Jawa

test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

27 ต.ค. 2559

Tales of Demons & Gods Next Legend บทที่ 444.2 เตรียมการ


         หลังจากที่แยกย้ายกันไปเนี่ยลี่กลับเข้าไปข้างในภาพจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำอีกครั้ง
        
ภายในกิจกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ
         

“เสวียนอวี่ เจ้าอยู่หรือไม่?” เนี่ยลี่มองหา ชนเผ่าเมฆาสวรรค์ผู้หนึ่ง [ที่ซื้อมาในตอนแรกก็อยู่ระดับวิถีแห่งมังกรขั้นที่ห้าแล้ว]
         
“ข้าอยู่นี่ขอรับนายท่าน!” เสวียนอวี่รีบทะยานขึ้นมาหาเนี่ยลี่ในทันที
         
“ข้ามีงานให้เจ้าทำ” เนี่ยลี่พูดขึ้นมา
         

“เชิญนายท่านบัญชามาได้ แม้ว่าจะต้องบุกน้ำลุยไฟ ข้าก็ยินดี” เสวียนอวี่ประสานมือคารวะและพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ในเวลานี้เขานับถือเนี่ยลี่จากใจ ด้วยยาทิพย์ที่เนี่ยลี่มอบให้และเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่เนี่ยลี่ถ่ายทอดให้กับพวกเขา ทำให้ในตอนนี้เขานั้นบรรลุระดับเทพสงครามขั้นที่สามแล้ว
         
“ข้าต้องการให้เจ้ากลับไปยังพื้นที่รกร้างที่ไร้ที่สิ้นสุด และรวมรวมชนเผ่าเมฆาสวรรค์ทั้งหมดมาให้แก่ข้า ในครั้งนี้เจ้ามีหน้าที่แค่เพียงไปแจ้งและมอบอาหารรวมถึงศิลาจิตวิญญาณให้แก่พวกเขา ถ้าหากพวกเขายินดีข้าจะเดินทางไปทำพันธสัญญากับพวกเขาด้วยตนเอง”
         
“นายท่านต้องการรวบรวมคนทั้งหมดเลยเช่นนั้นหรือ นายท่านหมายถึงเด็ก สตรี และคนชราด้วยเช่นนั้นหรือขอรับ?” เสวียนอวี่ถามด้วยความตกใจ
         

“ถูกต้องแล้วข้าต้องการที่จะให้ชนเผ่าของเจ้าออกจากพื้นที่รกร้างที่ไร้ที่สิ้นสุด และเข้ามาอยู่ที่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์กับพวกเจ้า” เนี่ยลี่ยิ้มและตอบกลับไป
         
เสวียนอวี่ถึงกับน้ำตาไหล เขานั้นต้องการที่จะพบกับครอบครัวที่อยู่ที่พื้นที่รกร้างที่ไร้ที่สิ้นสุด แต่ก็ไม่อาจที่จะกลับไปได้จนกว่าพันธสัญญาจะสิ้นสุดลง เขารู้ดีว่าเนี่ยลี่ไม่คิดที่จะข่มเหงชนเผ่าเมฆาสวรรค์อย่างแน่นอน เพราะเขานั้นอยู่กับเนี่ยลี่มาเป็นเวลาเกือบปีแล้ว เนี่ยลี่ดูแลพวกเขาราวกับเป็นสหาย และไม่เคยกดขี่พวกเขาเลยแม้แต่น้อย
         

“จงบอกแก่พวกเขาด้วยว่า เมื่อมาอยู่ที่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์กับข้า ข้าจะแบ่งปันดินแดนส่วนหนึ่งที่อยู่ทางด้านหลังของนิกายให้แก่พวกเจ้า ให้พวกเจ้าสามารถที่จะปลูกสมุนไพร หรือทำการค้าได้” เนี่ยลี่พูดต่ออีกว่า
         
“ก่อนที่จะเดินทาง ให้เจ้าไปสอบถามกับเหล่าสหายของเจ้าว่ามีผู้ใดต้องการเขียนจดหมายไปหาครอบครัวของพวกเขาหรือไม่ คงต้องวานให้เป็นธุระของเจ้าแล้ว ข้าขอให้เจ้าช่วยพาอวิ๋นเมี่ยและพวกอีกห้าคนไปด้วยกันกับเจ้า หากทำการตกลงได้สำเร็จเจ้าก็กลับมาส่งข่าวแก่ข้า ส่วนพวกอวิ๋นเมี่ยให้อยู่กับครอบครัวไปก่อน” เนี่ยลี่ตบที่ไหล่ของเสวียนอวี่ เขานั้นติดค้างชนเผ่าเฆาสวรรค์ไม่น้อย หากได้ตอบแทนพวกเขาเพียงเท่านี้ยังนับว่าน้อยไป
         

“ข้าจะรีบดำเนินการตามคำสั่งของนายท่านโดยทันทีขอรับ” เสวียนอวี่พูดพร้อมกับเช็ดน้ำตา เขารีบทะยานไปหาเหล่าชนเผ่าเมฆาสวรรค์ที่อยู่ในภาพจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ ทุกคนต่างก็รู้สึกดีใจยิ่งนักและรีบเขียนจดหมายถึงครอบครัวของพวกเขา อวิ๋นเมี่ยกับพวกที่ถูกซื้อมาพร้อมกันอีกห้าคนก็รู้สึกดีใจไม่น้อย พวกเขายังเด็กการที่จะได้พบกับครอบครัวทำให้พวกเขาถึงกับน้ำตาไหล
         

เนี่ยลี่ยังมีงานที่ต้องทำภายในภาพจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำอยู่อีก เขาบินไปยังตำหนักซีอิงเสิ่นและพูดขึ้นมาว่า
         

“เจตจำนงแห่งตำหนักซีอิงเสิ่น ข้ารู้ว่าเจ้ายังอยู่ข้างในนั้น เจ้าคงสัมผัสได้ถึงพลังของข้า หากข้าต้องการที่จะทำลายตำหนักซีอิงเสิ่นนี้ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย แต่ข้ามีข้อแลกเปลี่ยนกับเจ้า ไม่รู้ว่าเจ้านั้นจะสนใจหรือไม่?
         

“หึหึหึ ข้ารู้ว่าเจ้าสามารถทำลายตำหนักซีอิงเสิ่นนี้ได้ เหตุใดจึงต้องมาต่อรองกับข้าด้วย ทุกวันนี้ข้าก็รอคอยวันที่จะถูกเจ้าจัดการอยู่แล้ว” เจตจำนงแห่งตำหนักซีอิงเสิ่น ไม่กล้าที่จะออกมาจากตำหนักซีอิงเสิ่นอีกเลยหลังจากที่เนี่ยลี่ได้บรรลุถึงระดับวิถีแห่งมังกร มันได้แต่อยู่อย่างหวาดกลัวเท่านั้น
         

“ถ้าหากเจ้าต้องการร่างกาย ข้าสามารถที่จะสร้างหุ่นเชิดวิญญาณให้แก่เจ้าได้” เนี่ยลี่พูดออกไป การทำลายตำหนักซีอิงเสิ่นนี้ไม่ก่อประโยชนือันใดแก่เขาเลยแม้แต่น้อย
         

“หากข้าเข้าไปสิงในหุ่นเชิดวิญญาณ ข้าก็ต้องกลายเป็นลูกน้องของเจ้าใช่หรือไม่?” เจตจำนงของตำหนักซีอิงเสิ่น นั้นไม่ต้องการที่จะเป็นลูกน้องผู้ใด มันต้องการอยู่อย่างอิสระเท่านั้น
         

“แน่นอน ข้าขอให้สัญญาว่าหากเจ้ากลายเป็นหุ่นเชิดวิญญาณ เจ้าก็ยังสามารถควบคุมตำหนักซีอิงเสิ่นได้เช่นเดิม รวมถึงค่ายกลศิลานี้ด้วย ถ้าไม่เช่นนั้นข้าก็คงจะต้องสังหารเจ้าไปพร้อมกับตำหนักซีอิงเสิ่นแห่งนี้ไปซะ” เนี่ยลี่พูดขู่ด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง จริง ๆ แล้วเขายังต้องการที่จะใช้ตำหนักซีอิงเสิ่นให้เป็นห้องรับรองของปรมาจารย์ทั้งห้า เพราะการสร้างที่พักขึ้นมาใหม่ภายในภาพจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำคงจะเสียเวลาไม่น้อย
         

“ข้าสามารถเลือกหุ่นเชิดเองได้หรือไม่?” เจตจำนงของตำหนักซีอิงเสิ่นเริ่มที่จะพูดด้วยเสียงที่เบาลง
         
“ข้าทำได้เพียงแค่หุ่นเชิดรูปแบบนกเท่านั้น” เนี่ยลี่ตอบกลับไปแบบไม่ใยดีนัก
         
“ข้าหวังว่าเจ้าจะรักษาสัญญา เมื่อเจ้าทำหุ่นเชิดวิญญาณเสร็จข้าจะออกจากตำหนักซีอิงเสิ่นแห่งนี้”
         
“ไม่จำเป็นต้องรอ ข้าทำไว้แล้ว” เนี่ยลี่หยิบนกที่ทำจากโลหะสีดำออกมา เขานั้นได้ทำเตรียมเอาไว้แล้วรูปทรงภายนอกแตกต่างจาก ท่านเอียหยานเล็กน้อยหน้าตาของมันคล้ายกับอีกา
         
“หน้าตาน่าเกลียดยิ่งนัก” เจตจำนงของตำหนักซีอิงเสิ่นลอยออกมา และผสานเข้ากับหุ่นเชิดวิญญาณ จากนั้นมันก็ลองกระพือปีกบินขึ้นมา
         
“เจ้ามีชื่อหรือไม่?” เนี่ยลี่เอ่ยถาม
         
“ข้าเป็นเพียงเจตจำนงที่ไร้ชื่อ เจ้าเรียกข้าว่าเจตจำนงแห่งตำหนักซีอิงเสิ่นก็ได้” เจตจำนงของตำหนักซีอิงเสิ่นตอบกลับไป
         

“ยาวเกินไป ถ้าเช่นนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่า หลิงหยา [:อีกาวิญญาณ]” เนี่ยลี่พูดหลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แม้ว่าจะไม่พอใจนักแต่หลิงหยาก็ไม่อาจที่จะขัดขืนได้
         

“หลิงหยาข้าต้องการที่จะให้เจ้า ทำให้ตำหนักซีอิงเสิ่นใหญ่ขึ้นเพื่อทำเป็นที่รับรองของท่านปรมาจารย์ทั้งห้า เจ้าสามารถทำได้หรือไม่?” เนี่ยลี่เริ่มที่จะออกคำสั่ง เพราะหลิงหยากลายเป็นหุ่นเชิดวิญาณแล้วจึงไม่อาจที่จะขัดคำส่งเขาได้
         

“แน่นอน แต่อย่าได้ทำให้ตำหนักของข้าสกปรกเชียวนะ” หลิงหยา บินขึ้นวนบนตำหนักซีอิงเสิ่นเพียงครู่เดียวก็กลายเป็นตำหนักที่ใหญ่โตงดงาม
         
“จากนี้ไปเจ้าสามารถอยู่ที่นี่ได้ จะไม่มีใครทำร้ายเจ้าอย่างแน่นอน” เนี่ยลี่พูดกับหลิงหยา จากนั้นก็บินไปหาปรมาจารย์ทั้งห้า
         
“ท่านปรมาจารย์ทั้งห้า พวกท่านสามารถใช้ตำหนักซีอิงเสิ่นในการพักผ่อนและเก็บตัวเพื่อบ่มเพาะพลังได้ตามสะดวก”
         
“ขอบใจประมุขเนี่ยมาก” ปรมาจารย์ทั้งห้าพูดขึ้นมาพร้อมกัน พวกเขายินดีไม่น้อยที่จะได้มีสถานที่เงียบสงบในการบ่มเพาะพลัง
         

หลังจากนั้นเนี่ยลี่ก็ออกมาจากภาพจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำพร้อมกับเสวียนอวี่ อวิ๋นเมี่ยและพวกของเขาอีกห้าคน
         
“พวกเจ้าจงรีบเดินทางและกลับมาส่งข่าวให้ข้าโดยเร็ว” เนี่ยลี่หันไปกำชับกับเสวียนอวี่
         
“ขอรับนายท่าน” เสวียนอวี่ อวิ๋นเมี่ยและพวกของเขาอีกห้าคนตอบกลับพร้อมกับประสานมือคำความเคารพและขอตัวออกเดินทางไป
         

ณ พื้นที่รกร้างที่ไร้ที่สิ้นสุด
         

เสวียนอวี่ อวิ๋นเมี่ยและพวกของเขาอีกห้าคนเดินทางมาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากพวกเขาเป็นยอดฝีมือที่ระดับความแข็งแกร่งสูงมาก
         

“พวกเจ้าทั้งหมดก่อนที่จะกลับไปหาครอบครัวของพวกเจ้า จงนำจดหมายจากเหล่าสหายของพวกเราไปส่งก่อน พวกเขาเองก็คิดถึงครอบครัวไม่น้อยกว่าพวกเจ้า” เสวียนอวี่ หันไปบอกแก่พวกอวิ๋นเมี่ย
         

“เข้าใจแล้วขอรับ” อวิ๋นเมี่ยกับเพื่อน ๆ ตอบกลับด้วยความยิ้มแย้ม หลังจากนั้นเสวียนอวี่ก็ไปแจ้งกับเหล่าหัวหน้าชนเผ่าย่อยต่าง ๆ ของชนเผ่าเมฆาสวรรค์ โดยขอให้มารวมตัวกัน
         

ลานกว้างของพื้นที่รกร้างไร้ที่สิ้นสุด
         

“เจ้าพูดอันใดกัน เสวียนอวี่ จะให้พวกเราไปลงนามพันธสัญญากับนายของเจ้าเช่นนั้นหรือ เจ้าเป็นบ้าไปแล้วใช่หรือไม่?” ชายชราจากชนเผ่าเมฆาสวรรค์ผู้หนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจหลังจากที่ได้ยินเสวียนอวี่ พูดออกมา
         

“ถูกต้องแล้วท่านผู้อาวุโส นายท่านของข้าหาได้คิดร้ายกับชนเผ่าเมฆาสวรรค์ไม่ ท่านจงดูพวกอวิ๋นเมี่ย พวกเขาได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและได้รับการถ่ายทอด เทคนิคการบ่มเพาะพลังที่หายสาปสูญไปจากชนเผ่าของเรา จนแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้” เสวียนอวี่ชี้ไปยัง พวกอวิ๋นเมี่ยที่อยู่ทางด้านหน้า
         

“เขาดูแลเจ้า เพราะรู้ถึงความแข็งแกร่งของพวกเราก็เพียงเท่านั้น มีหรือที่จะดูแลเด็ก สตรี รวมถึงคนชราเช่นพวกข้า และเจ้าก็รู้ว่าพวกเราจะไม่ส่งสตรีออกไป ทำพันธสัญญาโดยเด็ดขาด เจ้าลืมเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้มาแล้วเช่นนั้นหรือ?” ผู้อาวุโสอีกท่านพูดขึ้นมา


สตรีของชนเผ่าเมฆาสวรรค์ที่ถูกบังคับด้วยพันธสัญญาต้องกลายเป็นทาสบำเรอสนองตัญหาแก่ผู้เป็นนาย จนตกนรกเสียยิ่งกว่าตายไป


“ข้าไม่เคยลืมเลือนเรื่องราวเหล่านั้น ท่านรู้หรือไม่ว่านายของข้านั้นมีชนเผ่าเมฆาสวรรค์อยู่ในมือจำนวนเท่าใด สามร้อยหกสิบคน พวกข้าทั้งสามหกสิบคนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และนี่นายของข้าได้นำมาให้ข้ามอบให้แก่พวกเราทุกคน ไม่ว่าพวกท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม” เสวียนอวี่นำอาหารและศิลาจิตวิญญาณจำนวนมากออกมาจากแหวนห้วงมิติที่เนี่ยลี่มอบให้


“อาหารและศิลาจิตวิญญาณเหล่านี้มากพอที่จะซื้อชนเผ่าเมฆาสวรรค์ได้นับพันคน นายของข้ากลับให้ข้านำมาให้พวกท่านโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ข้าเองก็เป็นห่วงชนเผ่าเมฆาสวรรค์ไม่น้อยไปกว่าพวกท่าน ข้าก็ไม่หวังว่าพวกท่านจะตัดสินใจได้ในวันเดียว ดังนั้นวันนี้ข้าจึงเรียกทุกคนออกมาเพื่อแจกจ่ายอาหารให้ตามคำสั่งนายของข้า ชนเผ่าเมฆาสวรรค์ของเราที่เหลืออยู่มีเพียงแค่ไม่กี่พันคน อีกสามวันข้าขอให้พวกท่านมาให้คำตอบแก่ข้า ไม่ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ข้าก็จะกลับไปแจ้งนายของข้าจำนวนเท่านั้น สำหรับอาหารพวกนี้คือน้ำใจจากนายของข้า” เสวียนอวี่มอบอาหารให้แก่ทุกคนจากนั้นก็กลับไปหาครอบครัวของเขา


เขานั้นมีเมียที่กำลังท้องและลูกชายหญิงอีกสองคน ซึ่งทุกคนยินดีที่จะไปอยู่ด้วยกันกับเนี่ยลี่ เพื่อที่จะได้อยู่เป็นครอบครัวอีกครั้ง ส่วนอวิ๋นเมี่ยและพวกก็ได้ไปขอให้พ่อแม่ พี่น้องของพวกเขาเชื่อใจพวกเขาและไปอยู่ด้วยกัน ชายวัยกลางคนทั้งสองที่นำ พวกอวิ๋นเมี่ยไปขายให้แก่เนี่ยลี่ พวกเขาก็ช่วยพูดให้คนในชนเผ่าถึงสิ่งที่เนี่ยลี่ได้รับปากไว้ตอนที่ซื้อพวกอวิ๋นเมี่ยไป ทำให้ในตอนนี้มีชนเผ่าเมฆาสวรรค์ที่ยินดีที่จะไปกับพวกเขาหลายร้อยคน หากรวมถึงครอบครัวของเหล่าผู้ที่ส่งจดหมายมาด้วย รวมแล้วก็ราวพันคน


ในเวลาเดียวกัน เนี่ยลี่ได้ให้พวก ลู่เพียว กู้เบ่ย หลี่ชิงอวิ๋น และหลงยู่อิน เข้าไปอยู่ในภาพจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ


จากนั้นก็พาลู่เพียวและหลี่ชิงอวิ๋นไปคำนับ ปรมาจารย์เทียนอู่ และปรมาจารย์เทียนอวิ๋นเป็นอาจารย์ ซึ่งปรมาจารย์ทั้งสองเมื่อได้เห็นลู่เพียว และหลี่ชิงอวิ๋น ก็ยินดีที่จะรับเป็นศิษย์ในทันที เนื่องจากพวกเขานั้นมีพรสวรรค์ยิ่งนัก ด้วยวัยเพียงเท่านี้สามารถมีระดับพลังที่สูงถึงระดับวิถีแห่งมังกรขั้นที่หกได้


จากนั้นเนี่ยลี่ก็บินไปหาเซี่ยวหยู่ นางนั้นใกล้ที่จะบรรลุระดับเทพสงครามแล้ว เขามีเรื่องที่จำเป็นต้องบอกแก่นาง................จบตอน

         
แต่งโดย นายมะพร้าว


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง