เท่านั้น” กู้เบ่ยสัมผัสศิลาเร้นเมฆา และปลดปล่อยลมปราณระดับเทพสงครามของเขาออกมา แต่ดูเหมือนว่าพลังที่แผ่ออกมานั้นมีเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
         

 “ถ้าเช่นนั้น เจ้าได้ทดสอบศิลาเร้นเมฆา ก้อนเล็ก ๆ หรือไม่?” เนี่ยลี่ถามออกไปพร้อมกับ ใช้มือกระเทาะเล็กน้อย ศิลาเร้นเมฆาชิ้นเล็ก ๆ ก็หล่นออกมาจากศิลาเร้นเมฆาก้อนใหญ่
         

  “ข้าขอทดสอบเอง!” ลู่เพียบหยิบเศษศิลาเร้นเมฆาและปลดปล่อยลมปราณของเขาออกมา จากลมปราณในระดับวิถีแห่งมังกรขั้นที่แปด เมื่อถือศิลาเร้นเมฆาอยู่ในมือพลังที่แผ่ออกมาอยู่ในระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ขั้นที่แปดเท่านั้น
         
“ชิ้นเล็ก ๆ เพียงเท่านี้ สามารถปิดกั้นพลังได้ถึงหนึ่งระดับ วิเศษยิ่งนัก” หลี่ชิงอวิ๋นพูดขึ้นด้วยความตกใจ
         
“พกแล้วพลังน้อยลง มันน่ายินดีตรงไหนกัน?” ลู่เพียวอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
         
“เนี่ยลี่ต้องการที่จะใช้ในการปกปิดพลัง เจ้าไม่เข้าใจเช่นนั้นหรือ?” กู้เบ่ยตอบกลับไปพร้อมกับส่ายหน้า
         

     “ถ้าเช่นนั้น ข้ามอบให้เป็นหน้าที่ของพี่ชิงอวิ๋น ขอให้ท่านตัดแบ่งศิลาเร้นเมฆา ขนาดราว ๆ หนึ่งชุ่น [หนึ่งนิ้ว] จากนั้นให้แกะสลัรูปขนนกที่เป็นสัญญลักษณ์ของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ลงไป เราจะใช้เป็นตราเครื่ื่องรางของนิกาย และแจกจ่ายให้แก่ศิษย์ทั้งหมดของนิกาย และให้ทำขนาดสองชุ่นถึงสามชุ่น สำหรับผู้ที่บรรลุระดับเทพสงครามด้วย” เนี่ยลี่หันไปบอกกับหลี่ชิงอวิ๋น
         
“ให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง!” หลี่ชิงอวิ๋นพูดขึ้นมาอย่างจริงจัง
         

      “อีกไม่นาน เราอาจจะต้องเปิดประตูนิกาย ก่อนหน้านั้นข้าต้องการที่จะจัดการปัญหาทั้งหมดก่อน พรุ่งนี้ข้าจะออกเดินทางไปยังพื้นที่รกร้างที่ไร้ที่สิ้นสุดอีกครั้ง ก่อนหน้านั้นพวกเจ้าจงนำจดหมายที่ข้าเขียนขึ้นไปมอบให้กับผู้นำตระกูลทั้งสามด้วย” เนี่ยหลี่หยิบจดหมายสามฉบับขึ้นมาและมอบให้กับกู้เบ่ย หลี่ชิงอวิ๋น และหลงยู่อิน
         
“นี่มันคือจดหมายอะไรกัน ท่านอาจารย์?” หลงยู่อินอดที่จะถามออกไปไม่ได้
         
“จดหมายขอให้ผู้นำตระกูลทั้งสามส่งมอบตำแหน่งให้แก่ผู้สืบทอดที่เหมาะสม” เนี่ยลี่ยิ้มและตอบกลับไป
         
“หมายความว่าเจ้าจะให้พวกข้าทั้งสามขึ้นเป็นผู้นำตระกูลเช่นนั้นหรือ?” หลี่ชิงอวิ๋นถามออกไป
         
“หลังจากนี้ มีเรื่องที่ต้องดำเนินการอีกมากมาย และในบางเรื่องจำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจของผู้นำตระกูล ถ้าหากพวกท่านยังไม่ได้ตำแหน่ง ข้าก็รู้สึกเป็นกังวล”
         
“อีกราวห้าวันข้าจะกลับมา ข้าหวังว่าทุกอย่างจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี” เนี่ยลี่ลุกขึ้นและมองออกไปบนท้องฟ้า........จบตอน


 แต่งโดย นายมะพร้าว



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง