test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

23 ธ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 447 太岁头上动土 การท้าทายอำนาจผู้ยิ่งใหญ่



เมื่อเดินเข้าไปในส่วนลึกของป่า ผ่านช่องทางแคบ ๆ ก็ได้มองเห็นบางอย่างตรงเบื้องหน้า


ทั่วพื้นที่ของภูเขา ห่างออกไปมีต้นไม้เรียงรายอยู่ ในที่เห็นอยู่ในบริเวณต้นไม้เหล่านั้น คือยอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกรนับหมื่นคน คลื่นลมปราณที่แผ่ขึ้นไปเบื้องบนนั้น ราวกับการก่อตัวของค่ายกลขนาดใหญ่ ทีดูน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก


และบรรยากาศที่ดูงดงามจนไม่อาจเปรียบเปรยกับสิ่งใดได้


                เมื่อยืนอยู่เบื้องหน้าค่ายกลขนาดใหญ่ ราวกับมีพายุพัดโหมกระน่ำ พัดพาคลื่นน้ำโหมซัดเข้ามา ที่ดูราวกับว่าจะกลืนกินทุกสิ่งไปได้


แม้แต่ยอดฝีมือระดับเทพสงคราม หากเข้าไปค่ายกลขนาดใหญ่ที่น่าหวาดกลัวนี้ ยังคงรู้สึกราวกับว่าจะถูกสังหารในทันที


เหล่าศิษย์ของนิกายมหาเมฆาต่างก็รู้สึกตกใจกับภาพที่ได้พบเห็นเบื้องหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาตกใจจนรู้สึกสงสัยว่านี่เป็นความจริงหรือไม่? เหตุใดจึงมียอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกรอยู่จำนวนมากมายถึงเพียงนี้?


โดยปกติแล้ว นิกายขนาดเล็กเช่นนิกายมหาเมฆา การมียอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกรยี่สิบคนก็นับว่ามากมายแล้ว สำหรับนิกายขนาดใหญ่เช่นนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์แล้ว มักจะมียอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกรไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น แต่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ กลับมียอดฝีมือที่มีความแข็งแกร่งระดับวิถีแห่งมังกรอยู่นับหมื่นคน 


ภายใต้คลื่นลมปราณระดับวิถีแห่งมังกรนับหมื่นคนนี้ มีอยู่สิบสามคนที่มีลมปราณในระดับเทพสงคราม


ก่อนหน้านี้นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ มียอดฝีมือมีที่มีความแข็งแกร่งระดับเทพสงครามอยู่เพียงห้าคนเท่านั้น นี่พวกเขาทำเช่นใดกัน จึงได้มียอดฝีมือที่มีความแข็งแกร่งระดับเทพสงครามเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึงแปดคนได้


ก่อนที่จะเดินทางมายังนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ พวกเขาคาดว่าความแข็งแกร่งของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์นั้นลดน้อยลงไป ตามการคาดเดาของพวกเขานั้น พวกเขาคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่ผู้นำของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์จะสิ้นอายุขัย จึงได้ทำการปิดประตูนิกายเอาไว้ และกองกำลังของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์คงจะไม่แข็งแกร่งเช่นดังที่ผ่านมา ในตอนนี้ พวกเขาได้เห็นแล้วว่า นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ยังคงแข็งแกร่งเช่นเดิม ไม่ใช่เพียงจะไม่อ่อนแอลง แต่กลับแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ


ความประหลาดใจในตอนนี้ เกินกว่าที่จะพรรณนาออกมาได้


เมื่อมาถึงในเวลานี้ หลิงคงก็สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้แล้วว่า ที่เนี่ยลี่พูดว่าจะทำสงครามกับนิกายเทพอสูร ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแต่อย่างใด!


นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ในยามนี้ มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะ ก่อสงครามกับนิกายเทพอสูรได้อย่างแน่นอน!


เนี่ยลี่รับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งที่อยู่โดยรอบ ก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ในนิกายขนนกยังมีปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ทั้งห้า ที่แข็งแกร่งขึ้นหลังจากได้ทานยาทิพย์ของเขา และยังมีอีกหลายคนที่ก้าวขึ้นสู่ขั้นสูงสุดของระดับวิถีแห่งมังกร และใกล้จะก้าวเข้าสู่ระดับเทพสงครามอยู่อีกด้วย


เมื่อเวลาผ่านไป ยอดฝีมือที่มีความแข็งแกร่งระดับวิถีแห่งมังกรก็จะมีจำนวนมากยิ่งขึ้น ที่สามารถก้าวสู่ระดับเทพสงครามได้ และในเวลานั้นนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ ก็จะก้าวไปสู่จุดสูงสุดได้


เมื่อนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งขึ้น เป้าหมายในการครอบครองอาณาจักรซามังกรของเนี่ยลี่ก็จะใกล้เข้าไปอีกก้าว


หากอาณาจักรซากมังกรรวมเป็นหนึ่งได้ เนี่ยลี่ก็อาจจะรับมือกับจักรพรรดิปราชญ์ได้


ไม่เพียงนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ตามที่เนี่ยลี่ได้ทราบมา จื่ออวิ๋น หนิงเอ๋อ ตู่ซื่อและคนอื่น ๆ ต่างก็เริ่มที่จะมีอิทธิพลในนิกายอื่น ๆ แล้ว


ทีละก้าว ทีละก้าว เนี่ยลี่ได้กลายเป็นสายลมที่พัดพาทุกสิ่ง และกลายเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในอาณาจักรซากมังกร


เนี่ยลี่มองไปยังหลิงคง เขายิ้มและพูดขึ้นว่า “ประมุขหลิง ข้าได้ยินมาว่าท่านนั้นชื่นชมนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์เพียงใด ข้าเองก็เป็นถึงประมุขของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ ข้าย่อมไม่ทำตัวเป็นนกยวนยางแยกคู่เป็นแน่ เหตุใดเราจึงไม่มาเฝ้ามองนิกายขนกศักดิ์สิทธิ์ ท่านมีความเห็นว่าเช่นใด?


[สำนวนนกยวนยางแยกคู่ หมายถึงการพยายามแยกคู่รักออกจากกัน ในนิยายเปรียบเปรยคู่รักคือ นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ และนิกายมหาเมฆา  นกยวนยางหากแปลเป็นไทยแล้วจะหมายถึงนกเป็ดน้ำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักของชาวจีน หากคู่ของมันตาย มันจะตรอมใจตายตามกันไป จะไม่มีการหาคู่ใหม่]


เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ ความรู้สึกอึดอัดใจก็เข้ามาอยู่ในอกของหลิงคง ก่อนหน้านี้เขาพยายามที่จะบังคับขอแต่งงาน  หลังจากที่เห็นความแข็งแกร่งของนิกายขนกสักดิ์สิทธิ์ แต่ทันใดนั้นเขาก็คิดได้ว่า หากอยู่ภายใต้การคุ้มครองจากนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ เรื่องที่พวกอสูรที่บุกมานิกายของเขาก่อนหน้านี้ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกล่าวถึงอีกต่อไป


แต่ในตอนนี้เขานั้นไม่กล้าที่จะเอ่ยขอความคุ้มครองนี้จากเนี่ยลี่ แต่หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอับอาย


ทางด้านลู่เพียว กู้เบ่ยและคนอื่น ๆ ต่างก็พูดคุยกันเบา ๆ และรอฟังคำตอบ


ลู่เพียวกระซิบออกไปเบา ๆ ว่า “ กู้เบ่ย ข้าได้ยินหลงยู่อินพูดที่ด้านนอก หากนางไม่ได้แต่งงานกับประมุข นางก็จะไม่แต่งงานตลอดชีวิตนี้”


กู้เบ่ยพยักหน้าและตอบกลับไปว่า “คุณชายจากนิกายเล็ก ๆ ผิวพรรณบอบบางเช่นนี้ นางไม่มีทางที่จะสนใจอย่างแน่นอน”


ลู่เพียวกระซิบตอบกลับไปว่า “เจ้าคนผู้นี้แสวงหาความตายอย่างแท้จริง กล้าที่จะมาแย่งชิงผู้หญิงของประมุขของพวกเรา”


หลิงคงพยายามที่จะสงบใจ เขามองกลับไป เห็นเนี่ยลี่เผยรอยยิ้มเล็กน้อยให้กับเขา เขารู้สึกโล่งใจขึ้นไม่น้อย จริง ๆ แล้วเขานั้นไม่ได้คิดร้ายอันใด ที่เขาขอทำการหมั้นหมายและแต่งงาน แต่หญิงผู้นั้นคือหลงยู่อิน เมื่อได้ยินคำพูดของกู้เบ่ยและลู่เพียวแล้ว ดูเหมือนว่าหลงยู่อินจะมีความสัมพันธ์เป็นพิเศกับเนี่ยลี่


หลิงคงรู้สึกราวกับว่าเจ็บปวดราวกับถูกถลกหนังศีรษะ


หากเป็นนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ก่อนหน้านี้ เขาคงจะไม่รู้สึกหวาดกลัวเท่าใดนัก แต่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ในยามนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และเนี่ยลี่ผู้นี้ มีรอยยิ้มที่ดูราวกับเป็นมีดที่คมกริบ


แม้ว่าเนี่ยลี่จะไม่มีท่าทีที่ใส่ใจกับคำพูดเหล่านั้น แต่ในใจอาจจะรู้สึกโกรธยิ่งนัก


การที่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งขึ้นมาก ทำให้เหล่าศิษย์ของนิกายมหาเมฆารู้สึกหวาดกลัวจนอยากจะกลายเป็นขี้เถ้าล่องลอยหายไปในทันที


นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ในยามนี้ ไม่ต่างไปจากอสูรที่น่าหวาดกลัว


หลิงคงรีบประสานมือและพูดออกไปว่า “ท่านประมุขเนี่ย ข้าไม่ทราบมาก่อนถึงความสัมพันธ์ของแม่นางหลงกับท่านประมุข....”


เนี่ยลี่โบกมือปฏิเสธและตอบกลับไปว่า “หลงยู่อินนั้นเป็นบุตรีของตระกูลผนึกมังกร เป็นสหายที่สำคัญคนหนึ่งของข้า นั่นคือสิ่งที่ข้ารู้สึกกับแม่นางหลง”


ก่อนหน้านี้หลงยู่อินพยายามมองหาเนี่ยลี่ในทุกที่ทุกเวลา เนี่ยลี่เองก็ไม่ได้ชอบสักเท่าใดนัก แม้ว่าเขาจะมีตำแหน่งใหญ่โต เขาก็ยังมีความกังวลในการแก้ไขปัญหานี้


ในใจของเนี่ยลี่นั้น การที่มีผู้อื่นปรากฏขึ้นมา มันก็เป็นเรื่องที่เกินจะทนรับได้ หากปล่อยให้เรื่องราวทุกอย่างยังคงดำเนินไปเช่นเดิม หลงยู่อินก็จะรบกวนเขาไม่น้อย เมื่อต้องใคร่ครวญดูแล้วก็เป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย


เมื่อได้ยินเนี่ยลี่พูดเช่นนั้น หลิงคงก็รู้สึกว่าขาของเขานั้นแทบจะหมดแรง แต่ก็พูดออกไปว่า “ประมุขเนี่ย เรื่องการหมั้นหมายและการแต่งงานโปรดลืมมันไปเสีย ให้คิดเสียว่าข้าไม่เคยพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ข้าต้องขออภัยประมุขเนี่ยอย่างแท้จริง”


เนี่ยลี่รีบโบกมือปฏิเสธอย่างรวดเร็ว และตอบกลับไปว่า “ข้าก็ไม่รู้ว่าจะลืมมันได้หรือไม่ แต่ถึงอย่างไร จะพูดไปแล้ว ข้าก็เป็นคนที่ใจคอกว้างขวาง?


หลิงคงรู้สึกขมขื่นใจยิ่งนัก สุดท้ายแล้วความตั้งใจของเขาก็ถูกเนี่ยลี่ทำให้สลายไป มีเรื่องหนึ่งที่เขาจดจำได้เป็นอย่างดี มีประมุขนิกายแห่งหนึ่งที่คิดลองดีกับนิกายเทพอสูร สุดท้ายต้องวิ่งเข้าไปขออภัยต่อประมุขนิกายเทพอสูร ซึ่งประมุขของนิกายเทพอสูรนั้นยินดีรับคำขออภัยและให้สัญญาเป็นอย่างดี แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน นิกายแห่งนั้นก็ถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด


การที่เขานั้นคิดฉกฉวยผู้หญิงของเนี่ยลี่ นั่นเป็นการท้าทายอำนาจผู้ยิ่งใหญ่ใช่หรือไม่


เนี่ยลี่ตบไปที่ไหล่ของหลิงคง เขายิ้มและพูดออกไปว่า “ท่านประมุขหลิง”


หลิงคงนั้นตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว และถามออกไปว่า “ประมุขเนี่ย ข้านั้นเป็นตัวแทนของนิกายมหาเมฆา ซึ่งเป็นพันธมิตรของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ เพียงแค่ประมุขเนี่ยเอ่ยมา แม้ว่าจะต้องปีนภูเขาที่แหลมคมราวกับมีด หรือบุกฝ่ากองไฟ ทางนิกายมหาเมฆาจะเอื้อนเอ่ยหรือโต้แย้งอันใด”


“สำหรับเรื่องหลงยู่อินนั้น......” เนี่ยลี่ยังคงต้องการพูดในเรื่องนี้ต่อ


หลิงคงนั้นรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งใจ และพูดออกไปว่า “ข้าไม่ทราบมาก่อนว่า หลงยู่อินนั้นมีความสำคัญกับประมุขเนี่ยเป็นอย่างมาก หากรู้เช่นนั้น หลิงคงผู้นี้คงไม่กล้าพูดออกไปเช่นนั้นเป็นแน่!


“แต่ว่า.............” เนี่ยลี่ยังคงพยายามพูดเรื่องเดิมอย่างน่าแปลกใจ


“ตัวข้านั้นในนามของนิกายมหาเมฆา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้าย ก็ยินดีที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของประมุขเนี่ย แม้ว่าจะเป็นการสังหารพระเจ้าก็ตามที”


“ข้าต้องการให้ร่วมมือกับนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ ในการต่อสู้กับนิกายเทพอสูร.... ”เนี่ยลี่พูดและจับจ้องไปที่หลิงคง


หลิงคงร่ำร้องและคร่ำครวญอยู่ในใจ การที่ต้องร่วมมือกับนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ต่อสู้กับนิกายเทพอสูร หากเขาไม่ยอมตอบรับในเวลานี้ นิกายมหาเมฆาคงกลายเป็นเป้าหมายแรกที่จะทำลายของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเป็นเช่นนั้น เขาจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไรกัน.............จบตอน


 แปลโดย นายมะพร้าว







เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง