Jawa

test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

30 พ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods Next Legend บทที่ 444.36 สัจธรรมแห่งความเที่ยงแท้


         


         เนี่ยลี่ เทพธิดายู่หยาน และหมิงเฟย หลบซ่อนตัวอยู่ในป่า เนื่องจากหมิงเฟยยังคงบาดเจ็บอยู่ไม่น้อย ในตอนนี้เนี่ยลี่กำลังฝึกฝนการใช้พลังสัจธรรมที่ได้รับมา และหาหนทางในการรับมือกับศัตรูที่เผชิญหน้ามาก่อนหน้านี้
         

      ทันใดนั้น ก็มีเสียงคนเดินเข้ามาหา ทั้งสามคนตั้งท่าเตรียมรับมือในทันที แต่จู่ ๆ คนผู้นั้นก็พูดขึ้นมา ด้วยความอ่อนแรงว่า
         

“ชะ...ช่วยข้าด้วย” หลังจากนั้นเขาก็ล้มลงไป
         

     ทั้งสามคนยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดตามมา เนี่ยลี่จึงกระโดดลงไปหาชายที่นอนล้มอยู่กับพื้น
         

      “ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นมนุษย์” เนี่ยลี่พูดขึ้นมาขณะที่ตรวจสอบร่างกายของ คนผู้นั้น เป็นชายหนุ่มอายุราวยี่สิบปี สวมเสื้อผ้าที่เปื้อนฝุ่นราวกับขอทาน ระดับพลังของเขานั้นดเหมือนว่าจะอยู่ในระดับเซียน
         

       “ข้าคิดว่า เขาเป็นคนจากตระกูลแรกเริ่ม” เทพธิดายู่หยานกระโดดตามลงมาและตรวจสอบกลิ่นอายลมปราณของเขา
         

      “ถ้าเช่นนั้นข้าจะลองรักษาเขาดูก่อน” เนี่ยลี่พูดขณะที่หยิบยาออกมา และป้อนให้คนผู้นั้นดื่ม หลังจากนั้นไม่นาน คนผู้นั้นก็ได้สติ
         

      “ข้านั้น มีนามว่า หยวนฉี่ หง เป็นทายาทแห่งตระกูลหยวนฉี่” [原始:แรกเริ่ม ดั้งเดิม] หยวนฉี่ หง ประสานมือพร้อมกับก้มหัวแนะนำตัวเพื่อแสดงความขอบคุณ
         

      “ไม่ใช่ว่าพวกเจ้านั้นถูกควบคุมไปจนหมดแล้วหรอกหรือ?” เทพธิดายู่หยานเอ่ยถามออกไป
         

      “พวกเราเหลือรอดอยู่ราวร้อยคน พวกเราหลบซ่อนอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง ข้านั้นออกมาเพื่อหาอาหารและบังเอิญเจอพวกอสูรเทพ ข้าหลบหนีมาได้แต่ก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย พวกท่านช่วยพาข้าไปยังที่หลบซ่อนได้หรือไม่” หยวนฉี่ หง พูดพร้อมกับขอความช่วยเหลือ แม้ว่าจะพอมีแรงแล้วแต่ขาของเขาก็ได้รับบาดเจ็บจนเดินได้อย่างลำบาก
         

     “ดูเหมือนว่าเจ้าจะขอร้องคนผิดแล้ว พวกข้านั้นเองก็ถูกพวกอสูรเทพไล่ล่าอยู่เช่นกัน” เนี่ยลี่ตอบกลับไปอย่างไม่สนใจใยดีนัก
         

      “ถ้าเช่นนั้นพวกท่านก็สามารถไปยังที่หลบภัยของพวกข้าได้” หยวนฉี่ หง พูดเสนอขึ้นมา หากเขาต้องเดินทางกลับไปเพียงลำพัง ก็คงจะไม่ปลอดภัยเป็นแน่
        

      เนี่ยลี่หันไปมอง เทพธิดายู่หยานและหมิงเฟยครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพยักหน้าตอบรับไป
         

     หลังจากนั้น ทั้งสี่คนก็เดินทางลัดเลาะในป่า ไปถึงปากถ้ำแห่งหนึ่ง หน้าถ้ำถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์ เพื่อให้มองเห็นได้ยาก
         

    เนี่ยลี่เป็นผู้เดินไปแหวกเถาวัลย์ออก และเดินมุดเข้าไปเป็นคนแรก ก่อนที่จะหันกลับมาพูดว่า
         

   “ดูเหมือนว่าถ้ำนี้จะมีความลึกไม่น้อย มองเข้าไปข้ามองไม่เห็นสิ่งใดเลย”
         

   “ถูกต้องแล้ว พวกเราหลบซ่อนอยู่ด้านในสุดของถ้ำ มันกว้างขวางมากและมีบ่อน้ำอยู่อีกด้วย” หยวนฉี่ หง พูดขึ้นมาขณะที่เดินไปยังปากถ้ำที่เนี่ยลี่แหวกเถาวัลย์อยู่
         

    “หยุดโกหกได้แล้ว เมื่อครู่นี้ข้าได้ใช้พลังสัจธรรมแห่งวายุตรวจสอบภายในถ้ำแล้ว มันไม่มีลมหายใจของสิ่งมีชีวิตอยู่เลยแม้แต่น้อย” เนี่ยลี่หยิบกระบี่เทพอัสนีดาวตกออกมาและจ่อกระบี่ไปที่คอของหยวนฉี่ หง
         

     “ฉลาดกว่าที่ข้าคิดเอาไว้เสียอีก แต่เจ้ามาถึงที่นี่ก็นับว่าติดกับพวกข้าแล้ว” หยวนฉี่ หงพูดขึ้นขณะที่ร่างกายของเขาเปลี่ยนไปกลายเป็น อสูรที่ทั่วทั้งร่างเป็นดั่งผลึกแก้วสีฟ้า มันคือ” อสูรเทพชั่วเจวี๋ยผู้ครอบครองพลังสัจธรรมแห่งมายา
         

     ทันใดนั้น ถ้ำที่อยู่เบื้องหน้าก็พุ่งเข้ามากลืนกินทั้งสามคน ให้เข้าไปอยู่ในถ้ำ ถ้ำนี้คือร่างของอสูรเทพซานจี้ผู้ครอบครองพลังสัจธรรมแห่งขุนเขา มือข้างหนึ่งของเนี่ยลี่ถือกระบี่อัสนีดาวตกเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างยังคงจับเถาวัลย์เอาไว้แน่น
         

    “คิดจะใช้วิธีเดิมกับข้าไม่ได้ผลหรอกนะ!” เนี่ยลี่ใช้พลังสัจธรรมแห่งพฤกษากับเถาวัลย์ที่อยู่ในมือ ทำให้มันงอกและขยายใหญ่ขึ้น ก่อนที่อสูรเทพเซิงอินผู้ครอบครองพลังสัจธรรมแห่งเสียงจะใช้คลื่นเสียงมาเล่นงานพวกเขา
         

     เถาวัลย์ที่เติบใหญ่ด้วยพลังสัจธรรมแห่งพฤกษา แทงทะลวงร่างของ อสูรเทพซานจี้ออกไปข้างนอก แม้ว่าร่างกายจะเป็นหินผาอันแข็งแกร่ง ก็ไม่อาจต้านทานการงอกเงยของเถาวัลย์จากด้านในได้ ทำให้อสูรเทพซานจี้ล้มลงไปแต่ก็ยังมีลมหายใจอยู่
         
     “เจ้าพวกมนุษย์โสโครก คลื่นเสียงกังวาล!” อสูรเทพเซิงอินที่บินอยู่ด้านบนรีบใช้คลื่นเสียงกับพวกเนี่ยลี่ ทันทีที่ได้เห็นพวกเขาปรากฏตัวออกมาจากร่างของอสูรเทพซานจี้ ในดวงตาของนางมีน้ำตารินไหลออกมา
         

     “ฝ่ามือมังกรคำราม” หมิงเฟยปล่อยพลังออกจากฝ่ามือของเขา มังกรที่พุ่งออกไปกระแทกเข้ากับตัวของอสูรเทพเซิงอินอย่างจัง ทำให้นางได้รับบาดเจ็บจนไม่อาจที่จะส่งเสียงออกไปได้อีก
         

     ทางด้านอสูรเทพชั่วเจวี๋ยผู้ครอบครองพลังสัจธรรมแห่งมายา ที่กำลังทะยานหนีไป อยู่ห่างออกไปร้อยกว่าเมตร  เนี่ยลี่ได้พุ่งกระบี่อัสนีดาวตกออกไปแทงทะลุร่างของมันจนขาดใจตายในคราวเดียว
         
     “พวกเจ้าทำแผนที่ข้าวางเอาไว้ต้องพังไปจนหมด พื้นที่แรงโน้มถ่วง!อสูรเทพหยิ่นลี่ ผู้ครอบครองพลังสัจธรรมแห่งแรงดึงดูด ได้สร้างพื้นที่แรงดึงดูดในระยะหนึ่งร้อยเมตรขึ้นมา
         

      แรงดึงดูดนี้มากเสียยิ่งกว่าพื้นที่แรงโน้มถ่วงของแพนด้าเขี้ยวอสูร เนี่ยลี่ เทพธิดายู่หยาน หมิงเฟย รวมถึง อสูรเทพเซิงอินที่ยังไม่ถึงแก่ชีวิต ต้องทรุดลงกับพื้นด้วยเช่นกัน ทางด้านอสูรเทพซานจี้ที่บาดเจ็บสาหัสอยู่ร่างกายของเขาแหลกละเอียดหลอมเป็นเนื้อเดียวกับพื้นดิน
         

     “หยิ่นลี่ นี่เจ้าคิดที่จะสังหารพวกข้าไปด้วยหรืออย่างไร?” อสูรเทพเซิงอินตะโกนออกไป ในขณะที่ร่างกายของนางไม่อาจต้านทานแรงดึงดูด จึงไม่อาจที่จะลุกยืนขึ้นได้ น้ำตานางเริ่มที่จะรินไหลหลังจากที่ได้เห็นจุดจบของอสูรเทพซานจี้
         

     “หึ ขยะเช่นพวกเจ้า ก็เหมาะสมแล้วที่จะตายไปพร้อมกับพวกมัน หากพวกเจ้าทำตามแผนที่ข้าวางเอาไว้ เรื่องก็คงจะไม่เป็นเช่นนี้” อสูรเทพหยิ่นลี่พุดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา
         

     “กระบี่อัสนีดาวตก!” เนี่ยลี่ใช้พลังสัจธรรมแห่งวายุควบคุมกระบี่เทพอัสนีดาวตกที่อยู่นอกขอบเขตพื้นที่แรงดึงดูด ให้พุ่งขึ้นไปอยู่ตรงตำแหน่งของอสูรเทพหยิ่นลี่ ก่อนที่จะปล่อยให้พุ่งลงมาตามแรงโน้มถ่วงที่อสูรเทพหยิ่นลี่ได้สร้างขึ้น
         

ฉึกก!
         

       ด้วยแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ทำให้กระบี่เทพอัสนีดาวตก พุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว และปักลงตรงไหล่ซ้ายหัวของอสูรเทพหยิ่นลี่ ทำให้แขนซ้ายขาดร่วงลงไปกับพื้น แม้ว่าอสูรเทพหยิ่นลี่จะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็มิได้หยุดการใช้พื้นที่แรงโน้มถ่วง
         

      “เจ้าพวกมนุษย์โสโครกบังอาจตัดแขนข้างั้นหรือ?อสูรเทพหยิ่นลี่พุ่งเข้าไปหาเทพธิดายู่หยานและใช้มือขวาที่เป็นดั่งแขนของตั๊กแตนคีบคอเทพธิดายู่หยานเอาไว้
         

     “แขนของข้าตัดได้ทุกสิ่ง ตายซะ!อสูรเทพหยิ่นลี่คีบคอเทพธิดายู่หยานอยู่ หมายที่จะตัดให้ขาดในคราวเดียว
         
กึกก!
         

      “เจ้าอสูรโง่เง่า มือขวาของเจ้าไม่คมพอที่จะบั่นคอผู้มีพลังระดับเทพสงครามได้หรอกนะ!” เทพธิดายู่พูดพร้อมกับร่างกายของนางที่มีเปลวไฟลุกโชนขึ้นมา ความร้อนแรงของเปลวไฟเผาไหม้อสูรเทพหยิ่นลี่ เหลือเพียงเปลือกแข็งที่ห่อหุ้มร่างกายอยู่เท่านั้น
         

       ทันทีที่อสูรเทพหยิ่นลี่หมดลมหายใจ พลังจากพื้นที่แรงโน้มถ่วงก็ได้หายไป เนี่ยลี่ใช้พลังสัจธรรมแห่งวายุ รวบรวม แก่นแท้แห่งพลังสัจธรรมจากอสูรทั้งสามมา และเดินไปหาอสูรเทพเซิงอิน
         

     “หากพวกเจ้าคิดจะสังหารข้า ก็จงลงมือได้เลย” อสูรเทพเซิงอิน พูดขึ้นมาด้วยความเจ็บแค้น คนรักของนางต้องถูกสังหาร และยังถูกพวกเดียวกันหักหลังอีก
         

        “ข้าไม่ได้ต้องการเพียงพลังสัจธรรมของพวกเจ้าเท่านั้น ข้ายังต้องการกายาเทพของเจ้าด้วย” เนี่ยลี่พูดออกไป
         

    “เหตุใดข้าต้องยอมสละกายาเทพให้แก่มนุษย์ที่มีส่วนร่วมในการสังหารคนรักของข้าด้วย” อสูรเทพเซิงอินพูดขึ้นมาพร้อมกับกำมือแน่น พร้อมกับน้ำตาที่ไหลเต็มใบหน้า อสูรเทพซานจี้นั้นเป็นคนรักของนาง
         
      “อสูรที่มีน้ำตา แปลว่าเจ้าเองก็มีหัวใจ เจ้าจะต้องเข้าใจในสิ่งที่พวกข้าทำ” เทพธิดายู่หยานพูดแทรกขึ้นมา
         

   “สิ่งที่พวกข้าทำ เพราะเป็นสิ่งจำเป็น หากไม่สามารถรวบรวมพลังสัจธรรมทั้งหมดได้ ทุกสรรพสิ่งบนโลกก็จะถูกจักรพรรดิปราชญ์ทำลายจนสิ้น” เทพธิดายู่หยานอธิบายต่อ
         

     “คำพูดของมนุษย์ไม่อาจเชื่อถือได้” อสูรเทพเซิงอินตอบกลับไป นางไม่มีทางยอมเชื่อสิ่งที่มนุษย์พูดเป็นแน่
         

      “ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็จงไปซะ เมื่อใดที่เจ้ารู้ความจริงแล้วค่อยมาพบกับพวกข้า” เนี่ยลี่พูดออกไป ถึงอย่างไรเขาก็ต้องรวมรวมพลังสัจธรรมทั้งหมดเอาไว้ สำหรับพลังสัจธรรมแห่งเสียง เขาค่อยตามไปจัดการกับนางทีหลังได้ เขาคิดว่าการเดิมพันครั้งนี้อาจจะคุ้มค่าก็เป็นได้ และเขาเองก็มีแผนสำรองเอาไว้อยู่แล้ว
         

 “ข้าจะต้องกลับมาล้างแค้นพวกเจ้า” อสูรเทพเซิงอินพูดขึ้นมาขณะที่กางปีกและบินออกไป
         

ฉึกก!
         

      หอกเล่มหนึ่งถูกพุ่งมาทะลุปีกของอสูรเทพเซิงอิน ที่กำลังบินอยู่ ทำให้นางร่วงลงมา
         

     “อะไรกัน!” นางรีบหันไปมองยังทิศทางที่หอกพุ่งมา
         

     กองกำลังนับล้านของอสูรเทพค่งเจี้ยน ปรากฏตัวขึ้นมา การที่เขาไม่เข้าร่วมโจมตีแต่แรก ก็เพื่อแอบนำกองกำลังไปซ่อนอยู่โดยรอบ
         

      “ค่งเจี้ยน เจ้าเองก็คิดที่จะหักหลังข้าเช่นนั้นหรือ?”  อสูรเทพเซิงอินพูดไปทางกองกำลังด้วยน้ำเสียงที่คับแค้นใจ
         

     “ผู้ที่รู้เกี่ยวกับสิ่งที่ท่านจักรพรรดิปราชญ์ต้องการทำ จะต้องถูกสังหารทั้งหมด” เสียงดังมาจากปากของกองกำลังของอสูรเทพค่งเจี้ยน เขาควบคุมให้ทุกคนพูดขึ้นมาพร้อมกัน
         

    “ดูเหมือนว่าในกลุ่มของพวกเจ้าจะมีคนที่รู้เรื่องนี้ และยังยินดีที่จะเชื่อฟังจักรพรรดิปราชญ์อยู่สินะ!” เนี่ยลี่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา
         

    “ดินแดนเมฆาแห่งความฝัน เป็นเพียงฐานที่มั่นแรกที่พวกเรายึดครองเท่านั้น อีกไม่นานพวกเราจะบุกยึดโลกเบื้องล่างของพวกเจ้าด้วย” เสียงดังมาจากทางกองกำลังของอสูรเทพค่งเจี้ยนอีกครั้ง
         

     “ดูเหมือนว่าจะมีเส้นทางอื่นในการเชื่อมต่อโลกใบเล็กกับอาณาจักรซากมังกรเป็นแน่ ไม่เช่นนั้นแล้วพวกมันคงจะติดต่อกับจักรพรรดิปราชญ์ได้เป็นแน่” หมิงเฟยพูดขึ้นมา เดิมทีเขาคิดว่าทางเข้าออกมีเพียงแค่ที่นครใต้พิภพเท่านั้น
         

     “พวกเจ้าจงตายไปได้แล้ว!” สิ้นเสียงพูดจบ กองกำลังของอสูรเทพค่งเจี้ยน ก็ปาอาวุธเข้าใส่พวกเขาทั้งสาม และอสูรเทพเซิงอิน
         

     นั่นทำให้พวกเขาทำได้เพียงแค่ปัดป้องเท่านั้น การที่จะจัดการอสูรเทพค่งเจี้ยน โดยที่ไม่ทำร้ายกองกำลังที่เป็นมนุษย์ของเขา เป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่งนัก
         

 “เจ้าคิดจะตอบโต้ด้วยวิธีใดกัน” หมิงเฟยหันมาถามเนี่ยลี่
         

    “ข้าสามารถหยุดการเคลื่อนไหวของพวกเขาได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ปัญหาก็คือพวกท่านจะต้องค้นหาตัวจริงของมันให้เจอก่อนที่พวกเขาจะเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง” เนี่ยลี่ตอบกลับไปขณะที่ใช้พลังสัจธรรมแห่งวายุพัดอาวุธที่ถูกปกมาให้พัดไปทางอื่น
         

      “ข้ารู้จักตัวจริงของมัน ข้าจะช่วยพวกเจ้าเอง อย่างน้อยข้าก็ได้รู้แล้วว่าสิ่งที่เจ้าพูดมาเป็นความจริง” อสูรเทพเซิงอินพูดขึ้นมาขณะที่พยายามกระพือปีกเพื่อบินขึ้นไป
         

     “สุสานน้ำแข็ง!” เนี่ยลี่ใช้พลังสัจธรรมแห่งน้ำแข็งแช่แข็งกองกำลังของอสูรเทพค่งเจี้ยนทั้งหมด เทพธิดายู่หยาน หมิงเฟย และ อสูรเทพเซิงอิน รีบบินไปหาตัวจริงของอสูรค่งเจี้ยนในทันที
         

       อสูรเทพเซิงอินบินขึ้นไปเหนือกองกำลังของอสูรเทพค่งเจี้ยน และใช้คลื่นเสียงปล่อยออกไป เสียงที่สะท้อนกลับมาสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นเสียงที่สะท้อนจากมนุษย์หรืออสูร เพียงไม่นานนางก็สามารถหา อสูรเทพค่งเจี้ยนเจอ เขาหลบซ่อนอยู่กลางกองกำลังของเขา
         

      “คลื่นเสียงกังวาล!” อสูรเทพเซิงอิน ใช้กำลังเฮือกสุดท้ายโจมตีไปที่อสูรเทพค่งเจี้ยน ที่ถูกแช่แข็งอยู่ ทำให้ร่างของอสูรเทพค่งเจี้ยนแตกออกในทันที หลังจากนั้นน้ำแข็งที่เกาะตามตัวของกองกำลังก็เริ่มละลาย พวกเขานั้นก็หมดสติและล้มลง เดิมทีพวกเขาถูกควบคุมอยู่ จึงไม่มีสติเลยแม้แต่น้อย
         
     ทั้งสามคนทะยานไปหาอสูรเทพเซิงอิน ที่ใกล้จะหมดลมหายใจ
         

      “หากไม่ได้เจ้าช่วย ข้าคงจะต้องสังหารคนพวกนั้นทั้งหมดเป็นแน่” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับถอนหายใจ
         

     “ตอนนี้เจ้าครอบครองพลังสัจธรรมแห่งมายา เจ้าช่วยตอบแทนข้าสักเรื่องจะได้หรือไม่” อสูรเทพเซิงอิน พยายามพูดขึ้นมา
         

     เนี่ยลี่พยักหน้า เขารู้ว่านางนั้นต้องการสิ่งใด เขาจึงใช้พลังสัจธรรมแห่งมายาทำให้มองเห็นตัวเขาเป็นอสูรเทพซานจี้ และโอบกอดนางไว้
         

     “เซิงอิน หากชาติหน้ามีจริง ไม่ว่าข้าจะเกิดเป็นมนุษย์หรืออสูร ข้าจะต้องครองรักกับเจ้าเช่นในชาติภพนี้ของเรา” เนี่ยลี่พูดออกไปในร่างของ อสูรเทพซานจี้
         

     “ขอบใจเจ้ามาก” อสูรเทพเซิงอินพูดพร้อมกับตาที่ค่อย ๆ ปิดลง กายาเทพของนางค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไปเป็นกระดูกมนตรา
         

     เนี่ยลี่คืนกลับมาอยู่ในสภาพเดิม และเอื้อมมือไปหยิบกระดูกมนตราและ ผลึกแห่งสัจธรรมมาเก็บไว้ ในตอนนี้เขานั้นรวบรวมพลังสัจธรรมได้ครึ่งหนึ่งแล้ว ภายในดวงจิตแห่งความว่างเปล่าได้ปรากฏ ผลึกแห่งพลังสัจธรรมแห่งความเที่ยงแท้ขึ้นมา................จบตอน


แต่งโดย นายมะพร้าว



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง