Jawa

test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

22 ต.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 441.5 战斗幻想 การต่อสู้ในจิตนาการ


         

     หลังจากที่ได้ฟังคำกล่าวหาของหลงเทียนหมิง เนี่ยลี่ก็รู้สึกโมโหยิ่งนัก เขาได้ชี้นิ้วไปที่หลงเทียนหมิงและพูดขึ้นมาว่า
         

     “เจ้าคงขี้ขลาด และกลัวที่จะสู้กับกองกำลังของข้าสินะ จึงได้พูดจาโป้ปดเอาตัวรอดเช่นนี้ ถ้าหากมีหลักฐานอันใดก็จงนำออกมาแสดงต่อหน้าปรมาจารย์ทั้งห้า”
         

     “แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐาน แต่เจ้ามิได้มีความชอบธรรมพอที่จะเป็นผู้นำนิกาย” หลงเทียนหมิงโต้แย้งกลับไป
         

   “ท่านป้าหลงซูอวิ๋น เคยพูดไว้ว่า ความชอบธรรมคือกำปั้นของข้า ไม่ทราบว่าท่านปรมาจารย์หลิงหลง จะเห็นด้วยกับคำพูดนี้หรือไม่” เนี่ยลี่ประสานมือทำความเคารพไปทางปรมาจารย์หลิงหลง ผู้เป็นยายของหลงยู่อิน
         

     “ฮ่าฮ่าฮ่า คำพูดนั้นข้าเป็นผู้สั่งสอนให้แก่ หลงซูอวิ๋นเอง เหตุใดข้าจะไม่เห็นด้วยเล่า” ท่านปรมาจารย์หลิงหลง พูดพร้อมกับหัวเราะออกมา
         

     “หลงเทียนหมิง เจ้าเองก็เป็นทายาทของกระกูลผนึกมังกร จงอย่าทำให้ตระกูลของเราต้องขายหน้าไปมากกว่านี้ จะใช้ความชอบธรรมที่มีอยู่ในมือนับหมื่นคนของเจ้า หรือจะยอมพ่ายแพ้ โดยที่ยังไม่ได้สู้ ก็จงรีบตัดสินใจมาได้แล้ว” ท่านปรมาจารย์หลิงหลงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
         

“ทะ.....ท่านยาย” หลงเทียนหมิงพูดได้เพียงเท่านี้ก็นิ่งเงียบไป
         

     “ถ้าเช่นนั้นข้าจะออมมือให้เล็กน้อย ข้าจะใช้กำลังคนแค่เพียงสามร้อยคนนี้ สู้กับกองกำลังนับหมื่นคนของเจ้า”
         

     หลังจากได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ ก็เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าศิษย์ของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าจะเป็นกองกำลังที่มียอดฝีมือจากชนเผ่าเมฆาสวรรค์ถึงร้อยคน แต่หากใช้กองกำลังนับหมื่นโจมตีเข้าพร้อมกัน ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเอาชนะได้
         

“ก็นับว่ายุติธรรมดี” ปรมาจารย์เทียนอู่พูดขึ้นมา
         

     “ก็ได้ แต่ข้าขอเวลาในการวางแผนสำหรับต่อสู้สักครึ่งชั่วยามจะได้หรือไม่” หลงเทียนหมิงประสานมือทำความเคารพพร้อมกับพูดออกไป
         

“เจ้าจะยอมรับได้หรือไม่” ปรมาจารย์เทียนอู่เอ่ยถามกับเนี่ยลี่
         

     “ข้าไม่มีปัญหาอันใดขอรับ” เนี่ยลี่ ตอบกลับไป เขาเองก็ต้องการเวลาในการเตรียมการเช่นกัน
         
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม
         

     กองกำลังของทั้งสองฝ่ายเตรียมพร้อมกันแล้ว หลงเทียนหมิงแบ่งกองกำลังของเขาออกเป็นเจ็ดส่วน ซึ่งผู้นำของแต่ละส่วนจะเป็นยอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกร ซึ่งรวมตัวเขาเข้าไปด้วย โดยจะใช้ฝีมือระดับวิถีแห่งมังกรเป็นพุ่งเข้าปะทะกับยอดฝีมือจากชนเผ่าเมฆาสวรรค์ทีละคน และให้กองกำลังที่เหลือรุมเล่นงาน
         

     เนี่ยลี่เห็นการจัดเตรียมกองกำลังในรูปแบบลูกศรเจ็ดดอก ก็สามารถเข้าใจความคิดของหลงเทียนหมิงในทันที เขาเรียก อวิ๋นเมี่ย ออกมาและสั่งการในทันที
         

     “อวิ๋นเมี่ย เจ้าจงสั่งการให้ยอดฝีมือจากชนเผ่าเมฆาสวรรค์ ใช้ค่ายกลเทพเมฆาสวรรค์ โดยให้จัดรูปแบบเป็น สิบสมบูรณ์จำนวนเจ็ดกลุ่ม เจ็ดกลุ่มนี้ให้รอเข้าปะทะกับหัวลูกศร อีกสามสิบคนที่เหลือให้จับรูปแบบเป็นหกสมดุล กลุ่มนี้ให้คอยเป็นกำลังเสริม” [อวิ๋นเมี่ยเป็นเด็กหนุ่มจากชนเผ่าเมฆาสวรรค์ที่ซื้อมาหกคนแรก]
         

     “ขอรับ!” อวิ๋นเมี่ยรับคำสั่งและรีบไปสั่งการในทันที ในตอนนี้อวิ๋นเมี่ยมีความแข็งแกร่งระดับวิถีแห่งมังกรขั้นที่เก้าและเนี่ยลี่ได้จัดตั้งให้เขาเป็นผู้นำของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มาจากชนเผ่าเมฆาสวรรค์
         

     “นี่เจ้าไม่คิดที่จะให้พวกข้าสองคนทำอะไรเลยเช่นนั้นหรือ?” ลู่เพียว และกู้เบ่ยพูดขึ้นมา
         

     “พวกเจ้านำกองกำลังที่เหลือสองร้อยคน ไปล้อมพวกมันเอาไว้และจัดการผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระดับวิถีมังกรให้หมด”
        

     “งานนี้ง่ายดายยิ่งนัก” ลู่เพียวตอบกลับไปพร้อมกับหัวเราะ แต่กู้เบ่ยก็ยังรู้สึกเป็นกังวลไม่น้อย
         

     “สองร้อยคนแบ่งเป็นสองกลุ่มของข้ากับลู่เพียว จะไปล้อมกองกำลังนับหมื่นได้อย่างไรกัน?
         

     “ไม่จเป็นต้องล้อมแบบประชิดตัว เจ้าเห็นหรือไม่ว่า หลงเทียนหมิงจัดกองกำลังในรูปแบบเจ็ดลูกศร ซึ่งกระบวนทัพเช่นนี้มีจุดอ่อนอยู่ทางด้านหลัง พวกเจ้าจะสามารถทำลายได้อย่างง่ายดาย และจำเอาไว้ว่าอย่าได้เข้าปะทะกับหัวลูกศรที่เป็นยอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกรโดยเด็ดขาด ข้าไม่ต้องการให้มีการสูญเสียเกิดขึ้น”
         

หลังจากได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ กู้เบ่ยก็สามารถเข้าใจได้ทันที เขาตอบกลับไปว่า
         

“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกข้าเอง”
         

     “ถ้าหนึ่งหมื่นต่อสามร้อย ก็แค่หนึ่งคนจัดการให้ได้สามร้อยคน งานนี้ไม่ยากเท่าไหร่ ฮ่าฮ่าฮ่า” ลู่เพียวพูดขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะ
         

     “พวกเจ้าจงไปสั่งการ และอย่าได้รีบเคลื่อนไหว รอให้หัวลูกศรพุ่งเข้าจู่โจมเราก่อนค่อยเคลื่อนขบวน” เนี่ยลี่กำชับอีกครั้ง
        

“นี่ก็ผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้ว เริ่มการชิงชัยได้แล้ว” ปรมาจารย์เทียนอู่ประกาศขึ้นมา
         

“ข้าอยากรู้จริงว่า ศิษย์ของเจ้านั้นจะใช้วิธีใดกัน” ปรมาจารย์หลิงหลงเอ่ยถามขึ้นมา
        

     “ศิษย์ของข้าผู้นี้ฉลาดและเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก ไม่จำเป็นต้องกังวลเลยแม้แต่น้อย” ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นตอบกลับไปพร้อมกับหัวเราะ
         

     “ฆ่ามัน!” หลงเทียนหมิงสั่งการให้กองกำลังกลุ่มแรก พุ่งออกไปราวกับเป็นลูกศรจริง ๆ พุ่งเข้าหาอวิ๋นเมี่ย เป็นกลุ่มแรก
         

     “ค่ายกลเมฆาสวรรค์!” อวิ๋นเมี่ยรีบตะโกนสั่งการ ยอดฝีมือจากชนเผ่าเมฆ่าสวรรค์อีกเก้าคนรีบเข้ามาจัดรูปแบบค่ายกลในทันที ค่ายกลในรูปแบบสิบสมบูรณ์นี้จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทุกคนถึงสองเท่า [ใช้สามคนจะแข็งแกร่งเท่ากับห้าคน ใช้หกคนจะแข็งแกร่งเท่ากับสิบคน ใช้สิบคนจะแข็งแกร่งเท่ากับยี่สิบคน]
        

     ทันทีที่หัวลูกศรเข้าปะทะกับอวิ๋นเมี่ย ก็ถูกรูปแบบค่ายกลสะท้อนกลับออกไปในทันที ยอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกรที่เป็นหัวลูกศร บาดเจ็บหนักทันทีที่เข้าปะทะ อวิ๋นเมี่ยรีบจับตัวเขาไว้และโยนไปด้านล่างทันที เพราะเนี่ยลี่ได้กำชับเอาไว้ว่าอย่าสังหารยอดฝีมือที่อยู่ในระดับวิถีแห่งมังกรของหลงเทียนหมิง
        
เหล่ายอดฝีมือที่เหลือหลัจากเข้าปะทะก็ล้มตาไปในทันที
         

     “นั่นมันค่ายกลอะไรกัน ช่างร้ายกาจยิ่งนัก ใช้คนแค่สิบคนสามารถรับมือคนนับพันได้อย่างง่ายดาย” ปรมาจารย์ชางเซวี่ยพูดขึ้นมาด้วยความตกใจ
         
     “นั่นคงเป็นค่ายกลลึกลับของชนเผ่าเมฆาสวรรค์ การเคลื่อนไหวช่างมีความสอดคล้องและไม่สูญเปล่าเลยแม้แต่น้อย” ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นตอบกลับไป
         
     กองกำลังในกระบวนทัพหัวลูกศรถูกทำลายไปในทันที หลงเทียนเทียนหมิงแทบจะเป็นบ้า กองกำลังสองพันคนถูกทำลายด้วยค่ายกลที่ใช้กำลังคนเพียงแค่สิบคนเท่านั้นเองหรือ
         
“อีกห้ากลุ่มที่เหลือ เข้าโจมตีพร้อมกัน” หลงเทียนหมิงตะโกนสั่งการออีกครั้ง
         
“ดูเหมือนว่าพวกเราจะไม่ต้องออกแรงกันแล้วนะ” ลู่เพียวพูดกับกู้เบ่ย
         
     “อย่าเอาแต่พูดเล่น นำกองกำลังไปล้อมเอาไว้ตามที่เนี่ยลี่สั่งไว้ แม้ว่าอาจจะไม่ต้องสู้ แต่พวกเราจะต้องไม่ปล่อยให้ คนของหลงเทียนหมิงรอดไปได้แม้แต่คนเดียว”
         

     “จัดค่ายค่ายกลเมฆาสวรรค์ เพิ่มอีกสี่กลุ่ม!” อวิ๋นเมี่ยตะโกนสั่งการอีกครั้ง และกระบวนทัพลูกศรอีกห้ากลุ่มของหลงเทียนหมิงก็แตกพ่ายไปอย่างรวดเร็ว ถ้าหากพวกเขานั้นพุ่งเข้ามาพร้อมกันและเข้าปะทะกับค่ายกลเมฆาสวรรค์ของอวิ๋นเมี่ยเพียงกลุ่มเดียวก็อาจจะ ทำให้ค่ายกลเมฆาสวรรค์ของอวิ๋นเมี่ยแตกพ่ายได้ แต่อวิ๋นเมี่ยได้สั่งการให้ตั้งค่ายกลเข้าปะทะกับกับหัวลูกศรแต่ละกลุ่ม เพื่อไม่ให้กองกำลังของหลงเทียนหมิงมารวมกันตรงค่ายกลจุดเดียว หัวลูกศรเกือบทั้งหมดถูกสังหารไปเหลือเพียงยอดฝีมือที่อยู่ในระดับวิถีมังกรเท่านั้นที่บาดเจ็บสาหัส และถูกจับโยนออกไป
         

     ในตอนนี้กองกำลังนับหมื่นของหลงเทียนหมิงเหลือเพียงแค่สองพันคนเท่านั้น หกกลุ่มที่แตกพ่ายไปนั้นมีกำลังคนกลุ่มละสองพันคน และเหลือไว้คุ้มกันหลงเทียนหมิงอีกสองพันคน จากกองกำลังทั้งหมดหนึ่งหมื่นสี่พันคน
         

ลู่เพียว และกู้เบ่ยได้นำกองกำลังสองร้อยคน เข้าล้อมกองกำลังกลุ่มสุดท้ายของหลงเทียนหมิงเอาไว้
         

     “เจ้าพวกบ้า! คนพวกนี้อยู่แค่ระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ ฆ่าพวกมันซะ!” หลงเทียนหมิงมองดูกองกำลังทั้งสองร้อยคนที่กู้เบ่ยและลู่เพียวนำมาล้อมไว้ และสั่งการลูกน้องอีกสองพันคนที่เหลือของเขา และทันทีที่ลูกน้องของหลงเทียนหมิงพุ่งเข้าโจมตีนั้น
         

     “ไม่จำเป็นต้องปิดกั้นพลังเอาไว้แล้ว ระเบิดมันออกมา!” ลู่เพียวตะโกนสั่งการอย่างรื่นเริง
         
     ยอดฝีมือทั้งสองร้อยคนที่ปิดกั้นพลังเอาไว้ เมื่อปลดปล่อยลมปราณออกมา เหล่าศิษย์ของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ที่เฝ่าดูอยู่ต่างก็รู้สึกตกใจ
         

“นั่นมันพลังในระดับวิถีแห่งมังกร!
         

“ทั้งสองร้อยคนนั่นอยู่ในระดับวิถีแห่งมังกร!
        
เสียงตะโกนดังมาจากเหล่าศิษย์ของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์
        

“ฆ่าพวกมันซะ แล้วปล่อยหลงเทียนหมิงเอาไว้” กู้เบ่ยสั่งการในทันที
        

     แค่เพียงพริบตา กองกำลังทั้งหมดของหลงเทียนหมิงก็ถูกสังหารไปจนหมด เหลือเพียงหลงเทียนหมิงอยู่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
         

“เนี่ยลี่ ถ้าเจ้ากล้าพอ ก็จงมาประลองกับข้าตัวต่อตัว!” หลงเทียนหมิงรีบตะโกนออกไปเพื่อเอาตัวรอด
         

“ฮ่าฮ่าฮ่า ก่อนหน้านี้ทำไมไม่พูดเช่นนี้กันเล่า” เนี่ยลี่ตอบกลับไปพร้อมกับหัวเราะ
         

     “เจ้าคิดจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำนิกายโดยใช้กำลังของผู้อื่นเช่นนั้นหรือ? แล้วใครจะยอมรับเจ้ากัน?” หลงเทียนหมิงพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูถูก
         

     “เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดจายั่วยุข้า ข้ายินดีที่จะรับคำท้าทายของเจ้า!” เนี่ยลี่ตอบกลับไปแบบไม่ได้แยแสเท่าใดนัก
         

“เจ้าพูดแล้วจงอย่าใด้คืนคำนะ!” หลงเทียนหมิงผสานร่างเข้ากับมังกรเทพแห่งความมืดในทันที
         

      “พวกเจ้าจงหลบไป” เนี่ยลี่บอกกับกู้เบ่ย ลู่เพียว รวทั้งคนในกองกำลังและชนเผ่าจากเมฆาสวรรค์ทั้งหมด จากนั้นก็ผสานเข้ากับมังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์ทันที
         

     มังกรเทพแห่งความมืดพ่นเปลวเพลิงสีดำทมิฬใส่มังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์ในทันที แต่ด้วยมังกรวารีเป็นมังกรธาตุน้ำ จึงไม่ได้รับความเสียหายจากเปลวเพลิงทมิฬเลยแม้แต่น้อย
         

     “เพลิงทมิฬของเจ้าร้อนแรงเพียงเท่านี้เองหรือ?” เนี่ยลี่พูดจาดูถูกออกไป 

     หลงเทียน จึงปล่อยลมปราออกจากฝ่ามือ พุ่งเป็นลำแสงกระแทกเข้าร่างของเนี่ยลี่อย่างจัง ถึงกับทำให้เนี่ยลี่กระเดนออกไปหลายสิบเมตร

   แกจะยังปากดีได้อีกไหม?”หลงเทียนหมิงพูดขึ้นมา

    ดูเหมือนว่าในร่างนี้อาจจะรับมือไม่ไหว ถ้าเช่นนั้น”หลังพูดจบ มังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์ก็กลายร่างเป็นสีแบล็คโกลด์ อยู่ในร่างกลายพันธุ์

     “เปลี่ยนร่างเพียงเท่านี้ แล้วคิดว่าจะเอาชนะข้าได้เช่นนั้นหรือ?

     หลงเทียนหมิงปล่อยพลังออกจากมืออีกครั้ง ลมปราณทีพุ่งออกจากฝ่ามือพุ่งเข้าปะทะร่างมังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้หลังจากที่ปะทะร่างของมังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์แล้ว ลมปราณที่พุ่งมาก็กระจัดกระจายออกไปในทันที ไม่อาจสร้างความเสียหายให้แก่เนี่ยลี่เลยแม้แต่น้อย  

      หลงเทียนหมิงรู้สึกโกรธแค้นยิ่งขึ้น เขาพ่นเพลิงทมิฬออกมาอีกครั้ง เพื่อขัดขวางการมองเห็นของเนี่ยลี่ และรวมรวมลงปราณจำนวนมากและปล่อยออกไปจากฝ่ามืออีกครั้ง ซึ่งเป็นพลังที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม จากนั้นเขาใช้กรงเล็บพุ่งอ้อมไปทางด้านหลังของเนี่ยลี่ในทันที ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าลมปราณที่ปล่อยออกไปเสียอีก เขาคิดที่จะโจมทั้งสองด้านพร้อมกัน
         

     แต่เนี่ยลี่ก็มองออกในทันที ก่อนที่กรงเล็บจะมาถึงตัวของมังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์ เนี่ยลี่ก็บินขึ้นไปด้านบนอย่างรวดเร็ว หลงเทียนหมิงปะทะเข้ากับลมปราณที่ตนเองปล่อยออกมาอย่างจัง 

     เนี่ยลี่หมุนตัวพร้อมกับใช้หนามแหลมที่หางฟาดไปที่ตัวของมังกรเทพแห่งความมืดทันที หนามอันแหลมคมปักเข้ากับร่างมังกรเทพแห่งความมืด และเลือดก็พุ่งออกมาเป็นจำนวนมาก
         

     “อ๊ากกกกกกกก” หลงเทียนหมิงร้องด้วยความเจ็บปวด แม้แต่เกล็ดอันแข็งแกร่งของมังกรเทพแห่งความมืดก็ไม่อาจที่จะป้องกันความแหลมคมของหนาม ที่หางของมังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์ที่กลายพันธุ์ได้
        

     ร่ายกายของหลงเทียนหมิงค่อย ๆ เปลี่ยนรูปลักษณ์ กลับคืนร่างเดิม พร้อมกับเลือดที่ท่วมตัว เมื่อเนี่ยลี่เห็นดังนั้นก็จึงกลายการผสานร่างและกลับสู่รูปลักษณ์เดิมเช่นกัน
        

“ยอมแพ้แล้วสินะ!” เนี่ยลี่พูดขึ้นมา
         

    “มันยังไม่จบเพียงเท่านี้หรอก!” หลงเทียนหมิงตะโกนออกมาพร้อมกับกระตุ้นการใช้งานโลหิตอสูร
        

     “เจ้าคนโง่!” เนี่ยลี่ใช้พลังของหยกอสูรที่สามารถปิดกั้นพลังของโลหิตอสูรได้ ทำให้หลงเทียนหมิงไม่อาจที่จะใช้พลังจากโลหิตอสูรได้
         

     “นี่เจ้าใช้วิธีบ้าอะไรกัน?” หลงเทียนหมิงหมิงตะโกนออกมาหลังจากที่ไม่อาจที่จะกระตุ้นการใช้งานโลหิตอสูรได้
         

“เจ้าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรู้!” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับหันหลังกลับไป
การต่อสู้จบลงแล้ว
        

      “ทั้งเงินตราและความสามารถของเจ้านั้น ใครจะเชื่อเล่าว่าเจ้านั้นมิได้มีนิกายเทพอสูรหนุนหลังอยู่ ท่านปรมาจารย์ทั้งห้าได้โปรดรับฟังข้อโต้แย้งของข้าด้วย” หลงเทียนหมิงตะโกนออกมา เขาต้องใช้ทุกวิถีทางที่จะขัดขวางการขึ้นครองตำแหน่งผู้นำนิกายของเนี่ยลี่......จบตอน


ตอนนี้เป็นตอนที่ผู้แปล เขียนขึ้นมาเอง โดยพยายามที่จะเชื่อมโยงเนื้อหาทั้งหมด และเพิ่มฉากต่อสู้ที่หายไปในนิยายเรื่องนี้ เป็นตอนที่ จะอ่านหรือไม่อ่านก็ได้ ไม่มีผลกับเนื้อเรื่องหลักแต่อย่างใด ตามชื่อตอนที่ตั้งไว้ว่า การต่อสู้ในจินตนาการ...............นายมะพร้าว 


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง