test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

13 ต.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 9 女神的早餐 อาหารมื้อเช้าจากเทพธิดา





เช้าวันต่อมา

ในวันนี้มีคาบเรียนของเสิ่นซิ่ว เป็นอีกครั้งที่เนี่ยลี่ ตู่ซือ ลู่เพียว รู้สึกว่าการสอนของนางช่างน่าเบื่อยิ่งนัก ทุกวันมีแต่การพูดสอนที่หน้าชั้นเรียน ในบางครั้งก็เหมือนว่าเสิ่นซิ่วสอนมั่ว ๆ และชอบแทรกเรื่องความแตกต่างระหว่างชนชั้นสูงกับสามัญชน ไม่ได้มีสิ่งที่ควรเรียนรู้เลยแม้แต่น้อย

และแน่นอนว่าในชั่วโมงการเรียนการสอนของเสิ่นซิ่ว เนี่ยลี่ ตู่ซื่อ ลู่เพียวและพวก จะต้องยืนอยู่ข้างหลังห้อง

ในตอนนี้ เหล่านักเรียนต่างก็จับกล่มพูดคุยกันก่อนที่จะเริ่มชั่วโมงเรียน

เอียจื่ออวิ๋นนางมิได้พยายามสร้างกำแพงระหว่างตัวนางกับนักเรียนคนอื่น ทำให้เป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มนักเรียนหญิงอย่างรวดเร็ว เสิ่นเอียยังคงนั่งอย่างภาคภูมิใจอยู่มุมห้องด้านบน ด้วยสถานะของเขานั้น ไม่มีความจำแนที่จะต้องสนใจกับเพื่อนร่วมชั้นเหล่านี้ ถ้าหากว่าเอียจื่ออวิ๋นมิได้อยู่ในชั้นเรียนนี้ เขาก็จะไม่ยอมอยู่ในชั้นเรียนนี้เป็นอันขาด

หลังการทดสอบในอีกสองเดือนข้างหน้า เขาและเอียจื่ออวิ๋นแน่นอนว่าจะต้องย้ายไปเรียนในชั้นเรียนของร่างทรงอสูร

เสิ่นเอียชำเลืองมองเนี่ยลี่ที่ยืนอยู่หลังห้อง ใบหน้าของเขาเผยให้เห็นรอยยิ้มที่ดูถูก “ภายในเวลาสองเดือนจะเลื่อนระดับพลังให้ถึงระดับบรอนซ์หนึ่งดาว ถ้าหากเจ้าขยะคนนี้ทำได้ ดวงอาทิตย์คงขึ้นทางทิศตะวันตกเป็นแน่!

เนี่ยลี่ ตู่ซื่อ และลู่เพียวที่ยืนคุยกันอยู่ข้างหลังห้อง มีนักเรียนจากตระกูลสามัญชนมาพูดคุยด้วย เนื่องจากเนี่ยลี่นั้นมีความรู้หลายด้าน และช่วยชี้แนะการฝึกของผู้อื่นได้ เขาจึงได้กลายเป็นหัวหน้าของกลุ่มเล็ก ๆ นี้ เพราะแม้แต่สามัญชนที่ฝีมือดีที่สุดอย่างตู่ซื่อ ยังยินดีที่จะเชื่อฟังเนี่ยลี่

แค่เพียงไม่กี่วัน เนี่ยลี่และพวกของเขาอีกสองคนสามารถหาเงินมาได้ถึงหนึ่งหมื่นหกพันเหรียญจิตมาร มันเป็นจำนวนเงินที่มากเกินกว่าที่ตู่ซื่อจะจินตนาการได้ ตู่ซื่อจึงรู้สึกชื่นชมเนี่ยลี่และเชื่อใจเขาเป็นอย่างมาก เขาคิดว่าเนี่ยลี่เป็นผู้ที่มีความสามารถยิ่งนัก

“เนี่ยลี่ ขั้นตอนต่อไปพวกเราจะต้องทำเช่นใดอีก?” ตู่ซื่อเอ่ยถาม เพราะเนี่ยลี่บอกว่าจากนี้ไปพวกเขาไม่จำเป็นที่จะต้องไปล่าแกะมีเขาแล้ว แล้วพวกเขาควรจะทำเช่นใดกันต่อไป?

“หลังจากจบชั้นเรียนพวกเจ้าก็จะรู้เอง!” เนี่ยลี่เผยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย เขาได้คิดเอาไว้แล้ว ขั้นแรกคือต้องไปซื้อคริสตัลวิญญาณ เพื่อทดสอบคุณสมบัติบางอย่างของพวกเขา เพื่อที่จะได้หาวิธีในการบ่มเพาะพลังได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็วยิ่งขึ้น

เพราะเนี่ยลี่กับเสิ่นซิ่วนั้นได้มีการเดิมพันกันในการเลื่อนให้ถึงระดับบรอนซ์หนึ่งดาวภายในเวลาสองเดือน

นอกจากเรื่องการบ่มเพาะพลังของเขาแล้ว ดวงตาของเนี่ยลี่จับจ้องไปยังจุดที่ห่างออกไป เอียจื่ออวิ๋นยังคงเป็นที่โดดเด่นที่สุดแม้ว่าจะอยู่ในกลุ่มสาว ๆ เขาจะหาทางใกล้ชิดเอียจื่ออวิ๋นได้หรือไม่? และจะทำเช่นใดให้เอียจื่ออวิ๋นมาหลงรักเขาได้?

ในขณะที่เนี่ยลี่ยังอยู่ในภวังค์ เซี่ยวหนิงเอ๋อที่นั่งอยู่ด้านหน้าจู่ ๆ ก็ลุกยืนขึ้นมา และค่อย ๆ เดินไปทางเนี่ยลี่

เซี่ยวหนิงเอ๋อนั้นนางเป็นหญิงสาวคนเดียวที่มีความงดงามเทียบเคียงกับเอียจื่ออวิ๋นได้ การเคลื่อนไหวของนางทำให้ทุกคนถึงกับต้องจับจ้อง สำหรับเอียจื่ออวิ๋นนั้นนางมีนิสัยร่าเริงอ่อนโยน และไม่เคยวางตัวเหนือกว่าผู้อื่น ทำให้เหล่าหญิงสาวที่มาจากตระกูลสามัญชนรู้สึกยินดีที่ได้เป็นเพื่อนกับนาง ส่วนเซี่ยวหนิงเอ๋อนั้นด้วยท่าทีที่เย็นชา ทำให้ผู้อื่นไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ เป็นความงดงามที่ราวกับภูเขาน้ำแข็ง 

 แม้แต่เหล่าเด็กสาว นางยังไม่ต้องการที่จะใกล้ชิดกับผู้ใด นับประสาอะไรกับเหล่าเด็กผู้ชาย หรือว่าเนี่ยลี่นั้นได้ไปสร้างความไม่พอใจแก่เซี่ยวหนิงเอ๋อเช่นนั้นหรือ?

“เนี่ยลี่ เจ้าไม่รอดแน่!” ที่ด้านหลังของเซี่ยวหนิงเอ๋อนั้น เหล่าเด็กสาวที่มาจากตระกูลชนชั้นสูงต่างก็ยิ้มและหัวเราะ การที่เซี่ยวหนิงเอ๋อเดินเข้าไปหาเนี่ยลี่ มันจะต้องไม่ได้เป็นเรื่องที่ดีอย่างแน่นอน พวกนางคาดว่าเนี่ยลี่คงจะสร้างปัญหาอะไรบางอย่างทำให้เซี่ยวหนิงเอ๋อไม่พอใจ ถ้าไม่เช่นนั้นหญิงงามอย่างเซี่ยวหนิงเอ๋อ คงไม่ไปข้องเกี่ยวกับเจ้าเด็กขยะอย่างเช่นเนี่ยลี่เป็นแน่

ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง ดวงอาทิตย์ก็ขึ้นทางทิศตะวันตกได้จริงเช่นกัน

การบ่มเพาะพลังของเซี่ยวหนิงเอ๋อ อีกไม่นานก็จะบรรลุระดับบรอนซ์หนึ่งดาวแล้ว ถ้าหากพวกเขามีความขัดแย้งกัน นางต้องเป็นฝ่ายที่ชนะเนี่ยลี่อย่างแน่นอน!

เหล่าเด็กสาวที่มาจากตระกูลชนชั้นสูงต่างก็จับตาดู ในกลุ่มพวกนางก็มีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกชื่นชมเซี่ยวหนิงเอ๋อ เนื่องจากเซี่ยวหนิงเอ๋อนั้นก็ไม่ได้ด้อยกว่าเอียจื่ออวิ๋นเท่าใดนัก

ในวันนี้เซี่ยวหนิงเอ๋อสวมชุดสวยเป็นพิเศษเป็นชุดลูกไม้ลายตาข่าย ตัดกับผมสีดำเงาที่อยู่ด้านหลัง บนข้อมือสีขาวของนางสวมสร้อยข้อมือ ทำให้มือคู่นั้นดูงดงามยิ่งขึ้น โดยปกติแล้วเซี่ยวหนิงเอ๋อมักจะแต่งชุดเสื้อหนังที่กระชับ เพื่อให้ความคล่องตัวในการฝึกฝน ดังนั้นเสื้อหนังที่ดูกระชับจึงเป็นเอกลักษณ์บางอย่างในความงดงามของนาง แต่ในวันนี้นางดูเหมือนว่าตั้งใจที่จะสวมใส่ชุดเช่นนี้ จึงยิ่งดูงดงามกว่าปกติ หลังจากที่ได้เห็นแล้วจึงเป็นเรื่องยากที่จะละสายตาออกไปได้

ดูเหมือนว่านางจะแต่งตัวเช่นนี้เป็นครั้งแรก

เนี่ยลี่ ตู่ซื่อ และลู่เพียวยังคงพูดคุยกัน ในตอนนี้เซี่ยวหนิงเอ๋อได้มายืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะของเนี่ยลี่

ดูเหมือนว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อจะมีกลิ่นอายที่แปลกออกไปจากปกติ เมื่อนางเดินเข้ามาใกล้ ตู่ซื่อและลู่เพียวก็รีบลุกออกไป ปกติเซี่ยวหนิงเอ๋อจะเป็นคนที่เย็นชา และไม่เคยแยแสผู้ใด พวกเขานั้นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นห่วงเนี่ยลี่ในทันที

เซี่ยวหนิงเอ๋อมองดูเนี่ยลี่ เนี่ยลี่ยังคงนั่งอยู่ด้วยท่าทางที่ไม่ได้สนใจสิ่งใด ในบางคราวก็หันไปจับจ้องที่เอียจื่ออวิ๋น เรื่องนี้ทำให้เซี่ยวหนิงเอ๋ออดที่จะรู้สึกท้อใจไม่ได้ ดวงตาของเนี่ยลี่ดูเหมือนจะจับจ้องแค่เพียงเอียจื่ออวิ๋น ราวกับว่าไม่รับรู้เลยว่านางนั้นได้มายืนอยู่ตรงนี้

ตั้งแต่เมื่อคืนวานนี้ หลังจากที่เนี่ยลี่ได้นวดให้นางเป็นเวลาสั้น ๆ ร่างกายของเซี่ยวหนิงเอ๋อนั้นรู้สึกดีขึ้นเป็นอย่างมาก ในคืนที่ผ่านมานางได้นอนหลับอย่างเป็นสุข ในตอนเช้าเวี่ยวหนิงเอ๋อรีบไปที่หอสมุด นางพยายามค้นหาตำราเกี่ยวกับศิลปะการนวดกดจุด แต่นางก็พบว่าที่บันทึกไว้มีเพียงแนวนางการรักษาแบบคร่าว ๆ เท่านั้น มันเป็นทักษะที่ลึกลับของอาณาจักรวายุเหมันต์

ไม่เพียงเท่านั้น เทคนิคการบ่มเพาะพลังที่เนี่ยลี่ได้ทำการแก้ไข ระดับของเทคนิคการบ่มเพาะพลังนี้สูงขึ้นเป็นอย่างมาก นางได้ทำการฝึกบ่มเพาะพลังในตอนเช้าในเวลาแค่ครึ่งชั่วยาม พลังวิญญาณของนางเพิ่มขึ้นถึงสองจุด แต่ด้วยการฝึกวิธีเดิมนั้นนางต้องใช้เวลาเกือบทั้งวัน

ในใจของเซี่ยวหนิงเอ๋อนั้น เนี่ยลี่เป็นคนที่ลึกลับและมหัศจรรย์ยิ่งนัก

และเซี่ยวหนิงเอ๋อรู้สึกภูมิใจยิ่งนัก ในชั้นเรียนนี้มีนางเพียงผู้เดียวที่รู้ถึงความสามารถของเนี่ยลี่ บรรดาเหล่าผู้ที่หัวเราะเยาะเนี่ยลี่ นั้นหาได้รู้ความจริงข้อนี้เลยไม่

เซี่ยวหนิงเอ๋อยืนอยู่ตรงข้ามโต๊ะของเนี่ยลี่อย่างเงียบ ๆ เนี่ยลี่ยังคงพูดคุยหัวเราะกับผู้อื่นตามปกติ 

นักเรียนที่มาจากตระกูลขนขั้นสูงเริ่มที่จะพูดคุยกันเบา ๆ

“เจ้าคิดว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อจะสั่งสอนอะไรเจ้าเนี่ยลี่?
  
“เนี่ยลี่มีพลังวิญญาณเพียงแค่ห้าจุด สงสัยว่าจะถูกจับโยนออกไปนอกชั้นเรียนเป็นแน่!

“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าเนี่ยลี่ผู้นี้ไม่รู้จัก ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ พูดจายั่วโมโหอาจารยืเสิ่นซิ่ว และยังสร้างความเจ็บแค้นให้แก่แม่นางเซี่ยวหนิงเอ๋ออีก พระเจ้าคงจะไม่อยากให้เจ้าหมอนั่นอยู่อย่างสงบสุขอีกต่อไปแล้ว!

แม้แต่ตู่ซื่อและลู่เพียว ยังรู้สึกประหม่าเมื่อมองดูเซี่ยวหนิงเอ๋อ พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่า หญิงสาวที่ทะนงตนดั่งเซี่ยวหนิงเอ๋อเดินมาหาในวันนี้ นางนั้นต้องการที่จะทำสิ่งใด ในใจของพวกเขานั้นรู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับเนี่ยลี่ เนี่ยลี่เจ้าบ้าเอ๊ย สร้างปัญหาอันใดขึ้นมาอีก ถ้าหากเซี่ยวหนิงเอ๋อต้องการที่จะจัดการกับเนี่ยลี่ แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องยื่นมือเข้าไปช่วย แต่ถึงแม้จะรวมพลังกันสามคนก็ไม่อาจที่จะรับมือกับพลังวิญญาณที่สูงถึงเจ็ดสิบแปดจุดของเซี่ยวหนิงเอ๋อได้!

อีกไม่นานเซี่ยวหนิงเอ๋อก็จะบรรลุระดับบรอนซ์หนึ่งดาว และจะกลายเป็นร่างทรงอสูร

ในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเอียจื่ออวิ๋น เสิ่นเอีย หรือคนอื่น ๆ สายตาของทุกคนต่างก็จับจ้องไปที่เดียวกัน

เอียจื่ออวิ๋นยังคงมีเรื่องที่สงสัย เขาไม่รู้ว่าเนี่ยลี่ไปยั่วยุเซี่ยวหนิงเอ๋อด้วยเรื่องใด หรือว่าเนี่ยลี่ไปแกล้งทำสิ่งใดบางอย่างกับเซี่ยวหนิงเอ๋อหรืออย่างไร? ถ้าเป็นเช่นนั้น คนเจ้าชู้เช่นเนี่ยลี่ ก็สมควรที่จะได้รับบทเรียนแล้ว!

ทุกสายตาต่างจับจ้องและเต็มไปด้วยความสงสัย

เมื่อเห็นเซี่ยวหนิงเอ๋อยืนอยู่ตรงข้ามโต๊ะของตนเอง เนี่ยลี่ก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่นาง เขาเงยหน้าและถามออกไปว่า “เจ้ามีอะไรเช่นนั้นหรือ?” 

ในตอนนี้เนี่ยลี่เองก็ไม่รู้ว่าจะเรียกเซี่ยวหนิงเอ่อเช่นใด เนื่องจากสถานการณืเมื่อคืนวานยังทำให้รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย

เมื่อเขาได้สัมผัสกับตัวตนที่แท้จริงของเซี่ยวหนิงเอ๋อ เนี่ยลี่รู้แล้วว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อไม่ได้เป็นคนที่เย็นชาและถือตัวแม้แต่น้อย ในความเป็นจริง ในใจของเซี่ยวหนิงเอ๋อนั้นเป็นหญิงสาวที่อ่อนโยนและน่ารัก!

เซี่ยวหนิงเอ๋อขยับมือขวา และนำถุงกระดาษออกมาจากแหวนห้วงมิติสำหรับเก็บของ นางพูดขึ้นมาเบา ๆ ว่า “นี่คืออาหารเช้าที่ข้าทำขึ้นมา ข้าไม่รู้ว่าเจ้านั้นชอบรสชาติเช่นใด ข้าจึงลองทำมาหลายอย่าง” เซี่ยวหนิงเอ๋อค่อย ๆ วางถุงกระดาษลงบนโต๊ะ

อะไรกัน? มันเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร?

นักเรียนในชั้นเรียนต่างก็นิ่งเงียบ ถ้าหากมีเข็มหล่นลงพื้นก็คงจะได้ยินเสียงเป็นแน่ พวกเขาต่างก็คิดว่าที่หูของพวกเขาได้ยินนั้นอาจจะไม่ถูกต้อง

ตู่ซื่อและลู่เพียวก็ถึงกับอ้าปากค้าง ภาพที่ได้เห็นนี้ ถ้าหากมีใครเอาไข่ยัดเข้าไปคงจะเข้าไปได้ทั้งฟองเป็นแน่ พวกเขาแทบจะไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง สำหรับเหล่านักเรียกทั่ว ๆ ไปนั้น เซี่ยวหนิงเอ๋อนับว่าเป็นหนึ่งในสองเทพธิดา แม้ว่าจะเป็นทั่วทั้งสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ นางก็อยู่ในสิบอันดับแรกของสาวงามทั่วทั้งสถาบัน แต่ด้วยที่เซี่ยวหนิงเอ๋อนั้นมักจะมีท่าทางที่เย็นชา จึงไม่มีใครที่จะกล้าเข้าไปใกล้ชิด แต่ในวันนี้ สิ่งที่พวกเขาได้เห็น? เซี่ยงหนิงเอ๋อได้ทำอาหารเช้ามามอบให้เนี่ยลี่ และยังเป็นอาหารที่หลากหลายอีกด้วย!

ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกแล้วเช่นนั้นหรือ? นี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่? ในใจของทุกคนราวกับถูกฟ้าผ่า

“ข้าจะต้องฝันอยู่เป็นแน่ ข้าจะต้องรีบตื่นให้เร็วที่สุด” นักเรียนผู้หนึ่งบ่มพึมพำ

“โอ๊ย!” นักเรียนหลายคนคิดว่าพวกเขากำลังฝันอยู่ พวกเขาหยิกตัวเอง อาการเจ็บปวดที่พวกเขารู้สึก แสดงว่าไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอน

“เรื่องนี้มันไม่ถูกต้อง มันเป็นไปไม่ได้!” นักเรียนหลายคนจากตระกูลชนชั้นสูง พูดขึ้นมาอย่างปวดใจ พวกเขาไม่รู้เลยว่าเกิดสิ่งใด ในวันนี้เซี่ยวหนิงเอ๋อแต่งตัวเผยให้เห็นผิวที่น่าสัมผัสอย่างอ่อนโยน พวกเขารู้สึกเชื่อได้ยากนัก พวกเขาคิดว่าเนี่ยลี่นั้นได้สร้างปัญหาแก่เทพธิดาหนิงเอ๋อ พวกเขาไม่คิดเลยว่าเนี่ยลี่จะได้รับอาหารเช้าจากนาง!

ถ้าหากเซี่ยวหนิงเอ๋อทำอาหารเช้ามาส่งให้พวกเขาบ้าง แม้ว่าจะเป็นอาหารหมู พวกเขาก็ยินดีที่จะกินอย่างอร่อย!

เซี่ยวหนิงเอ๋อแม้แต่เพื่อนที่เป็นผู้หญิงก็มีอยู่น้อยมาก ไม่ต้องพูดถึงพวกนักเรียนชายเลยเนื่องจากไม่มีเลยแม้แต่น้อย แต่ในตอนนี้เนี่ยลี่นับว่าเป็นข้อยกเว้น นางถึงกับยินดีที่จะทำอาหารเช้ามามอบให้เนี่ยลี่ นะ....นะ.....นี่มันเป็นเรื่องผิดปกติที่มีหลายเรื่องสอดคล้องกันจนเกินไป หรือว่าเป็นเพราะเนี่ยลี่นั้นขัดแย้งกับอาจารย์เสิ่นซิ่ว และถูกลงโทษให้ยืนในชั้นเรียนของนาง ถ้าหากเป็นเพราะเรื่องนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะต้องยืนเรียนนานสักกี่ปี พวกเขาก็ยินดีที่จะขัดแย้งกับเสิ่นซิ่วเช่นกัน!

เซี่ยวหนิงเอ๋อนั้นหาได้สนใจสายตาของคนรอบข้างไม่ นางแค่เพียงต้องการแสดงความขอบคุณต่อเนี่ยลี่ นางไม่สนใจว่าผู้ใดจะมองนางเช่นใด นางเชื่อมั่นในหนทางที่นางเลือกเสมอ เซี่ยวหนิงเอ๋อไม่เคยสนใจความคิดของผู้ใด บรรดาผู้ที่เยาะเย้ยและดูถูกเนี่ยลี่ เป็นเพราะพวกเขายังไม่รู้ความจริง ไม่ช้าก็เร็ว คนเหล่านั้นจะได้รู้ว่า เนี่ยลี่คือทองที่ฝังหยกเอาไว้ [คนที่ล้ำค่าทั้งภายนอกและภายใน หล่อและฉลาด]

ในโลกนี้ มีางเพียงผู้เดียวที่รู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของเนี่ยลี่!

ในตอนนี้แม้แต่เอียจื่ออวิ๋นและเสิ่นเอีย ต่างก็ไม่เชื่อสายตาตนเอง เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยแม้แต่น้อย!

“เรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้เช่นใดกัน?” เสิ่นเอียพูดด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจ หญิงสาวที่หยิ่งทะนงเช่นเซี่ยวหนิงเอ๋อ จะลดตัวไปคบหากับขยะเช่นเนี่ยลี่ เรื่องนี้แม้แต่คิดยังเป็นไปไม่ได้เลยมิใช่หรือ?

เอียจื่ออวิ๋นในเวลานี้ รู้สึกสงสัยในตัวเนี่ยลี่เป็นอย่างมาก เอียจื่ออวิ๋นกับเซี่ยวหนิงเอ๋อนั้นเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่เด็ก ต่อมาตระกูลของเซี่ยวหนิงเอ๋อเริ่มตกต่ำลง ตระกูลของนางทั้งสองจึงไม่ได้ติดต่อกันอีกต่อไป และหลังจากนั้น เอียจื่ออวิ๋นก็ไม่เคยมองว่าผู้ใดเป็นเพื่อนแท้ของนางอีกเลย ดังนั้น เอียจื่ออวิ๋นจึงรักและหวงแหนความทรงจำ เมื่อครั้งที่ยังเล่นสนุกอยู่กับเซี่ยวหนิงเอ๋อยิ่งนัก เมื่อทราบข่าวว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อได้เข้ามาเรียนในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ เอียจื่ออวิ๋นจึงขอให้พ่อของนางส่งนางมาเรียนที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ด้วยเช่นกัน

เป็นเพราะเซี่ยวหนิงเอ๋อ เอียจื่ออวิ๋นจึงเริ่มที่จะให้ความสนใจในตัวเนี่ยลี่ นางต้องการที่จะทราบเหตุผล เซี่ยวหนิงเอ๋อนั้นคิดที่จะเข้าหาเนี่ยลี่ เด็กหนุ่มที่ไร้ความสามารถเช่นนี้? นางไม่เข้าเลยแม้แต่น้อย การกระทำของเซี่ยวหนิงเอ๋อ จริง ๆ แล้วมีความหมายอะไรแฝงอยู่กันแน่?

เซี่ยวหนิงเอ๋อมองหน้าเนี่ยลี่ ตู่ซื่อและลู่เพียว ก่อนที่จะพูดออกไปว่า “ข้าสามารถนั่งลงและทานด้วยกันกับพวกเจ้าได้หรือไม่?

ตู่ซื่อและลู่เพียวดวงตาเป็นประกาย พวกเขาจ้องมองไปที่เนี่ยลี่ แม้ว่าพวกเขาไม่กล้าที่จะคิดสิ่งใดกับเซี่ยวหนิงเอ๋อ แต่การที่มีหญิงสาวที่งดงามดั่งเซี่ยวหนิงเอ๋อมานั่งร่วมโต๊ะด้วย นั่นก็นับว่าเป็นอาหารตายิ่งนัก

เนี่ยลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับไป “ได้แน่นอน!” ไม่รู้ว่าเหตุใด เมื่อได้มองเซี่ยวหนิงเอ๋อ เนี่ยลี่ก็คิดถึงภาพที่ได้เห็นเมื่อคืนวาน ตอนที่นั้นนางนั้นช่างมีเสน่ห์ยิ่งนัก ร่างกายของเซี่ยวหนิงเอ๋ออันเนียนนุ่ม ราวกับไร้ซึ่งกระดูก ผิวที่ขาวประดุจไข่มุข ทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย

เซี่ยวหนิงเอ๋อบรรจงเปิดห่ออาหารออก ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารคาวหวานมากมาย แค่เพียงได้เห็นก็เรียกน้ำย่อยได้แล้ว กลิ่นหันหอมหวล ดูเหมือนว่าจะกระจายไปทั่วทั้งชั้นเรียน

“ตู่ซื่อ ลู่เพียว พวกเจ้าก็มาทาด้วยกันสิ!” เซี่ยวหนิงเอ๋อมองไปที่ตู่ซื่อและลู่เพียวก่อนทีจะเอ่ยชักชวน

เทพธิดาเซี่ยวหนิงเอ๋อนางจดจำชื่อของพวกเขาได้ และเอ่ยชื่อของพวกเขาออกมา นี่ก็ทำให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกภาคภูมิใจ นี่หรือเทพธิดาเซี่ยวหนิงเอ๋อผู้เย็นชา นางไม่ได้เข้าถึงยากดั่งที่ผู้คนได้เล่าขาน

“ข้าขอก่อนนะเนี่ยลี่!” ลู่เพียวยิ้มพร้อมกับหยิบขนมเข้าปาก ในขณะที่ขนมเต็มปากนั้นลู่เพียวก็พูดขึ้นมาว่า “มันอร่อยมาก!

เมื่อได้เห็นการกระทำของลู่เพียว ตู่ซื่อได้แต่ยืนนิ่งเงียบ

เซี่ยวหนิงเอ๋อกดอดที่จะยิ้มไม่ได้ ท่าทางของนางดูสดใสและน่าหลงไหลยิ่งนัก เพื่อร่วมชั้นคนอื่น ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะมองอย่างตาละห้อย พวกเขานั้นแทบจะไม่เคยเห็นเซี่ยวหนิงเอ๋อยิ้ม ราวกับว่าโลกทั้งโลกสดใสด้วยรอยยิ้มของนาง พวกเขานั้นถูกบดบังจนแทบจะมองไม่เห็นสิ่งใด

เนี่ยลี่แอบถอนหายใจเล็กน้อย เขากับเอียจื่ออวิ๋นมีชะตาร่วมกันในชีวิตที่แล้ว เขาและนางมีประสบการณ์ร่วมกันมากเกินไป ระหว่างเซี่ยวหนิงเอ๋อกับเขา ถูกลิขิตให้เป็นได้แค่เพียงเพื่อนกันเท่านั้น....................จบตอน



 แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง