Jawa

test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

16 พ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods Next Legend บทที่ 444.22 ครอบครัว



         

         “ต้วนเจี้ยนเจ้าจงรีบเดินทางไปเมือกลอรี่ และแจ้งแก่ท่านเอียมัวว่า อีกไม่นานพวกข้าจะตามกลับไป ฝากเจ้าดูแลตรงประตูเมือง จงอย่าให้ผู้ใดที่คิดร้ายแก่เมืองกลอรี่เข้าไปในเมืองได้” เนี่ยลี่หันไปบอกกับต้วนเจี้ยน ในตอนนี้ต้วนเจี้ยนเป็นผู้ที่มีพลังสูงสุดและ บินได้รวดเร็วที่สุด
         

     “ขอรับ นายท่าน” ต้วนเจี้ยนกางปีกออก และบินออกไปอย่างรวดเร็ว เขาจะต้องปกป้องเมืองกลอรี่ตามคำสั่งของเนี่ยลี่เอาไว้ให้ได้
         

       “พวกเราควรจะรีบเดินทางไปยังเมืองกลอรี่ก่อน จากนั้นค่อยคุยกันอีกที” เอียเซิ่งเสนอออกไป เขาก็เป็นห่วงเมืองกลอรี่เช่นกัน
         

        “ข้าเองก็เห็นด้วยกับท่านพ่อตา เรารีบออกเดินทางกันได้แล้ว” เนี่ยลี่พูดสนับสนุน
         

        “หากเจ้าพูดเช่นนั้น ข้าก็ตกลง” จ้าวนครใต้พิภพลุกขึ้น เขาเองก็บ่มเพาะพลังเพื่อฟื้นฟูชะตาวิญญาณ แม้ว่าจะยังไม่บรรลุระดับเดิมได้ แต่เขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอันใด
         

เมืองกลอรี่
         

ต้วนเจี้ยนเข้าไปรายงานต่อท่านเอียมัวในทันที
         

“เจ้าพูดเช่นใดนะ หลานข้าจะเดินทางกลับมาพร้อมกับลูกข้าเช่นนั้นหรือ?” เอียมัวพูดด้วยความยินดี เกือบสองปีที่ผ่านมาเขารู้สึกคิดถึงเอียเซิ่ง และจื่ออวิ๋นยิ่งนัก
         

    “ถูกต้องขอรับ นายท่านเนี่ยลี่ให้ข้ามาช่วยคุ้มครองเมืองกลอรี่ก่อน เนื่องจากอาจจะมีผู้ที่คิดร้าย คนผู้นั้นได้ทำการสังหารจ้าวนครใต้พิภพผู้เป็นอาจารย์ของนายท่านไป นายท่านเนี่ยลี่เกรงว่าเมืองกลอรี่จะเป็นเป้าหมายต่อไปของคนผู้นั้น” ต้วนเจี้ยนอธิบายเหตุผลในการรีบเดินทางมาของเขา
         

     “คนผู้นั้นเป็นใครกัน จึงได้คิดร้ายต่อนครใต้พิภพและเมืองกลอรี่เช่นนี้ แต่เจ้ารู้ไหมว่า บัดนี้เมืองกลอรี่นั้นแข็งกล้าเพียงใด มีร่างทรงอสูรและนักสู้ระดับตำนานอยู่นับสิบคน ด้วยฝีมือเจ้าหลานเขยของข้า” เอียมัวพูดขึ้นด้วยความภูมิใจ ในเวลานี้เมืองกลอรี่หาได้อ่อนแอเช่นในอดีตอีกแล้ว
         
      “ท่านคงไม่ทราบว่าศัตรูผู้นี้มีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าร่างทรงอสูรระดับตำนานนับร้อยเท่า พันเท่า” ต้วนเจี้ยนส่ายหน้าและตอบกลับไป
         
      “มิน่าเล่าหลานเขยจึงได้ร้อนใจรีบส่งเจ้ามา ระดับพลังของเจ้านั้นเกินกว่าที่ข้าจะรู้จัก” เอียมัวพูดพร้อมกับพยักหน้า
         
“เช่นนี้ คงต้องลำบากเจ้าแล้ว” เอียมัวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดออกไป
        
“นี่เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” ต้วนเจี้ยนเอ่ยลาและกางปีกอีกครั้ง ก่อนที่จะไปบินอยู่เหนือเมือง เพื่อคอยจับตามองโดยรอบ
         
“นี่ข้าคงจะแก่เกินไปแล้วสินะ”เอียมัวพูดพร้อมกับมองขึ้นไปที่ต้วนเจี้ยนที่กำลังบินอยู่
         

      วันต่อมาเนี่ยลี่และพรรคพวกได้เดินทางมาถึงเมืองกลอรี่ เมื่อเดินทางมาถึงพวกเขาก็รู้สึกตื้นตันใจยิ่งนัก ที่เห็นกำแพงเมืองอันแข็งแกร่ง ดูเหมือนว่าในเวลานี้ ภัยจากสัตว์อสูรคงใกล้ที่จะหมดไปจากเมืองกลอรี่แล้ว
         
ตำหนักเจ้าเมือง
        

     เอียเซิ่ง เนี่ยลี่และพวกของเขาเดินทางมาเพื่อเข้าพบกับเอียมัว โดยที่เนี่ยลี่ให้จินตานนั้นไปบินอยู่ด้านบนตัวเมืองกับต้วนเจี้ยน โดยที่เนี่ยลี่ได้ทำสร้อยศิลาเร้นเมฆาผูกไว้ที่คอของจินตานเพื่อปกปิดระดับพลังที่แท้จริง


เอียเซิ่งนั้นคุกเข่าและคำนับท่านเอียมัวพร้อมกับน้ำตาที่รินไหล ท่านเอียมัวก็ไม่ต่างกัน เขานั้นได้เห็นจุดจบของบุตรชายต่อหน้าต่อตา ในตอนนี้เขาได้พบกับเอียเซิ่งอีกครั้งเขาจึงอดที่จะร้องไห้ออกมาไม่ได้
         

      ท่านเอียมัวได้แจ้งว่า ในเวลานี้ตระกูลวายุเหมันต์ ตระกูลบันทึกสวรรค์ ตระกูลปีกมังกร ตระกูลตู่ ตระกูลลู่ รวมไปถึงตระกูลจาง ตระกูลซู  ตระกูลเว่ย และระกูลเซี่ยว ที่มีทายาทบรรลุถึงระดับตำนานทั้งเก้าตระกูล ได้กลายเป็นตระกูลหลักของเมืองกลอรี่ และตระกูลของพวกเขาต่างก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทำให้เหล่าสหายของเนี่ยลี่นั้นยินดียิ่งนัก และได้ขอตัวกลับไปยังตระกูลก่อน ส่วนฮวาหั่วนั้นตู่ซื่อได้พานางไปแนะนำให้แก่คนในตระกูล


เซี่ยวหยู่และจ้าวนครใต้พิภพ พร้อมกับผู้ติดตามท่านเอียมัวได้ให้คนพาไปพักที่ห้องรับรอง ในตอนแรกทุกคนต่างตกใจเมื่อได้เห็นจ้าวนครใต้พิภพ เนื่องจากมิได้เป็นมนุษย์ธรรมดา เดิมทีนั้นจ้าวนครใต้พิภพนั้นเป็นถึงเทพวิญญาณที่ครอบครองพลังสัจธรรมแห่งใต้พิภพ เหมือนกับเทพธิดายู่หยาน เขาจึงมีอายุยาวนานนับหมื่นปี


มีเพียงเนี่ยลี่ที่ยังต้องการหารือกับท่านเอียมัวอยู่ และดูเหมือนว่า เสี่ยวเฟยเฟย จะไม่ได้อยู่ที่นี่ [ชื่อของนกที่มีวิญญาณของท่านบรรพชนผู้ก่อตั้งเอียหยานสถิตอยู่]
         

        “เนี่ยลี่ ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะก้าวหน้าได้ถึงเพียงนี้ ระดับพลังของพวกเจ้าที่ข้าสัมผัสได้นั้น ข้าไม่เคยรู้จักมาก่อน” เอียมัวมองไปที่เนี่ยลี่ จากนนั้นก็พูดด้วยความชื่นชม
         

       “ท่านเอียมัวคงไม่ทราบ ระดับพลังที่ท่านสัมผัสได้หาใช่พลังที่แท้จริงของพวกข้าไม่ พวกข้านั้นพกศิลาเร้นเมฆาเพื่อปกปิดพลังที่แท้จริงเอาไว้” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับยิ้ม
         

        “หากท่านพ่อต้องการฝึก ข้าจะเป็นผู้ถ่ายทอดแก่ท่านเอง” เอียเซิ่งพูดด้วยความลำพองใจ นี่นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขานั้นเหนือกว่าบิดาได้
         
        “เจ้าลูกทรพี ข้าจะให้หลานเขยเป็นผู้ถ่ายทอดให้ เจ้านั้นหาได้มีความจำเป็นเลยไม่” เอียมัวแกล้งพูดอย่างไม่ใส่ใจมากนัก พร้อมกับโบกมือปฏิเสธ
         

       “ท่านพ่ออย่าได้พูดเช่นนั้น เนี่ยลี่ก็เป็นลูกเขยของข้าเช่นกัน หากท่านจะรบกวนเขา ควรที่จะขออนุญาตข้าด้วย” เอียเซิ่งพูดพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาหลังจากที่เห็นท่าทีของบิดา
         

       “หากข้าไม่ให้กำเนิดเจ้า เจ้าจะเติบใหญ่จนมีลูกเขยได้เช่นใดกัน” เอียมัวแย้งกลับไป แม้จะฟังดูเหมือนกับว่าทะเลาะกัน แต่ในใจของทั้งสองคนรู้สึกมีความสุขยิ่งนัก

        นานแล้วที่พ่อลูกคู่นี้ไม่ได้โต้เถียงกันด้วยรอยยิ้มเช่นนี้
         

       “ท่านเอียมัวข้าจะมอบยาทิพย์และศิลาจิตวิญญาณเอาไว้ให้ท่าน บ่มเพาะพลังสวรรค์ คงต้องรบกวนให้ท่านพ่อตาช่วยชี้แนะท่านเอียมัวด้วยแล้ว” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับนำยาทิพย์และศิลาจิตวิญญาณออกมา
         

      “แต่หากท่านพ่อตาไม่ยอมชี้แนะแก่ท่าน ท่านก็สามารถให้จื่ออวิ๋นชี้แนะแทนได้ขอรับ” เนี่ยลี่แกล้งพูดขึ้นมาหลังจากที่มอบยาทิพย์และศิลาจิตวิญญาณให้กับอ่านเอียมัว
         

      “เช่นนั้นข้าจะให้หลานข้าเป็นผู้ชี้แนะ” เอียมัวพูดอย่างอารมณ์ดี
         

      “แต่ข้าคิดว่าเจ้าคงมีเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่านี้ใช่หรือไม่?” เอียมัวหันมาพูดกับเนี่ยลี่ด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
         

“ข้าเกรงว่าผู้ที่สังหารเจ้านครใต้พิภพ จะเป็นคนที่พวกเรารู้จักดี!” เนี่ยลี่หลับตาครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลืมตาขึ้นและตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดเช่นกัน
         

“มันคือผู้ใดกัน?” เอียเซิ่งหันไปถามเนี่ยลี่
         

“เอียฮั่น!” เนี่ยลี่ตอบกลับไปด้วยท่าทีที่จริงจัง
         

      “เจ้าเคยบอกว่า เจ้ากับจื่ออวิ๋นได้สังหารเอียฮั่นตอนที่เดินทางไปคัดเลือกเพื่อเป็นศิษย์จ้าวนครใต้พิภพแล้วมิใช่หรือ?” เอียเซิ่งถามด้วยความสงสัย เนี่ยลี่เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังหลังจากที่คืนชีพกลับมา
         

“ข้าแค่ทำให้เอียฮั่นตกลงเหวไปเท่านั้น หาได้พบศพเขาด้วยตาไม่!” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับถอนหายใจ
         

      ตอนที่เขาได้ยินจากสือหนิงว่า จ้าวนครใต้พิภพ ได้สัมผัสถึงพลังในระดับชะตาสวรรค์ที่หุบเหวลึกในถ้ำของนครใต้พิภพ เขาก็ไม่คิดถึงผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย
         

“แล้วเอียฮั่นสามารถบรรลุถึงระดับชะตาสวรรค์ได้เช่นใดกัน?” เอียเซิ่งอดไม่ได้ที่จะถามออกไป
         

“ความลับคงอยู่ที่ใต้หุบเหวนั่น หากมีเวลาข้าคงจะลองไปตรวจสอบดู” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับถอนหายใจ
         

      “สำหรับการบ่มเพาะพลังในระดับชะตาสวรรค์นั้น ข้าต้องการให้มีเพียงท่านเอียมัวและท่านเอียเซิ่งเท่านั้น ระดับพลังในขั้นนี้ไม่เหมาะสมนักสำหรับโลกใบนี้” เนี่ยลี่ได้พูดกำชับขึ้นมา ระดับพลังที่แข็งแกร่ง ควรที่จะอยู่ในมือของผู้มีคุณธรรมและมีอำนาจในการปกครองผู้อื่นได้
         

“ข้าเข้าใจในเรื่องนี้ดี” ท่านเอียมัวพยักหน้าตอบกลับไป
         

     “ถ้าเช่นนั้น ข้าขอตัวกลับไปยังตระกูลของข้าก่อน ข้าคงต้องขอลา” เนี่ยลี่ประสานมือคารวะเอียมัวและเอียเซิ่ง
         

“ตกลง” ท่านเอียมัวและเอียเซิ่งตอบขึ้นมาพร้อมกัน
         

เนี่ยลี่บินขึ้นไปหาต้วนเจี้ยน เขายิ้มและพูดขึ้นว่า
         

         “ขอบใจเจ้ามาก เจ้าจะไปพักผ่อนที่บ้านของข้าหรือไม่ การตรวจตราในวันนี้เพียงพอแล้ว หากเอียฮั่นบุกมาจริง พวกเราก็สามารถออกมารับมือได้อย่างแน่นอน”
         

“ขอบคุณนายท่าน” ต้วนเจี้ยนพยักหน้าพร้อมกับตอบกลับไป
       

  “จินตานเจ้าจงไปหาต้นไม้เพื่อนอนพักไปก่อน” เนี่ยลี่หันไปบอกกับจินตาน
         

     ระหว่างที่เดินทางไปยังตระกูลของเนี่ยลี่นั้น เขาก็ได้เอ่ยถามต้วนเจี้ยนว่า


“ข้ายังมีเรื่องที่สงสัย ก่อนหน้านี้ปรมาจารย์เต๋าฉางบอกให้ข้าตามหาผู้ที่กลับชาติมาเกิดทั้งหก เพื่อให้ร่วมต่อสู้กับจักรพรรดิปราชญ์ แต่เจ้าบอกว่าเคยต่อสู้กับจักรพรรดิปราชญ์เคียงข้างข้า หมายความว่าข้าคือหนึ่งในหกคนเช่นนั้นหรือ?


“หาใช่เช่นนั้นไม่ หกคนที่ท่านตามหาคือเหล่าปรมาจารย์ที่บรรลุระดับขอบเขตแห่งพระเจ้าทั้งหกในอดีต ส่วนการที่ข้านั้นเคยต่อสู้กับจักรพรรดิปราชญ์เคียงข้างท่านนั้น คือในชาติภพหลังจากนั้น” ต้วนเจี้ยนครุ่นคิดก่อนที่จะตอบกลับไป


“แล้วเจ้าจดจำสิ่งใดได้บ้าง?” เนี่ยลี่ถามต่อ


“ความรงจำของข้าในหลายชาติภพทับซ้อนกัน จึงทำให้ข้าตอบได้ไม่ชัดเจนนัก ที่ข้าจำได้อย่างชัดเจนคือพันธสัญญาของทั้งหกคน ที่สาบานเอาไว้ว่าจะกลับมาร่วมมือกันต่อสู้กับจักรพรรดิปราชญ์” ต้วนเจี้ยนตอบกลับไป เขานั้นเวียนว่ายตายเกิดมาหลายชาติภพ จึงมีความจำมากมายที่ทับซ้อนกันอยู่


“หากเมื่อใดที่เจ้าจดจำสิ่งใดที่คิดว่าเป็นประโยชน์ก็จงบอกแก่ข้า” เนี่ยลี่พูดหลังจากที่นิ่งเงียบไป


“ข้าเข้าใจแล้ว” ต้วนเจี้ยนพยักหน้าตอบกลับไป
         

     หลังจากนั้นเนี่ยลี่ก็พาต้วนเจี้ยนกลับไปที่บ้านของเขา และไปพบกับบิดามารดาของเขา และได้จัดเตรียมที่พักให้แก่ต้วนเจี้ยน เนี่ยหยู่ได้วิ่งมากอดเนี่ยลี่และพูดขึ้นว่า
         

“ท่านพี่เนี่ยลี่ ท่านกลับมาแล้วข้าคิดถึงท่านยิ่งนัก”
         

       “เสี่ยวหยู่ของข้าโตขึ้นมาก ถ้าเช่นนั้นข้าคงเรียกว่าเสี่ยวหยู่ไม่ได้แล้วใช่หรือไม่?” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับลูบหัวเนี่ยหยู่ด้วยความเอ็นดู
         

         “ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ข้าก็เป็นเสี่ยวหยู่ของท่านพี่เนี่ยลี่เสมอ” เนี่ยหยู่พูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มอย่างไร้เดียงสา
         

       “มีดสั้นสามเล่มที่ข้าได้มอบให้แก่เสี่ยวหยู่ เจ้าใช้งานได้คล่องหรือยัง” เนี่ยลี่ได้มอบมีดสั้นทั้งสามเล่มให้แก่เนี่ยหยู่ก่อนที่จะเดินทางไปยังอาณาจักรซากมังกร เพื่อให้นางใช้ปกป้องตนเอง
         

      “สำหรับมีดเพลิงสีชาด และมีดน้ำแข็งนั้นข้านั้นสามารถใช้ได้คล่องแคล่ว ส่วนมีดไร้ลักษณ์นั้นข้ายังไม่อาจที่จะเข้าใจมันได้มากนัก” เนี่ยหยู่ตอบกลับไป นางฝึกฝนใช้มีดทั้งสามเล่มตั้งแต่วันที่เนี่ยลี่เดินทาง ด้วยมีดสองเล่มแรก ก็ไม่มีผู้ใดที่สามารถรับมือนางได้แล้ว
         

      “มีดไร้ลักษณ์นั้นยากที่จะเข้าใจได้ ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดลับของมันให้ เมื่อเติบใหญ่ขึ้นเจ้าจะสามารถเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น ไร้ลักษณ์คือไร้รูป เมื่อไร้รูปจึงไร้ทิศทาง เมื่อไร้ทิศทางจึงไม่อาจหลบเลี่ยง เมื่อไม่อาจหลบเลี่ยง จึงไม่อาจที่จะเอาชนะ” เนี่ยลี่ค่อย ๆ พูดเพื่อให้เนี่ยหยู่จดจำ
         

     เนี่ยหยู่สามารถจดจำได้อย่างรวดเร็ว ในตอนนี้นางนั้นบรรลุระดับตำนานขั้นสูงสุดแล้ว เนี่ยลี่คิดว่าคงได้เวลาที่จะถ่ายทอดพลังในขั้นต่อไปให้แก่นาง เมื่อนางเติบใหญ่นางจะได้ช่วยเหลือท่านเอียมัวและเอียเซิ่งปกป้องเมืองในยามที่เขาไม่อยู่
         

     “เสี่ยวหยู่ คืนนี้เจ้าจงดูดซับพลังสวรรค์จากศิลาจิตวิญญาณก้อนนี้ พรุ่งนี้ข้าจะถ่ายทอดระดับพลังขั้นต่อไปให้แก่เจ้า” เนี่ยลี่มอบศิลาจิตวิญาณให้แก่เนี่ยหยู่
         
     “ข้าเข้าใจแล้ว พรุ่งนี้ท่านพี่เนี่ยลี่ต้องถ่ายทอดวิชาให้แก่ข้า ท่านสัญญาแล้วนะ” เนี่ยหยู่อ้อนเนี่ยลี่อีกครั้ง
         

     “ข้าสัญญา” เนี่ยลี่ลูบหัวเนี่ยหยู่อีกครั้งก่อนที่เนี่ยหยู่จะรีบกลับไปดูดซับพลังสวรรค์จากศิลาจิตวิญญาณ เมื่อคุ้นเคยกับพลังสวรรค์แล้วเนี่ยลี่จึงจะให้เนี่ยหยู่ดื่มยาทิพย์
         
“เติบโตขึ้นมากเลยนะเสี่ยวลี่” เนี่ยหมิงพูดขึ้นมาด้วยความยินดี
         
“เจ้าทานอะไรมาหรือยัง?” เนี่ยเสี่ยวหยุนเอ่ยถาม
         
“ข้าไม่หิวขอรับท่านแม่” เนี่ยลี่ตอบกลับไป เขามีความสุขยิ่งนักที่ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว
         
“เจ้าจะกลับมาพักอยู่นานหรือไม่?” เนี่ยไค่ถามขึ้นมาบ้าง
         
“ข้าจะอยู่จนน้าเหมียวหลิงมีน้องให้ข้าอีกคน” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับหัวเราะ
         

“เจ้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ อย่าได้พูดจาล้อเล่นเช่นนี้” น้าเหมียวหลิงพูดด้วยน้ำเสียงฟังดูที่ดุเล็กน้อย
         
     “ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่คาดว่าจะกลับมาพักที่นี่ราวหนึ่งปี” เนี่ยลี่ยิ้มและตอบกลับไป
         

       “กลับมาคราวนี้ เจ้าจะเข้าพิธีแต่งงานกับธิดาของท่านเจ้าเมืองเลยหรือไม่ ข้าเองก็ต้องการที่จะอุ้มหลานแล้วเช่นกัน” เนี่ยหมิงพูดด้วยน้ำเสียที่จริงจัง...........จบตอน


แต่งโดย นายมะพร้าว



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง