Jawa

test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

20 พ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods Next Legend บทที่ 444.26 มังกรคางคกมรกต


         

     หลายวันต่อมา งานมงคลของตู่ซื่อและฮวาหั่วก็ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต เดิมทีตู่ซื่อต้องการจัดเป็นงานมงคลเล็ก ๆ แต่เอียเซิ่งไม่เห็นด้วย เนื่องจากเขาเป็นเถ้าแก่ไปสู่ขอ งานแต่งจึงถูกจัดอย่างใหญ่โต โดยเอียเซิ่งรับหน้าที่ในการจัดการพิธีแต่งงานให้ทั้งหมด
         

    เนี่ยลี่ได้บอกกับเหล่าสหายว่า ช่วงที่อยู่บนโลกใบเล็ก เขาต้องการให้เหล่าสหายมีความสุขอยู่กับครอบครัว ไม่ต้องหมกมุ่นกับการบ่มเพาะพลังมากนัก เขาจึงมิได้มอบยาทิพย์ให้แก่สหายของเขา
         

     “ท่านพี่เนี่ยลี่ เมื่อใดกันที่ท่านจะแต่งงานกับพี่สะใภ้จื่ออวิ๋น?” เนี่ยหยู่ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เขย่าแขนของเนี่ยลี่พร้อมกับเอ่ยถาม วันนี้นางสวมใส่ชุดสีแดงทั้งตัว พร้อมกับมัดผมสองข้าง
         

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นลู่เพียวและคนอื่น ๆ ต่างก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ เนี่ยลี่ก็ได้แต่เงียบและลูบศีรษะของเนี่ยหยู่ด้วยความเอ็นดู
         

 “หนิงเอ๋อ แล้วเจ้าคิดจะทำเช่นใดกัน” เซี่ยวซุ่ยแอบไปกระซิบถามเซี่ยวหนิงเอ๋อ
         

     “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้า ข้ากับจื่ออวิ๋นนั้นได้พูดคุยเข้าใจกันดีแล้ว” เซี่ยวหนิงเอ๋อยิ้มและตอบกลับไป
         

    “ถ้าเช่นนั้นก็จงแล้วแต่พวกเจ้า ข้าคงวุ่นวายมากเกินแล้ว” เซี่ยวซุ่ยพูดพร้อมกับถอนหายใจ
         

     “เจ้าอย่าได้พูดเช่นนั้น ข้ารู้ว่าเจ้านั้นห่วงใยข้า แต่ในเรื่องนี้เจ้าอย่าได้กังวล” เซี่ยวหนิงเอ๋อยิ้มและตอบกลับไป
         

     เซี่ยวซุ่ยนั้นยังไม่ทราบเรื่องที่เอียจื่ออวิ๋นและเซี่ยวหนิงเอ๋อพูดคุยกัน วันใดที่เนี่ยลี่ได้แต่งงานกับเอียจื่ออวิ๋น ในวันถัดไปเอียจื่ออวิ๋นจะบังคับให้เนี่ยลี่แต่งงานกับเซี่ยวหนิงเอ๋อ โดยที่จะไม่ให้งานใดด้อยกว่ากัน ที่รู้เรื่องนี้มีเพียง เอียจื่ออวิ๋น เซี่ยวหนิงเอ๋อ และเอียเซิ่งเท่านั้น
         

      วันต่อมา เนี่ยลี่ได้กลับไปยังเหวลึกที่นครใต้พิภพอีกครั้ง แต่กลับพบว่า ตัวอักษรที่เคยถูกแกะสลักเอาไว้ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น การที่เอียเซิ่งได้พบกับเอียฮั่นนั้น เป็นไปได้ว่าเอียฮั่นกลับมาเพื่อคัดลอก และทำลายอักษรที่ถูกแกะสลักเอาไว้
         

      “ผู้สืบทอดมรดกของจักรพรรดิคงหมิง มีความเป็นไปได้ว่าจะมีห้าคน แต่ละคนนั้นสามารถเข้าถึงตัวอักษรได้คนละสองตัวอักษร ถ้าเช่นนั้นนอกเหนือจากข้า เอียฮั่น และชายชราที่ข้าได้พบเห็นที่ดินแดนนรกจองจำ จะต้องมีอีกสามคน หรือข้าควรจะไปตามหาคนเหล่านั้น” เนี่ยลี่ยืนครุ่นคิดและพูดออกมา
         

     เมื่อยังไม่อาจที่จะตัดสินใจได้ เนี่ยลี่จึงเดินทางกลับไปยังเมืองกลอรี่


ดินแดนนรกจองจำ
         

   แม้ว่าผู้คนเกือบทั้งหมดจะโยกย้ายออกจากดินนี้ไปแล้ว แต่ยังคงมีชายชราผู้หนึ่งอาศัยอยู่เขามักจะสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง เพื่อปิดบังตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ เขายังคงพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ทิ้งร้างเอาไว้ในดินแดนนรกจองจำ ชายชราผู้นี้เรียกขานตัวเองว่า ก๋ายเหล่า [丐老:ขอทานเฒ่า]
         

     ความจริงแล้ว ก๋ายเหล่าเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดมรดกของจักรพรรดิคงหมิง และความแข็งแกร่งของเขานั้นอยู่ระดับชะตาสวรรค์ขั้นที่แปด เขานั้นหลบซ่อนตัวอยู่ในที่แห่งนี้ เพื่อหลบซ่อนตัวจากผู้สืบทอดมรดกของจักรพรรดิคงหมิงคนอื่น ๆ
         

     “ท่านก๋ายเหล่าได้โปรดช่วยเหลือข้าด้วย” มีเสียงของคนผู้หนึ่งตะโกนขอความช่วยเหลือ
         

     “เจ้าเป็นใครกัน?” ก๋ายเหล่าหันไปมองยังทิศทางที่เสียงดังขึ้นมา ด้วยน้ำเสียงอันแข็งกร้าว
         

      “ข้าเองก็เป็นผู้สืบทอดมรดกของจักรพรรดิคงหมิงเช่นเดียวกับท่าน” ต้นเสียงนั้นปรากฏกายออกมา เขาเป็นชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างใหญ่โต ผมสั้นและสวมเสื้อเกราะราวกับเป็นนักรบทหาร และดูเหมือนว่าเขานั้นจะได้รับบาดเจ็บ ความแข็งแกร่งของเขานั้น ด้อยกว่าก๋ายเหล่าหลายขั้น
         

     “การที่ผู้สืบทอดมรดกของจักรพรรดิคงหมิงคนอื่น ๆ มาหาข้า คงเป็นเพราะต้องการชีวิตข้าสินะ” ก๋ายเหล่าระเบิดลมปราณของเขาออกมา จนเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งของเขาพัดปลิวอย่างรุนแรง
         

    “ข้ามิได้ต้องการชีวิตของท่าน ข้าต้องการให้ท่านช่วยเหลือข้า” ชายวัยกลางคนรีบตะโกนออกไป หากก๋ายเหล่าคิดจะเอาชีวิตเขาในตอนนี้ เขาก็ไม่อาจที่จะรับมือได้แม้แต่น้อย
         

    “ช่วยเหลือเจ้าในเรื่องอันใดกัน?” ก๋ายเหล่าพูดด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา แต่ก็มิได้หยุดการปลดปล่อยลมปราณของเขาออกมา
         

     “ผู้สืบทอดมรดกของจักรพรรดิคงหมิงผู้หนึ่ง กำลังไล่ล่าข้า และดูเหมือนว่าเจ้าคนผู้นั้นคิดที่จะสังหารผู้สืบทอดมรดกของจักรพรรดิคงหมิงทุกคน แน่นอนว่าท่านเองก็เช่นกัน” ชายวัยกลางคนพยายามอธิบาย
         

  “ไหนลองพูดมา หากคิดโกหก ข้าก็จะสังหารเจ้าซะ!”  ก๋ายเหล่าจ้องไปยังชายผู้นั้น หากคนผู้นี้คิดร้ายต่อเขา แต่ด้วยอาการบาดเจ็บนี้ ก็ไม่อาจที่จะรับมือเขาได้เป็นแน่
         

     “ข้านั้นมีนามว่าหวังซาน อาศัยอยู่อีกฟากของหุบเขาบรรชน อาศัยอยู่ในป่าเขาและต่อสู้กับพวกสัตว์อสูรมาหลายชั่วอายุคน” [王山:ราชาแห่งภูเขา] หวังซานค่อย ๆ พูดอธิบาย ขณะที่นั่งลงกับพื้น
         

       “ไม่กี่วันก่อนมีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งบุกมายังหมู่บ้านของข้า เพียงแค่เห็นคนผู้นั้น ข้าก็รับรู้ได้ทันทีว่า เขาก็เป็นหนึ่งในผู้สืบทอดมรดกของจักรพรรดิคงหมิง ความแข็งแกร่งของเขานั้นอยู่ในระดับดาราสวรรค์ขั้นที่เก้า ข้านั้นไม่อาจที่จะรับมือเขาได้ จึงหลบหนีมาเนื่องจากข้าเคยพบเจอท่านเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้” หวังซานพูดด้วยความเจ็บแค้น คนของเขาทั้งหมู่บ้านถูกสังหาร คนเหล่านั้นยอมสละชีวิตเพื่อที่จะให้เขาหลบหนีมา
         

      “หากเป็นดั่งที่เจ้าว่า ความแข็งแกร่งของเจ้าคนผู้นั้นเหนือกว่าข้าและเจ้ามากนัก ข้าจะช่วยอันใดเจ้าได้” ก๋ายเหล่าเอามือลูบที่คางและพูดออกไป
         

      “หากท่านรับปากข้าว่าจะล้างแค้นเจ้าคนผู้นั้นให้กับชีวิตของคนในหมู่บ้านของข้า ข้าจะยอมสละชีวิตของข้า รวมถึงสิทธิ์ในการเป็นผู้สืบทอดมรดกของจักรพรรดิคงหมิงให้แก่ท่าน” หวังซานจ้องไปที่ก๋ายเหล่า พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
         

      “นับว่าเป็นข้อเสนอที่ไม่เลว ข้ารับปากเจ้า” ก๋ายเหล่าพูดขึ้นมาพร้อมกับเดินไปใกล้ ๆ หวังซาน และใช้มือเปล่าแทงไปที่หน้าอกของหวังซาน
         

ฉึกก!
         

      แค่เพียงกระบวนท่าเดียว ก็สามารถสังหารหวังซานได้ หลังจากนั้นตัวอักษรของหวังซานก็ลอยขึ้นมาและเข้าไปอยู่ในร่างของก๋ายเหล่า
         

      หลังจากนั้นก๋ายเหล่าก็นั่งลงกับพื้นและท่องตัวอักษรทั้งสิบขึ้นมา ห้วงขอบเขตวิญญาณของเขาก็ขยายขึ้นหลายเท่า และมีตัวอักษรทั้งสี่ล่องลอยอยู่ในนั้น ระดับพลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้เขานั้นอยู่ในระดับดาราสวรรค์ขั้นที่แปดแล้ว
         

      “จากที่หวังซานเล่ามา ระดับพลังของข้ายังคงด้อยกว่าเจ้าคนผู้นั้นหนึ่งขั้น แต่โชคดีที่ข้าได้ผสานเข้ากับจิตอสูรสายเลือดมังกร ที่มีระดับการเติบโตในระดับยอดเยี่ยม คิดแล้วน่าแค้นใจนัก ที่คนที่ข้าส่งไปไม่อาจประมูลเอาหม้อจิตอสูรฝันร้ายมาได้ ถ้าไม่เช่นนั้นข้าคงจะหลอมรวมจิตอสูรที่แข็งแกร่งกว่านี้ได้เป็นแน่!” ก๋ายเหล่าพูดพร้อมกับต่อยหมัดลงที่พื้น ทำให้ตัวของเขานั้นลอยขึ้นมาจากแรงปะทะของหมัดและพื้นดิน
         

      แท้จริงแล้ว ก๋ายเหล่าเคยส่งให้คนไปยังลานประมูลหงอวี้ เพื่อประมูลเอาหม้อจิตอสูรฝันร้ายมา แต่ก็พ่ายแพ้การประมูลให้แก่หยางซิ่นจากสมาคมปรุงยาของเมืองกลอรี่ แม้ว่าคนของเขาจะลอบโจมตีหยางซิ่น เพื่อที่จะปล้นเอาหม้อจิตอสูรฝันร้ายมา แต่ลูกน้องของเขานั้นก็มีความสามารถด้อยกว่าผู้คุ้มกันของหยางซิ่น จึงถูกกำจัดไป
         

     “แม้ข้าจะเป็นเพียงขอทาน แต่เรื่องที่ข้ารับปากเอาไว้ ข้าก็จะทำให้ได้” ก๋ายเหล่าทะยานออกไปยังประตูเคลื่อนย้าย เพื่อผ่านไปยังโลกภายนอกอย่างรวดเร็ว
         

    เมื่อข้ามประตูมา เขาก็สัมผัสได้ถึงชายผู้ที่มีตัวอักษรอีกสี่ตัวเช่นเดียวกับเขา และสัมผัสได้อีกหนึ่งจุดที่อยู่ห่างออกไป ในทางทิศเดียวกับที่เมืองกลอรี่ตั้งอยู่
         

     “คงจะเป็นเรื่องที่ฉลาดกว่า หากข้านั้นไปแย่งชิงตัวอักษรจากอีกคนมาก่อน” ก๋ายเหล่ามองไปยังทิศทางที่เมืองกลอรี่ตั้งอยู่ และเตรียมทะยานออกไป
         

ฟุ่บบ!
         

     “เจ้าคิดจะไปที่ใดกัน เจ้าขอทานเฒ่า!” เอียฮั่นที่สัมผัสได้ถึงตัวตนของก๋ายเหล่า จึงรีบบินมาหาในทันที
         

    “เจ้ามีอักษรถึงสี่ตัว หมายความว่าเจ้านั้นแย่งชิงเหยื่อของข้าไปสินะ!” เอียฮั่น พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา แม้ว่าจะมีตัวอักษรสี่ตัวเท่ากัน แต่ระดับพลังของเขานั้นยังเหนือกว่าหนึ่งขั้น
         

     “เจ้าเองรึ ที่ไล่ล่าผู้สืบทอดมรดกของจักรพรรดิคงหมิงคนอื่น ๆ” ก๋ายเหล่าจ้องไปที่หน้าของเอียฮั่นและพูดขึ้นมา
         

      “ขอทานเช่นเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้” เอียฮั่นระเบิดลมปราณของเขาออกมา และพุ่งเข้าไปต่อยก๋ายเหล่าทันที
         

ตูมม!
         

        ก๋ายเหล่าระเบิดลมปราณออกมาและต่อยหมัดสวนกลับไป แรงปะทะของหมัดทั้งสอง ทำให้เอียฮั่นและก๋ายเหล่ากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
        

       “พลังเหนือกว่าข้าเพียงหนึ่งขั้น อย่าได้คิดว่าจะเอาชนะข้าได้ง่ายดายนัก” ก๋ายเหล่าหยิบอาวุธนับสิบชิ้นออกมา มีทั้งดาบ กระบี่ หอก ทวน ง้าว กระบอง ชนิดละสองถึงสามชิ้น และควบคุมอาวุธทั้งหมดด้วยลมปราณของเขา
         

       “ตายซะ สรรพอาวุธสังหาร!” ก๋ายเหล่าตะโกนออกมาพร้อมกับควบคุมให้อาวุธทั้งหมดเข้าโจมตีเอียฮั่นจากทั่วทิศทาง
         

        เอียฮั่นทำได้เพียงปัดป้องอาวุธเหล่านั้น และพยายามที่จะพุ่งเข้าไปโจมตีใส่ก๋ายเหล่าโดยตรง แต่ก็ไม่มีช่องว่างให้ทำได้
         

       “ผสานจิตอสูรมังกรพสุธาเขาทองคำ!” เอียฮั่นรีบผสานเข้ากับจิตอสูรของเขาทันที เมื่อผสานเข้ากับ จิตอสูรมังกรพสุธาเขาทองคำ อาวุธเหล่านั้นก็ไม่อาจที่จะทำร้ายเขาได้อีกต่อไป
         

“มีเพียงจิตอสูรขยะเช่นนี้ แต่กลับกล้าอวดดียิ่งนัก” ก๋ายเหล่าพูดออกมาด้วยความดูถูก
         

      “มังกรคางคกมรกต!” ก๋ายเหล่าเรียกจิตอสูรมังกรคางคกมรกตออกมาและผสานอย่างรวดเร็ว  ร่างกายของเขากลายเป็นสีเขียว ดวงตาแดงก่ำ ส่วนหัวและตัวเต็มไปด้วยตุ่มคล้ายกับคางคก เป็นมังกรที่มีพิษร้ายแรงอยู่ทั่วทั้งตัว แม้ว่าจะขนาดใหญ่เพียงไม่กี่เมตร แต่ด้านพลังนั้นแข็งแกร่งกว่ามังกรพสุธาเขาทองคำยิ่งนัก
         

     “คิดว่าข้าจะเอาชนะเจ้าไม่ได้เช่นนั้นหรือ?” เอียฮั่นฟาดหางที่มีลักษณะดั่งฆ้อนยักษ์ไปที่หัวของมังกรคางคกมรกต เสียงของหางที่แหวกอากาศลงมา จทำให้รู้สึกแสบแก้วหูเลยทีเดียว ปะทะเข้ากับหัวของมังกรคางคกมรกตอย่างรุนแรง
         

ตูมม!
         

     เสียงหางของมังกรพสุธาเขาทองคำฟาดเข้าไปอย่างจัง ตรงพื้นที่ก๋ายเหล่ายืนอยู่จมลงไปเกือบสิบเมตร
         

      แต่เอียฮั่นยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาพ่นเปลวเพลิงอันร้องแรงออกมาจากปากของมังกรพสุธาเขาทองคำ ในทันทีหลังจากที่ใช้หางฟาดลงไป
         

       “เพลิงโทสะมังกร!” เอียฮั่นพ่นเพลิงโทสะมังกรลงไปในหลุมที่ยุบลงด้วยแรงฟาดจากหางของมังกรพสุธาเขาทองคำ ในตอนนี้มองเห็นเพียงไฟที่ลุกโชติช่วงเท่านั้น

         

“ความสามารถของเจ้ามีเพียงเท่านี้เองหรือ?” เสียงของก๋ายเหล่าพูดขึ้นมา.......จบตอน

แต่งโดย นายมะพร้าว



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง