test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

5 ต.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 6 肖凝儿 เซี่ยวหนิงเอ๋อ





“เนี่ยลี่เจ้าบ้าเอ๊ย เจ้าหลอกให้ข้ามาเป็นเหยื่อล่อ ช่างโหดร้ายยิ่งนัก!” ลู่เพียวหันไปมองแกะมีเขาที่กำลังพุ่งเข้ามา เขากลัวจนแทบจะอึราด เขาวิ่งกลับไปกลับมาแทบจะสะดุดล้ม


ในตอนนี้เนี่ยลี่และตู่ซือซ่อนอยู่ในพุ่มไม้และถือหน้าไม้เอาไว้


“เจ้าบ้าเอ๊ย เจ้าแกะมีเขานี่ช่างน่ากลัวยิ่งนัก รีบยิงมันเร็ว ยิงสิ!” เมื่อเห็นว่าแกะมีเขาเริ่มวิ่งเข้ามาใกล้ ลู่เพียวก็ตะโกนและรีบวิ่งหนีไป


“เจ้าบ้าลู่เพียว เราตกลงกันเสียดิบดีว่าให้เขายืนอยู่เฉย ๆ แล้วเจ้าแกะมีเขาก็จะวิ่งเข้าไปหากับดัก แต่เขาวิ่งเช่นนี้ ก็ยิ่งทำให้มันเบี่ยงออกไปคนละทางกับตำแหน่งที่วางกับดักเอาไว้!” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับขมวดคิ้ว


ตรงส่วนกับดักนั้นเป็นหลุมลึกที่มีขนาดกว้างเพียงแค่สองนิ้ว เมื่อแกะมีเขาเหยียบลงไป จะทำให้ขาของมันหักอย่างแน่นอน จากนั้นค่อยทำการยิงหน้าไม้ใส่ จะทำให้ประหยัดพลังและเวลาไปได้กว่าครึ่งเลยทีเดียว


เมื่อเห็นว่าลู่เพียวนั้นวิ่งหนีอย่างตื่นตระหนก ตู่ซื่อเองก็เริ่มที่จะลนลาน เขาเหนี่ยวไกออกไปอย่างต่อเนื่อง


ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ


เสียงลูกธนูทั้งสามดอกพุ่งออกไป


แกะมีเขาเป็นสัตว์อสูรที่มีปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างฉับไว มันรับรู้ได้ถึงลูกธนูที่พุ่งมาทั้งสามได้ในทันที และมีการตอบสนองอย่างรวดเร็ว มันกระโดดหลบอย่างรวดเร็ว เสียงของลูกธนูทั้งสามนั้นพุ่งผ่านร่างกายของแกะมีเขาไป


“อะไรกัน? ยิงพลาดงั้นรึ?” ลู่เพียวทำหน้าตกใจ แกะมีเขาอยู่ใกล้กับตัวเขา เนี่ยลี่และตู่ซื่อทำพลาด ลู่เพียวรู้สึกราวกับว่าพวกเขาเป็นแค่เหล่าแมลงที่มารวมตัวกัน ในใจของเขากำลังหลั่งน้ำตา เขาต้องจ่ายชดใช้ด้วยชีวิตจากการที่เลือกคบสหายผิด ถ้าหากเขาอันแหลมคมนั่นแทงทะลุเขา ก้นของเขาจะบานราวกับดอกไม้เป็นแน่


เมื่อเห็นว่าแกะมีเขาสามารถที่จะหลบลูกธนูได้ และยังคงวิ่งไล่ลู่เพียวไม่หยุด ตู่ซื่อเครียดจนเหงื่อชุ่มไปหมด เขาพยายามที่จะเอาลูกธนูใส่หน้าไม้ แต่มันสายเกินไปแล้ว และเขาก็จินตนาการถึงก้นของลู่เพียวที่ถูกแกะมีเขาเสียบจนตูดเน่าหลังจากที่เรื่องนี้จบลงไป


“เนี่ยลี่ พวกเราควรทำเช่นใดกันดี...”ตู่ซื่อพูดออกมาได้แค่ครึ่งประโยคจากนั้นก็เงียบไป เพื่อที่จะไม่ให้รบกวนสมาธิของเนี่ยลี่


เนี่ยลี่โน้มตัวลงเล็กน้อย แขนซ้ายนอนลงขนานกับพื้น และมือขวาจับหน้าไม้เอาไว้แน่นและวางหน้าไม้ไว้บนแขนซ้าย ดวงตาจ้องไปข้างหน้าโดยที่ไม่กระพริบ แม้ว่าทางด้านหน้าของหน้าไม้จะมีการเคลื่อนไหว แต่ก็ราวกับว่ามันยึดติดอยู่กับแขนของเขา


ตู่ซื่อไม่สามารถที่จะอธิบายความรู้สึกของเขาในตอนนี้ได้ เนี่ยลี่ยังไม่ได้ทำการเหนี่ยวไก แต่ตู่ซื่อรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ถ้ายิงออกไปจะต้องไม่พลาดเป้าเป็นแน่ เนี่ยลี่ในตอนนี้ราวกับเสือที่ซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ และแผ่จิตสังหารออกมาอย่างชัดเจน


แม้ว่าร่างกายของเขายังอ่อนแอ และไม่ได้บรรลุแม้แต่ขั้นนักสู้ระดับบรอนซ์ แต่จากประสบการณ์ในชีวิตที่แล้วของเนี่ยลี่ยังคงมีอยู่ ด้วยประสบการณ์จากการต่อสู้หลั่งเลือดมาเป็นเวลานาน และในบางครั้งก็เฉียดตาย ไม่ว่าจะเป็นอาวุธชนิดใด ดาบ กระบี่ หน้าไม้ หรือแม้แต่แท่งเหล็ก เมื่ออยู่ในมือของเนี่ยลี่ก็สามารถที่จะเป็นอาวุธสังหารได้ แม้ว่าเนี่ยลี่จะยังไม่บรรลุขั้นนักสู้ระดับบรอนซ์ แต่ในหลาย ๆ ครั้ง ด้วยวิธีการนับไม่ถ้วน ด้วยประสบการณ์ของเขา สามารถที่จะสังหารนักสู้ระดับบรอนซ์ หรือแม่แต่นักสู้ระดับซิลเวอร์ได้


ในตอนนี้ราวกับว่าโลกทั้งโลก มีเพียงแค่เนี่ยลี่อยู่ตามลำพัง ดวงตาของเนี่ยลี่ ถ้าหากได้เห็นในตอนนี้ ราวกับดวงตาของเหยี่ยวที่กำลังจับจ้องเหยื่ออยู่


เนี่ยลี่หรี่ตาลงเล็กน้อย ท่าทางของเขานั้นดูแข็งแกร่ง แต่สงบนิ่งราวกับแม่น้ำที่ไหลลึก และมั่นคงราวกับหินผา


ฟุ่บ!


เนี่ยลี่ทำการเหนี่ยวไกหน้าไม้ และลูกธนูก็พุ่งออกไป ราวกับแสงสีเงินที่พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ตำแหน่งที่เนี่ยลี่ยิงหน้าไม้ออกไป เป็นมุมอับสายตาของแกะมีเขา


“เข้าเป้า!” เมื่อมองเห็นลูกธนูพุ่งออกไป ตู่ซือรู้สึกกลัวและประหลาดใจยิ่งนัก ในตอนนี้เขารู้สึกราวกับว่า เนี่ยลี่เป็นนักล่าที่มีประสบการณ์ในการล่าสัตว์มาหลายปี


แกะมีเขาไม่มีโอกาสแม้จะหลบหนี ฉึก! ลูกธนูปักเข้าที่ขาหลังของแกะมีเขา


โครม!


เสียงของแกะมีเขาล้มลง อีกไม่กี่ก้าวก็จะพุ่งถึงตัวลู่เพียว ฝุ่นฟุ้งกระจายเต็มท้องฟ้า


ลู่เพียวหายใจด้วยอาการที่เหนื่อยหอบ เขารู้สึกตรึงเครียดยิ่งนัก และมองไปที่แกะมีเขาที่กำลังร้องด้วยความเจ็บปวด เขาอดไม่ได้ที่จะคิดว่า “พระเจ้า มันช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก แม่จ๋า ก้นของข้านั้นได้รอดชีวิตแล้ว!” ถ้าลูกธนูของเนี่ยลี่พุ่งไปช้ากว่านี้อีกเพียงเล็กน้อย เขาคงจะโดนแกะมีเขาจู่โจมเข้าอย่างจัง


ถ้าหากเป็นลูกธนูธรรมดา มันก็คงจะทำให้แกะมีเขาบาดเจ็บแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และแกะมีเขาก็คงจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่ลูกธนูที่เขาใช้ มันถูกทาด้วยยาพิษอัมพาตที่ผสมจากหญ้าเฮยเจ๋อและหญ้าเจี๋ยหลี่รวมกับสารละลายขั้นต้น จึงสามารถจัดการเจ้าแกะมีเขาที่โชคร้ายนี้ได้อย่างง่ายดาย


พิษอัมพาตได้เข้าสู่กระแสเลือดและพุ่งสู่หัวใจของแกะมีเขาอย่างรวดเร็ว เสียงร้องโหยหวนของแกะมีเขาค่อย ๆ เบาลง


“ช่างส่งผลได้รวดเร็วอะไรเช่นนี้?” ตู่ซื่อพูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดเลยว่าพิษอัมพาตที่เนี่ยลี่ทำขึ้นมานั้นจะมีผลที่รุนแรงถึงเพียงนี้ แค่เวลาไม่นานแกะมีเขาที่แข็งแกร่งก็ถูกจัดการได้อย่างรวดเร็ว


ลู่เพียวเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน เขานั้นรับรู้ด้วยตัวเองว่าแกะมีเขาพวกนี้แข็งแกร่งแค่ไหน ต่อให้เป็นนักสู้ระดับบรอนซ์สองคน ก็ต้องใช้เวลาในไม่น้อยจึงจะสามารถจัดการมันลงได้ แต่แกะมีเขาตัวนี้กลับถูกล้มโดยลูกธนูเพียงดอกเดียว


“นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!” ลู่เพียวคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไปก็รู้สึกกลัวอีกครั้ง


“ถ้าหากเจ้าไม่วิ่งหนี เจ้าแกะมีเขาตัวนี้ก็งจะไม่วิ่งไล่เจ้า!” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับหัวเราะ 


“ข้าเข้าใจแล้ว!” ลู่เพียวรู้สึกอับอายจนหน้าแดง เพราะไม่ได้ดำเนินการตามแผน แค่เห็นแกะมีเขา เขาก็รู้สึกตื่นตกใจ จนต้องวิ่งหนี


เมื่อเห็นแกะมีเขานอนตายอยู่บนพื้น ตู่ซื่อรู้สึกราวกับว่าเป็นความฝัน เพียงแค่จ้องมองการกระทำของเนี่ยลี่จนถึงตอนนี้ ยังคงตราตรึงอยู่ในใจของเขา เขารู้สึกประทับใจยิ่งนัก นับตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ เป็นครั้งแรกที่ตู่ซื่อรู้สึกชื่นชมผู้อื่น ทักษะการยิงหน้าไม้ของเนี่ยลี่ เรียกได้ว่าอยู่ในระดับขั้นปรมาจารย์ แม้แต่คนทั่ว ๆ ไปที่ฝึกฝนมานับสิบปี ก็ไม่อาจที่จะไปขั้นที่เนี่ยลี่ทำได้ในตอนนี้


“รีบทำการเก็บเกี่ยวได้แล้ว นอกจาก เขา ขนที่แผงคอ คริสตัลอสูร และ ดวงจิตอสูรไม่จำเป็นที่จะต้องสนใจสิ่งอื่น!” เนี่ยลี่สั่งการอย่างรวดเร็ว คริสตัลอสูร และดวงจิตอสูร จะอยู่ภายในหัวของแกะมีเขา คริสตัลอสูรอาจเป็นผลึกขนาดเท่าหัวแม่มือ สัตว์อสูรโดยทั่วไปจะมีคริสตัลอสูรนี้ แต่ในแกะอสูรหมื่นตัวจะมีหนึ่งถึงสองตัวที่มีดวงจิตอสูร รูปร่างของดวงจิตอสูรจะมีลักษณะเหมือนกับเปลวเทียน


แกะมีเขาที่มีดวงจิตอสูร จะแข็งแกร่งกว่าแกะมีเขาทั่ว ๆ ไปมากนัก


แกะมีเขาเป็นสัตว์อสูรระดับที่มีความแข็งแกร่งแค่เพียงระดับบรอนซ์หนึ่งดาวเท่านั้น แต่ละส่วนของมันจึงมีราคาที่ค่อนข้างถูก เขาคู่หนึ่งของมันขายได้ในราคาห้าเหรียญจิตมาร แผงคอขายได้สามเหรียญจิตมาร และคริสตัลอสูรสามารถขายได้ห้าเหรียญจิตมาร


ดังนั้น แม้ว่าจะไม่มีดวงจิตอสูร แกะมีเขาหนึ่งตัวก็สามารถขายได้สิบสามเหรียญจิตมาร


พวกเขานั้นใช้เวลาแค่เพียงห้านาทีในการจัดการกับแกะมีเขาหนึ่งตัว ถ้าหากล่าแกะมีเขาด้วยความเร็วเช่นนี้ ในหนึ่งวันพวกเขาทั้งสามคนจะสามารถหาเงินได้หลายพันเหรียญจิตมารเลยทีเดียว!


ตู่ซื่ออดไม่ได้ที่จะรู้สึกอะไรบางอย่าง ตระกูลของเขานั้นยากจน ในแต่ละปีมีรายได้เพียงสองถึงสามพันเหรียญจิตมารเท่านั้น เพื่อที่จะส่งตู่ซื่อเข้ามาเรียนในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลของตู่ซื่อต้องทำการกู้ยืมเงิน จากญาติและเพื่อนฝูงมาเป็นจำนวนมาก ตู่ซื่อนับว่าเป็นความหวังของตระกูลเลยทีเดียว! ถ้าหากเขาร่วมมือกับเนี่ยลี่ในการล่าแกะมีเขา หลังจากนี้เขาก็สามารถที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนเองได้!

เนี่ยลี่ยิ้มและพูดขึ้นมาว่า “พวกเราต้องเร่งมือกว่านี้ คืนนี้คงจะไม่มีเวลาพักกันแล้ว!


“ได้!” ตู่ซื่อตอบกลับด้วยความตื่นเต้น แม้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะยังไม่บรรลุระดับบรอนซ์หนึ่งดาว แต่ร่างกายของพวกเขานั้นก็แข็งแรงไม่น้อย แม้ว่าจะต้องนอนดึกหรือไม่ได้นอน พวกเขาก็ไม่รู้สึกอะไรมากนัก


ลู่เพียวอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมาเสียงดัง เจ้าคนโลภทั้งสอง ไม่ยอมนอนหลับพักผ่อนเพียงเพื่อจะหาเงิน แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้า แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก เพราะเขาเลือกที่จะลงเรือลำเดียวกันแล้ว

ทั้งสามคนร่วมมือกันอย่างสนิทสนม ในการล่าแกะมีเขา พวกเขาล่าพวกมันไปหลายสิบตัวจากนั้นลู่เพียวจะนำออกไปขาย


ในหนึ่งคืน พวกเนี่ยลี่ทั้งสามคน ล่าแกะมีเขาได้มากกว่าร้อยยี่สิบตัว และนำไปขายได้เงินมาทั้งหมดหนึ่งพันสี่ร้อยเหรียญจิตมาร เมื่อแบ่งเท่า ๆ กัน แต่ละคนได้เงินมากกว่าสี่ร้อยเหรียญจิตมาร


ซึ่งเงินจำนวนมากถึงเพียงนี้ สำหรับผู้ที่ยังไม่บรรลุระดับบรอนซ์ นับว่ามากมายยิ่งนัก แม้แต่นักสู้ระดับบรอนซ์ ในหนึ่งวันได้รับค่าจ้างเพียงยี่สิบถึงสามสิบเหรียญจิตมารก็นับว่ามากแล้ว


เป็นเวลาเจ็ดวันต่อเนื่องกัน ในช่วงเวลากลางวันพวกเขาเข้าเรียนในชั้นเรียน ในช่วงกลางคืนเนี่ยลี่และพวกทั้งสามคนจะอยู่ใน สนามฝึกซ้อมของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์เพื่อล่าแกะมีเขา ในตอนนี้พวกเขารวมกันมีมากกว่าหนึ่งหมื่นเหรียญจิตมารแล้ว สำหรับพวกเขาแล้ว นับว่าเป็นความมั่งคั่งอย่างแท้จริง

นักเรียนในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ต่างก็สงสัยกันยิ่งนัก เกี่ยวกับจำนวนของแกะมีเขาที่อยู่ในสนามฝึกซ้อมมีจำนวนลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ก่อนหน้านี้พวกเขาจะพบเจอมันเป็นกลุ่ม แต่ในตอนนี้ การที่จะมองหาแต่ละตัวต้องใช้เวลาไม่น้อย อาจจะมีเสือขนาดใหญ่ที่หลุดออกมาทำการออกล่าแกะมีเขา สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ได้ส่งเหล่าอาจารย์เข้ามาตรวจสอบ แต่ก็ไม่พบสิ่งใด


คืนที่แปด เนี่ยลี่และพวกทั้งสามคนยังอยู่ในความมืดทำการล่าแกะมีเขา ค่ำคืนที่มืดมิด เวลาผ่านไปกว่าสามชั่วยามแล้ว ลู่เพียวอ้าปากหาวและพูดขึ้นว่า “เนี่ยลี่ ข้าไม่ไหวแล้ว ให้ข้านอนหลับบนต้นไม้นี่ก่อนนะ!” การที่ล่าแกะมีเขามาเจ็ดคืนติดต่อกัน ทำให้เขาเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมาก


ไม่ใช่แค่ลู่เพียว แม้แต่ตู่ซื่อเองก็เริ่มที่จะไม่ไหวแล้ว


“เนี่ยลี่ ข้าเองก็ต้องขอไปนอนพักก่อนแล้ว!” ตู่ซื่อเองก็กำลังฝืนเปลือกตาไม่ให้ปิด เจ็ดคืนต่อเนื่องกัน แม้แต่มนุษย์เหล็กก็ไม่อาจที่จะฝืนทนได้ไหว


“พวกเจ้าไปนอนพักกันก่อน คืนพรุ่งนี้เราจะหยุดพักชั่วคราว ข้าเตรียมการเรื่องอื่นเอาไว้” เนี่ยลี่เห็นว่าพวกเขาเก็บเงินได้มากกว่าหนึ่งหมื่นหกพันเหรียญจิตมารแล้ว นี่คือสมบัติก้อนแรกของพวกเขา ด้วยเงินจำนวนนี้พวกเขาสามารถที่จะทำอะไรได้หลายอย่าง และไม่จำเป็นที่จะต้องล่าแกะมีเขาทุกคืนอีกต่อไป


ลู่เพียวและตู่ซื่อเลือกที่จะปีนขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ และหาที่เอนกายนอนหลับไปในทันที ใบหน้าของเหล่าเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความอ่อนเพลีย แม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนจำพวกสู้แดดสู้ฝน แต่พวกเขาก็ยังเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มเท่านั้น


เนี่ยลี่ออกไปสำรวจในป่า ดวงจันทร์แขวนลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า ได้ยินเสียงของเหล่าแมลงที่หลาหลายเป็นครั้งคราว และโดยรอบเริ่มที่จะเงียบวังเวงยิ่งขึ้น


แต่การที่ไม่มีสัตว์อสูรขนาดใหญ่ ก็ยังนับว่าปลอดภัยอยู่มาก


ในตอนนี้ เนี่ยลี่ได้ยินเสียงผิดปกติบางอย่าง ในป่าที่อยู่ไม่ไกลออกไปมีร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏอยู่


“ใครกันที่เข้ามาในสนามฝึกซ้อมเวลาเช่นนี้” เนี่ยลี่ขมวดคิ้ว ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปในป่าลึก เขาเข้าหลบซ่อนอยู่ในป่า และกวาดสายตาออกไปไม่กี่ร้อยเมตร ด้วยการมองไปยังพื้นที่โล่งใต้แสงจันทร์ มองเห็นร่างอันผอมเพรียว บอบบางยื่นอยู่ภายใต้แสงจันทร์ ผมของนางยาวพาดบ่า สวมเสื้อหนังรัดรูป ทั่วทั้งร่างกายมองเห็น แสงสีฟ้าโคจรอยู่โดยรอบ


แสงสีฟ้าที่มองเห็นนั้นคือพลังวิญญาณ แม้ว่าจะยังไม่ถึงระดับบรอนซ์ แต่ในอีกไม่นานจะต้องบรรลุระดับบรอนซ์หนึ่งดาวเป็นแน่


ด้วยพลังวิญาณที่เปร่งแสงอยู่นั้น ดวงตาของเนี่ยลี่จ้องไปที่ใบหน้าของนาง ดวงตาของนางนั้นปิดสนิท ขนตายาวสั่นไหวเล็กน้อย คิ้วที่เรียวโค้ง ผิวที่ขาวเนียน มีสีชมพูดเจือปนอยู่เล็กน้อย ริมฝีปากของนางดูอวบอิ่ม นางกับเอียจื่ออวิ๋นนั้นมีความงดงามที่แตกต่างกัน เอียจื่ออวิ๋นนั้นเป็นความงดงามที่ดูมีสง่า ราวกับดอกกล้วยไม้สีม่วงที่ดูงดงาม ส่วนนางนั้นมีเสน่ห์ที่ดูแล้วชวนให้หลงไหลกับรูปร่างที่เย้ายวนใจ ราวกับดอกกุหลาบที่มีหนาม


“เซี่ยวหนิงเอ๋อ ข้าไม่คิดเลยว่าจะเป็นนาง!” เนี่ยลี่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อจะขยันฝึกซ้อมถึงเพียงนี้ แม้ว่าจะเป็นค่ำคืนถึงเพียงนี้นางก็ยังทำการบ่มเพาะพลังวิญญาณ อีกไม่นาน นางจะต้องบรรลุระดับบรอนซ์หนึ่งดาวเป็นแน่


เมื่อคิดถึงในชีวิตที่แล้วของเขา หลังจากที่เซี่ยวหนิงเอ๋อบรรลุระดับบรอนซ์หนึ่งดาว นางก็ล้มป่วยไปนานกว่าสองปี การบ่มเพาะพลังของนางลดถอยลง แม้ว่าในภายหลังนางจะพยายามฝึกฝนจนบ่มเพาะพลังกลับคืนมาได้ แต่หลังจากนั้นนางก็ต้องเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างกาย แต่ในขณะที่นางรู้สึกเจ็บปวดนั้น ในสายตาของนางที่จ้องมองเข้าไปใน ยังดวงตาของนางจะเห็นราวกับดวงดาวที่เปร่งประกาย นางเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งยิ่งนัก


เมื่อคิดได้ว่าการที่เซี่ยวหนิงเอ๋อใช้เวลาในยามค่ำคืนฝึกฝนอยู่ที่นี่ เนี่ยลี่ก็เข้าใจได้ในทันที เซี่ยวหนิงเอ๋อนั้นได้พยายามเป็นอย่างมาก ดูเหมือนว่าโชคชะตาของนางราวกับว่ากำลังเล่นตลก!


เมื่อคิดได้เช่นนั้น เนี่ยลี่จึงเดินเข้าไปหาเซี่ยวหนิงเอ๋อ 


“ใครกัน?” ทันใดนั้นเซี่ยวหนิงเอ๋อก็ลืมตาขึ้นมา นางตะโกนขึ้นมาเสียงดัง มือของนางถือมีดสั้นอันแหลมคม นางมองหน้าเนี่ยลี่อย่างระมัดระวัง ใบหน้าของนางแสดงให้เห็นถึงความเย็นชา


แม้แต่ภายใต้แสงจันทร์ ในยามค่ำคืนอันลึกลับ นักเรียนผู้หนึ่งกับดูมีเสน่ห์เย้ายวนเกินกว่าที่จะบรรยายออกมา


แม้ว่าจะอายุเพียงสิบสามปี แต่ก็นับว่าในตอนนี้นางก็เป็นหญิงสาวคนหนึ่ง หน้าอกที่ใหญ่โตที่หน้าอกของนาง ด้วยวัยเพียงแค่นี้ นางควรที่จะรู้สึกภาคภูมิใจได้แล้ว


“นี่ข้าเอง ข้าชื่อว่า เนี่ยลี่!” เนี่ยลี่พูดออกไป แม้ว่าเขาจะไม่เคยพูดคุยกับเซี่ยวหนิงเอ๋อ แต่พวกเขาก็เรียนอยู่ในชั้นเรียนเดียวกัน ควรที่จะคุ้นหน้ากันอยู่บ้าง


เซี่ยวหนิงเอ๋อลดมีดสั้นลง แต่ก็ยังพร้อมที่จะแทงออกไปได้ทุกเมื่อ นางมองไปที่เนี่ยลี่แล้วเอ่ยถามขึ้นมาว่า “เจ้ามาทำอะไรที่นี่?


เนี่ยลี่หัวเราะและตอบกลับไปว่า “แล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี่กัน?


“ข้ามาที่นี่เพื่อที่จะทำการบ่มเพาะพลังวิญญาณ!” เซี่ยวหนิงเอ๋อตอบกลับไป นางจ้องมองดูเนี่ยลี่ภายใต้แสงจันทร์ เนี่ยลี่ผู้นี้มีคิ้วเรียวยาวราวกับกระบี่ ดวงตาเป็นประกาย ดูแล้วก็เป็นคนดีอยู่บ้าง ไม่ได้น่าหวาดกลัวอะไรมากนัก


เนี่ยลี่ยักไหล่และตอบกลับไปว่า “ข้าก็แค่มาเดินเล่นเท่านั้น”


“เจ้ากำลังโกหก อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่า หลายวันมานี้พวกเจ้านั้นมาล่าแกะมีเขา!” เซี่ยวหนิงเอ๋อพูดขึ้นมา นางนั้นพบเห็นเนี่ยลี่และพวกทั้งสามคน แต่นางแค่เพียงไม่ต้องการที่จะเข้าไปทักทายเนี่ยลี่และพวกทั้งสามคน และเซี่ยวหนิงเอ๋อยังได้พบเห็นอะไรแปลก ๆ บางอย่าง พวกเนี่ยลี่ทั้งสามคนทาอะไรบางอย่างลงไปบนลูกธนู และสามารถที่จะล้มแกะมีเขาได้ในคราวเดียว แต่นางก็ไม่คิดที่จะสอบถามความลับของผู้อื่น


“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็รู้อยู่แล้ว” เนี่ยลี่ตอบกลับไปพร้อมกับจ้องหน้าเซี่ยวหนิงเอ๋อ เซี่ยวหนิงเอ๋อจึงทำหน้าไม่พอใจ ริมฝีปากของนางนั้นช่างดูอวบอิ่มที่ขยับตอนนางกำลังพูด แต่ในใจของเขานั้นมีเพียงเอียจื่ออวิ๋น การหยอกเย้าเซี่ยวหนิงเอ๋อเป็นแค่การเล่นสนุกของเขา เขาชื่นชมในความงดงามและความพยายามของนาง ด้วยความงดงามของเซี่ยวหนิงเอ๋อ แม้ว่านางจะไม่ต้องทำการฝึกฝนอย่างหนัก นางก็สามารถที่จะก้าวขึ้นไปเป็นชนชั้นสูงได้ไม่ยาก แต่นางกลับพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวของนางเอง เพื่อที่จะให้ทุกคนยอมรับนาง

แต่น่าเสียดาย วิธีการที่นางเลือกนั้นไม่ถูกต้อง............จบตอน 
 แปลโดย นายมะพร้าว

 


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง