test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

7 ต.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 8 少女的心 หัวใจของหญิงสาว



ขาที่งดงามราวกับหยกข้างหนึ่งของเซี่ยวหนิงเอ๋อถูกประคองเอาไว้ ผิวที่เรียบเนียน ทำให้ใจของเขานั้นสั่นไหว เมื่อนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ เนี่ยลี่มองเห็นน่องอันเรียบเนียนของเซี่ยวหนิงเอ๋อได้อย่างชัดเจน


“อย่าได้เข้าใจผิดนะ ข้าเพียงแค่ช่วยรักษาให้เจ้าเท่านั้น คนที่ข้าชอบนั้นมีเพียงเอียจื่ออวิ๋น ข้าดีใจที่ได้รู้จักกับเจ้า ข้าหวังว่าจากนี้ไปพวกเราคงจะเป็นเพื่อนกันได้นะ?” เนี่ยลี่มองไปที่แก้มของเซี่ยวหนิงเอ๋อและพูดอธิบาย


เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ เซี่ยวหนิงเอ๋อถึงกับเศร้าใจเล็กน้อย นางพยักหน้า และสีหน้าของนางราวกับจะร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่นอกจากพ่อของนางแล้ว เนี่ยลี่นับว่าเป็นชายคนแรกที่ได้สัมผัสผิวของนาง แต่ทว่า เนี่ยลี่กลับชอบเพียงแค่เอียจื่ออวิ๋น ด้วยเหตุนี้เซี่ยวหนิงเอ๋อ จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่พอใจอยู่เล็กน้อย


เนี่ยลี่ประคองเท้าเล็ก ๆ ของนาง และใช้นิ้วกดลงตรงส่วนที่ช้ำ และนวดอย่างนิ่มนวล 


“โอ๊ย!” เซี่ยวหนิงเอ๋ออดไม่ได้ที่จะร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด


“ในครั้งแรกเจ้าจะรู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้าง ขอให้อดทนเอาไว้นะ!” เนี่ยลี่พูดออกไป ทันใดนั้นเขาก็คิดบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา ทำให้เขารู้สึกอับอายอีกครั้ง การที่ถือเท้าของหญิงสาวแล้วพูดจาเช่นนี้ออกไป มันก็ค่อนข้างที่จะฟังดูคลุมเครือเล็กน้อย เซี่ยวหนิงเอ๋อ แม้ว่าจะเป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบสามปี แต่ก็เกิดมาในตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวย สิ่งเหล่านี้นางก็ได้เรียนรู้ตามธรรมชาติ มีผู้หญิงบางคนที่อายุเท่านาง พวกนางก็ได้ตบแต่งออกเรือนไปบางคนก็มีลูกไปแล้วเสียด้วยซ้ำ


เซี่ยวหนิงเอ๋อก้มหน้าลง ใบหน้าของนางกลายเป็นสีแดง ในใจของนางนั้นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา


เมื่อได้เห็นใบหน้าสีแดงของเซี่ยวหนิงเอ๋อ ในใจของเนี่ยลี่ก็อดที่จะหวั่นไหวไม่ได้ ด้วยชื่อเสียงเรื่องความงดงามของเซี่ยวหนิงเอ๋อนั้น มิได้ด้อยกว่า จื่ออวิ๋นเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าจะยังอายุแค่เพียงสิบสามปี ที่ผ่านมามีเด็กหนุ่มมากมายที่ใฝ่ฝันว่าจะได้สัมผัสร่างกายของพวกนาง ไม่ว่าจะเป็นเซี่ยวหนิงเอ๋อหรือเอียจื่ออวิ๋น พวกนางทั้งสองงดงามราวกับเทพธิดา เอียจื่ออวิ๋นผู้สง่างาม เซี่ยวหนิงเอ๋อผู้มากด้วยเสน่ห์ ดังนั้นพวกนางจึงเป็นที่ใฝ่ฝันของเหล่าเด็กหนุ่ม


แต่หลังจากที่คิดถึงเอียจื่ออวิ๋น เนี่ยลี่ก็สลัดความคิดอื่น ๆ ออกไปได้ ในตอนนี้เขามีสมาธิอยู่กับการรักษาเซี่ยวหนิงเอ๋อ


เนี่ยลี่นวดเท้าของนางด้วยความระมัดระวัง เซี่ยวหนิงเอ๋อยังคงรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงในบางครั้ง แต่ต่อมาความอบอุ่นจากฝ่ามือของเนี่ยลี่ ก็ค่อย ๆ แทรกเข้าไปในเท้าของนาง ราวกับมดที่ค่อย ๆ ชอนไชเข้าไป ทำให้นางรู้สึกคันเล็กน้อย เซี่ยวหนิงเอ๋ออดไม่ได้ที่จะร้องครวญครางออกมา พร้อมกับรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก


รอยช้ำนี้ปรากฏขึ้นมาราวหกหรือเจ็ดเดือน เวลาที่เจ็บปวดขึ้นมามันแผ่กระจายความเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่าง เซี่ยวหนิงเอ๋อยังคงอดทนไม่ย่อท้อ พยายามอดกลั้นความเจ็บปวดของนางเอาไว้ตลอดเวลา เซี่ยวหนิงเอ๋อคิดว่า การรักษารอยช้ำนี้จะต้องเจ็บปวดและรู้สึกอึดอัดใจยิ่งนัก แต่นางก็รู้สึกประหลาดใจ เนี่ยลี่รักษานางอย่างอ่อนโยน นางรู้สึกได้เลยว่าความเจ็บปวดที่เคยเผชิญมาอย่างยาวนาน ความเจ็บปวดนั้นบรรเทาลงอย่างรวดเร็ว


เซี่ยวหนิงเอ๋อไม่อาจที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ ไม่มีใครรู้ว่าความเจ็บปวดที่นางต้องเผชิญ ในบางค่ำคืนนางเจ็บปวดจนแทบจะอยากตาย นางเจ็บปวดจนร้องไห้ จากนั้นนางก็แค่เช็ดน้ำตา จากนั้นก็กัดฟันฝึกฝนต่อไป หลังจากที่เนี่ยลี่ได้กดนวดตรงรอยช้ำ นางรู้สึกได้ว่าความเจ็บปวดนั้นได้บรรเทาลงไป ในใจของนางนั้นเต็มไปด้วยความขอบคุณ


ภายใต้แสงจันทร์ สามารถมองเห็นใบหน้าของเนี่ยลี่ได้อย่างชัดเจน ใบหน้าที่เห็นทำให้หัวใจของเซี่ยวหนิงเอ๋อสั่นไหว และยากที่จะสงบลงได้


“เรียบร้อยแล้ว!” เนี่ยลี่หยุดมือและหัวเราะเล็กน้อย “จากนี้ไปเจ้าจะยังคงรู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่หลักจากพักฟื้นแล้วอาการจะดีขึ้นเอง”


“อืม!” เซี่ยวหนิงเอ๋อพยักหน้ารับ ใบหน้าของนางแดงขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า


“ข้านั้นยังมีรอยช้ำอยู่ตรงส่วนอื่น เนี่ยลี่...เจ้าช่วยนวดให้ข้าอีกได้หรือไม่?


“ยังมีตรงส่วนอื่นอีกเช่นนั้นหรือ?” เนี่ยลี่พูดขึ้นมาด้วยความตกใจ เขาคิดขึ้นมาได้ว่า แค่เพียงรอยช้ำที่เท้าของนาง ไม่ควรที่จะทำให้นางต้องนอนล้มป่วยอยู่บนเตียงนานถึงสองปีได้ ดังนั้นจึงน่าจะมีตรงส่วนอื่นที่ร้ายแรงยิ่งกว่านี้!


“ตรงส่วนไหนกัน?” เนี่ยลี่เอ่ยถาม


เซี่ยวหนิงเอ๋อรู้สึกขัดแย้งอยู่ในใจ การที่ให้เนี่ยลี่นั้นบีบนวดตรงที่เท้านั้น ในจิตสำนึกของนางนั้นยังพอที่จะยอมรับได้ แต่ถ้าเป็นตรงจุดนั้น.....เซี่ยวหนิงเอ๋อลังเลอยู่เป็นเวลานาน ใบหน้าของนางก็แดงยิ่งขึ้นไปอีก นางรู้สึกเขินอายยิ่งนัก


“ถ้าหากเจ้ารู้สึกลำบากใจ....” เนี่ยลี่พูดขึ้นมา เมื่อเห็นหน้าของเซี่ยวหนิงเอ๋อ เนี่ยลี่ก็รับรู้ได้ทันที รอยช้ำของเซี่ยวหนิงเอ๋อ จะต้องอยู่ในจุดที่พูดออกมาได้ลำบากเป็นแน่


“เนี่ยลี่ เจ้าชอบเอียจื่ออวิ๋นใช่หรือไม่?” เซี่ยวหนิงเอ๋อถามขึ้นมา


“ถูกต้องแล้ว!” เนี่ยลี่ตอบกลับไปพร้อมกับพยักหน้า ในชีวิตที่แล้วของเขา เขากับเอียจื่ออวิ๋น ได้ผ่านประสบการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกัน ในใจของเขามีความสุขยิ่งนักเมื่อได้คิดถึงเรื่องราวในตอนนั้น เมื่อเขากลับมามีชีวิต เขาจะปกต้องเอียจื่ออวิ๋นด้วยชีวิต


ในตอนนี้เซี่ยวหนิงเอ๋อ หลังจากที่ได้ยินคำตอบจากเนี่ยลี่ ในใจของนางเต็มไปด้วยความสับสน ต้องบอกเลยว่า เนี่ยลี่เป็นผู้ชายคนแรกที่ทำให้หัวใจของนางหวั่นไหว แต่เนี่ยลี่กลับชอบเอียจื่ออวิ๋น


ดวงตาของเซี่ยวหนิงเอ๋อปรากฏให้เห็นถึงความผิดหวังอยู่เล็กน้อย นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกไปว่า “แล้วเอียจื่ออวิ๋นชอบเจ้าเช่นนั้นหรือ?


ในตอนนี้เอียจื่ออวิ๋น ยังไม่ทราบเรื่องราวอื่นใดของเนี่ยลี่ แค่นางไม่รู้สึกเกลียดเขาก็ดีแค่ไหนแล้ว เนี่ยลี่ส่ายศีรษะพร้อมกับยิ้มและตอบกลับไปว่า “แล้วนางจะรักข้า!


เมื่อเซี่ยวหนิงเอ๋อได้ยินคำตอบจากเนี่ยลี่ นางก็หัวเราะขึ้นมา ถ้าเช่นนั้นความรักของเนี่ยลี่คงเป็นความรักที่ไม่สมหวังเป็นแน่ นางไม่รู้ว่าเหตุใดเนี่ยลี่จึงมั่นใจในตัวเองนัก เขาคิดได้เช่นใดว่าผู้หญิงอย่างเอียจื่ออวิ๋นจะมาหลงรักเขาได้? มันเป็นไปไม่ได้เซี่ยวหนิงเอ๋อคิดว่าเนี่ยลี่นั้นไม่ได้เหมาะสมกับเอียจื่ออวิ๋นเลยแม้แต่น้อย พวกเขาต่างไม่ทราบความเป็นมาของแต่ละฝ่าย และไม่ได้ใกล้ชิดกันเลยแม้แต่น้อย เอียจื่ออวิ๋นยังไม่รู้จักเนี่ยลี่จริง ๆ เสียด้วยซ้ำ นางไม่มีทางที่จะยอมรับความรู้สึกนี้จากเนี่ยลี่เป็นแน่ แต่ถ้าวันหนึ่งเอียจื่ออวิ๋นได้เรียนรู้เกี่ยวกับเนี่ยลี่ บางทีนางอาจจะรู้สึกชอบเนี่ยลี่ก็เป็นได้


ในตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงพรสวรรค์ของเนี่ยลี่ แต่วันหนึ่งพรสวรรค์พวกนี้ของเขาจะต้องเปร่งประกาย ในตอนนั้นนางเกรงว่าเอียจื่ออวิ๋นที่หยิ่งทะนงผู้นั้น จะต้องรู้สึกชื่นชมในตัวของเนี่ยลี่


ในายตาของเด็กคนอื่น เนี่ยลี่เป็นเพียงเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่โง่เขลา มีเพียงเซี่ยวหนิงเออเท่านั้น ที่รู้ว่าความสามารถของเนี่ยลี่นั้นเหนือล้ำเกินกว่าที่จะจินตนาการได้ ในภายภาคหน้าเนี่ยลี่จะต้องกลายเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานดั่งท่านเอียมั่วอย่างแน่นอน


เซี่ยวหนิงเอ๋อรู้สึกขัดแย้ง หากร่างกายของนางไม่ได้รับการรักษา นางคงจะถูกเพื่อนในกลุ่มผู้มีพรสวรรค์ทิ้งห่างออกไป และผู้ที่ช่วยรักษานางก็คือเนี่ยลี่ มันก็เป็นเรื่องยากที่จะยอมรับได้ นางกัดฟันของนาง และเริ่มปลดเสื้อของนางออก


เมื่อเห็นการกระทำของเซี่ยวหนิงเอ๋อ เนี่ยลี่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินอาย เขาเอานิ้วถูจมูกของตัวเองแล้วพูดว่า “เรื่องนี้มันจะใหญ่โตเกินไปแล้ว ข้าเองก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งนะ” ร่างกายของเซี่ยวหนิงเอ๋อที่มองเห็นภายใต้แสงจันทร์เป็นผิวขาวที่เป็นประกาย ด้วยท่าทีอันเย็นชาของนาง มันเป็นเสน่ห์ที่ยากจะอธิบาย


ในใจของเซี่ยวหนิงเอ๋อคิดว่า เขาจะมองว่าข้านั้นเป็นหญิงใจง่ายหรือไม่?’ ถ้าหากไม่ใช่เพราะเป็นการทำเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยของนาง นางก็คงไม่คิดที่จะถอดเสื้อต่อหน้าผู้ชายเช่นนี้ ถึงอย่างไรก็ตาม ในตอนที่นางนั้นกำลังปลดกระดุมเสื้อออกนั้น มือของนางยังคงสั่นระรัว การกระทำของนางยังคงขัดแย้งอยู่ในใจ


เนี่ยลี่คิดขึ้นมาได้ว่า นี่เป็นการกระทำเพื่อช่วยชีวิตนางเท่านั้น เขาไม่จำเป็นที่จะต้องไปสนใจเรื่องอื่น เขาจึงไม่จ้องไปที่เซี่ยวหนิงเอ๋อ และคิดเพียงแค่ว่าจะไม่ยอมให้นางต้องเจ็บปวดจากโรคร้ายนี้ต่อไป


เขาอดรู้สึกไม่ได้เลยว่า บรรยากาศในตอนนี้ทำให้นางดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น


กระดุมเม็ดที่หนึ่ง กระดุมเม็ดที่สอง รูปร่างของเซี่ยวหนิงเอ๋อเนียเรียบไร้ไขมันบนหน้าท้อง และมองเห็นได้อย่างชัดเจน เป็นผิวที่ขาวเป็นประกายอยู่ภายใต้แสงจันทร์


เมื่อปลดกระดุมเม็ดที่ห้า ก็สามารถมองเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเซี่ยวหนิงเอ๋อได้ทั้งหมด ที่หน้าอกนั้นพันไปด้วยแถบผ้าขาว ปรากฏให้เห็นส่วนโค้งที่ปูดออกมาเล็กน้อย ราวกับว่าวิญาณของเนี่ยลี่จะหลุดออกไปจากร่าง การที่ได้เห็นเช่นนี้เอาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่ และคิดถึงในชีวิตที่แล้วของเขา แม้ว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อจะแต่งกายมิดชิด แต่ร่างกายของนางดูแล้วช่างเร่าร้อนยิ่งนัก เพียงแค่ชำเลืองมองไกล ๆ ก็ทำให้ผู้ชายหลายคนแทบจะเป็นบ้า


อีกไม่นาน เซี่ยวหนิงเอ๋อจะเติบใหญ่เป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์เย้ายวน นางเป็นคนที่เย็นชาและวางตัวเป็นชนชั้นสูง นางกลายเป็นคนที่ผู้ชายรู้สึกอยากที่จะเอาชนะ


เนี่ยลี่พยายามที่จะทำใจให้สงบ ดวงตาของเขาหรี่ลงและมองไปที่ชายโครงของเซี่ยวหนิงเอ๋อ ตรงชายโครงเป็นรอยช้ำที่ใหญ่จนน่าตกใจ แม้ว่าจะเป็นรอยช้ำขนาดหัวแม่มือ แต่มันฝังลึกลงไปยิ่งนัก


เนี่ยลี่นั้นเต็มไปด้วยความสงสารนาง นางเป็นหญิงสาวที่ละเอียดอ่อนและมีเสน่ห์ นางต้องอดทนแค่ไหนกันสำหรับความเจ็บปวดที่ได้รับ?


เนี่ยลี่นำมือไปกดตรงรอยช้ำ และค่อย ๆ นวด ผิวของเซี่ยวหนิงเอ๋อเย็นราวกับน้ำแข็ง เรือนร่างของนางดูงดงาม ผิวเนื้อที่ได้สัมผัสจากฝ่ามือ ทำให้เขารู้สึกไม่มีสมาธิไปบ้าง เขามองลงไปที่ใบหน้าของเซี่ยวหนิงเอ๋อ ใบหน้าของเซี่ยวหนิงเอ๋อกแดงไปถึงลำคอ ราวกับคนที่เมาสุรา มันเป็นความงดงามที่ยากเกินกว่าจะอธิบาย จากมุมมองของเขาในตอนนี้ สามารถมองเห็นไหปลาร้าและไหล่ที่ได้รูปราวกับหยก และกลิ่นหอมของหญิงสาวที่โชยพัดมา


ทั้งสองคนไม่ได้พูดคุยอะไร ต่างฝ่ายต่างเงียบ ดังกับป่าที่เงียบสงบ


เซี่ยวหนิงเอ๋อรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของเนี่ยลี่ ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ นี่เป็นครั้งแรกของนางที่ถูกเด็กผู้ชายจัต้องเรือนร่างของนาง ในตอนนี้นางถอดเสื้อออกครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นเรือนร่างส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้ในใจของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกเขินอาย แม้ว่านางจะเป็นคนที่เข้มแข็ง แต่เมื่อถึงยามค่ำคืน หัวใจของนางเต็มไปด้วยความเงียบเหงา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่นางต้องเผชิญกับความเจ็บปวด นางปรารถนาที่จะไว้วางใจใครสักคน แต่ภายในครอบครัวของนาง ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือพี่ชายของนาง ได้แต่ทำให้นางรับรู้ถึงความไม่ใส่ใจ แต่ในขณะนี้มีเพียงเนี่ยลี่ ที่นางรับรู้ได้ว่าเป็นคนที่นางสามารถพึ่งพาได้


นางได้เปิดเผยส่วนที่ควรปกปิดให้เขาได้เห็น แต่สิ่งที่แสดงออกในสายตาของเนี่ยลี่นั้น พบว่าเนี่ยลี่ตั้งสมาธิอยู่กับการนวดตรงส่วนที่นางมีรอยช้ำเท่านั้น ต้องยอมรับว่าเขาช่างเป็นคนดียิ่งนัก ดังนั้นนางจึงมีแต่ความรู้สึกขอบคุณ และความรู้สึกอึดอัดใจก็หายไป


นิ้วหัวแม่มือของเนี่ยลี่ยังคงกดอยู่ตรงรอยช้ำ ในบางครั้งแขนของเขาก็สัมผัสกับร่างกายบางส่วนของเซี่ยวหนิงเอ๋อ เป็นการสัมผัสในส่วนที่ละเอียดอ่อน แม้แต่เนี่ยลี่เองก็ยังอดที่จะคิดฟุ้งซ่านไม่ได้ เนี่ยลี่ต้องพยายามคิดถึงในชีวิตที่แล้ว ในค่ำคืนของเขากับเอียจื่ออวิ๋น


ในเวลานั้นเอียจื่ออวิ๋น นางเติบใหญ่เสียยิ่งกว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อในตอนนี้ ในตอนนี้เซี่ยวหนิงเอ๋อยังเด็กนัก ตรงส่วนที่ละเอียดอ่อนของนางจึงไม่ใหญ่นัก หากเติบใหญ่ขึ้นมา ส่วนนี้ของนางจะต้องไม่ด้อยกว่าเอียจื่ออวิ๋นเป็นแน่


เอียจื่ออวิ๋นเป็นคนที่ดูน่ารักและสง่างาม และเมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน นางก็สละชีวิตเพื่อที่จะปกป้องเนี่ยลี่ เมื่อเขามีชีวิตกลับมาอีกครั้ง เนี่ยลี่ก็ไม่อาจที่จะมีชีวิตโดยไร้ซึ่งเอียจื่ออวิ๋นได้อีก ด้วยความคิดนี้ ทำให้เนี่ยลี่มีสมาธิมากยิ่งขึ้น


เนี่ยลี่นวดตามจุดด้วยความระมัดระวัง นิ้วมือกดอยู่โดยรอบรอยช้ำ ขณะที่แขนของเขายังคงบังเอิญไปโดนตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเซี่ยวหนิงเอ๋อ เซี่ยวหนิงเอ๋อนั้นมีร่างกายที่สมส่วน ในการกดนวดบางครั้งก็ต้องโดนกับส่วนที่อ่อนนุ่มที่สำคัญ ซึ่งในบางครั้งก็รู้สึกว่ามันช่างอ่อนนุ่มยิ่งนัก เนี่ยลี่ก็อดไม่ได้ที่จะเขินอายในบางครั้ง


เซี่ยวหนิงเอ่อรับรู้ได้ถึงความอบอุ่น จากฝ่ามือของเนี่ยลี่อยู่เป็นระยะ เมื่อเขากดนวดบริเวณชายโครง นางรู้สึกราวกับระเบิดลูกเล็ก ๆ ที่ถึงกับทำให้นางพูดไม่ออก ในบางครั้งมือของเนี่ยลี่ก็ได้สัมผัสตรงยอดอก ที่ไม่เคยมีผู้ใดได้สัมผัสมาก่อน ทำให้ใบหน้าของนางยิ่งระเบิดสีแดงขึ้นมามากยิ่งกว่าเดิม ซึ่งดูแล้วน่าสัมผัสยิ่งนัก เป็นลักษณะของหญิงสาวที่ดูแล้วมีเสน่ห์ชวนให้สัมผัส เขาอดไม่ได้ ที่จะดึงนางเอามาไว้ในอ้อมกอด


นี่นับเป็นอุปสรรคอันยากลำบาก หลังจากที่นวดเป็นเวลานาน เนี่ยลี่ถอนหายใจออกมา พร้อมกับยิ้มและพูดขึ้นว่า “เรียบร้อยแล้ว!


เนี่ยลี่ถอนมือออก เซี่ยวหนิงเอ๋ออดไม่ได้ที่รู้สึกราวกับว่าได้สูญเสียอะไรบางอย่าง นางต้องยอมรับเลยว่า การนวดของเนี่ยลี่นั้นช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก ความเจ็บปวดของนางนั้นบรรเทาลงไปอย่างรวดเร็ว นางเคยคิดมากเกี่ยวกับความเจ็บปวดของนาง ในตอนนี้นางจึงรู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก


“ขอบใจเจ้ามากนะ!” เซี่ยวหนิงเอ๋อพูดขึ้นมาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับกลัดกระดุมเสื้อของนาง

เขามองไปที่ผิวขาวสวยของนาง ส่วนเว้าส่วนโค้งของนางหายไปจากสายตาของเขา เนี่ยลี่รู้สึกสงบจิตใจได้เล็กน้อย และผ่อนคลายมากขึ้น เขาพูดขึ้นมาว่า “ในอีกไม่กี่วันเจ้าจะรู้สึกดีขึ้น ข้าจะนวให้เจ้าทุก ๆ สามวัน เพียงแค่ไม่กี่ครั้งเจ้าก็จะหายดี จนกว่าที่จะบรรลุระดับบรอนซ์ เจ้าอย่าได้มาบ่มเพาะพลังวิญญาณในยามค่ำคืนอีก การดูดซับแสงจันทร์มากเกินไปจะไม่เกิดผลดี ถ้าหากเจ้าไม่ยอมทำตามที่ข้าแนะนำ มันจะเกิดผลกระทบที่ร้ายแรงขึ้นมาได้!


“ข้าเข้าใจแล้ว” เซี่ยวหนิงเอ๋อพยักหน้าตอบกลับไป นางคงไม่กล้าที่จะทำการบ่มเพาะพลังยามค่ำคืนอีกแล้ว ถ้าหากไม่ได้รับคำชี้แนะจากเนี่ยลี่ นางจินตนาการได้เลยว่าในภายภาคหน้าจะต้องเลวร้ายยิ่งกว่านี้ และความพยายามที่ผ่านมาของนางจะสูญเปล่า


เมื่อเห็นว่าเสร็จธุระกับเซี่ยวหนิงเอ๋อแล้ว เนี่ยลี่ก็ลุกขึ้นยืนและพูดออกไปว่า 


“ข้าต้องไปแล้ว”


“อะไรกัน?” แม้แต่นางก็ไม่อาจที่จะอธิบายความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ได้ นางทำได้เพียงแค่พยักหน้าตอบรับนางนิ่งเงียบไป จากนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “เนี่ยลี่ เจ้านั้นได้ช่วยเหลือข้า ในภายภาคหน้าถ้าหากเจ้าต้องการความช่วยเหลือจากข้า ข้าจะช่วยเหลือเจ้าด้วยกำลังทั้งหมดที่ข้ามี”


เมื่อเห็นท่าทางอันจริงจังของเซี่ยวหนิงเอ๋อ เนี่ยลี่ยิ้มและพยักหน้าตอบกลับไป 


“ได้ ถ้าข้าต้องการความช่วยเหลือ ข้าจะไปหาเจ้า!” จริง ๆ แล้ว การที่เนี่ยลี่ช่วยเหลือเซี่ยวหนิงเอ๋อนั้น เป็นเพราะว่าความสงสารที่มีต่อเซี่ยวหนิงเอ๋อเท่านั้น เขาไม่เคยคิดที่จะหวังสิ่งตอบแทนเลยแม้แต่น้อย


เนี่ยลี่หันหลังกลับไป และหายลับไปในป่า


เซี่ยวหนิงเอ๋อยืนมองเนี่ยลี่จนลับหายไป นางยืนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาเนิ่นนาน ความรู้สึกเจ็บปวดที่เคยมีบรรเทาลงไปเป็นอย่างมาก และในตอนนี้นางก็รู้สึกมีความสุขยิ่งนัก


“เนี่ยลี่ เจ้าเป็นคนเช่นใดกันแน่?” เซี่ยวหนิงเอ๋อมองดูเนี่ยลี่ที่หายลับไปแล้วพูดขึ้นมา ด้วยอารมณ์ที่รื่นเริงนางหันหลังกลับมา และออกไปจากสนามฝึกฝน


ในค่ำคืนที่เย็นยะเยือก แสงจันทร์ที่สดใสทอประกาย และมีม่านหมอกที่ปกคลุม.........จบตอน

 แปลโดย นายมะพร้าว


      

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง