test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

14 ธ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods Next Legend บทที่ 444.50 อาณาจักรทั้งเก้า


         

      เมื่อหลี่ชิงอวิ๋นได้ขึ้นเป็นประมุขของนิกายพิทักษ์สวรรค์ เนี่ยลี่จึงตัดสินใจที่จะพักอยู่ในอาณาจักรนี้ชั่วคราว เพื่อที่จะไปสำรวจตำหนักอสูรฟ้า จนกว่าเทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยง จะตีอาวุธให้กับหลี่ชิงอวิ๋นและหลงยู่อินเสร็จ
         

      เนื่อลี่ได้มอบยาทิพย์ให้แก่หลี่ชิงอวิ๋นไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อบ่มเพาะพลังของนและ เพิ่มระดับความสามารถให้แก่คนที่ไว้ใจได้ในนิกายพิทักษ์สวรรค์ และแน่นอนว่าจะต้องมอบให้กั้วหวางเทียนตามที่ได้รับปากเอาไว้
         

    แม้ว่ากั้วหวางเทียนจะดูเป็นคนใจร้อนและแข็งกร้าว แต่จิตใจของเขานั้นก็ไม่ได้เลวร้ายนัก เขายอมรับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเขา หลังจากที่มอบตำแหน่งประมุขให้แก่หลี่ชิงอวิ๋นแล้ว กั้วหวางเทียนก็ได้คำนับหลี่ชิงอวิ๋นเป็นอาจารย์ทันที
         

     เนื่ยลี่และกู้เบ่ย ได้เข้าไปในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ เพื่อรับอาวุธของกู้เบ่ย เมื่อเข้าไปเทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยง โยนกระบี่เล่มหนึ่งที่อยู่ในฝักให้แก่กู้เบ่ย
         

    “นั่นคือกระบี่ธาราสวรรค์ [天河:เทียนเหอ]” เทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยงลูบเคราพูดด้วยความพึงพอใจ
         
     กู้เบ่ยดึงกระบี่ออกมาจากฝัก ก็พบว่ากระบี่ส่องประกายสีคราม ทุกครั้งที่กวัดแกว่งราวกับมีละอองน้ำกระเด็นออกมาจากกระบี่ แสงด้านหลังที่สะท้อนกับหยดน้ำทำให้เห็นรุ้งกินน้ำอันงดงาม
         

    “เจตจำนงแห่งกระบี่บรรพชน!” กู้เบ่ยใช้ลมปราณเรียกเจตจำนงแห่งกระบี่บรรพชน ออกมาผสานเข้ากับกระบี่ธาราสวรรค์ จากนั้นกู้เบ่ยจึงลองกวัดแกว่งกระบี่อีกครั้ง
         

       ในตอนนี้ทุกครั้งที่กวัดแกว่งกระบี่ จะมีภาพเงาของเจตจำนงแห่งกระบี่บรรพชนเคลื่อนไหวตามการกวัดแกว่งของกระบี่ธาราสวรรค์ หากกู้เบ่ยฟันกระบี่หนึ่งครั้ง ภาพเงาที่เคลื่อนไหวตามซ้อนกันมาจะเท่ากับว่ากู้เบ่ยฟันกระบี่ออกไปร้อยครั้ง
         

      “ข้าจะเรียกกระบวนท่านี้ว่ากระบี่ร้อยวิญญาณบรรพชน ขอบคุณท่านผู้อาวุโสเถี่ยเจี้ยง” กู้เบ่ยประสานมือและก้มศีรษะด้วยความนอบน้อม เขาไม่คิดเลยว่าจะมีกระบี่ที่เหมาะสมกับเขาถึงเพียงนี้
         

      “อายุเพียงเท่านี้ แต่กลับเข้าถึงวิถีแห่งกระบี่ขั้นสูงสุดได้ ศึกในคราวนี้ดูเหมือนว่าจะมีความหวังไม่น้อย” เทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยงพูดพร้อมกับพยักหน้า
         
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น” เนี่ยลี่ยิ้มและพูดออกไป
         

   “เจ้านั้นคิดที่จะทำเช่นใดต่อไป กับเวลาที่เหลืออีกไม่ถึงสองปีนี้?” เทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยงมองเนี่ยลี่และถามออกไป
         

    “ข้าต้องการที่จะเสาะหาผู้กลับชาติมาเกิดอีกสองคนที่เหลือ และรวบรวมยอดฝีมือจากทั่วยุทธภพ เพื่อรับมือกับศึกที่ใกล้จะมาถึง” เนี่ยลี่ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
         

     “เจ้าคิดจะครอบครองอาณาจักรทั้งเก้า เพื่อเป็นกองกำลังให้แก่เจ้าสินะ”  เทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยง อ่านความคิดของเนี่ยลี่ออกได้ในทันที
         

     “ข้าจะให้สหายของข้าแต่ละคน ยึดครองอาณาจักรแต่ละแห่ง และเพิ่มระดับความแข็งแกร่งให้แต่ละอาณาจักร พร้อมกับเสาะหาผู้กลับชาติมาเกิดไปพร้อม ๆ กัน” เนี่ยลี่ตอบกลับไป
         

    “เจ้าคิดจะให้ข้านั้นเดินทางไปยังอาณาจักรใดกัน?” กู้เบ่ยถามออกไป เขานั้นก็เป็นชาวยุทธ การออกไปผจญภัยเป็นสิ่งที่เขาต้องการอยู่แล้ว
         

     “อาณาจักรทั้งเก้าแห่ง ประกอบไปด้วย อาณาจักรซากมังกร อาณาจักรกำแพงสวรรค์ อาณาจักรเทพวายุ อาณาจักรเทพอัสนีเหมันต์ อาณาจักรซากทมิฬ อาณาจักรหุบเขาสวรรค์ อาณาจักรธาราสวรรค์  อาณาจักรวิญญาณสาบสูญ และอาณาจักรบรรพชนแห่งเทพ” เนี่ยลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดออกมา
         

      “ถ้าเช่นนั้นอาณาจักรที่ข้าสามารถแสดงขีดความสามารถออกมาได้สูงสุดก็คงจะเป็น อาณาจักรธาราสวรรค์ที่อยู่ไม่ไกลจากอาณาจักรแห่งนี้” กู้เบ่ยพูดพร้อมกับพยักหน้า
         

      “การเดินทางไปยังอาณาจักรธาราสวรรค์ขอให้เป็นเรื่องหลังจากนี้ ข้ายังมีเรื่องที่ต้องเตรียมการอีกหลายเรื่อง ข้าคงต้องขอตัวลาท่านผู้อาวุโสเถี่ยเจี้ยงก่อน” เนี่ยลี่หันไปกล่าวลา เทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยง
         
       “จากนี้ไปข้าจะตีดาบให้แก่หลี่ชิงอวิ๋น ในอีกเก้าวันข้างหน้าเจ้าจงพาเขามาหาข้า” เทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยงพยักหน้าและพูดออกไป
         

      “ข้าเข้าใจแล้ว” เนี่ยลี่ประสานมือและก้มศีรษะเพื่อแสดงความขอบคุณ
         

      “ข้าเองก็คงต้องขอลาเช่นกัน ขอบคุณท่านผู้อาวุโสเถี่ยเจี้ยงยิ่งนัก” กู้เบ่ยเองก็ประสานมือและก้มศีรษะเช่นกัน
         

      หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ออกมาจากภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ และเรียกทุกคนมาคุยเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้
         

     เมื่อทุกคนได้ฟังที่เนี่ยลี่พูด ต่างก็รับรู้ว่า เรื่องนี้มีความสำคัญมากเพียงใด
         

      “เจ้าจะให้ข้ายึดครองอาณาจักรใดกัน” ลู่เพียวถามออกไป ด้วยความตื่นเต้น
         

     “เจ้ากับเซี่ยวซุ่ยจะต้องไปยึดครองอาณาจักรวิญญาณสาบสูญ ด้วยวรยุทธของเซี่ยวซุ่ยสามารถยึดครองอาณาจักรแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน” เนี่ยลี่ตอบกลับไป
         

       “เนี่ยลี่ เจ้าหมายความว่าจะให้เซี่ยวซุ่ยจะเป็นประมุขแห่งอาณาจักรวิญญาณสาบสูญ แล้วข้าเล่า เจ้าจะไม่ให้ข้าได้เป็นประมุขบ้างหรืออย่างไร?” ลู่เพียวพูดออกมาด้วยความน้อยใจ
         

      “ทำไมกัน เจ้าก็ได้ตำแหน่งเป็นสามีของประมุขเช่นข้า มันต่ำต้อยนักหรืออย่างไร?” เซี่ยวซุ่ยบิดหูลู่เพียวและพูดขึ้นมา ก่อนหน้านี้นางคิดว่าลู่เพียวนั้นเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นแล้ว แต่ดูเหมือนว่านางจะเข้าใจผิดไปเอง
         

     “ข้าก็แค่อยากเป็นประมุขบ้างก็แค่นั้น ฉายาข้าก็ไม่มีผู้ใดรู้จัก” ลู่เพียวยังคงบ่นออกมาอีก
         

    “ฉายานักรบสวรรค์ลู่เพียว เจ้าก็คิดขึ้นมาเองแล้ว จากนี้ไปยามที่บุกอาณาจักรวิญญาณสาบสูญ เจ้าก็จงใช้ชื่อนี้ของเจ้าประกาศออกไป” เนี่ยลี่หัวเราะและตอบกลับไป
         

    “เมียนักรบสยบลู่เพียว ฉายานี้ก็เหมาะสมกับเซี่ยวซุ่ยไม่น้อย” กู้เบ่ยพูดขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดัง เมื่อได้ยินเช่นนั้นเซี่ยวซุ่ยก็ถึงกับหน้าแดง
         
   
    “แล้วอาณาจักรอื่น ๆ เจ้าจะส่งผู้ใดไป” หลี่ชิงอวิ๋นพูดแทรกขึ้นมา เขาคิดว่าหากพูดเล่นมากไปกว่านี้ คงคยกันไม่จบเป็นแน่
         

     “อาณาจักรเทพวายุ ข้าจะให้จางหมิง เว่ยหนาน ซูเซียงจิ้ง เป็นผู้บุกไปยึดครอง” เนี่ยลี่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดออกไป หากสามคนนี้ร่วมมือกัน ก็ไม่ใช่เรื่องลำบากเท่าใดนัก
         

     “อาณาจักรเทพอัสนีเหมันต์ เจ้าคงคิดที่จะให้จื่ออวิ๋นและหนิงเอ๋อนำกองกำลังไปสินะ” ลู่เพียวพูดแทรกขึ้นมา เขาต้องการแสดงให้ทุกคนเห็นว่า เขาก็มีความคิดเช่นกัน
         

     “อาณาจักรซากทมิฬ ต้วนเจี้ยนมีความเหมาะสมมากที่สุด ในเก้าอาณาจักร อาณาจักรซากทมิฬเป็นอาณาจักรที่เผ่าอสูรปกครองพื้นที่ของอาณาจักรมากที่สุด ดินแดนที่มนุษย์ปกครองอยู่ในอาณาจักรซากทมิฬมีเพียงหนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องส่งต้วนเจี้ยนที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดไป” หลี่ชิงอวิ๋นเสนอความเห็นออกไป
         

      “สำหรับอาณาจักรหุบเขาสวรรค์ ตู่ซื่อและฮวาหั่ว คงจะสามารถยึดครองได้ไม่ยากนัก และอาณาจักรบรรพชนแห่งเทพข้าจะเดินทางไปเอง” เนี่ยลี่พูดสรุป
         

    หลังจากที่ได้ยินข้อสรุป จากเนี่ยลี่ทุกคนก็พยักหน้า กำลังของผู้ที่จะบุกไปอาณาจักรแต่ละแห่งนับว่ามีความเหมาะสมยิ่งนัก
         

     “สำหรับกองกำลังของชนเผ่าเมฆาสวรรค์ ข้าจะให้พวกเขาอยู่ที่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ หากมีผู้ใดต้องการกำลังสนับสนุนก็สามารถไปหากำลังคนได้ที่นั่นได้” เนี่ยลี่มองไปที่ทุกคนและพูดออกไป
         

     “เจ้าจะให้พวกข้าออกเดินทางเมื่อใดกัน?” ลู่เพียวถามออกไป ในเวลานี้เขาและเซี่ยวซุ่ยนับว่ามีความพร้อมมากที่สุด เนื่องจากได้รับอาวุธจากเทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยงมาแล้ว
        

      “ในวันพรุ่งนี้ข้าจะส่งเจ้า เซี่ยวซุ่ยและกู้เบ่ย รวมไปถึงกองกำลังของชนเผ่าเมฆาสวรรค์กลับไปยังนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ด้วยเส้นทางสวรรค์ ให้พวกเจ้าไปจัดเตรียมกองกำลังที่คิดว่าเพียงพอที่จะใช้ในการบุกยึดครองอาณาจักรต่าง ๆ และหลังจากนั้นเก้าวัน เมื่อพี่ชิงอวิ๋นได้รับอาวุธแล้ว ข้าจะกลับไป” เนี่ยลี่ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับไป
         

      “ข้าขอกลับไปนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ด้วย ข้าจะนำคนจากตระกูลผนึกมังกรมายังอาณาจักรแห่งนี้ เพื่อที่จะได้เป็นกำลังสนับสนุนแก่พี่ชิงอวิ๋น” หลงยู่อินที่นั่งเงียบอยู่ทานพูดขึ้นมา
         

      “ตกลง ถ้าเช่นนั้นขอให้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน พรุ่งนี้ข้าจะเปิดเส้นทางสวรรค์ให้แก่พวกเจ้า” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับลุกขึ้น
         

      หลังจากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ค่ำคืนในอาณาจักรแห่งนี้ดูแล้วงดงามยิ่งนัก เมื่อไร้ซึ่งนิกายอสูรฟ้า อาณาจักรแห่งนี้ย่อมกลายเป็นอาณาจักรที่ไร้ซึ่งภัยคุกคาม
         

      เช้าวันต่อมา ดวงอาทิตย์ทอแสงประกายอบอุ่น เนี่ยลี่ได้เปิดเส้นทางสวรรค์ให้ ลู่เพียว เซี่ยวซุ่ย กู้เบ่ย และ หลงยู่อิน เพื่อไปยังนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าจะเป็นพลังที่สะดวกยิ่งนัก แต่เนี่ยลี่ก็สามารถเปิดใช้ได้วันละสี่ครั้งเท่านั้น และหากใช้ครบสี่ครั้งในวันเดียว เนี่ยลี่ก็จะไม่เหลือพลังสำหรับทำสิ่งใดได้อีก
         

      หลังจากที่ได้ประกาออกไปเกี่ยวกับประมุขคนใหม่ หลี่ชิงอวิ๋นได้สั่งการให้ปิดประตูเมืองทั้งหมดเป็นการชั่วคราว และเริ่มมองหาผู้ที่ไว้ใจได้ ขึ้นมาเป็นหัวหน้ากองกำลังและเริ่มมอบยาทิพย์ให้แก่ คนในระดับหัวหน้ากองกำลังก่อน
         

      และได้มอบหมายให้ร้านเสิ่นหวู่ซี่ [神武器:เทพศาสตราวุธ] ของฮัวเตี่ย ผู้เป็นหลานของเทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยง ตีอาวุธและชุดเกราะให้แก่ระดับหัวหน้ากองกำลัง แม้ว่านางจะฝีมือด้อยกว่าเทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยง แต่ด้วยพรสวรรค์ของนางนับว่าเหนือกว่าช่างตีอาวุธคนอื่น ๆ ในอาณาจักรแห่งนี้ ยิ่งได้ตีอาวุธและชุดเกราะมากขึ้นเท่าใด นางก็ยิ่งฝีมือดีขึ้นมาเท่านั้น อาวุธระดับพระเจ้าที่นางตีนั้น ตอนนี้อยู่ในระดับปานกลางแล้ว [เทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยงตีอาวุธระดับพระเจ้าทุกชิ้นอยู่ในระดับ ชั้นเยี่ยม]
         

       หลังจากนั้นเนี่ยลี่ก็ได้เดินทางไปสำรวจตำหนักอสูรฟ้าอีกครั้ง และได้พบกับห้องที่อยู่ด้านบนสุดของตำหนัก เป็นห้องโถงเล็ก ๆ ที่ด้านบนดูราวกับเชื่อมต่อขึ้นไปบนสวรรค์ได้ ทันทีที่เนี่ยลี่ก้าวเข้าไป เนี่ยลี่ก็รู้สึกราวกับว่า ได้เดินเข้ามาในช่องว่างของห้วงมิติแห่งหนึ่ง
         

      “ที่แห่งนี้มัน! ผสานดวงจิตแห่งเทพ เทพธิดาเสิ่นช่วง” เนี่ยลี่พูดขึ้นมาด้วยความตกใจ และรีบผสานเข้ากับดวงจิตของเทพธิดาเสิ่นช่วงทันที
         

      “นี่เจ้าสามารถค้นหาดินแดนแห่งสวรรค์ ได้แล้วเช่นนั้นหรือ?” เทพธิดาเสิ่นช่วงพูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
         

      “ท่านกำลังบอกว่า นี่คือทางเข้าของดินแดนแห่งสวรรค์!” เนี่ยลี่ถามกลับไป
         

     “นี่เป็นเพียงกระจกข้ามภพ ที่ใช้สื่อสารระหว่างโลกนี้กับดินแดนแห่งสวรรค์เท่านั้น หากจะข้ามผ่านไปยังดินแดนแห่งสวรรค์ เจ้าต้องรวบรวมกระจกข้ามภพที่กระจายอยู่ทั่วทั้งอาณาจักรทั้งเก้า” เทพธิดาเสิ่นช่วงมองดูโดยรอบและตรวจสอบจารึกที่เขียนอยู่ด้วยอักษรภาษาสวรรค์
         

     “ถ้าเช่นนั้นกระจกข้ามภพเหล่านี้คงจะอยู่ในนิกายอสูรของอาณาจักรต่าง ๆ เป็นแน่!” เนี่ยลี่ครุ่นคิด เขารู้ดีว่านิกายอสูรทั้งหมดล้วนแต่อยู่ใต้อาณัติของบริวารแห่งเทพ พวกมันต้องใช้กระจกข้ามภพในการสั่งการอย่างแน่นอน
         

      “เนี่ยลี่จงออกจากห้องนี้ไปก่อน เร็วเข้า!เทพธิดาเสิ่นช่วงตะโกนบอกในหัวของเนี่ยลี่ เมื่อได้ยินเช่นนั้นเนี่ยลี่จึงรีบออกไปจากห้องโถงนี้ทันที
         

       “นี่มันอะไรกัน? เหตุใดศิษย์ทั้งสามของข้าจึงไม่มารายงานแก่ข้าเช่นทุกวัน หรือว่าเกิดสิ่งใดขึ้นบนโลกเป็นแน่!” มีเสียงก้องกังวาลมาจากด้านบนและเงียบหายไป เนื่องจากเนี่ยลี่ออกจากห้องโถงนี้ไปแล้วบริวารแห่งเทพจึงมองไม่เห็นเขา แต่เสียงของบริวารแห่งเทพดังกึกก้อง แม้ว่าจะออกมาจากห้องโถงแล้ว เนี่ยลี่ก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน
         

     “เสียงนี่มันบริวารแห่งเทพ” เนี่ยลี่พูดด้วยความตกใจ แม้จะได้ยินแค่เสียง แต่กลิ่นอายลมปราณที่แผ่ออกมาก็ทำให้เนี่ยลี่ถึงกับขนลุกเลยทีเดียว
         

     “บริวารแห่งเทพ ไม่อาจที่จะลงมาที่โลกนี้ได้ ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากจักรพรรดิปราชญ์ ตราบเท่าที่ไม่มีผู้ใดบรรลุเทคนิคทำนายชะตาสวรรค์ จักรพรรดิปราชญ์ก็จะไม่อนุญาตให้บริวารแห่งเทพลงมาจากดินแดนแห่งสวรรค์โดยเดดขาด” เทพธิดาเสิ่นช่วงพูดขึ้นมา
         

      “หากข้าขโมยกระจกข้ามภพไป พวกบริวารแห่งเทพจะสามารถรับรู้ได้หรือไม่?” เนี่ยลี่ถามด้วยความกังวล
         

       “หากมองจากกระจกข้ามภพที่อยู่บนดินแดนแห่งสวรรค์ จะสามารถมองเห็นทางเบื้องล่างได้แม้ว่าเจ้าจะนำกระจกข้ามภพไปก็ตาม บริวารแห่งเทพทำได้เพียงแค่สงสัยที่ไม่ได้รับการติดต่อกลับไปเท่านั้น” เทพธิดาเสิ่นช่วงตอบกลับไป
         

      หลังจากที่เห็นว่าเสียงเงียบหายไปแน่นอนแล้ว เนี่ยลี่จึงกลับเข้าไปในห้องโถงอีกครั้งและแกะเอากระจกข้ามภพออกมา รูปร่างของกระจกข้ามภพเป็นเพียงผลึกแก้วสีฟ้าแท่งเล็ก ๆ เท่านั้น เมื่อเก็บเอาไว้เนี่ยลี่จึงรีบกลับออกมาจากห้องโถงทันที.........จบตอน

         

แต่งโดย นายมะพร้าว



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง