test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

7 ธ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods Next Legend บทที่ 444.43 สัญญาพันธมิตร




เนี่ยลี่ได้ผลิตยารักษาอาการบาดเจ็บชนิดต่าง ๆ  และให้เถ้าแก่ฟู่นำออกไปขาย พร้อมกับหาซื้ออาวุธและชุดเกราะระดับพระเจ้ามาขายให้แก่เขา ในตอนนี้อาวุธและเกราะวิเศษระดับพระเจ้า เนี่ยลี่สามารถซื้อมาได้นับร้อยชิ้นแล้ว


หลังจากนั้นเนี่ยลี่จึงตัดสินใจที่จะเข้าพบกับผู้นำนิกาย ของนิกายพิทักษ์สวรรค์ เทพธิดายู่หยานนั้น บัดนี้ระดับพลังของนางใกล้ที่จะบรรลุระดับขอบเขตแห่งพระเจ้าไปด้วย


แม้แต่ยอดฝีมือระดับเทพสงครามขั้นที่เก้าเท่ากัน ก็ยังมีพลังด้อยกว่านางหลายเท่า ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าปฏิเสธการขอเข้าพบของเนี่ยลี่และนาง


ห้องโถงใหญ่นิกายพิทักษ์สวรรค์


ประมุขของนิกายพิทักษ์สวรรค์ นั่งอยู่บนบันลังค์ และด้านข้างก็มีผู้อาวุโสหลายท่าน รวมถึงขุนนางและนายทหารใหญ่อีกหลายคนยืนอยู่รอบข้าง ประมุขของนิกายพิทักษ์สวรรค์นั้นเป็นชายวักลางคน ที่มีใบหน้าบูดบึ้ง ราวกับนายทหารผู้หยิ่งทะนง สามชุดเกราะสีแดงที่มีเสื้อคลุมสีขาวอยู่ด้านหลัง เขานั้นมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับเทพสงครามขั้นที่เก้า เขาจับจ้องมองมาที่เนี่ยลี่และเทพธิดายู่หยาน


“พวกเจ้ามาจากที่ใดกัน จึงมาขอพบกับข้าเช่นนี้” กั้วหวางเทียน [国王天:กษัตริย์สวรรค์]ประมุขแห่งนิกายพิทักษ์สวรรค์พูดขึ้นมา เขารู้สึกหวาดหวั่นกับระดับพลังของเทพธิดายู่หยานไม่น้อย แม้ว่าจะอยู่ในระดับเทพสงครามขั้นที่เก้าเช่นกัน แต่พลังของนางกลับสูงกว่าเขาหลายขั้น


“ข้าคือเนี่ยลี่ประมุขแห่งนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ จากอาณาจักรซากมังกร ส่วนนี่คือพี่สาวของข้า นางคือเทพธิดายู่หยาน” เนี่ยลี่พูดออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ และไม่มีความหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย


“พวกเจ้านั้น มีธุระอันใดจึงเดินทางมายังอาณาจักรกำแพงสวรรค์แห่งนี้” กั้วหวางเทียนพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก ที่เนี่ยลี่ไม่ได้มีหวาดหวั่นเกรงในตัวเขาทั้งที่ เนี่ยลี่มีระดับพลังอยู่แค่เพียงเทพสงครามขั้นที่หนึ่งเท่านั้น


“ในขณะที่พวกข้าพักอยู่ในโรงเตี๊ยม ก็ได้ข่าวมาว่านิกายพิทักษ์สวรรค์ นั้นกำลังมีสงครามกับนิกายอสูรฟ้า เนื่องจากพวกท่านและข้า เราต่างก็เป็นมนุษย์ ข้าจึงต้องการให้ความช่วยเหลือในสงครามครั้งนี้” เนี่ยลี่พูดออกไปพร้อมกับยืดอกอย่างผึ่งผาย


“พวกเจ้ามีเพียงแค่สองคน จะทำอันใดได้?” กั้วหวางเทียนพูดด้วยความดูหมิ่น


“ข้าสามารถเรียกกองกำลังของข้ามาจากอาณาจักรซากมังกรได้ ด้วยกองกำลังของข้าสามารถกำจัดนิกายอสูรฟ้าได้อย่างง่ายดาย” เนี่ยลี่พูดออกไปโดยที่ไม่ใส่ใจต่อน้ำเสียงอันเหยียดยามของกั้วหวางเทียน


“หากพวกเจ้าสามารถทำได้เช่นนั้นจริง พวกเจ้าต้องการสิ่งใดจากข้า” กั้วหวางเทียนเปลี่ยนน้ำเสียงเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าทีของเนี่ยลี่


“ข้าต้องการเพียงการทำสัญญาพันธมิตรกับนิกายพิทักษ์สวรรค์” เนี่ยลี่ตอบกลับไป เมื่อมีสัญญาพันธมิตร นิกายพิทักษ์สวรรค์ก็ไม่อาจที่จะรุกรานอาณาจักรซากมังกรได้ และหากเกิดสงคราม ก็จะไม่ปฏิเสธคำร้องของของเนี่ยลี่ได้


เมื่อได้ยินเช่นนั้นกั้วหวางเทียน ก็นิ่งเงียบครุ่นคิดพร้อมกับมองเหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ในห้องโถงเพื่อถามความเห็น แต่ก็ไม่มีใครแสดงท่าทีอันใดออกมา


“ต้องใช้เวลานานแค่ไหน กองกำลังของเจ้าจึงจะเดินทางมาถึง?” กั้วหวางเทียนถามออกไปด้วยความกังวล ในตอนนี้สงครามก็เริ่มประทุขึ้นหลายจุดแล้ว สิ่งที่เนี่ยลี่เรียกร้องก็ไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับไม่ได้


“หากท่านประมุขกั้วหวางเทียน ตอบรับข้าจะส่งข่าวไปยังนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ ข้าคิดว่าคงใช้เวลาไม่เกินเจ็ดวันจึงจะเดินทางมาถึง” เนี่ยลี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อคิดถึงจำนวนคนคงจะใช้เวลามากกว่าจตอนที่เขาเดินทางมาเป็นแน่


“ข้ายอมรับข้อเสนอของเจ้า แต่ในสัญญาจะต้องระบุว่า จะมีผลก็ต่อเมื่อเจ้าสามารถกำจัดนิกายอสูรฟ้าได้แล้วเท่านั้น!” กั้วหวางเทียนยื่นข้อเสนอกลับคืนไป


“ข้าไม่ขัดข้อง” เนี่ยลี่ประสานมือและตอบกลับไป


หลังจากนั้นเนี่ยลี่ได้ออกมาด้านนอกกำแพง และเขียนจดหมายให้จินตานนำไปส่งแก่กู้หลาน ด้วยความเร็วของจินตาน คงใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวัน


และเนี่ยลี่ก็กลับเข้ากำแพงอีกครั้ง ในตอนนี้เนี่ยลี่มีใบอนุญาตเข้าเมืองจากประมุขกั้วหวางเทียน จึงสามารถเข้าออกอาณาจักรกำแพงสวรรค์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าผ่านทาง


นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์


เมื่อจินตานกลับมาถึงนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ก็คาบจดหมายมอบให้แก่กู้หลาน หลังจากที่อ่านจบกู้หลานประกาศเรียกกู้เบ่ย ลู่เพียว เซี่ยวซุ่ย หลี่ชิงอวิ๋น หลงยู่อิน มารวมตัวกันทันที[หมายเหตุ เซี่ยวซุ่ยได้รับอนุญาตให้มาอยู่ที่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ได้หลังจากที่ไปแจ้งนิกายเสียงสวรรค์ว่าได้แต่งงานแล้ว]


“เนี่ยลี่ได้ขอให้พวกเจ้านำยอดฝีมือจากชนเผ่าเมฆาสวรรค์ที่มีความแข็งแกร่งระดับเทพสงครามขั้นที่เก้าขึ้นไปจำนวนสามร้อยนาย เดินทางไปที่อาณาจักรกำแพงสวรรค์ให้เร็วที่สุด” กู้หลานพูดกับทุกคนพร้อมกับนำจดหมายของเนี่ยลี่ออกมาให้ทุกคนดู


“และเนี่ยลี่ยังแจ้งให้จัดเตรียมกรงพร้อมกับผ้าคลุมเพื่อซ่อนตัวจินตานเอาไว้ขณะเข้าไปด้านในอาณาจักรอีกด้วย” กู้หลานหันไปมองจินตาน ที่ตัวใหญ่ราวหนึ่งเมตร คงต้องใช้กรงที่มีขนาดใหญ่พอสมควร


“เนี่ยลี่ไม่ได้บอกเหตุผล คงต้องการให้พวกเราไปพูดคุยกันที่อาณาจักรกำแพงสวรรค์” กู้เบ่ยพูดขณะที่หยิบจดหมายของเนี่ยลี่ขึ้นมาอ่าน


“เหตุใดจึงต้องนำยอดฝีมือจากชนเผ่าเมฆาสวรรค์ไปด้วยถึงสามร้อยนาย?” หลี่ชิงอวิ๋นก็อดที่จะสงสัยในเรื่องนี้ไม่ได้
         

     “การที่เขาขอให้พวกเราเดินทางไปให้เร็วที่สุดคงจะต้องเป็นเรื่องที่เร่งด่วนไม่น้อย” หลงยู่อินพูดแทรกขึ้นมา
         

     “นี่เราต้องออกเดินทางกันอีกแล้วหรือนี่” ลู่เพียวพูดออกมาพร้อมกับถอนหายใจ เขามีความสุขกับการอยู่อย่างสงบและมีเซี่ยวซุ่ยอยู่เคียงข้าง แต่หลังจากที่เขาเห็นเซี่ยวซุ่ยมองตาเขียวมาที่เขาหลังจากที่เห็นท่าทีที่อ่อนปวกเปียกของเขาแล้ว ลู่เพียวก็คิดได้ว่าการเดินทางไปหาเนี่ยลี่อาจจะดีกว่าก็เป็นได้
         
      “ในวันนี้ข้าจะสั่งการให้คนจัดหากรงสำหรับจินตาน กู้เบ่ยเจ้าจงไปแจ้งกับชนเผ่าเมฆาสวรรค์ ให้เตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางในเช้าวันพรุ่งนี้”  กู้หลานสั่งการออกไป นางเองก็ต้องการที่จะเดินทางไปด้วย แต่เนี่ยลี่ได้ขอให้นางนั้นดูแลนิกายไปก่อน
        

      เช้าวันต่อมา กู้เบ่ย ลู่เพียว เซี่ยวซุ่ย หลี่ชิงอวิ๋น และหลงยู่อิน ได้เตรียมที่จะออกเดินทาง หลงยู่อินแนะนำว่า ควรจะให้จินตานบินไป ก่อนที่จะเข้าเมืองค่อยให้เข้าไปอยู่ในกรง นั่นก็ทำให้จินตานรู้สึกยินดียิ่งนัก
         
“คูลล คูลล” จินตานกระบือปีกบินนำออกไป


อาณาจักรกำแพงสวรรค์
         

     ทางด้านเนี่ยลี่ยังคง หาเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากการปรุงยาออกมาขาย เขานั้นขอให้เถ้าแก่ฟู่ ไปติดต่อขอซื้อร้านตีเหล็กแห่งหนึ่งให้ เป็นร้านตีเหล็กขนาดใหญ่ และมีอุปกรณ์สำหรับการตีดาบอย่างครบถ้วน และเรียกได้ว่าดีกว่าที่ร้านของเทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยงเสียอีก [ร้านของเทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยงเป็นร้านขนาดเล็ก]
         

      “ร้านตีเหล็กแห่งนี้ เจ้าของได้เลิกกิจการไปเมื่อไม่นานมานี้ หากนายน้อยต้องการ ก็สามารถซื้อได้ในราคาห้าสิบล้านศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณทองคำเท่านั้น” เถ้าแก่ฟู่พาเนี่ยลี่มาดูตรงร้านตีเหล็ก ซึ่งอยู่ใกล้กับแหล่งชุมชนมากกว่าร้านของเทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยง
         

     เนี่ยลี่ได้ขอให้ฮัวเตี่ย หลานสาวของเทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยง มาช่วยดูที่ร้านให้ ซึ่งนางก็รู้สึกพอใจไม่น้อย
         

    “เนี่ยลี่ ข้าคิดว่าเจ้าและท่านปู่ นำร้านของท่านปู่ไป และยกร้านนี้ให้ข้าดูแลจะดีกว่านะ” ฮัวเตี่ยพูดขึ้นมาด้วยความยินดี ร้านตีเหล็กแห่งนี้ทั้งใหญ่โตกว่า และยังมีบ้านพักที่หรูหรากว่าร้านของเทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยงเสียอีก
         

   “หากเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าก็จะบอกแก่ท่านผู้อาวุโสเถี่ยเจี้ยงให้” เนี่ยลี่ตอบกลับไปพร้อมกับยิ้ม
         

     เมื่อกลับไปบอกแก่เทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยง ก็ได้หัวเราะและตอบกลับไปว่า
         

     “ร้านโทรม ๆ ของข้าคงจะไม่เหมาะที่จะให้หญิงสาวอยู่ตามลำพัง แต่เมื่อนำป้ายชื่อของข้าไปเปิด เจ้าจงอย่าได้ทำให้มันขายหน้าเป็นอันขาด” เทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยงหันไปพูดกับฮัวเตี่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
        

     “ท่านปู่อย่าได้กังวล เมื่อท่านปู่กลับมาท่านจะได้เห็นร้านเสิ่นหวู่ซี่ [เทพศาสตราวุธ] กลายเป็นร้านตีเหล็กอันดับหนึ่งของอาณาจักรกำแพงสวรรค์” ฮัวเตี่ยตอบกลับพร้อมกับให้คำมั่นแก่เทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยง
         

   “ข้ารับปากเจ้า ข้าจะต้องกลับมาดูให้เห็นด้วยตาของข้าเอง” เทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยงพูดพร้อมกับหัวเราะด้วยความยินดี
         

     เนี่ยลี่ได้เห็นทั้งสองพูดคุยกัน เขาก็รู้สึกยินดียิ่งนัก เขากลับไปแจ้งแก่เถ้าแก่ฟู่ โดยที่จ่ายเงินมัดจำไปก่อนสิบล้านศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณทองคำ และที่เหลือจะจ่ายในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
         

      หากหาเงินด้วยวิธีเดิม เขาคงจะไม่มีศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณทองคำมากพอที่จะมาจ่ายเป็นแน่ แต่เนี่ยลี่ก็ได้คิดหาหนทางสุดท้ายเอาไว้แล้วเช่นกัน
         

       สามวันต่อมา พวกลู่เพียวได้เดินทางมาถึงอาณาจักรกำแพงสวรรค์ เนี่ยลี่นั้นสัมผัสถึงการมาถึงของพวกเขาได้จึงไปรอรับอยู่ที่หน้ากำแพงเมือง จินตานก็ถูกจับใส่ในกรงและคลุมผ้าแล้ว เมื่อเห็นว่าเป็นแขกของเนี่ยลี่ จึงสามารถเดินทางเข้าไปได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าผ่านทาง
         

        เนี่ยลี่ได้ขอให้เถ้าแก่ฟู่จัดหาโรงเตี๊ยมสำหรับสหายของเขาและชนเผ่าเมฆาสวรรค์จำนวนสามร้อยคน ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้นิกายพิทักษ์สวรรค์เป็นผู้ดูแลให้ ซึ่งก็ทำให้เนี่ยลี่ประหยัดไปได้ไม่น้อย
         

        “เสวียนอวี่ จงมาหาข้า” เนี่ยลี่พูดกับเสวียนอวี่ที่เขาได้มอบตำแหน่งผู้นำของกองกำลังชนเผ่าเมฆาสวรรค์ให้เขาดูแล
         

      “นายท่านเนี่ยลี่ มีเรื่องอันใดให้ข้ารับใช้ขอรับ” เสวียนอวี่เดินมาหาเนี่ยลี่พร้อมกับประสานมือพูดอย่างนอบน้อม
         

     “เจ้าจงแจกจ่ายอาวุธและชุดเกราะเหล่านี้แก่พวกของเจ้า” เนี่ยลี่นำอาวุธและชุดเกราะระดับพระเจ้าที่เขาหาซื้อมาได้ รวมทั้งชุดเกราะและอาวุธที่ได้มาจากจักรพรรดิเมฆาสวรรค์ให้แก่เสวียนอวี่ออกมาจากแหวนห้วงมิติ
         

   “ขอรับนายท่าน” เสวียนอวี่ตอบรับขณะที่ตกตะลึงกับอาวุธและชุดระดับที่พวกเขาไม่เคยได้พบเห็นมาก่อน และได้แจกจ่ายอาวุธตามที่แต่ละคนถนัด เมื่อพวกเขาใช้อาวุธและสวมใส่เกราะพวกนี้ ยอดฝีมือระดับเทพสงครามก็ไม่อาจที่จะทำอันใดแก่พวกเขาได้
         

   “เนี่ยลี่ เจ้าเคยบอกว่าจะหาง้าวที่ดีกว่าเดิมให้แก่ข้ามิใช่หรือ?” ลู่เพียวเมื่อเห็นอาวุธเหล่านั้น เขาก็คิดขึ้นมาได้ว่า เนี่ยลี่ได้เอาง้าวนักรบสวรรค์ของเขาไป
         

     “ข้าจะคืนให้เจ้าหลังจากนี้” เนี่ยลี่หันมาตอบลู่เพียว พร้อมกับขอให้ชนเผ่าเมฆาสวรรค์ที่ได้อาวุธและชุดเกราะกันไปแล้วไปพักผ่อนกันก่อน
         

     หลังจากนั้นเนี่ยลี่ก็ได้พา ลู่เพียว เซี่ยวซุ่ย กู้เบ่ย หลี่ชิงอวิ๋น และหลงยู่อินไปยังร้านตีเหล็กของเทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยง
         

      ทันทีที่เดินมาถึงหน้าร้านตีเหล็ก ก็มีง้าวเล่มหนึ่งพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว มันพุ่งตรงมาที่ลู่เพียว ลู่เพียวแอ่นตัวไปด้านหลังเมื่อง้าวพุ่งมาถึงด้านหน้าของลู่เพียว เขาก็ใช้มือขวาจับที่ปลายด้ามง้าว และใช้มือซ้ายจับที่โคนง้าว พร้อมกับใช้เท้ายันพื้นกระโดดตีลังกากลับหลัง โดยที่ใช้ง้าวปักยันไว้ที่พื้นครู่หนึ่ง พร้อมกับถือง้าวอยู่ในมือลงพื้น และตั้งท่าเตรียมต่อสู้ในทันที
         
    “นี่มันอะไรกัน?ลู่เพียวถามออกไปด้วยความประหลาดใจ
         

    “ฝีมือไม่เลว! นั่นคืออาวุธของเจ้า ชื่อของมันคือ ง้าวเทพนักรบสวรรค์!” เทพศาสตราวุธเถี่ยเจี้ยงพูดขึ้นมาจากในร้านของเขา...................จบตอน
        

แต่งโดย นายมะพร้าว



<< Back                  Next >>

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง