test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

14 ก.พ. 2560

Tales of Demons & Gods Next Legend บทที่ 444.114 จักรพรรดิปราชญ์



          เนี่ยลี่ได้ทะยานขึ้นมาตามเส้นทางสู่ตำหนักของจักรพรรดิปราชญ์ เป็นเส้นทางที่เขาเคยผ่านมาเมื่อชาติภพก่อนหน้านี้


          เบื้องหน้าของเขามีตำหนักสีดำทมิฬ และมีประตูใหญ่ที่ปิดอยู่ จักรพรรดินั่งบ่มเพาะพลังอยู่ด้านหลังกำแพงนี้เอง


          “คงหมิงเอ๋ย เจ้าคงจะสงสัยสินะ ว่าเหตุใดข้าจึงไม่ขัดขวางผู้กลับชาติมาเกิดในการผนึกร่างแยกของข้า” เสียงของจักรพรรดิปราชญ์ดังขึ้นมาพร้อมกับประตูตำหนักที่เปิดออก


          ร่างของอสูรที่มีรูปร่างไม่ต่างไปจากมนุษย์ที่สวมชุดเกราะอยู่ ผ้าคลุมสีแดงฉานราวกับเลือดที่โบกสะบัดอยู่ เป็นภาพที่เนี่ยลี่จดจำได้เป็นอย่างดี


          “ข้านั้นคือเนี่ยลี่ หาใช่คงหมิงไม่” เนี่ยลี่ตอบกลับไปด้วยความไม่พอใจ เขานั้นมิใช่ตัวแทนของผู้ใด แต่เป็นคนที่ขีดชะตาชีวิตด้วยมือของตนเอง


          “ข้าจะเรียกเช่นใดนั่นก็เป็นเรื่องของข้า” จักรพรรดิปราชญ์ตอบด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา


          “เจ้าก็แค่ไม่ต้องการให้ผู้ใดมาขัดขวางการต่อสู้ระหว่างเจ้ากับข้า และเจ้าเชื่อมั่นว่าม้จะใช้พลังในการควบคุมห้วงเวลาไม่ได้ เจ้าก็สามารถเอาชนะข้าได้” เนี่ยลี่ตอบกลับไป พร้อมกับถือกระบี่เทพอัสนีดาวตกไว้ในมือขวาของเขา


          “ก็นับว่าไม่ผิดนัก แต่ที่ข้าต้องการก็คือให้เจ้าได้เห็นจุดจบของ เจ้าหกคนนั่น” จักรพรรดิปราชญ์พูดพร้อมกับหัวเราะด้วยความสะใจ


          “ที่เจ้าต้องการจริง ๆ ก็คือเศษหน้าตำราจิตอสูรท่องเวลาที่อยู่ในตัวของข้า เพื่อให้ตัวเจ้าได้กลายเป็นเทพแห่งการเวลามิใช่หรือ จะพูดมากให้เสียเวลาทำไมเล่า” เนี่ยลี่ตะโกนออกไปด้วยความไม่พอใจ ที่ได้ยินจักรพรรดิปราชญ์พูดเช่นนั้น


          “หากข้าได้กลายเป็นเทพแห่งกาลเวลา ข้าหมุนห้วงเวลาย้อนกลับไปยังชาติภพที่คงหมิงนั้น ได้คิดค้นการผนึกวิญญาณอสูร และสังหารพวกมนุษย์ให้หมดสิ้นไปซะ” จักรพรรดิปราชญ์พูดถึงความปรารถนาของตนออกไปโดยไม่ปิดบัง


          “กระบี่เทพอสูร!” จักพรรดิปราชญ์เรียกกระบี่อสูรออกมา เป็นกระบี่สองเล่มเล่มหนึ่งคือกระบี่เทพที่ตีขึ้นมาจากโลหะสีขาวบริสุทธิ์ ส่วนอีกเล่มเป็นกระบี่อสูรที่ตีขึ้นมาจากโลหะสีดำทมิฬ


          “กระบี่หมื่นวิญญาณ!” เนี่ยลี่เรียกกระบี่หมื่นวิญญาณออกมาจากภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำมาไว้ในมือซ้ายทันที


          “เตรียมรับมือ” จักรพรรดิปราชญ์เอื้อมมือไปหยิบกระบี่อสูรมาไว้ในมือขวา และควบคุมกระบี่เทพโดยใช้ลมปราณ เพราะจักรพรรดิปราชญ์ไม่อาจถือกระบี่เทพได้ด้วยมือของเขา


          โดยที่ทั้งสองไม่ทันได้สังเหตุ กระดูกมนตราที่หลอมรวมเข้ากับก้อนศิลาสีดำได้ลอยไปแอบไปเกาะติดที่ด้านหลังของจักรพรรดิปราชญ์แล้ว


          เนี่ยลี่ปล่อยกระบี่หมื่นวิญญาณในมือซ้ายไปรับมือกับกระบี่เทพทันที คลื่นลมปราณจากกระบี่สองเล่มเข้าปะทะกันจนเกิดพายุอันรุนแรงขึ้น 


          ลมพายุอันรุนแรงนี้ พัดพาให้ตำหนักของจักรพรรดิปราชญ์หายไปในทันที เมฆที่อยู่ใต้เท้าของพวกเขาก็เช่นกัน ถูกพายุพัดพาไปจนหมดสิ้น ทำให้เหล่าสหายที่อยู่เบื้องล่างได้มองเห็นการต่อสู้ในครั้งนี้


          “กระบี่อสูรอัสนี!” จักรพรรดิปราชญ์รวบรวมพลังสายฟ้าไว้ที่กระบี่อสูร เพราะทราบดีว่ากระบี่ในมือของเนี่ยลี่คือกระบี่เทพอัสนีดาวตกที่มีพลังแห่งสายฟ้าเช่นกัน โดยรอบกระบี่อสูรปรากฏสายฟ้าห่อหุ้มเอาไว้ 


          เนี่ยลี่เองก็รวบรวมพลังสายฟ้าไว้ที่กระบี่เทพอัสนีดาวตกเช่นกัน


          “มาดูกันว่าสายฟ้าของข้ากับเจ้านั้น ใครจะแกร่งกว่ากัน!” จักรพรรดิปราชญ์พุ่งเข้ามาและใช้กระบี่อสูรฟันลงไปที่เนี่ยลี่ทันที เมื่อได้เห็นแล้วราวกับสายฟ้าขนาดใหญ่ที่กับลังฟาดลงมาเลยทีเดียว


          เปรี้ยง!


          เนี่ยลี่ฟันกระบี่เทพอัสนีดาวตกสวนกลับไปโดยที่ไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย ประกายสายฟ้าจากกระบี่ทั้งสองเล่มที่ปะทะกันกระจายออกไปด้านข้าง หมายความว่าพลังของทั้งสองฝ่ายนั้นทัดเทียมกัน


          แรงระเบิดนี้สั่นสะเทือนไปทั่วท้องฟ้า แม้แต่มนุษย์และอสูรที่อยู่เบื้องล่างก็สามารถสัมผัสได้ถึงการต่อสู้ในครั้งนี้ นี่ราวกับเป็นการต่อสู้ของเทพเจ้า ที่มนุษย์ทำได้เพียงแต่เฝ้ามองดูผลลัพธ์เท่านั้น


          กระบี่เทพและกระบี่หมื่นวิญญาณยังคงต่อสู้กัน และไม่มีช่องว่างมากพอที่จะมาช่วยเนี่ยลี่หรือจักรพรรดิปราชญ์ต่อสู้เลย


          จักรพรรดิปราชญ์และเนี่ยลี่ยังคงใช้กระบี่ปาดฟันกันอย่างต่อเนื่อง ด้วยกำลังที่เหนือกว่าทำให้จักรพรรดิปราชญ์เริ่มที่จะไล่ต้อนเนี่ยลี่ได้


          ทันใดนั้น เนี่ยลี่หยิบของสิ่งหนึ่งออกมาไว้ในมือซ้าย จากนั้นก็ปาออกไปยังจักพรรรดิปราชญ์ทันที

          ฟุ่บ!


          ร่างกายของจักรพรรดิปราชญ์ราวกับถูกดึงเข้าไปยังอีกโลกหนึ่ง ซึ่งไร้ทิศทาง ทำให้จักรพรรดิปราชญ์ทำได้เพียวหมุนคว้างไปมาเท่านั้น



          “ไข่มุขลวงตาในตำนาน คิดใช้ของเล่นเช่นนี้ขังข้าเอาไว้เช่นนั้นหรือ”จักรพรรดิปราชญ์พูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มเยาะ 


          จักพรรดิปราชญ์ระเบิดลมปราณทั้งหมดออกไป ห้วงมิติที่ไข่มุขลวงตาในตำนานสร้างขึ้น ก็ระเบิดออกในทันที หากใช้กับคู่ต่อสู้ที่มีระดับฝีมือที่ต่ำกว่าก็อาจจะได้ผล แต่ของสิ่งนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าจักรพรรดิปราชญ์ก็ไม่ต่างไปจากของเด็กเล่นเท่านั้น


          เมื่อออกมาได้จักรพรรดิปราชญ์ก็หันไปมองโดยรอบ พบว่าตนเองกำลังอยู่ในค่ายกลศิลาขนาดใหญ่ ที่เขาถูกขังเอาไว้เมื่อครู่นี้เป็นแค่การถ่วงเวลาเท่านั้น


          “ค่ายกลศิลาหมื่นปี นี่เจ้าไปได้ของสิ่งนี้มาจากที่ใดกัน?” จักรพรรดิปราชญ์ถามออกไปด้วยความไม่พอใจ ค่ายกลศิลาหมื่นปีนี้สามารถผนึกผู้ที่อยู่ด้านในได้นานนับหมื่นปีดั่งชื่อของมัน และการที่จะปิดผนึกค่ายกลนี้ได้ ผู้ใช้ค่ายกลต้องเข้ามาอยู่ด้านในด้วยเท่านั้น นั่นคือเหตุผลที่เนี่ยลี่ยังคงอยู่ต่อหน้าเขา


          “หากข้าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เจ้าก็จะถูกขังอยู่ในค่ายกลศิลานี้เพียงลำพังเป็นเวลาหมื่นปี ข้าเชื่อว่าระหว่างนั้นเหล่าสหายข้าต้องหาทางจัดการเจ้าได้เป็นแน่” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับยิ้มเยาะ แม้ว่าจะควบคุมห้วงเวลาได้ แต่ในค่ายกลศิลาแห่งนี้ เวลาคือสิ่งที่ไม่เคลื่อนไหว หากเร่งเวลาให้ผ่านไปรวดเร็วขึ้น ก็มีแต่จะทำให้อายุขัยสั้นลงไปเท่านั้น


          “นั่นมันอะไรกัน พวกเขาอยู่ในค่ายกลศิลานั่นหรือ?” ลู่เพียวตะโกนอยู่เบื้องล่าง


          “นั่นคือค่ายกลศิลาหมื่นปี เนี่ยลี่คิดที่จะใช้สิ่งนั้นผนึกจักพรรรดิปราชญ์เอาไว้หากเขาต้องพ่ายแพ้” เซี่ยวหยู่ตอบกลับไป นางช่วยเนี่ยลี่ในการตรวจสอบค่ายกลศิลานี้ ขณะที่อยู่ในภาพจิตกรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ นางจึงทราบในเรื่องนี้ดี


          “ข้าเชื่อว่าเนี่ยลี่จะต้องเป็นฝ่ายเอาชนะได้ นั่นเขาก็แค่เตรียมการไว้เพื่อไม่ประมาทเท่านั้น” เอียจื่ออวิ๋นพูดออกไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเนี่ยลี่


          “เจ้าคิดที่จะให้ข้ายอมจำนนด้วยวิธีนี้เช่นนั้นหรือ? ” จักรพรรดิปราชญ์พูดขึ้นมาด้วยความเจ็บแค้น เวลาหมื่นปีนั้นหาได้ยาวนานเท่าใดนักสำหรับจักพรรรดิปราชญ์ แต่ค่ายกลนี้จะเปลี่ยนแปลงรูปร่างของตนในทุกวัน จากศิลาหินธรรมดา กลายเป็นค่ายกลศิลาเพลิงอันร้อนแรง ค่ายกลศิลาวายุเหมันต์อันหนาวเหน็บ และค่ายกลในรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นคุกนรกที่จะมีการลงทัณฑ์ต่อเนื่องไปนานนับหมื่นปี เป็นค่ายกลที่เหล่าเทพสร้างขึ้นมาเพื่อกักขังเหล่าทวยเทพที่ทำผิด การที่จะทำลายออกไปด้วยกำลังนั้นย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้


          “ความแค้นของเจ้ากับคงหมิงนั้นยาวหลายชาติภพ คงหมิงเองก็ได้ชดใช้ในสิ่งที่เขาได้ก่อขึ้นแล้ว เหตุใดเจ้าจึงไม่เคยทิ้งความเคียดแค้นไปบ้าง” เนี่ยลี่ถามออกไป


          “เมื่อครั้งที่ข้าและเทพทั้งหกได้บรรลุถึงระดับขอบเขตแห่งพระเจ้า ข้าได้เข้ามาใกล้ชิดพวกเขาเพื่อสืบหาว่าผู้ใดเป็นผู้คิดค้นวิธีผนึกวิญญาณอสูรไว้ในร่างกายมนุษย์ แม้ว่าจะได้รู้ว่าคงหมิงคือคนผู้นั้น แต่ข้าก็ทำได้เพียงแค่สังหารเขาที่เกิดขึ้นมาในชาติภพต่อมาเท่านั้น จนกระทั่งที่ข้าได้พบกับชายที่สามารถทวนกระแสสายธารแห่งเวลากลับมาในคราวนั้น ทำให้ข้าคิดวิธีที่จะแก้ไขเรื่องราวทั้งหมดได้” จักรพรรรดิปราชญ์พูดออกไป


          “เผ่าพันธุ์อสูรต้องสูญสิ้นไปมากเท่าใด หลังจากที่คงหมิงคิดค้นวิธีการผนึกวิญญาณอสูรไว้ในร่างมนุษย์ได้ ความตายเพียงไม่กี่ชาติภพของคงหมิง คิดว่าจะชดใช้ให้ชีวิตของอสูรเหล่านั้นได้เช่นนั้นหรือ? ดังนั้นข้าจะไม่ยอมหยุดแต่เพียงเท่านี้” จักรพรรดิปราชญ์พูดต่อด้วยความโกรธเกรี้ยว


          “แม้คงหมิงจะไม่ได้คิดค้นการผนึกวิญญาณอสูรไว้ในร่างมนุษย์ขึ้นมา ข้าเชื่อว่าก็ย่อมมีผู้อื่นคิดค้นขึ้นมา เจ้าคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงชะตาได้เช่นนั้นหรือ?” เนี่ยลี่ตอบโต้กลับไป


          “ข้าจึงคิดที่จะย้อนเวลากลับไปฆ่าพวกมนุษย์ให้สิ้นซากไงเล่า” จักรพรรดิปราชญ์พูดด้วยสายตาที่อาฆาตแค้น เขาไม่คิดเลยว่าเนี่ยลี่จะเตรียมการสิ่งนี้เอาไว้เพื่อต่อสู้กับเขา


          “กระบี่หมื่นวิญญาณ!” ตอนที่นำค่ายกลศิลาหมื่นปีออกมาเนี่ยลี่ได้เก็บกระบี่หมื่นวิญญาณไว้ในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ และในตอนนี้เขาก็ได้นำกลับออกมาอีกครั้ง


          “กระบี่หมื่นวิญญาณนั้นสามารถเคลื่อนไหวด้วยจิตสำนึกของนเอง มันจะเป็นเพื่อนเล่นของเจ้าหากว่าข้านั้นตายลงไป” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่มุมปาก ในตอนนี้กระบี่เทพที่อยู่ด้านนอกคงร่วงลงกับพื้น เพราะไม่มีลมปราณของจักรพรรดิปราชญ์ควบคุม


          “หากข้าไม่ยอมจำนนเจ้าจะทำอันใดข้าได้ ข้าจะไม่สังหารเจ้าและจะคอยเฉือนเนื้อหนังของเจ้าทุกวัน เมื่อแผลเจ้าหายข้าก็จะทำซ้ำวนเวียนไปเรื่อย ๆ ข้าจะทำให้เจ้าทรมานเสียยิ่งกว่าความตาย” จักพรรดิปราชญ์ถือกระบี่อสูรพุ่งเข้าโจมตีเนี่ยลี่ทันที 


เนื่องจากการเปิดใช้ค่ายกลศิลาหมื่นปี และใช้ไข่มุขลวงตาในตำนานนั้นต้องใช้พลังไม่น้อย ทำให้เนี่ยลี่ไม่สามารถใช้กระบี่เทพอัสนีดาวตกไปพร้อม ๆ กันได้ ในตอนนี้มีเพียงกระบี่หมื่นวิญญาณเท่านั้นที่คอยปกป้องเขาเอาไว้


การโจมตีของจักรพรรดิปราชญ์เป็นไปอย่างบ้าคลั่ง ลมปราณที่พุ่งออกมาจากกระบี่อสูรของเขานั้น สะท้อนกับกำแพงของค่ายกลศิลาหมื่นปีไปทั่ว โดยที่ไม่สนใจว่าตัวเขาจะได้รับบาดเจ็บด้วยพลังของตนเองเลย เนี่ยลี่เองก็ได้แต่หลบหลีกอยู่หลังกระบี่หมื่นวิญญาณเท่านั้น


“พอได้จักรพรรดิปราชญ์ ความโกรธแค้นของเจ้าไม่ทำให้สิ่งใดดีขึ้น มีแต่สร้างบาดแผลให้แก่ตัวเจ้าและข้าเท่านั้น” เนี่ยลี่ตะโกนออกไป


แต่จักพรรรดิปราชญ์หาได้สนใจคำพูดของเนี่ยลี่ไม่ เขายังคงโจมตีอย่างบ้าคลั่ง ค่ายกลศิลาหมื่นปีนั้นถูกพลังของจักรพรรดิปราชญ์โจมตีจนสั่นสะเทือนไปทั่ว


ที่เบื้องล่างเซี่ยวหยู่ได้เห็นภาพนิมิตบางอย่างขึ้นมา จึงรีบบอกกับทุกคนทันที


“พวกเราต้องออกจากที่นี่เดี๋ยวนี้ และพาทุกคนกลับไปยังโลกเบื้องล่างให้เร็วที่สุด” เซี่ยวหยู่พูดด้วยความร้อนใจ


“ทำไมกัน การต่อสู้ของเนี่ยลี่ยังไม่จบมิใช่หรือ?” หลี่ชิงอวิ๋นถามด้วยความสงสัย


“ข้าไม่มีเวลาที่จะอธิบาย เวลาเรามีไม่มากแล้ว” เซี่ยวหยู่รีบพูดตัดบททันที


“พวกเราต้องเชื่อคำพูดของเซี่ยวหยู่ ไปกันเถอะ เนี่ยลี่จะต้องเป็นฝ่ายชนะ ข้าเชื่อเช่นนั้น” หนิงเอ๋อพูดขึ้นมาพร้อมกับรีบมุ่งหน้าไปยังทางออกทันที


เมื่อออกมานอกประตู ทุกคนก็รู้สึกประหลาดใจยิ่งนักที่เห็นพวกเขากลับมา


“เนี่ยลี่และคนอื่น ๆ อยู่ที่ใดกัน ทำไมเหลือเพียงพวกเจ้าเท่านั้น” หมิงเยี่ยวู่ซวงเอ่ยถาม


“เนี่ยลี่กำลังต่อสู้อยู่กับจักรพรรดิปราชญ์ และผู้กลับชาติมาเกิดทั้งหกได้สละชีพไปแล้ว เซี่ยวหยู่รับรู้ถึงอะไรบางอย่างจึงบอกให้พวกเรารีบลงไปยังโลกเบื้องล่าง” เอียจื่ออวิ๋นรีบอธิบาย


“หากปิดประตูนี้เนี่ยลี่ก็จะไม่สามารถกลับออกมาได้นะ?” ซูเซียงจิ้งพูดขึ้นมา ในตอนนี้พวกเขาทั้งสามช่วยกันเปิดประตูทิ้งเอาไว้ หากพวกเขาหยุดการกระทำ ประตูนี้ก็จะถูกปิดไปตลอดการ


“คูล คูล”


จินตานบินมาที่หน้าประตูแล้วส่งเสียงดัง


“จินตานบอกว่าเขาจะทำหน้าที่เปิดประตูนี้เอาไว้เอง” เซี่ยวหยู่พูดออกไป นางอยู่กับจินตานมานานและด้วยเทคนิคทำนายชะตาสวรรค์ทำให้นางสามารถเข้าใจคำพูดของจินตานได้


“พวกเราต้องลงไปเบื้องล่างเดี๋ยวนี้” เซี่ยวหยู่ตะโกนขึ้นมาด้วยเสียงที่ดังมาก ทำให้ทุกคนยอมเชื่อสิ่งที่นางพูด จินตานไปนั่งอยู่หน้าประตูและใช้พลังของมันเปิดประตูเอาไว้ มันจะรอจนกว่าเนี่ยลี่จะกลับมา


“จินตาน ฝากเนี่ยลี่ด้วยนะ” เอียจื่ออวิ๋นลูบหัวของจินตานอย่างอ่อนโยน นางรู้สึกขอบคุณจินตานยิ่งนัก


หลังจากที่ลงมายังโลกเบื้องล่างแล้ว เซี่ยวหยู่ก็รีบเก็บกระจกข้ามภพทันทีทำให้เส้นทางแห่งแสงนั้นหายไป


“ตอนนี้เจ้าบอกเหตุผลให้พวกเรารู้ได้หรือยัง” กู้เบ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง


“ศัตรูที่ร้ายกาจกว่าจักรพรรดิปราชญ์กำลังจะปรากฏ” เซี่ยวหยู่พูดขึ้นมาพร้อมกับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว............จบตอน

แต่งโดย นายมะพร้าว






         

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง