test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

2 พ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 11 威胁 การข่มขู่




เนี่ยลี่มองไปที่เสิ่นซิ่วที่กำลังโกรธเกรี้ยวอยู่ เขาหัวเราะและพูดออกไปว่า “อาจารย์เสิ่นซิ่ว พูดว่าในโลกนี้ไม่มีตำราที่ชื่อว่า อสนีบาตศักดิ์สิทธิ์ เพียงเพราะท่านไม่เคยเห็นตำราเล่มนี้ หรือว่าอาจารย์เสิ่นซิ่วจักบอกว่า ท่านนั้นได้อ่านตำราทุกเล่มในโลกนี้ทั้งหมดแล้วเช่นนั้นหรือ?

ในชีวิตที่แล้วเสิ่นซิ่วเองก็เป็นคนที่ไร้เหตุผลเช่นนี้

“ตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้นหรือ? ข้าจำได้ว่า ได้ยืมตำราเล่มนั้นมาจากหอตำรา!” นักเรียนจากตระกูลสามัญชนผู้หนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความตกใจ เขาได้ยืมตำรามาจากหอตำรามาจำนวนสามเล่ม และหนึ่งในนั้นคือตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์ แต่เนื้อหาที่อยู่ในตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์ นั้นซับซ้อนเกินไป เขาไม่อาจที่จะเข้าใจได้แม้แต่น้อย แต่เขาลืมคืนตำราเล่มนี้ไปก็เท่านั้น

หลังจากสิ้นเสียงของนักเรียนจากตระกูลสามัญชนผู้นั้น ใบหน้าของเสิ่นซิ่วถึงกับซีดขาว 

นักเรียนจากตระกูลสามัญชนเปิดหน้าตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์ แต่ตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้เป็นเพียงฉบับคัดลอกเท่านั้น โดยเขียนขึ้นด้วยภาษาของอาณาจักรวายุเหมันต์ ในบทแรกนั้นได้รับการแปลแล้ว แต่เนื้อหาในบทอื่น ๆ นั้นยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากภาษาของอาณาจักรวายุเหมันต์นั้นมีความซับซ้อนมาก คนทั่วไปไม่อาจที่จะเข้าใจได้

ไม่มีผู้ใดเลยที่คิดว่าตำราเล่มนี้มีอยู่จริง แม้แต่เย่เซิ่งที่เป็นถึงรองอาจารย์ใหญ่ของสถาบันกล้วยไม่ศักดิ์สิทธิ์ และหลี่เยี่ยที่เป็นอาจารย์ของสถาบันกล้วยไม่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ตำราที่เก็บไว้ในหอตำรานั้นมีหลายแสนเล่ม และเก้าในสิบส่วนเป็นตำราที่ตกทอดมาแต่โบราณ แม้แต่พวกเขาก็ยังไม่อาจที่จะระบุชื่อของตำราทุกเล่มได้ และมีตำราอยู่อีกไม่น้อยที่พวกเขาไม่อาจที่จะแปลได้

ในชีวิตที่แล้วของเนี่ยลี่ เขานั้นมีความเชี่ยวชาญถึงเจ็ดภาษา หลังจากที่ได้บรรลุระดับตำนาน เขาได้ศึกษาตำรามากมายและไม่เคยลืมเลือนเลยแม้แต่น้อย และในชีวิตที่แล้วเขายังได้เข้าไปศึกษาตำรานับล้านเล่มขณะที่อยู่ในตำราจิตอสูรท่องเวลาเป็นเวลาหลายร้อยปี

สำหรับภาษาของอาณาจักรวายุเหมันต์ จึงมิได้เป็นอุปสรรค์สำหรับเนี่ยลี่เลยแม้แต่น้อย

แม้แต่ชายชราที่สวมชุดคลุมที่นั่งอยู่ด้านข้างเย่เซิ่งก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ แม้ว่าเขานั้นจะไม่เคยอ่านตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์มาก่อนก็ตาม

“เย่เซิ่ง! เจ้าจงส่งคนไปนำตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์ จากหอตำรามาในทันที!” ชายชราที่สวมชุดคลุมพูดขึ้นมา
“ขอรับ!” เย่เซิ่งมองไปที่หลี่เยี่ย ทันทีที่หลี่เยี่ยเห็น เขาก็รีบเดินออกไปในทันที

เหล่านักเรียนในชั้นเรียนต่างจับจ้องไปยังตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในมือของนักเรียนจากตระกูลสามัญชนผู้นั้น แม้แต่เอียจื่ออวิ๋นก็ยังอดที่จะสนใจไม่ได้ ในฐานะที่เป็นลูกหลานในตระกูลหลัก พวกเขาจึงต้องเรียนรู้ตำรามากมาย แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่ามีตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้อยู่ด้วย เป็นเพราะตำราเล่มนี้มีความซับซ้อนมากเกินไป จึงมีไม่กี่คนที่ได้หยิบมันขึ้นมา

ในเมืองกลอรี่ มีลวดลายอาคมเพียงสามรูปแบบที่มีการบันทึกเอาไว้อย่างสมบูรณ์ คือรูปแบบอาคมวายุเหมันต์ รูปแบบอาคมเพลิงศักดิ์สิทธิ์ และลวดลายอาคมสำหรับต่อสู้ ผู้ที่ศึกษาลวดลายอาคมจะได้ศึกษาเพียงสามรูปแบบนี้เท่านั้น อาคมอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์นั้นส่วนใหญ่สูญหายไปในช่วงยุคมืด มีเพียงตำราบางส่วนที่หลงเหลืออยู่ เช่นตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์ แต่พวกเขาก็ไม่อาจที่จะแปลเนื้อหาออกมาได้ทั้งหมด ในบางครั้งก็มีนักเรียนที่มาหยิบยืมจากหอตำรา หลังจากที่พบว่าไม่อาจที่จะอ่านได้ พวกเขาก็จะนำมาส่งคืน

“ข้ากำลังมองหา บทที่เจ็ดของตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์”  นักเรียนจากตระกูลสามัญชนรีบเปิดหาบทที่ดังกล่าว ตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์นี้มีความหนาหลายร้อยหน้า เต็มไปด้วยภาพประกอบและคำอธิบายมากมาย รูปแบบลวดลายอาคมอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์ที่มีความซับซ้อนยิ่งนัก หลังจากบทแรกแล้วไม่มีการแปลใด ๆ อักษรโบราณรวมไปถึงลวดลายอาคมที่ซับซ้อน มองดูแล้วทำให้รู้สึกปวดหัวยิ่งนัก เมื่อเปิดไปถึงบทที่เจ็ด เด้กนักเรียนผู้นั้นก็พบว่ามีรูปแบบลวดลายอาคมอยู่หลายร้อยรูปแบบ นักเรียนจากตระกูลสามัญชนผู้นั้นเริ่มเปิดทีละหน้าเพื่อเปรียบเทียบกับรูปแบบลวดลายอาคมที่เขียนอยู่บนกระดาน เพื่อหาหน้าที่มีรูปแบบลวดลายอาคมที่คล้ายกัน

เหล่านักเรียนในชั้นเรียนเริ่มที่จะหมดความอดทน เมื่อไหร่กันที่เขาจะหาเจอ?

เสิ่นซิ่วพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจยิ่งนัก “เป็นไปได้ว่าเจ้าอาจจะเจอตำราเล่มนี้อยู่ตรงมุมใดมุมหนึ่งของหอตำรา โดยที่ไม่รู้ถึงความหมายที่อยู่ด้านในตำรา และมากล่าวอ้างว่าลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาด มาจากตำราเล่มนี้! ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความหยิ่งผยอง หรืออวดดี เจ้าบังอาจที่จะกล่าวหาสร้างมลทินให้แก่บรรพชนแห่งตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของข้า! ถ้าหากเจ้าไม่อาจที่จะหาลวดลายอาคมที่เจ้ากล่าวมาได้ ข้าจนำไปร้องเรียนยังห้องโถงบรรพชนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ และร้องเรียนว่าเจ้าได้กล่าวหาท่านบรรพชน!

เนี่ยลี่มองไปที่เสิ่นซิ่วพร้อมกับหัวเราะและพูดออกไปว่า “อาจารย์เสิ่นซิ่ว ดูเหมือนว่าจะเร็วเกินไปที่จะกล่าวเช่นนั้น ตำราเล่มนี้หลงเหลือมาจากยุคของอาณาจักรวายุเหมันต์ ซึ่งเป็นยุคโบราณนับย้อนไปกว่าพันปี ซึ่งหมายความว่ามีมาก่อนที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะมีผู้นำตระกูลคนแรกใช่หรือไม่?

“ใช่!” เสิ่นซิ่วพูดพร้อมกับพยักหน้า ความจริงในข้อนี้ไม่อาจที่จะปฏิเสธได้

“ถ้าท่านยอมรับเช่นนี้ เรื่องราวก็ง่ายขึ้นไม่น้อย” เนี่ยลี่มองไปยังนักเรียนจากตระกูลสามัญชนที่ถือตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์อยู่ และพูดออกไปว่า

“เปิดตำราบทที่เจ็ดไปที่หน้าสามสิบ ตรงหน้าที่สามสิบจงดูรูปแบบอาคมรูปที่หก แล้วจงเปรียบเทียบกับลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาดดู”

เมื่อเห็นเนี่ยลี่พูดขึ้นมาด้วยความมั่นใจ หัวใจของเสิ่นซิ่วก็ถึงกับจมดิ่งลงไป ถ้าหากเนี่ยลี่สามารถหารูปแบบที่เป็นที่มาของลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาดเจอจริง นี่จะเป็นมลทินของตระกูลศักดิ์สิทธิ์เป็นอันมาก เพราะตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ประกาศออกไปว่า นอกจากลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาด ยังมีลวดลายอาคมเพลิงศักดิ์สิทธิ์อีกสิบหกรูปแบบ ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาโดยผู้ก่อตั้งตระกูลศักดิ์สิทธิ์ หากคนภายนอกได้รับรู้ความจริงที่ว่า ลวดลายอาคมเหล่านั้นถูกคัดลอกมาจากตำราโบราณ แน่นอนว่าชื่อเสียงของตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะต้องถูกทำลายเป็นแน่

เมื่อได้เห็นท่าทางความไม่สบายใจของเสิ่นซิ่ว เนี่ยลี่ก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา ชื่อเสียงของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับมาจากการคิดค้นลวดลายอาคมเพลิงศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา ที่ผ่านมาทุกคนเชื่อว่าลวดลายอาคมเหล่านั้นเป็นผลงานของผู้ก่อตั้งตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ชาวเมืองกลอรี่จึงคิดว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์เป็นดั่งแสงนำทางในความมืดมิด แต่ความจริงตระกูลศักดิ์สิทธิ์เป็นแค่โจรชั่วใจคดเท่านั้น!

ในชีวิตที่แล้วของเขา ก่อนที่เมืองกลอรี่จะแตกพ่าย ตระกูลต่าง ๆ ล้วนร่วมมือกันต่อสู้เพื่อปกป้องเมืองกลอรี่ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์มีหน้าที่ปกป้องประตูเมืองด้านตะวันตก แต่หลังจากที่สงครามเริ่มเข้ามาประชิด ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เพื่อที่จะปกป้องตระกูลของตน พวกเขาละทิ้งประตูเมืองและหลบหนีไปซุกซ่อนอยู่ในเทือกเขาบรรพชน ทำให้ประตุเมืองฝั่งตะวันตกแตกพ่าย สัตว์อสูรวายุเหมันต์จึงบุกเข้ามาในเมืองได้ เนี่ยลี่ยังคงจดจำได้อย่างชัดเจน กับภาพอันน่ากลัวที่สัตว์อสูรวายุเหมันต์เข้ามาฆ่าล้างมนุษย์ที่อยู่ในเมืองอย่างเลือดเย็น

เนี่ยลี่จึงต้องช่วยเหลือคน ให้อพยพและหลบหนีไปให้ห่างจากเมืองกลอรี่!

หลังจากที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เนี่ยลี่จึงรู้สึกรังเกียจตระกูลศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก

ในชีวิตนี้ ข้าจะลบตระกูลหน้าซื่อใจคดเช่นตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ให้หมดสิ้นไปจากเมืองกลอรี่ซะ!’ 

เขาจะทำให้ชาวเมืองกลอรี่ปฏิเสธตระกูลศักดิ์สิทธิ์ เพื่อที่จะให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เผยธาตุแท้ของพวกเขาออกมา

“หน้าที่สามสิบ รูปแบบอาคมรูปที่หกเช่นนั้นหรือ?” นักเรียนจากตระกูลสามัญชนที่ถือตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์บ่นพึมพำ เมื่อได้รับการบอกกล่าวอย่างชี้ชัด เขาจึงมองหาอาคมระเบิดเพลิงอสนีบาต เจออย่างรวดเร็ว

“โอ้!” เหล่านักเรียนที่ได้เห็นต่างก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา อาคมระเบิดเพลิงอสนีบาตประกอบไปด้วยรูปแบบลวดลายอาคมสองส่วน ส่วนหนึ่งมีรูปแบบคล้ายกับลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาด แต่ลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาดมีรูปแบบลวดลายอาคมที่เรียบง่ายกว่า ราวกับถูกลดทอนออกไปครึ่งหนึ่ง
ไม่ผิดไปจากที่เนี่ยลี่ได้กล่าวเอาไว้!

เสิ่นซิ่วกำหมัดแน่น จนนิ้วมือซีดขาว และเสิ่นเอียที่อยู่ท่ามกลางเหล่านักเรียน ต่างก็จับจ้องไปที่เนี่ยลี่ ใบหน้าของเขานั้นเผยให้เห็นถึงความเกลียดชัง เพราะเนี่ยลี่นั้นกำลังให้ร้ายตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา

แน่นอนว่าเนี่ยลี่นั้นสัมผัสได้ถึงความไม่เป็นมิตร จากเสิ่นซิ่วและเสิ่นเอียอย่างชัดเจน ในใจของเขานั้นรู้สึกเย็นชายิ่งนัก สมกับเป็นคนจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง เมื่อความชั่วที่ปกปิดเอาไว้ถูกเปิดเผย ก็ทำได้เพียงแต่กล่าวโทษผู้อื่น ถ้าหากพวกเจ้าไม่ทำเรื่องเลวร้ายเอาไว้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเกรงว่าจะมีผู้ใดนำความจริงมาเปิดเผย!

“แม้ว่าท่านผู้ก่อตั้งตระกูลศักดิ์สิทธิ์ จะคัดลอกรูปแบบอาคมบางส่วนมาจากตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์ แล้วมันเป็นเช่นใดกัน?” เสิ่นซิ่วพูดออกไปอย่างเย็นชา

เนี่ยลี่หัวเราะและตอบกลับไป “อาจารย์เสิ่นซิ่ว ดุเหมือนว่าท่านจะไม่คุ้ยเคยกับบทบัญญัติครรลองแห่งร่างทรงอสูร ท่านต้องการให้ข้าอธิบายในเรื่องนี้หรือไม่? บทบัญญัติครรลองแห่งร่างทรงอสูร นั้นถูกบัญญัติเอาไว้เมื่อสามพันปีก่อน ร่างทรงอสูรทั้งหมดจะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติครรลองนี้ บทบัญญัติครรลองแห่งร่างทรงอสูรบทที่หนึ่งร้อยหกสิบเอ็ด การคัดลอกหรือเลียนแบบรูปแบบลวดลายอาคมจะต้องมีการแสดงที่มา และจะไม่อวดอ้างตนเองว่าเป็นผู้คิดค้นขึ้นมา นี่เป็นส่วนหนึ่งของบทบัญญัติครรลองแห่งร่างทรงอสูร”

“จะ......เจ้า......” เสิ่นซิ่วสั่นสะท้านด้วยความโกรธ คำพูดของเนี่ยลี่นั้นเสียดแทงเข้าไปในใจของนาง กับเรื่องที่ว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์มิได้ทำตามบทบัญญัติครรลองแห่งร่างทรงอสูร นางนั้นไม่อาจที่จะโต้แย้งได้

“ถ้าหากเป็นการอ้างอิง เพื่อเรียนรู้ข้อดีข้อเสียและนำมาสร้างรูปแบบอาคมใหม่ของตนเอง ก็คงจะไม่เป็นเช่นใด ผู้นำตระกูลศักดิ์สิทธิ์รุ่นแรกกลับตัดทอนรูปแบบลวดลายอาคมออกครึ่งหนึ่ง และประกาศออกไปว่าคิดค้นรูปแบบลวดลายอาคมขึ้นมาเอง นี่นับว่าเป็นคนที่ไร้ยางอายยิ่งนักใช่หรือไม่? ข้าคิดว่าผู้นำตระกูลศักดิ์สิทธิ์รุ่นแรกคงจะไม่ทำตัวเป็นดั่งโจรชั่ว บางทีผู้นำตระกูลศักดิ์สิทธิ์รุ่นแรกอาจจะมีเหตุผลที่ต้องกระทำเช่นนี้ก็เป็นได้?” เนี่ยลี่พูดออกไปแล้วกระพริบตา ราวกับเป็นเด็กไร้เดียงสา

คำพูดอันชัดถ้อยชัดคำของเนี่ยลี่ สร้างความเจ็บปวดให้กับคนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก แม้ว่าจะแกล้งทำเป็นพูดด้วยท่าทีไร้เดียงสา ทำให้เสิ่นซิ่วและเสิ่นเอียนั้นโกรธเสียจนต้องการที่จะฆ่าเนี่ยลี่ขึ้นมาในทันที

เหล่านักเรียนในชั้นเรียนพูดคุยกันเงียบ ๆ

“ผู้นำตระกูลศักดิ์สิทธิ์รุ่นแรกเป็นคนเช่นนี้เองหรือนี่”

“มีคำบอกกล่าวเอาไว้ว่า ผู้นำตระกูลศักดิ์สิทธิ์รุ่นแรกเป็นเพียงร่างทรงอสูรระดับโกลด์เท่านั้น แต่ในการศึกษาเรื่องรูปแบบลวดลายอาคมนั้นอยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญ ได้สรรสร้างรูปแบบลวดลายอาคมเพลิงศักดิ์สิทธิ์มากมาย การที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ ก็มิใช่เพราะมรดกจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรูปแบบลวดลายอาคมมิใช่หรือ?

“ข้าไม่คิดเลยว่า ลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาดจะถูกคัดลอกมาจากตำราโบราณเช่นนี้”

“ข้าเคยอ่านตำรารูปแบบลวดลายอาคมประเภทวายุเหมันต์ มีรูปแบบลวดลายอาคมที่ถูกคัดลอก ดัดแปลงมาจากตำราโบราณมากมาย แต่รูปแบบลวดลายอาคมเหล่านั้นต่างก็ระบุที่มาไว้อย่างชัดเจน พวกเขาไม่เคยแอบอ้างว่าคิดค้นขึ้นมาแต่อย่างใด”

“ก้เพราะนี่เป็นบทบัญญัติครรลองแห่งร่างทรงอสูร ร่างทรงอสูรที่มีเกียรติก็ย่อมทำเช่นนั้น!” พวกนักเรียนในชั้นเรียนต่างรู้สึกสงสัย หรือว่าผู้เชี่ยวชาญในด้านรูปแบบลวดลายอาคมที่พวกเขานับถือ จะเป็นแค่เพียงชื่อเสียงอันจอมปลอมเท่านั้น?
เมื่อได้ยินสิ่งที่พวกนักเรียนคุยกัน เสิ่นเอียรู้สึกไม่พอใจยิ่งนัก เนี่ยลี่นั้นแสดงตนว่าเป็นศัตรูกับเขาอย่างชัดเจน ใบหน้าของเขานั้นขาวซีด เขาลุกขึ้นและพูดออกไปว่า

“เนี่ยลี่ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของข้านั้นสืบทอดมากว่าสามร้อยปี และเป็นหนึ่งในสามตระกูลหลักของเมืองกลอรี่ ไม่ใช่คนที่มาจากตระกูลขุนนางอันต่ำต้อยเช่นเจ้าจะมาวิจารณ์ได้! รูปแบบลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาดนั้น เดิมทีผู้นำตระกูลศักดิ์สิทธิ์รุ่นแรกนั้นได้บันทึกเอาไว้ในบันทึกส่วนตัวเท่านั้น และไม่ได้ถูกเปิดเผยแก่บุคคลภายนอก และพวกเราได้ค้นพบในภายหลัง ก็ไม่แปลกที่พวกเราจะคิดว่า มันจะเป็นรูปแบบลวดลายอาคมที่ผู้นำตระกูลศักดิ์สิทธิ์รุ่นแรกคิดค้นขึ้นมา”

เนี่ยลี่ชำเลืองมองไปที่เสิ่นเอีย เขานั้นก็เป็นคนจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ จึงต้องหาข้อแก้ตัวให้แก่ตระกูลของตนเอง ในขณะที่แก้ตัวนั้น ก็เป็นการพยายามที่จะพูดฟอกตัวให้กับตระกูลของตนเอง
เสิ่นเอียยังเน้นย้ำคำว่า “ตระกูลหลัก” และระบุว่าเนี่ยลี่นั้นเป็นเพียงตระกูลขุนนางที่ต่ำต้อย เป็นการแฝงความหมายถึงการคุกคามอย่างเห็นได้ชัด ถ้าหากเนี่ยลี่ยังกล่าวหาในเรื่องนี้ ด้วยฐานะที่เป็นหนึ่งในสามตระกูลหลักของเมือง ตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะไม่ยอมอยู่เฉยเป็นอันขาด

สำหรับเสิ่นเอียนั้น เนี่ยลี่ก็รู้สึกรังเกียจยิ่งนัก ในชีวิตที่แล้วของเขา เสิ่นเอียและเอียจื่ออวิ๋นกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกัน แต่ก็เกิดการรุกรานจากสัตว์อสูรขึ้นมาก่อน เสิ่นเอียนั้นหลบหนีไปก่อนผู้อื่น เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นเอีย เนี่ยลี่จึงรู้สึกรังเกียจยิ่งนัก

“ดูเหมือนว่าเสิ่นเอีย ผู้เป็นเพื่อนร่วมชั้นกำลังพูดจาข่มขู่ข้าอยู่ โชคดีที่เมืองกลอรี่มีกฏหมายที่เข้มงวด ถ้าไม่เช่นนั้นข้าคงจะต้องกังวลว่า.....ตระกูลศักดิ์สิทธิ์” 

เนี่ยลี่หยุดพูดพร้อมกับกระพริบตา และพูดต่อไปอีกว่า “ข้าเชื่อว่าคนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นยิ่งใหญ่มากนัก พวกเขาจะต้องปกป้องความปลอดภัยของข้า เพราะถ้าหากข้าต้องได้รับความเดือดร้อนกับสิ่งที่ข้าได้พูดออกไป ข้าเกรงว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์คงจะถูกกล่าวหาจนต้องด่างพร้อยเป็นแน่”…………จบตอน


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง