test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

4 ต.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 5 魔药师 นักปรุงยา




สกุลเงินของเมืองกลอรี่คือ เหรียญจิตมาร โดยปกติแล้วการมีแค่สองถึงสามพันเหรียญจิตมาร ก็เพียงพอที่จะจ่ายได้หนึ่งปี สำหรับครอบครัวทั่ว ๆ ไป ราคาสินค้าต่าง ๆ ภายในเมืองกลอรี่ ต่างก็คิดตามมูลค่าของเหรียญจิตมารนี้ ชุดเกราะ ถุงมือ คริสตัลอสูร ขนของพวกสัตว์อสูร และยาทิพย์ต่าง ๆ เป็นต้น

ค่าเล่าเรียนของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์จะอยู่ที่ สามพันเหรียญจิตมารต่อปี สำหรับตระกูลสามัญชนนั้น นับว่าเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ แต่ชาวเมืองส่วนใหญ่แม้ว่าจะต้องเป็นอยู่ด้วยความขัดสน พวกเขาก็ยินดีที่จะส่งบุตรหลานเข้าไปเรียนยังสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าหากพวกเขาสามารถกลายเป็นนักสู้ หรือ ร่างทรงอสูร แม้ว่าจะอยู่ในระดับบรอนซ์ ก็เพียงพอที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตระกูลได้

นักสู้ระดับบรอนซ์ ถ้าหากเข้าร่วมในกองกำลังทหาร จะมีรายได้ห้าถึงหกพันเหรียญจิตมารต่อปี และหากเข้าไปผจญภัยในส่วนลึกของเทือกเขาบรรพชน พวกเขาก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก

เนี่ยลี่นั้นมาจากตระกูลบันทึกสวรรค์ ถือว่าเป็นตระกูลชนชั้นสูง แต่กำลังอยู่ในสถานะที่ตกต่ำ มีผู้นำของตระกูลบันทึกสวรรค์ที่เป็นร่างทรงอสูรระดับโกลด์ รายได้ของตระกูลอยู่ที่ราว ๆ หกแสนเหรียญจิตมารต่อปี แต่รายจ่ายของตระกูลใหญ่นั้นก็สูงยิ่งนัก แค่เพียงค่าเล่าเรียนของลูกหลานในตระกูลก็สูงกว่าสามแสนเหรียญจิตมารแล้ว เมื่อหักค่าใช้จ่ายภายในตระกูลแล้ว ก็แทบจะไม่เพียงพอเลยก็ว่าได้ ในบางครั้งก็ถึงกับต้องขายกิจการการผลิตเมล็ดพันธุ์บางส่วนออกไป เพื่อให้ตระกูลบันทึกสวรรค์สามารถส่งลูกหลานไปเล่าเรียนที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ได้

ท่านผู้นำตระกูลเคยกล่าวไว้ว่า มีเพียงคนรุ่นใหม่ที่มากด้วยพรสวรรค์เท่านั้น จึงจะทำให้ตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้อีกครั้ง แม้ว่าพวกเขาจะต้องทำงานอย่างหนัก แต่พวกเขาก็จะพยายามให้เด็กรุ่นใหม่ได้รับการฝึกฝนที่ดี

ในชีวิตที่แล้วของเนี่ยลี่ เขาไม่ค่อยเข้าใจในคำพูดนี้สักเท่าใด เขายังคงรู้สึกแปลกใจเกี่ยวกับท่านผู้นำตระกูลผู้ยิ่งใหญ่ เพราะเขานั้นมักจะเป็นผู้นำที่เข้มงวด หลังจากที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เนี่ยลี่จึงเริ่มที่จะเข้าใจความคิดและความห่วงใยของท่านผู้นำตระกูล

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลบันทึกสวรรค์ เขาเองก็ต้องการที่จะให้ตระกูลของเขายิ่งใหญ่ขึ้น และจะต้องกลายเป็นตระกูลหลักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ดำรงอยู่ในเมืองกลอรี่!

หลังจากที่ได้กลับมากำเนิดใหม่อีกครั้ง ความทรงจำของเนี่ยลี่เต็มไปด้วยเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่มีประสิทธิภาพ แต่ก่อนหน้านั้น เขาจะต้องหาเงินบางส่วนเพื่อที่จะนำไปซื้อคริสตัลวิญญาณ เพื่อทดสอบคุณสบบัติของห้วงขอบเขตวิญญาณของตนเอง ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้เทคนิคการบ่มเพาะพลังที่เหมาะสม ถ้าหากใช้เทคนิคการบ่มเพาะพลังที่เหมาะสมกับห้วงขอบเขตวิญญาณของตนเอง การบ่มเพาะพลังจะมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

แก๊งง แก๊งง แก๊งง 

เสียงของระฆัง ดังกังวาลไปทั่วทั้งเมือง การเรียนการสอนจบลงแล้ว

เหล่านักเรียนเริ่มเดินออกจากประตูโรงเรียน มีรถม้ารับส่งวิ่งอยู่เต็มถนน และมีพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่เดินไปมาเป็นจำนวนมาก

“ถุงมือระดับบรอนซ์ชุดใหม่ จารึกด้วยอาคมวายุเหมันต์ นายน้อยหรือคุณหนูท่านใดสนใจหรือไม่?” พ่อค้าหาบเร่แผงลอย ที่สวมเสื้อคลุมสีเทา ตะโกนขายด้วยความกระตือรือร้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ของสิ่งนี้ดึงดูดความสนใจของนักเรียนเป็นจำนวนมาก แต่ถุงมือระดับบรอนซ์นี้ ราคาของมันนักเรียนทั่ว ๆ ไป ไม่สามารถที่จะสามารถจ่ายได้ แต่นักเรียนของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากตระกูลชนชั้นสูงก็มีอยู่ไม่น้อย และบางคนก็ร่ำรวยมาก ถ้าหากพวกเขาโชคดีก็สามารถที่จะขายออกไปได้
“ดูถุงมือระดับบรอนซ์นั่นสิ มีอาคมวายุเหมันต์จารึกอยู่ด้วย!” 

เหล่านักเรียนที่ได้เห็นต่างก็รู้สึกตื่นเต้นและหันมาพูดคุยกัน และถุงมือคู่นั้น มีประกายกระจายอยู่ทั่วไปหมด และบนพื้นผิวก็เต็มไปด้วยอักษรจารึกลึกลับที่หลายหลาย ที่ทำให้รู้สึกเย็นยะเยือกเลยทีเดียว

“ชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่?” นักเรียนผู้หนึ่งเอ่ยถามเบา ๆ

“หกหมื่นเหรียญจิตมารขอรับ” พ่อค้าหาบเร่แผงรอยตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม

“โอ้ สวรรค์ ทำไมราคาถึงแพงเช่นนี้!” ครอบครัวทั่ว ๆ ไป ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ไม่อาจที่จะสะสมเงินได้ถึงจำนวนหกหมื่นเหรียญจิตมารต่อปี

“นี่คือถุงมือระดับบรอนซ์ ที่สลักด้วยอาคมวายุเหมันต์ ซึ่งลวดลายนี้จะต้องใช้โลหิตอสูรวายุเหมันต์เพศหญิงในการวาด และต้องเป็นเลือดของมันตอนที่ยังมีชีวิตเท่านั้น ซึ่งอสูรวายุเหมันต์เพศหญิงนี้ตามล่าได้ยากยิ่งนัก ด้วยคุณสมบัติของวายุเหมันต์ ทำให้ถุงมือคู่นี้โจมตีได้รุนแรงยิ่งขึ้น! และเหมาะอย่างยิ่งสำรับนักสู้หรือร่างทรงอสูร ที่ใช้อาวุธหรืออสูรประเภทวายุเหมันต์”

นักเรียนหลายคนจ้องมองที่ถุงมือระดับบรอนซ์คู่นั้น และเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ สิ่งของชิ้นนี้มีราคาแพงเกินกว่าที่พวกเขาจะจ่ายได้

“แค่ถุงมือระดับบรอนซ์ก็ราคาสูงถึงหกหมื่นเหรียญจิตมาร ถ้าเช่นนั้นถุงมือระดับซิลเวอร์ และระดับโกลด์จะราคาสูงแค่ไหนกัน!” ลู่เพียวบ่นเสียงดัง เขานั้นได้รับเงินแค่ห้าร้อยเหรียญจิตมารในแต่ละเดือน ตระกูลของเขานั้นมีที่ดินและกิจการอยู่เป็นจำนวนมาก ลู่เพียวจึงสามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้ที่มั่งคั่งได้บ้างเล็กน้อย ในชีวิตที่แล้วของเนี่ยลี่ ลู่เพียวก็ให้การช่วยเหลือในด้านการเงินแก่เนี่ยลี่และตู่ซื่อเป็นประจำ แต่ถึงแม้ว่าลู่เพียวจะพอมีเงินอยู่บ้าง แต่ถุงมือระดับบรอนซ์ชิ้นนั้น ก็ยังไม่อาจที่จะซื้อได้

เนี่ยลี่ ลู่เพียว และตู่ซื่อ ขณะที่เดินอยู่นั้น โดยรอบของพวกเขามีสินค้าหลายชนิดที่วางขายอยู่ ไม่ว่าจะราคาถูกหรือราคาแพงก็หาซื้อได้

“เนี่ยลี่ สุดท้ายแล้ว เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?” ลู่เพียวมองไปที่เนี่ยลี่แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย

ขณะที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่ มีร่างของคนผู้หนึ่งเดินมาตรงหน้าแผงลอยร้านนั้น

“ดูสิ! เจ้านั่นมัน เสิ่นเอีย” ลู่เพียวบุ้ยปากไปที่เสิ่นเอีย 

“เอียจื่ออวิ๋นก็อยู่ด้วย!” 

เนี่ยลี่รีบหันไปมอง เขาเห็นเอียจื่ออวิ๋นและเพื่อนผู้หญิงไม่กี่คนพูดคุยกันอย่างมีความสุข ใบหน้าที่น่ารัก รอยยิ้มที่แสนหวาน ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น แม้ว่าจะยืนอยู่ท่านกลางหญิงสาวคนอื่น ๆ  เอียจื่ออวิ๋นยังคงโดดเด่นที่สุด ใครที่หันไปมอง ก็ยากที่จะละสายตาออกมาได้

แค่เพียงการปรากฏกายของเอียจื่ออวิ๋น ทุก ๆ สิ่งที่อยู่รอบตัวเขาในตอนนี้ ก็กลับกลายว่ามีชีวิตชีวาไปหมด

เสิ่นเอียเองก็ก็จับจ้องไปที่เอียจื่ออวิ๋นเช่นกัน

“ข้านั้นกำลังมองหาถุงมือระดับบรอนซ์อยู่พอดี จัดการห่อถุงมือระดับบรอนซ์ชิ้นนี้ให้ข้าด้วย!” เสิ่นเอียพูดกับพ่อค้าผู้นั้น

“ขอรับ นายน้อย!” พ่อค้าหาบเร่แผงรอยตอบกลับไปพร้อมกับยิ้ม และรีบทำการห่อถุงมือระดับบรอนซ์ด้วยความคล่องแคล่ว

“นื่คือหกหมื่นเหรียญจิตมาร!” เสิ่นเอียนำการ์ดคริสตัลอสูรออกมาจำนวนหกใบ จากแหวนห้วงมิติ การ์ดคริสตัลอสูรหนึ่งใบ มีมูลค่าหนึ่งหมื่นเหรียญจิตมาร

เขาสามารถที่จะจ่ายเงินจำนวนหกหมื่นเหรียญจิตมารได้อย่างง่ายดาย จากนั้นเขาก็เก็บถุงมือระดับบรอนซ์นั้นเข้าไปเก็บไว้ในแหวนห้วงมิติของเขา

เหล่าหญิงสาวที่อยู่โดยรอบอุทานขึ้นมาเบา ๆ เขาสามารถที่จะจ่ายเงินจำนวนหกหมื่นเหรียญจิตมารออกมาได้อย่างง่ายดาย ช่างร่ำรวยยิ่งนัก! มีหญิงสาวหน้าตาดีหลายคน ส่งสายตาให้แก่เสิ่นเอีย แต่เสิ่นเอียหาได้สนใจสายตาของหญิงสาวเหล่านั้นไม่ เขาชำเลืองมองมาที่พวกเนี่ยลี่ทั้งสามคนด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนที่จะหันไปมองเอียจื่ออวิ๋นด้วยสายตาที่แสดงถึงความชอบพอ ซึ่งสายตานั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ดวงตาของเขามีไว้สำหรับจับจ้องนางเพียงแค่ผู้เดียวเท่านั้น

“ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก! ลู่เพียวพูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจและพูดต่ออีกว่า

“เจ้าคนน่ารังเกียจนั่น คิดจะใช้กระสุนเงินในการล่อลวงหญิงสาว!” 

“เจ้าคนสารเลวนั่น สามารถใช้จ่ายเงินหกหมื่นเหรียญจิตมารได้ราวกับว่าโยนทิ้ง และยังมีแหวนห้วงมิติอีกด้วย!” ตู่ซื่อทำไม้ทำมือด้วยความหมั่นไส้ พร้อมกับส่ายหน้าก่อนที่จะหันไปมองเนี่ยลี่และพูดขึ้นว่า

“เนี่ยลี่ เจ้าคนหน้าตาดีแถมยังร่ำรวยผู้นั้น เจ้าจะเอาอะไรไปแข่งขันกับเขาได้?

“ฮ่าฮ่าฮ่า เอียจื่ออวิ๋นนั้นนางมิได้สนใจเรื่องเงินทองแค่นั้นหรอก” เนี่ยลี่พูดขึ้นมาเบา ๆและมองไปที่เอียจื่ออวิ๋น นางนั้นมิได้สนใจเสิ่นเอียเลยแม้แต่น้อย ยังคงพูดคุยอยู่กับเพื่อนสาวของนาง แต่ในบางครั้งดวงตาของนางก็จับจ้องไปที่เซี่ยวหนิงเอ๋อ ส่วนเซี่ยวหนิงเอ๋อนั้น ก็แค่เพียงยืนเหม่อลอยอยู่เท่านั้น

เซี่ยวหนิงเอ๋อนั้น นางเป็นคนที่เย็นชา นางไม่ค่อยที่จะพูดคุยกัผู้ใด แม้แต่กับนักเรียนในชั้นเรียนเดียวกัน

เนี่ยลี่รู้ดีว่า สิ่งที่เอียจื่ออวิ๋นต้องการมากที่สุดก็คือ เพื่อน ในชีวิตที่แล้วของเขา นางพยายามที่จะเป็นเพื่อนกับเซี่ยวหนิงเอ๋อ แต่ด้วยตัวตนที่แตกต่างกันของทั้งสองคน สุดท้ายเมื่อเติบโตต่างก็ห่างกันออกไป

เมื่อเห็นว่าเอียจื่ออวิ๋นนั้นไม่ได้สนใจที่จะหันมามองเขาเลยสักนิด เสิ่นเอียก็รู้สึกผิดหวัง
“วิเศษยิ่งนัก เอียจื่ออวิ๋นหาได้สนใจเรื่องเงินทองเลยสักนิด เนี่ยลี่ นางอาจจะเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่หวั่นไหวจากเงินทอง ถ้าเช่นนี้เจ้าก็ยังมีโอกาสอยู่นะ!” ลู่เพียวขยิบตาเล็กน้อย และพูดจาหยอกเย้าเนี่ยลี่

          เนี่ยลี่ยิ้มตอบกลับไป เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่สนใจเรื่องที่ลู่เพียวหยอกเย้า เพราะในชีวิตที่แล้วของเขา เขาเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวของเอียจื่ออวิ๋น เขายิ้มและพูดออกไปว่า

          “ไปกันได้แล้ว! ข้าต้องการที่จะเริ่มทำตามแผนแล้ว!

          ลู่เพียวและตู่ซื่อทำหน้าจริงจังและพยักหน้าตอบกลับไป

          “ลู่เพียวเจ้าไปซื้อหน้าไม้มาสองคัน และลูกธนูห้ากระบอก กระบอกละหนึ่งร้อยดอก หน้าไม้หนึ่งคันราคาหนึ่งร้อยหกสิบเหรียญจิตมาร ลูกธนูกระบอกละสามสิบเหรียญจิตมาร อย่าให้พ่อค้าแผงลอยโก่งราคาเอาได้!” เนี่ยลี่บอกกับลู่เพียวและพูดต่ออีกว่า

“เราไปเจอกันที่ประตูของสนามฝึกซ้อมของโรงเรียน” 

“ได้!” ลู่เพียวพยักหน้าตอบกลับไป เขารู้สึกสงสัยว่า เนี่ยลี่เคยซื้อหน้าไม้และลูกธนูมาก่อนหรือไม่ เหตุใดเนี่ยลี่จึงรู้ราคาของพวกมันได้

เนี่ยลี่นั้นได้ค่าขนมเพียงเดือนละห้าสิบเหรียญจิตมาร ซึ่งก็แทบจะไม่พอใช้จ่ายในแต่ละเดือน ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่ไม่สามารถซื้อของแพงเช่นนี้ได้

“ตู่ซื่อ! พวกเราจะต้องไปซื้อหญ้าเฮยเจ๋อ [:หญ้าบ่อน้ำทมิฬ]” เนี่ยลี่บอกว่า หญ้าเฮยเจ๋อมีผลทำให้เป็นอัมพาตบางส่วน

ตระกูลของตู่ซื่อนั้นยากจนยิ่งกว่าตระกูลของเนี่ยลี่ แน่นอนว่าเนี่ยลี่จะต้องไม่ให้ตู่ซื่อเป็นคนจ่ายเงินเป็นแน่ การซื้อของคราวนี้เนี่ยลี่จึงเป็นผู้ที่จ่ายเงิน

หญ้าเฮยเจ๋อนั้นมีราคาถูกมาก แค่เพียงหนึ่งเหรียญจิตมารก็ซื้อมาได้เป็นจำนวนมากแล้ว และเนี่ยลี่ก็ยังซื้อ ตัวยาที่สามารถหลอมละลายระดับต่ำมาด้วย และเดินทางไปที่เนินเขาเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้เมืองกลอรี่ เพื่อไปเก็บหญ้าเจี๋ยหลี่ [结缕草:หญ้าปมด้าย] มาเป็นจำนวนมาก

“เจ้าคิดที่จะทำอะไรกันแน่?” ตู่ซื่อถามด้วยความสงสัย

เนี่ยลี่เผยให้เห็นรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์ และตอบกลับไปว่า “หญ้าเฮยเจ๋อนั้นมีผลให้เป็นอัมพาต แต่ว่าประสิทธิภาพนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำ โดยทั่วไปจะใช้ในการทาบนแผลเพื่อที่จะระงับความเจ็บปวด ส่วนหญ้าเจี๋ยหลี่เป็นวัชพืชที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ไม่มีผู้ใดรู้สรรพคุณของมัน ถ้าหากนำมาหลอมละลายผสมเข้ากับหญ้าเฮยเจ๋อ มันจะทำให้พิษอัมพาตของหญ้าเฮยเจ๋อนั้นรุนแรงยิ่งขึ้น!

ตู่ซื่อรู้สึกแปลกใจยิ่งนัก เขาถามไปอีกว่า “พิษอัมพาตนั้นจะรุนแรงขึ้นถึงเพียงไหน?

เนี่ยลี่ยิ้มและตอบกลับไป “สำหรับสัตว์อสูรทั่ว ๆ ไป พิษอัมพาตนี้ก็มีผลไม่มากนัก มีผลน้อยเสียยิ่งกว่ายาพิษอัมพาตทั่ว ๆ ไปเสียอีก แต่เจ้ารู้ไหมว่า แกะมีเขานั้นไม่กินหญ้าเจี๋ยหลี่ ?

“แกะมีเขาเช่นนั้นหรือ?” ตู่ซื่อนิ่งเงียบไป เขาคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาเขาเบิกโพลงและพูดขึ้นมาว่า “เนี่ยลี่ นี่เจ้าเป็นนักปรุงยาใช่หรือไม่?

“นักปรุงยาเช่นนั้นหรือ?” เนี่ยลี่หัวเราะและตอบกลับไปว่า “จะเรียกเช่นนั้นก็ได้”

นักปรุงยาหมายถึงผู้ทีมีความรอบรู้ในการปรุงยาหลายขนาน ไม่ว่าจะเป็นยาทิพย์ที่ใช้บำรุงร่างกาย หรือยารักษาโรค ยาแก้พิษต่าง ๆ ในชีวิตที่แล้วของเนี่ยลี่มิได้เป็นนักปรุงยา แค่ได้เรียนรู้เรื่องการปรุงยาทิพย์มาบางส่วนเท่านั้น แต่เมืองกลอรี่นั้นมีความรู้พื้นฐานด้านการปรุงยาต่ำยิ่งนัก แทบจะไม่มีนักปรุงยาที่แท้จริงอยู่เลย! เนี่ยลี่รู้สึกต่อต้านนักปรุงยาจอมปลอมพวกนั้น ในชีวิตทีแล้วของเนี่ยลี่ได้ผจญภัยไปทั่วและได้เข้าไปยังพงไพรพิษ และพบว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่ที่นั่น พวกเขานั้นล่าสัตว์อสูรที่มีพิษ เพื่อที่จะนำพิษมาใช้ต้านพิษ เนี่ยลี่คิดว่าคนเหล่านี้ สมควร ที่จะเรียกว่าเป็นนักปรุงยาที่แท้จริง

เนี่ยลี่ค่อย ๆ ทำการปรุงยาจากหญ้าทั้งสองชนิดและตัวยาสำหรับหลอมละลาย จนได้มาเต็มหกขวด

สนามฝึกซ้อมของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ นั้นร่างทรงอสูรในตำนาน ท่านเอียมัว และอาจารย์ใหญ่ของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ ได้ร่วมกันสร้างขึ้นมา สนามฝึกซ้อมนี้ห้อมล้อมไปด้วยกำแพงที่สูงตระหง่าน ในทุกปีจะมีการจับสัตว์อสูรระดับต่ำมากักขังไว้ในสนามฝึกซ้อม นักเรียนที่อยู่ระดับที่ต่ำกว่าซิลเวอร์สามารถที่จะเข้าไปฝึกซ้อมได้ โดยนักเรียนที่เข้ามาทำการล่าสัตว์อสูร สามารถที่จะเก็บเอาหนังสัตว์ คริสตัลอสูร จิตวิญญาณอสูรและชิ้นส่วนอื่น ๆ ของสัตว์อสูร ที่จัดการได้และนำไปขาย นักเรียนที่ยากจนบางคนก็ใช้การล่าสัตว์อสูรในสนามฝึกซ้อมนี้เป็นรายได้เสริมในการจุนเจือครอบครัวได้อีกด้วย

พวกเนี่ยลี่ทั้งสามคนนั้นยังไม่บรรลุระดับบรอนซ์หนึ่งดาว พวกเขาจึงอยู่ได้แค่เพียงเขตที่ปลอดภัยที่สุด จะมีเพียงแค่ฝูงแกะมีเขาเท่านั้น แม้ว่าแกะมีเขาจะเป็นสัตว์อสูรที่ก้าวร้าว แต่พวกมันก็เป็นสัตว์กินพืช และจะทำร้ายมนุษย์ จนแค่บาดเจ็บสาหัส และก็จะไม่ทำการโจมตีต่อ จึงนับว่ามีความปลอดภัยแก่ชีวิตไม่น้อย

ก่อนที่จะทำการเข้าไปยังสนามฝึกซ้อม เนี่ยลี่จะต้องไปทำการตรวจสอบตัวตนจากยามผู้เฝ้าประตูก่อน จากนั้นจึงจะสามารถเข้าไปในสนามฝึกซ้อมได้ 

ภายในสนามฝึกซ้อม พื้นที่สำหรับนักเรียนขั้นฝึกหัด

ท่ามกลางต้นไม้จำนวนมาก และมีบางส่วนที่เป็นทุ่งหญ้า แกะมีเขาตัวหนึ่งเดินไปมาอย่างช้า ๆ ดวงตาของพวกมันแดงก่ำ มีความระแวดระวังเป็นอย่างมาก ในบางครั้งก็เงี่ยหูฟังโดยรอบ เมื่อมีผู้แปลกปลอมเข้ามายังอาณาเขตของมัน พวกมันจะจู่โจมเข้าใส่อย่างไร้ความปราณี

ซึ่งในตอนนี้ มีเสียงที่ผิดปกติดังมาจากที่ไกล ๆ แกะที่อยู่ใกล้พวกเนี่ยลี่ส่งเสียงดังอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะวิ่งเข้าหาพื้นที่ ที่มีเสียงผิดปกติ………..จบตอน

 แปลโดย นายมะพร้าว


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง