test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

15 พ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods Next Legend บทที่ 444.21 นครใต้พิภพ


         
“นี่เจ้าพูดอันใดกัน?” เนี่ยลี่ถามด้วยความสับสน
         

      “เมื่อข้านั้นบรรลุระดับขอบเขตแห่งพระเจ้า ความทรงจำในอดีตชาติของข้าก็ ถาโถมเข้ามาในหัวของข้า ทำให้ข้ารู้ว่า ข้านั้นเป็นหนึ่งในผู้ที่เคยร่วมต่อสู้กับจักรพรรดิปราชญ์เคียงข้างท่านในอดีตชาติ” ต้วนเจี้ยนพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
         

      หลังจากได้ยินคำพูดของต้วนเจี้ยน เนี่ยลี่ตกใจยิ่งนัก เขาไม่คิดเลยว่า หนึ่งในหกคนที่กลับชาติมาเกิดจะเป็นคนที่อยู่รอบกายเขาเช่นนี้ และเมื่อคนผู้นั้นบรรลุระดับขอบเขตแห่งพระเจ้า คนเหล่านั้นจะได้ความทรงจำกลับคืนมา ดังนั้นเขาจะต้องตามหาคนเหล่านั้นและให้การสนับสนุนพวกเขา
         
“เจ้าทราบหรือไม่ว่าคนที่เหลือคือผู้ใด?” เนี่ยลี่ถามออกไป
         

 “แม้ข้าจะรู้จักคนเหล่านั้นในอดีตชาติ แต่ข้าก็ไม่อาจที่จะระบุได้ว่า พวกเขากลับมาเกิดเป็นผู้ใด” ต้วนเจี้ยนตอบพร้อมกับส่ายหน้า
         

      เมื่อได้ยินคำตอบจากต้วนเจี้ยน เนี่ยลี่ก็ได้แต่ถอนหายใจ จากนั้นเขาก็บอกให้ต้วนเจี้ยนลุกขึ้น และกลับออกไปยังด้านนอกภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ โดยที่ให้เหล่าผู้นำนิกายคนอื่น ๆ ไปบ่มเพาะพลังกันเช่นเดิม
         
หลายวันต่อมา
         

     เนี่ยลี่ได้เริ่มสะสางงานต่าง ๆ ออกไปทั้งหมด จากนี้ไปเขาต้องเตรียมการเดินทางกลับไปยังโลกใบเล็ก เนี่ยลี่ได้ขอให้เทพธิดายู่หยานและ เซี่ยวหยู่ กลั่นยาทิพย์เอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เพียงพอสำหรับศิษย์ในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์
         

     เหล่าสหายของเขาก็ทำการบ่มเพาะพลังกันอย่างต่อเนื่อง ทุกคนนั้นใกล้ที่จะบรรลุระดับเทพสงครามกันแล้ว แต่เนี่ยลี่เองก็ยังไม่อาจที่จะบรรลุระดับวิถีแห่งมังกรขั้นที่หกได้
         

     ผ่านไปหนึ่งเดือน ผู้นำนิกายทั้งหกคนสามารถบรรลุระดับขอบเขตแห่งพระเจ้ากันได้ทั้งหมดแล้ว เนี่ยลี่จึงได้กลับเข้าไปด้านในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำอีกครั้ง
         

      “ข้าไม่คิดเลยว่า พวกท่านจะสามารถบรรลุผ่านระดับขอบเขตแห่งพระเจ้ากันได้รวดเร็วถึงเพียงนี้” เนี่ยลี่พูดออกไป แม้แต่ปรมาจารย์ทั้งห้าของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ยังต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าที่จะบรรลุระดับขอบเขตแห่งพระเจ้าได้ ดูเหมือนว่า ผู้นำนิกายทั้งหกจะมีพรสวรรคิ์เหนือกว่ายิ่งนัก
         

  “นั่นเป็นเพราะประมุขเนี่ยให้การสนับสนุน พวกเราจึงได้บรรลุถึงระดับนี้ได้” ผู้นำนิกายทั้งหกคนพูดขึ้นมา
         
       “จากนี้ไปพวกเราจะกลับออกไปด้านนอก ขอให้ทุกท่านหลับตาด้วย” เนี่ยลี่พูดออกไป หลังจากนั้นก็พาผู้นำนิกายทั้งหกคน รวมถึงหลิงหยากลับออกมาด้านนอก ในตอนนี้ทุกคนกลับมาอยู่ในตำหนักผู้นำนิกายขนนกสักดิ์สิทธิ์
         

     “อีกไม่กี่วัน ข้าจะเดินทางกลับไปยังโลกใบเล็ก คงต้องขอกล่าวลาล่วงหน้าตั้งแต่ตอนนี้ พวกท่านเองก็คงจะเป็นห่วงทางนิกายเช่นกัน” เนี่ยลี่ประสานมือพร้อมกับเอ่ยลา
         

     “ถ้าเช่นนั้นพวกข้าคงต้องขอกล่าวลาประมุขเนี่ยเช่นกัน” ผู้นำนิกายทั้งหกคนตอบกลับไป
         

      “เหตุใดจึงนำข้าออกมาด้วย” หลิงหยาถามด้วยความสงสัย
         

      “แม้ว่าเจ้าจะเป็นหุ่นเชิดวิญญาณ แต่เจ้าก็มิได้กำเนิดในโลกใบเล็ก เจ้าจึงไม่สามารถไปกับข้าได้ เจ้าสามารถอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ ข้าได้แจ้งกับท่านพี่หลี่ชิงอวิ๋นเอาไว้แล้ว ว่าให้คอยดูแลเจ้า” เนี่ยลี่ตอบกลับไป
         

     หลังจากที่เหล่าสหายของเนี่ยลี่ ได้ไปกล่าวลาต่อผู้นำนิกายของพวกเขา หลังจากนั้นเนี่ยลี่ก็เรียก หลี่ชิงอวิ๋น หลงยู่อิน กู้เบ่ย กู้หลาน และปรมาจารย์ทั้งห้ามาเข้าพบ
         

      “อีกไม่กี่วันข้างหน้า ข้าจะเดินทางกลับไปยังโลกใบเล็ก การเดินทางในครั้งนี้คงต้องใช้เวลาไม่น้อย ข้าจึงขอฝากงานไว้กับทุกคนด้วย” เนี่ยลี่พูดขึ้นมาช้า ๆ
         

     “ท่านพี่หลี่ชิงอวิ๋น ขอให้ท่านทำหน้าที่ดูแลชนเผ่าเมฆาสวรรค์ และมอบหมายงานให้กับพวกเขา รวมถึงฝากดูแลหลิงหยาด้วย” เนี่ยลี่หันไปมองหลี่ชิงอวิ๋นและพูดออกไป
         

“ข้าเข้าใจแล้ว!” หลี่ชิงอวิ๋นตอบรับด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
         

“ยู่อิน เจ้ามีหน้าที่ดูแลความสงบภายในนิกาย” เนี่ยลี่หันไปพูดกับหลงยู่อิน
         

     “ท่านอาจารย์โปรดเชื่อใจข้า!” หลงยู่อินตอบรับอย่งจริงจังเช่นกัน
         

     “กู้เบ่ย เจ้ามีหน้าที่ปกป้องอาณาเขตโดยรอบของนิกาย และคอยส่งกองกำลังไปช่วยเหลือนิกายอื่น ๆ ที่ได้รับความเดือดร้อน รวมถึงส่งคนไปปกป้องนิกายเร้นเมฆาด้วย” เนี่ยลี่หันไปบอกกับกู้เบ่ย
         

     “เจ้าไว้ใจข้าได้อย่างแน่นอน!” กู้เบ่ยยิ้มและตอบกลับไป
         

      “พี่กู้หลาน คงต้องลำบากท่านแล้ว สำหรับการดูแลนิกาย ข้าจะมอบยาทิพย์ไว้กับท่าน ให้ท่านมีหน้าที่แจกจ่ายแก้ศิษย์ตามกฏที่ข้าได้ประกาศออกไป สำหรับบุคคลภายนอกขอให้ท่านมอบให้เพียงผู้นำนิกายทั้งหกคนเท่านั้น สำหรับการบริหารงานต่าง ๆ ขอให้ท่านปรมาจารย์ทั้งห้าให้ช่วยเหลือพี่กู้หลานด้วย” เนี่ยลี่หันไปพูดกับกู้หลานและเหล่าปรมาจารย์ทั้งห้า
         

       “ข้าทราบแล้ว” กู้หลานตอบกลับไป
         

       “ประมุขเนี่ย โปรดวางใจ พวกข้าทั้งห้าจะคอยสนับสนุนกู้หลานเอง” ปรมาจารย์เทียนอู่ ประสานมือและก้มหัวตอบกลับไป
         

       “หากข้าเสร็จธุระที่โลกใบเล็กแล้วข้าจะกลับมา ขอฝากนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ไว้กับทุกคนด้วย” เนี่ยลี่พูดออกไปพร้อมกับยิ้มอย่างจริงใจ
         

      “น่าเสียดายยิ่งนัก ที่พวกข้าไม่อาจเดินทางไปยังโลกใบเล็กกับเจ้าได้” กู้เบ่ยพูดขึ้นมา
         

     “แม้ว่าจะเป็นเพียงโลกเล็ก ๆ ที่ถูกอสูรรุกรานอยู่เสมอ แต่ก็เป็นดินแดนที่เรียกได้ว่าบ้านเกิดของข้า หากกลับไปคราวนี้ ข้าจะทำให้มันกลายเป็นดั่งสรวงสวรรค์” เนี่ยลี่ยิ้มและมองขึ้นไปบนฟ้า
         

      “ถ้าหากเป็นเจ้า ข้าเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้” หลี่ชิงอวิ๋นพูดขึ้นมา
         

     “ขอให้ท่านอาจารย์ดูแลตัวเองด้วย” หลงยู่อินพูดขึ้นมา แม้ว่าจะรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องจากลา แต่นางก็ต้องฝืนทนเอาไว้
         

       “ขอบคุณ ทุกคนยิ่งนัก แล้วข้าจะรีบกลับมา” เนี่ยลี่หันมายิ้มให้กับทุกคน
         

   ทันใดนั้น ก็มีศิษย์ผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาในตำหนักผู้นำนิกาย
         
“ประมุขเนี่ย ข้ามีเรื่องด่วนที่ต้องรายงาน” ศิษย์ผู้นั้นพูดขึ้นมา
        
“เจ้าจงพูดมา” เนี่ยลี่หันไปสอบถาม
         

      “มีผู้ที่เดินทางมาจากโลกใบเล็กตามคำสั่งของจ้าวนครใต้พิภพขอรับ” ศิษย์ผู้นั้นรีบรายงาน
         

     “จงเรียกเขา เข้ามาพบข้าในทันที” เนี่ยลี่พูดด้วยความร้อนใจ
         

หลังจากนั้นศิษย์ของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ก็ได้รีบนำตัวคนผู้นั้นมาเข้าพบกับเนี่ยลี่
         
“ข้าคือผู้ติดตามของจ้าวนครใต้พิภพนามว่าสือหนิง” [石宁:ศิลาที่สงบ] สือหนิงประสานมือและคุกเข่าพูดกับเนี่ยลี่
         
“สือหนิง เหตุใดเจ้าจึงเปิดประตูจากโลกใบเล็กมาได้ และเจ้าเดินทางมาด้วยเหตุอันใด?” เนี่ยลี่ถามด้วยความสงสัย
         
“ท่านจ้าวนครใต้พิภพได้มอบแหวนข้ามประตูให้แก่ข้า ก่อนที่จะถูกสังหารและให้ข้ารีบมาแจ้งข่าวขอรับ” สือหนิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ
         

       “ท่านจ้าวนครใต้พิภพนั้นมีความแข็งแกร่งในระดับชะตาสวรรค์ขั้นที่ห้า ที่โลกใบเล็กผู้ใดกันที่จะสังหารเขาได้?” เนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะถามกลับไป
         

       “ข้าเองก็ไม่ทราบว่าคนผู้นั้นเป็นใคร เมื่อวันก่อนหน้านี้ท่านจ้าวนครใต้พิภพ ได้สัมผัสถึงพลังในระดับชะตาสวรรค์ที่หุบเหวลึกในถ้้ำของนครใต้พิภพ จึงได้ส่งให้คนไปตรวจสอบ แต่ไม่ว่าจะส่งคนลงไปมากเท่าใด ก็ถูกสังหารเสียจนหมดสิ้น ท่านจ้าวนครใต้พิภพจึงต้องลงไปด้วยตนเอง” สือหนิงค่อย ๆ รายงาน
         

       “หุบเหวลึกในถ้าของนครใต้พิภพเช่นนั้นหรือ?” เนี่ยลี่พูดขึ้นมา ที่แห่งนั้นทำให้เขานึกถึงใครบางคนขึ้นมา
         

        “ทันทีที่ท่านจ้าวนครใต้พิภพได้ลงไป ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นอย่างรุนแรง และดูเหมือนว่าท่านจ้าวนครใต้พิภพจะพลาดท่าให้กับคนผู้นั้น ท่านจึงได้มอบแหวนสำหรับผ่านประตูและให้ข้ารีบมาส่งข่าว” สือหนิงพูดน้ำเสียงอันสั่นเครือ
         

       “จ้าวนครใต้พิภพเองก็นับว่าเป็นอาจารย์ของข้า ให้คนไปเชิญเหล่าสหายข้า บอกพวกเขาว่าจะต้องรีบออกเดินทางกลับไปยังโลกใบเล็กในทันที” เนี่ยลี่หันไปสั่งการกับศิษย์คนอื่น ๆ
         

      “สือหนิง เจ้าจงรออยู่ที่นี่กับข้า ยามที่สหายข้าเดินทางมา พวกเราจะเดินทางไปยังโลกใบเล็กทันที” เนี่ยลี่หันไปพูดกับสือหนิง
         

       ครึ่งชั่วยามต่อมา พวกตู่ซื่อ ลู่เพียวก็มารวมตัวกันครบ พวกเขาต้องจัดเตรียมของสำหรับการเดินทางในครั้งนี้
         

       “เนี่ยลี่ มีเรื่องด่วนอันใดหรือ?” ตู่ซื่อถามออกไปด้วยความกังวล
         

      “จ้าวนครใต้พิภพถูกสังหาร หากคนผู้นั้นเป็นคนเดียวกับที่ข้าคิด เขาจะต้องเป็นภัยแก่เมืองกลอรี่เป็นแน่” เนี่ยลี่ตอบกลับด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล
         

     “ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็รีบออกเดินทางกันได้แล้ว” เอียเซิ่งพูดขึ้นมา แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร แต่หากคนผู้นั้นเป็นภัยต่อเมืองกลอรี่ เขาก็จะเสียเวลาไม่ได้แม้แต่เล็กน้อย
         

     เนี่ยลี่ผสานเข้ากับดวงจิตแห่งเทพของเทพธิดาเสิ่นช่วง และเปิดประตู่สู่โลกใบเล็กขึ้นมาในทันที หลังจากนั้นทุกคนก็รีบเดินทางข้ามประตูไปสู่นครใต้พิภพ
         
ณ นครใต้พิภพ
         

      ที่แห่งนี้ดูราวกับซากปรักหักพัง ราวกับเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ เนี่ยลี่รีบนำเซี่ยวหยู่และเทพธิดายู่หยาน พร้อมกับจินตานออกมาจากภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำทันที
         

     “เซี่ยวหยู่ พ่อบุญธรรมของเจ้า เก็บรักษาชะตาวิญญาณไว้ที่ใดกัน?” เนี่ยลี่รีบถามออกไป เนื่องจากโลกใบเล็กกับอาณาจักรซากมังกรเป็นดินแดนที่ตัดขาดออกจากกัน จ้าวนครใต้พิภพจึงไม่อาจที่จะนำชะตาวิญญาณไปฝากไว้ที่ห้องโถงวิญญาณได้
         
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เซี่ยวหยู่อดไม่ได้ที่จะถามออกมา
         

        “เมื่อพบกับพ่อบุญธรรมของเจ้า ก็จะรู้เรื่องทั้งหมดเอง” เนี่ยลี่หันไปพูดกับเซี่ยวหยู่
         

       “พ่อบุญธรรมของข้า เก็บชะตาวิญญาณไว้ในห้องลับที่ชั้นบนสุดของแดนมรณะเก้าชั้น ตามข้ามา” เซี่ยวหยู่รีบนำทางไปอย่างรวดเร็ว
         

     เนี่ยลี่พยายามสังเกตุโดยรอบ กลิ่นอายลมปราณที่ตกค้างอยู่ ดูเหมือนว่าจะเป็นของยอดฝีมือในระดับชะตาสวรรค์ขั้นที่เก้า
         

     เมื่อเดินทางไปถึงชั้นบนสุดของ แดนมรณะเก้าชั้น พบว่าจ้าวนครใต้พิภพนั้นนั่งบ่มเพาะพลังอยู่ที่นี่
         

    “ท่านพ่อบุญธรรม เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดบนโลกใบเล็กจึงมีผู้ที่สามารถสังหารท่านได้” เซี่ยวหยู่ถามออกไป

         

      “ข้าก็ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร แม้ข้าจะถูกสังหาร แต่ก็ทำให้คนผู้นั้นได้รับบาดเจ็บไม่น้อย เจ้าคนผู้นั้นมันจะต้องหลบไปรักษาแผลเป็นแน่!” จ้าวนครใต้พิภพพูดด้วยน้ำเสียงอันเจ็บแค้น.....จบตอน

แต่งโดย นายมะพร้าว



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง