test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

19 ม.ค. 2560

Tales of Demons & Gods Next Legend บทที่ 444.86 กิเลนฟ้า



          ทันทีที่หมอกกิเลนเมฆาของต้าฉีหลิงระเหยไปหมด กิเลนเพลิงก็พุ่งกระแทกร่างของต้าฉีหลิงด้วยร่างที่มีเปลวไฟลุกไหม้ จนทำให้ต้าฉีหลิงล้มลง หลังจากนั้นนางก็ใช้เท้าเหยียบไปบนตัวของต้าฉีหลิง เพื่อที่เขาจะลุกยืนขึ้นไม่ได้

 

          “ข้านั้นยังเห็นแก่เจ้าที่เป็นผู้สืบทอดวรยุทธกิเลนสวรรค์ ข้าจึงไว้ชีวิตเจ้า แต่เจ้าจงปลดปล่อยจิตอสูรกิเลนเมฆา พี่สาวข้าซะ” กิเลนเพลิงพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด

 

          “หากไร้จิตอสูรกิเลน ข้าก็ไม่อาจบรรลุขั้นสูงสุดของวรยุทธกิเลนสวรรค์ได้ ข้าไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น” ต้าฉีหลิงที่นอนอยู่กับพื้นตอบกลับไป ในตอนนี้ร่างกายของเขาค่อย ๆ คลายการจากผสานร่าง เนื่องจากในตอนนี้เขาอยู่ในสภาพที่ไม่อาจต่อสู้ได้

 

          “การที่จะนำจิตอสูรกิเลนเมฆาออกจากร่างกายของเจ้านั้น ข้าแค่สังหารเจ้าก็สามารถทำได้แล้ว อย่าได้คิดยั่วยุข้า” กิเลนเพลิงพูดพร้อมกับรวบรวมเพลิงไว้ที่เท้า เพื่อสร้างความเจ็บปวดให้ต้าฉีหลิง

 

          ต้าฉีหลิงพยายามยกมือข้าหนึ่งแล้วจับขาของฮวาหั่วเอาไว้ และเริ่มทำการดูดพลังสวรรค์จากร่างของฮวาหั่วโดยตรง

 

          “กิเลนกลืนสวรรค์!” ต้าฉีหลิงพูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มเยาะ แม้จะอยู่ในสภาพเช่นนี้เขาก็ยังไม่ได้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้

 

          “โง่เง่า เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าเองก็สามารถใช้กิเลนกลืนสวรรค์ได้” กิเลนเพลิงคุกเข่าลงบนร่างของต้าฉีหลิง พร้อมกับยื่นมือไปจับที่คอของต้าฉีหลิงเอาไว้ และเริ่มทำการดูดพลังสวรรค์กลับคืนมา

 

          กิเลนเพลิงนั้นสามารถใช้กิเลนกลืนสวรรค์ได้เชี่ยวชาญกว่าต้าฉีหลิง ทำให้พลังสวรรค์ของต้าฉีหลิงลดลงไปอย่างรวดเร็ว

 

          “หยุดนะ อย่าดูดพลังสวรรค์ของข้าไป” ต้าฉีหลิง ที่ถูกจับคออยู่พยายามพูดออกไป พร้อมกับปล่อยมือที่จับขาของฮวาเอาไว้

 

          เมื่อได้ยินเช่นนั้นกิเลนเพลิงจึงปล่อยมือที่จับคอของเขาเอาไว้และพูดออกไปอีกครั้งว่า

 

          “หากข้าดูดกลืนพลังสวรรค์ทั้งหมดของเจ้ามา แม้จะมีดวงจิตกิเลนอยู่ในร่าง เจ้าก็ไม่ต่างจากผู้ไร้วรยุทธ จงเลือกเอาว่า เจ้านั้นต้องการโลดเล่นอยู่ในยุทธภพต่อ หรือว่าต้องการเป็นเพียงผู้ไร้วรยุทธ” คำพูดของกิเลนเพลิงนั้นร้อนแรงไม่ต่างไปจากเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอยู่ทั่วร่างของนาง

 

          “ข้าจะคลายการผสานกับดวงจิตกิเลนเมฆา” ต้าฉีหลิงพูดพร้อมกับหลับตา ดวงจิตกิเลนเมฆาค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากร่างของต้าฉีหลิง กิเพลิงมองเห็นดวงจิตของกิเลนเมฆาที่กำลังยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงความขอบคุณที่กิเลนเพลิงได้ปลดปล่อยนาง

 

          “จากนี้ไปท่านพี่จะได้ล่องลอยขึ้นไปเบื้องบน อยู่กับเมฆาที่ล่องบนท้องฟ้าที่ท่านพี่ชื่นชอบ” กิเลนเพลิงพูดออกไป

 

          จิตของกิเลนเมฆายิ้มพร้อมกับส่ายหน้า ดวงจิตของนางนั้นค่อย ๆ ผสานเข้ากับกิเลนเพลิง เปลวไฟที่ลุกโชนอยู่ของนาง ๆ ค่อย ๆ ดับมอดลงไป เกล็ดสีแดงเพลิงของนางส่วนหนึ่งแปรเปลี่ยนสายเป็นสีขาวอมฟ้า ตรงส่วนเท้าของนางมีก้อนเมฆก้อนเล็ก ๆ รองรับเอาไว้นั่นทำให้นางสามารถเหยียบย่างในอากาศได้ บัดนี้กิเลนเมฆากลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของนางแล้ว

 

          “ดูเหมือนว่าพี่สาวของเจ้าจะต้องการอยู่กับเจ้านะ” ฮวาหั่วพูดขึ้นมา เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า

 

          “ฮวาหั่ว ข้าขอบใจเจ้ายิ่งนัก” กิเลนเพลิงมีน้ำตาไหลออกมาจาก หลังจากนั้นนางก็กลับเข้าไปในห้วงขอบเขตวิญญาณของฮวาหั่วดังเดิม

 

          ฮวาหั่วก้าวเท้าลงมาจากร่างของต้าฉีหลิง และพูดออกไปว่า

 

          “เมื่อกิเลนเพลิงไว้ชีวิตเจ้า ข้าก็จะปล่อยเจ้าไป และจงจำเอาไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ครอบครองดวงจิตอสูรสายเลือดกิเลนอีก หากข้ารู้ ข้าจะจัดการกับคนผู้นั้นซะ”

 

          ต้าฉีหลิงไม่ได้ตอบกลับไปแต่อย่างใด เขาพยายามลุกขึ้น แต่ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บมากเกินไป เขามองไปยังคนของตระกูลฉีหลิง แต่ก็ไม่มีผู้ใดที่เข้ามาช่วยพยุงเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะทุกคนรับรู้เรื่องที่เขานั้นทรยศต่อเมืองมนุษย์แล้ว

 

          ถงฉีหลิงที่พ่ายแพ้ต่อเสี่ยวฉีหลิงในการประลองชิงอันดับผู้สืบทอด เดิมออกมาที่หน้าเมืองและเห็นบิดาที่ได้รับบาดเจ็บ เขารีบวิ่งไปประคองบิดาทันที แต่เนื่องจากเขาเองก็ได้รับบาดเจ็บจากการประลองอยู่ พวกเขาจึงล้มลงและนั่งประคองกันอยู่เท่านั้น สายตาของทั้งสองมองไปที่คนของตระกูลฉีหลิง แต่ก็ไม่มีใครที่หันมาสบตากับพวกเขาไม่

 

          “กิเลนฟ้า คลายม่านพลังกิเลนคลุมสวรรค์ซะ ข้าจะปกป้องพวกเขาเอง” ฮวาหั่วตะโกนออกไป ในตอนนี้นางไม่ต้องแบ่งพลังเพื่อใช้ในการต่อสู้ นางจึงสามารถใช้พลังทั้งหมดในการสร้างม่านพลังด้วยกิเลนคลุมสวรรค์เพียงลำพังได้

 

          กิเลนฟ้า ที่ต้องเผชิญหน้ากับกิเลนนรกสามร่างพร้อมกันนั้น ทำให้เขาต้องใช้พลังไม่น้อยในการต่อสู้ การคลายท่านพลังที่คุ้มครองพวกสายเลือดผสมนั้น ก็คำให้เขาได้พลังกลับมาไม่น้อย

 

          กิเลนนรกยังคงพุ่งเข้ามาโจมตีจากสามทิศทาง แม้ว่ากิเลนฟ้าจะสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่า แต่ก็ไม่อาจรับมือ กิเลนนรกทั้งสามได้

 

          “กิเลนฟ้า เจ้าอย่าลืมว่าเราสองคนรวมเป็นหนึ่ง ให้ข้าออกไปรับมือพวกมันก่อน” ตู่ซื่อพูดขึ้นมา เมื่อเห็นว่ากิเลนฟ้าไม่อาจที่จะรับมือกิเลนนรกได้

 

          เมื่อได้ยินเช่นนั้นกิเลนฟ้าจึงให้ตู่ซื่อควบคุมร่างดังเดิม ท่าทางการต่อสู้ของกิเลนฟ้านั้น ไม่เหมาะที่จะใช้มีดวงพระจันทร์ในการต่อสู้ ดังนั้นเขาจึงต่อสู้ด้วยการใช้กรงเล็บเท่านั้น เมื่อตู่ซื่อเป็นฝ่ายควบคุมร่าง เขาจึงนับมีดวงพระจันทร์ออกมาอีกครั้ง

 

          “หนีกลับเข้าไปในร่างของมนุษย์ ขี้ขลาดไม่ต่างจากปู่ของเจ้าเลยนะ” กิเลนนรกทั้งสามพูดจาดูถูกกิเลนฟ้า

 

          “สหายข้านั้น แค่เข้าไปฟื้นพลังเท่านั้น ระหว่างนี้ข้าจะเล่นสนุกกับเจ้าไปก่อน” ตู่ซื่อตอบกลับไป พร้อมกับตั้งท่าเตรียมต่อสู้ทันที

 

          กิเลนนรกสองตัวบุกมาจากท้ายและขวาพร้อมกัน ตู่ซื่อใช้มีดวงพระจันทร์ในการปัดป้องและโจมตี ทำให้กิเลนนรกทั้งสองไม่อาจทำให้ตู่ซื่อบาดเจ็บได้แม้แต่น้อย

 

          “ไม่เลวรับมือข้าสองร่างพร้อมกันได้ นับว่ามีฝีมือทัดเทียมกับกิเลนฟ้า แต่ถ้าข้าโจมตีพร้อมกันสามร่างเจ้านั้นก็จะมีสภาพไม่ต่างจากก่อนหน้านี้” กิเลนนรกร่างที่สามพุ่งเข้ามาโจมตีร่วมกับอีกสองร่างทันที

 

          เมื่อเห็นเช่นนั้นตู่ซื่อจึงกระโดดขึ้นไปด้านบนทันที กิเลนนรกทั้งสามกระโจนขึ้นไปพร้อมกันหมายที่จะปลิดชีพตู่ซื่อในคราวเดียว ในตอนนี้ตู่ซื่อที่ลอยอยู่กลางอากาศไม่อาจที่จะหลบได้เลย

 

          “เกราะเทพจันทรา ชมแสงจันทร์!” ตู่ซื่อใช้ลมปราณทำให้เกราะเทพจันทราส่องแสงประกายออกมา ทำให้กิเลนนรกที่กระโดดตามมา ตราพร่ามัวจนมองไม่เห็นไปชั่วขณะ จากนั้นตู่ซื่อก็นับมีดวงพระจันทร์ทั้งสองประกบเข้าด้วยกันและปาออกไปที่กิเลนนรกร่างหนึ่ง ซึ่งทำให้ร่างของกิเลนนรกนั้นถูกตัดขาดออกเป็นสองส่วนทันที และเมื่อวกกลับมาก็ตัดร่างของกิเลนนรกอีกร่างขาดไป ในตอนนี้กิเลนนรกเหลือเพียงร่างเดียวเท่านั้น

 

          หลังจากที่ตาของกิเลนนรกมองเห็นได้ตามปกติ เขาก็มองไปที่ร่างของกิเลนนรกทั้งสองที่ถูกสังหารไป กิเลนนรกพูดขึ้นมาด้วยความเจ็บแค้นว่า

 

          “ใช้กลอุบายในการต่อสู้ พวกมนุษย์เช่นเจ้า ไร้ยางอายยิ่งนัก”

 

          “หากเจ้าพูดเช่นนั้น การแยกร่างเป็นสามร่าง เป็นการต่อสู้อย่างตรงไปตรงมาเช่นนั้นหรือ” ตู่ซื่อพูดโต้ตอบกลับไป ทำให้กิเลนนรกถึงกับสะอึก ไม่พูดสิ่งใดมาโต้แย้ง

 

          “กิเลนฟ้า จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของเจ้าแล้ว” ตู่ซื่อพูดพร้อมกับปล่อยให้กิเลนฟ้าควบคุมร่างของเขาอีกครั้ง

 

          “กิเลนนรก เจ้าจะต้องชดใช้ในสิ่งที่ก่อไว้กับเผ่าพันธุ์กิเลนของเรา” กิเลนฟ้าพูดออกไป พร้อมกับปลดปล่อยลมปราณสายฟ้าออกมา เนื่องจากไม่ต้องใช้กิเลนคลุมสวรรค์สร้างม่านพลังแล้ว ทำให้ตู่ซื่อและกิเลนฟ้าปลดปล่อยพลังในระดับขอบเขตแห่งพระเจ้าออกมาได้

 

          “เจ้าเด็กน้อย ข้านั้นยังไม่ได้พ่ายแพ้ วรยุทธกิเลนนรกของข้าไม่ได้มีเพียงเท่านี้” กิเลนนรกพูดขึ้นมาพร้อมกับเผยรอยยิ้มชั่วร้ายที่มุมปาก

 

          ทางด้าน เสี่ยวฉีหลิงและเสี่ยวหนีเสิ่นที่ต่อสู้กับจินฉีหลิงและหยินฉีหลิงอยู่นั้น การต่อสู้ยังคงเป็นไปอย่างทัดเทียดกัน และยังไม่มีผู้ใดพลาดท่า เนื่องจากพลังของทั้งสี่คนนั้นไม่ต่างกันเท่าใดนัก

 

          “ผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งและผู้สืบทอดลำดับที่สอง มีฝีมือเพียงเท่านี้เองหรือ” เสี่ยวฉีหลิงยังคงพยายามยั่วโมโหอีกฝ่าย เพื่อให้จินฉีหลิงและหยินฉีหลิงนั้นบุกเข้ามาโจมตี

 

วรยุทธกิเลนสวรรค์นั้นหากเป็นฝ่ายตั้งรับ จะสามารถใช้ได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการบุกจู่โจม

 

“คิดจะยั่วยุข้ากับน้องรอง เรื่องนั้นไม่มีทางที่จะสำเร็จ” จินฉีหลิงตะโกนกลับไป พร้อมกับตั้งท่าเตรียมพร้อมในการตั้งรับ

 

ทันใดนั้นเอง กิเลนนรกก็พุ่งไปยังต้าฉีหลิงที่นั่งพักอยู่ หลังจากพ่ายแพ้แก่ฮวาหั่วและกิเลนเพลิงอยู่กับถงฉีหลิง

 

“ต้าฉีหลิง จงมอบร่างกายของเจ้าให้ข้าซะ!” กิเลนนรกใช้เลือดของตนเขียนลวดลายอาคมที่หน้าผากของต้าฉิหลิง อย่างรวดเร็วและแทรกร่างเข้าไปในทันที

 

ต้าฉีหลิงที่กำลังบาดเจ็บอยู่นั้นไม่อาจที่จะขัดขืนกิเลนนรกได้แม้แต่น้อย กิเลนนรกค่อย ๆ ควบคุมร่างกายของต้าฉีหลิงทันที ในตอนนี้ร่างกายของต้าฉีหลิงนั้นมีเกล็ดสีดำปกคลุมทั่วร่างกาย และมีเขากิเลนสีดำขนาดใหญ่งอกมาที่หน้าผาก และหางของกิเลนนรกก็งอกออกมาทางด้านหลังของต้าฉีหลิง

 

การผสานร่างกับต้าฉิหลิง จะทำให้กิเลนนรกดึงพลังของต้าฉิหลิงมาใช้ได้ เช่นเดียวกับที่กิเลนฟ้าสามารถใช้พลังในระดับขอบเขตแห่งพระเจ้าของตู่ซื่อได้

 

“เจ้ากิเลนบ้า เจ้าทำอะไรบิดาข้า” ถงฉีหลิงตะโกนต่อว่ากิเลนนรก พร้อมกับต่อยหมัดออก

 

“ร่างนี้ยังได้รับบาดเจ็บไม่น้อย ดูเหมือนว่าพลังก็ยังฟื้นคืนมาไม่เต็มที่ ถงฉีหลิงจงมาเป็นอาหารของข้า เพื่อฟื้นพลังให้ร่างกายบิดาเจ้าซะ!” กิเลนนรกที่ควบคุมร่างของต้าฉีหลิง กัดเข้าที่คอของถงฉีหลิงทันที จากนั้นก็ดูดกลืนร่างของถงฉีหลิงเข้าไปจนเหลือเพียงแค่เสื้อผ้าเท่านั้น

 

“ท่านพ่อ! น้องเล็ก!” จินฉีหลิงและหยินฉีหลิง เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าพวกเขาละทิ้งการต่อสู้และพุ่งเข้าโจมตีกิเลนนรกทันที

 

“ใจกล้าไม่เลว ข้าจะดูดกลืนพวกเจ้าพี่น้องให้หมด เพื่อให้พวกเจ้าได้ไปเจอกันที่นรก ฮ่าฮ่าฮ่า กิเลนนรกกลืนกิน!” กิเลนนรกใช้มือทั้งสองข้างจับไปที่คอของจินฉีหลิงและหยินฉีหลิง ที่พุ่งเข้ามาจู่โจมและดูดกลืนร่างและพลังสวรรค์ของพวกเขาจนหมด ด้วยการดูดกลืนพลังจากทั้งสามคน ทำให้กิเลนนรกในร่างของต้าฉีหลิงนั้นค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

“กิเลนนรก เจ้านี่มัน!” กิเลนฟ้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่ากิเลนนรกจะทำเช่นนี้

 

“การต่อสู้ระหว่างเจ้ากับข้ายังไม่รู้ผล มาสู้กันต่อได้แล้ว” กิเลนนรกพูดพร้อมกับปลดปล่อยลมปราณระดับขอบเขตแห่งพระเจ้าออกมา ปรากฏคลื่นลมปราณสีดำที่ดูราวกับเมฆทมิฬ และค่อย ๆ ขยายออกไปโดยรอบ

 

“ตู่ซื่อ กิเลนฟ้า!” ฮวาหั่วตะโกนออกไปด้วยความกังวลใจ นางนั้นใช้พลังทั้งหมดไปกับการสร้างม่านพลังเอาไว้ หากนางปลดม่านพลังออกไป กิเลนนรกจะต้องหันมาเล่นงานพวกเขาเป็นแน่

 

“ฮวาหั่ว เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจัดการเรื่องนี้ได้ และข้าสัญญาว่าจะไม่ทำให้ตู่ซื่อต้องบาดเจ็บไปด้วย” กิเลนฟ้าตะโกนกลับไป

 

“ท่านอาจารย์” เสี่ยวฉีหลิงและเสี่ยวหนีเสิ่น ทะยานมาอยู่ข้าง ๆ ตู่ซื่อเพื่อช่วยต่อสู้

 

“พวกเจ้าจงไปสั่งให้คนพวกนั้นเข้าไปในเมือง ถ้าไม่เช่นนั้นจะต้องถูกพลังของมันจนตายเป็นแน่” กิเลนฟ้าหันไปบอกกับทั้งสอง แม้ว่าเขาจะไม่ได้ถ่ายทอดวรยุทธให้แก่ทั้งสองคนด้วยตนเอง แต่เขาก็มองเห็นทั้งสองเป็นศิษย์ของตนเอง

 

“พวกเข้าเข้าใจแล้ว” แม้ว่าจะไม่เต็มใจเท่าใดนักแต่ทั้งสองก็เชื่อในคำพูดของอาจารย์ ทั้งสองจึงตอบรับและทะยานไปหาฮวาหั่วทันที

 

“ดูเหมือนว่า พลังเพียงเท่านี้จะยังไม่พอ แต่โชคดีที่กลิ่นอายลมปราณของกิเลนเมฆายังคงหลงเหลืออยู่ในร่างนี้ ทำให้ข้าใช้วรยุทธนี้ได้ เมฆานรกกลืนกิน!” กิเลนนรก ใช้ลมปราณสร้างเมฆหมอกสีดำออกมาปกคลุมไปทั่วบริเวร อสูรทุกตนที่สัมผัสจะถูกเมฆหมอกเหล่านี้กลืนกินจนเหลือเพียงกลุ่มก้อนพลังสวรรค์เท่านั้น

 

“กิเลนคลุมสวรรค์!” ” เสี่ยวฉีหลิงและเสี่ยวหนีเสิ่นรีบใช้กิเลนคลุมสวรรค์สร้างม่านป้องกันให้แก่พวกมนุษย์ทันที

 

“จงหลบเข้าไปในเมือง ถ้าไม่อยากตายเช่นเดียวกับอสูรพวกนั้น” เสี่ยวฉีหลิงหันไปบอกกับพวกมนุษย์ที่อยู่หน้าเมือง

 

ทันทีที่ได้ยิน พวกมนุษย์ต่างวิ่งกรูกันเข้าไปหลบในเมืองทันที ไม่มีใครกล้าที่จะดูการต่อสู้ในครั้งนี้อีกต่อไป

 

หลังจากที่เมฆหมอกได้ดูดกลืนอสูรที่อยู่หน้าเมืองทั้งหมด เมฆหมอกเหล่านั้นก็มารวมตัวกันรอบกายของกิเลนนรก หลังจากนั้นกิเลนนรกก็ดูดกลืนเมฆหมอกทั้งหมดเข้าไปในร่างกาย ด้วยการกลืนกินพลังสวรรค์จากอสูรทั้งเมืองทำให้กิเลนนรกนั้น สามารถบรรลุระดับขอบเขตแห่งพระเจ้าได้แล้ว

 

“ในที่สุด ข้าก็มีพลังทัดเทียมกับบริวารแห่งเทพแล้ว” กิเลนนรกหัวเราะด้วยความยินดี แม้จะต้องเสียชาวเมืองอสูรทั้งหมดไป แต่เมื่อเทียบกับพลังระดับขอบเขตแห่งพระเจ้านับว่าคุ้มค่ายิ่งนัก

 

“กิเลนฟ้า เจ้ามีหนทางที่จะเอาชนะได้หรือไม่?” ตู่ซื่อถามด้วยความกังวล

 

“เจ้าจงมองการต่อสู้ของข้าให้ดี นี่คือกระบวนท่าสุดท้ายของวรยุทธกิเลนสวรรค์!” กิเลนฟ้าพูดขึ้นมา พร้อมกับปลดปล่อยลมปราณสายฟ้าออกมาปะทะกับลมปราณสีดำของกิเลนนรก

 

การปะทะกันของลมปราณทั้งสอง ทำให้อากาศโดยรอบปั่นป่วน เมฆหมอกสีดำปะทะเข้ากับแสงสว่างจากสายฟ้า ทำให้ท้องฟ้าถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างเห็นได้ชัด

 

“กิเลนคืนสวรรค์!” กิเลนฟ้าตะโกนออกมาพร้อมกับพุ่งออกมาจากร่างของตู่ซื่อทันที ร่างกายของกิเลนฟ้าที่พุ่งออกมา นั้นห่อหุ้มไปด้วยประกายแสงสีขาวจากสายฟ้าทั่วทั้งร่าง...............จบตอน

 


แต่งโดย นายมะพร้าว



 


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง