test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

25 ต.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 444 闭关 ปกปิด



หกเดือนต่อมา

          นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ยังคงสงบเช่นเคย รากเทวะของทะเลสาบแห่งเทพที่อยู่โดยรอบนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ เนี่ยลี่ได้จับโยนใส่เข้าไปข้างในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำทั้งหมด

          ในตอนนี้ภายในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ กลายเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก ในแต่ละวันปริมาณศิลาจิตวิญญาณที่ผลิตขึ้นมาได้ เป็นปริมาณมากเสียจนไม่อาจที่จะนับได้

          ภายใต้การปกครองของเนี่ยลี่ นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์เริ่มทำการเข้าซื้อของต่าง ๆ ภายในตลาดทุกแห่งในอาณาจักรซากมังกร ร้านค้าของวิเศษต่าง ๆ รวมไปถึงจิตอสูรสายเลือดมังกรและ สิ่งของต่าง ๆ ที่ช่วยให้การบ่มเพาะพลังได้ดียิ่งขึ้น

          เกือบทุกหอการค้าของตลาดทุกแห่งในอาณาจักรซากมังกร ถูกนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์กว้านซื้อสมบัติต่าง ๆ ราวกับบ้าคลั่ง

          ในเวลานี้ นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์มีความลึกลับเป็นอย่างมาก ประตูนิกายถูกปิดตาย ไม่มีศิษย์ผู้ใดของนิกายปรากฏตัวในโลกภายนอก ไม่มีข่าวสารใด ๆ ออกมาจากหลังประตูของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ แต่สมบัติล้ำค่าต่าง ๆ กลับถูกนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์กว้านซื้อไปทั้งหมด ไม่มีใครทราบว่านิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์จะซื่อสิ่งของจำนวนมากเหล่านี้ไปเพื่ออะไรกัน และพวกเขาไม่รู้เลยว่าเหตุใดนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์จึงมีเงินทองมากมายจนน่าทึ่งถึงเพียงนี้

          ภายในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ

          เนี่ยลี่ได้คัดเลือกศิษย์ของนิกายที่เขาเชื่อใจ และนำเข้ามาปิดประตูฝึกตนข้างในนี้

          ในตอนนี้ระดับการบ่มเพาะพลังของเนี่ยลี่อยูในระดับวิถีมังกรขั้นที่สาม ส่วนศิษย์ภายในนิกายก็มีเป็นจำนวนมากที่บรรลุถึงระดับวิถีแห่งมังกร และมีจำนวนไม่น้อยที่บรรลุถึงระดับเทพสงคราม

          ด้วยยาทิพย์สุดวิเศษและพลังสวรรค์ที่เต็มเปี่ยมภายในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ รวมถึงสมบัติอื่น ๆ ก็ช่วยเสริมการบ่มเพาะพลัง ได้เป็นอย่างดี และด้วยศิลาจิตวิญญาณจำนวนมาก ทำให้ผู้ที่เข้ามาฝึกก้าวหน้าอย่างน่าอัศจรรย์

          และที่น่าอัศจรรย์เสียยิ่งกว่าการก้าวหน้าของการบ่มเพาะพลังของเนี่ยลี่ คือเทพธิดายู่หยานและจินตาน

          สำหรับเทพธิดายู่หยานจากการที่ได้ดูดซับพลังสวรรค์ที่อยู่ภายในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ และด้วยการที่มีประสบการณ์ในการสัมผัสพลังแห่งสัจธรรมถึงสามชนิด (ไฟ ความมืด และ แสงสว่าง) เมื่อมีการปรับเปลี่ยนพลังแห่งสัจธรรมให้กลายเป็นพลังสวรรค์ ทำให้นางนั้นบรรลุถึงระดับเทพสงครามขั้นที่สาม เป็นผลให้ร่างกายของนางมีเปลวไฟที่บริสุทธิ์ปกคลุมอยู่ทั่วร่าง ทำให้เนี่ยลี่รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก

          และที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ จินตาน เขาไม่รู้เลยว่าจินตานนั้นได้กัดกินศิลาจิตวิญญาณภายในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำไปมากแค่ไหน ทำให้ร่างกายของมันเติบใหญ่ขึ้น
จนตอนนี้สูงกว่าห้าถึงหกเมตร จนแทบจะกลายเป็นสัตว์อสูรตัวใหญ่ไปแล้ว และยิ่งร่างกายของมันเติบใหญ่ขึ้น ความอยากอาหารของมันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น

          พลังแห่งสัจธรรมยังคงพลุ้งพล่านอยู่ในร่างกายของมันอย่างลึกลับ แม้แต่เนี่ยลี่ก็ไม่อาจที่จะประเมินความแข็งแกร่งของมันได้อย่างชัดเจน ร่างกายของมันราวกับมีเกล็ดสีทองห่อหุ้มอยู่ การจัดเรียงของมันราวกับว่าเป็นเกล็ดของมังกรเลยทีเดียว

          โชคดีที่ ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของมันจะเพิ่มสูงขึ้น แต่การเชื่อมโยงกับห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ก็ยิ่งมากขึ้น  เนี่ยลี่จึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถควบคุมมันได้

          “ปรมาจารย์ห้าผู้ยิ่งใหญ่ของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ได้รับยาทิพย์ชุดใหม่จากข้าไป ไม่รู้ว่าพวกเขาจะสามารถเพิ่มระดับการบ่มเพาะพลังได้สูงขึ้นถึงเพียงไหน” เนี่ยลี่แอบคิดอยู่ในใจ

          “เนี่ยลี่ ตู่ซื่อและหนิงเอ๋อส่งจดหมายมา!” ลู่เพียวรีบทะยานมาแจ้งข่าว

          หลังจากที่รับจดหมายจากลู่เพียวไป เนี่ยลี่ก็รีบอ่าน ที่มุมปากของเขานั้นเผยรอยยิ้มด้วยความยินดี

          “พวกเขาเขียนอะไรส่งมาเช่นนั้นหรือ?” ลู่เพียวถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

          “พวกเขาก็มีความสุขกันดี” เนี่ยลี่ยิ้มและตอบกลับไป

          “เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว ด้วยการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากเจ้า แม้แต่ข้าเมื่อก้าวออกนอกประตูไปก็กลายเป็นพระเจ้าได้!” ลู่เพียวตอบกลับไป

          เนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ช่วงเวลาที่ผ่านมาลู่เพียวนั้นอยู่แต่ภายในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ เขาจึงรู้สึกร้อนใจและคันไม้คันมือที่จะออกไปข้างนอกอยู่บ้าง เนี่ยลี่ทำได้เพียงบอกให้เขาใจเย็นลง ลู่เพียวต้องการที่จะไปดูนิกายอื่น ๆ ดูบ้าง แต่ด้วยคำสั่งของเนี่ยลี่เขาจึงได้แต่อยู่ในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น

          ในจดหมาย ทำให้เนี่ยลี่ได้รู้ว่า จื่ออวิ๋น หนิงเอ๋อ ตู่ซื่อ เป็นอย่างไรกันบ้าง จื่ออวิ๋นในนิกายเสียงสวรรค์ ด้วยความสามารถที่น่าอัศจรรย์ จึงได้กลายเป็นศิษย์ที่ผู้นำนิกายนั้นชื่นชมที่สุด และดูเหมือนว่าจะมีโอกาสที่จะได้เป็นผู้นำนิกายคนต่อไป ส่วนเซี่ยวหนิงเอ๋อ แม้ว่าจะไม่ได้ถุกคัดเลือกให้เป็นผู้ถูกคัดเลือกให้สืบทอดตำแหน่งผู้นำนิกายคนต่อไป แต่นางก็ได้รวบรวมยอดฝีมือเป็นจำนวนมาก และได้สร้างกองกำลังที่แข็งแกร่งจนเรียกได้ว่าสามารถสั่นคลอนนิกายศักดิ์ศิทธิ์ได้

          ตู่ซื่อที่อยู่นิกายกำเนิดสวรรค์ แม้ว่าจะไม่ได้เปิดเผยดั่งเช่นภูเขาน้ำค้าง [นิกายเสียงสวรรค์อยู่บนภูเขาลูกนี้] แต่ก็เป็นดินแดนลึกลับที่สามารถฝึกตนให้แข็งแกร่งขึ้นได้ ในขณะที่คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน

          และไม่เพียงตู่ซื่อเท่านั้น เนี่ยลี่ได้มอบยาทิพย์รวมไปถึงของวิเศษจำนวนมากให้แก่จื่ออวิ๋น หนิงเอ๋อ และตู่ซื่อ ควบคู่ไปกับยอดฝีมือจำนวนมากที่อยู่ในระดับวิถีแห่งมังกร ด้วยวิธีการอันชาญฉลาดนี้ จะไม่มีใครที่สร้างสถานการณ์ปั่นป่วนให้เกิดขึ้นได้

          เพื่อให้พวกเขากลายเป็นคนสำคัญของนิกายเหล่านั้น สหายเหล่านี้จะทำให้ แผนการณ์ที่เขาวางไว้ สำเร็จได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

          “อีกนานแค่ไหน เราถึงจะเปิดเผยความแข็งแกร่งของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ ให้โลกภายนอกได้เห็น?” ลู่เพียวอดไม่ได้ที่ถามออกไปด้วยความหดหู่ใจ

          หลังจากได้ยินคำพูดของลู่เพียว เนี่ยลี่ก็ยิ้มเล้กน้อยและตอบกลับไปว่า

          “อีกไม่นานเวลานั้นก็จะมาถึง เจ้าควรที่จะเร่งทำการบ่มเพาะพลังก่อน!

          “ก็ได้ ถ้าหากเจ้าพูดเช่นนั้น เมื่อวันนั้นมาถึงนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์จะไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะนำพาพี่น้องกลุ่มใหญ่ ไปจัดการไม่ให้พวกนิกายเทพอสูรอันชั่วช้า มากำแหงได้อีกต่อไป” ลู่เพียวพูดขึ้นมาด้วยความฮึกเหิม

          “สิ่งที่เจ้าต้องจดจำเอาไว้ในใจ เหล่าผู้อาวุโสของนิกายเหล่านั้นมีเป็นยอดฝีมือระดับเทพสงคราม” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับหรี่ตาของเขาลงเล็กน้อย

          “เจ้าไม่ต้องกังวลในเรื่องนั้น อีกไม่นาน พวกเราก็จะต้องบรรลุระดับเทพสงคราม!” ลู่เพียวพูดด้วยความมั่นใจ ด้วยยาทิพย์ของเนี่ยลี่ ทำให้พวกเขาเสริมสร้างความแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว เส้นทางที่จะบรรลุระดับเทพสงครามนั้นก็คงจะอยู่อีกไม่ไกลนัก

          หลังจากที่ได้ยินคำพูดของลู่เพียว เนี่ยลี่ก็อดยิ้มไม่ได้ ความจริงแล้วการบรรลุระดับเทพสงครามนั้น ไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากนัก แค่เพียงปิดประตูฝึกตนเพียงปีเดียวก็สามารถทำได้แล้ว หลังจากนั้นนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์จะมียอดฝีมือที่บรรลุถึงระดับเทพสงครามเพิ่มขึ้นขึ้นมาอีกเป็นจำนวนมาก

          แต่จะต้องไม่จบลงแค่ระดับเทพสงครามเท่านั้น

          เป้าหมายของเขาคือการกำจัดจักรพรรดิปราชญ์!

          การทำลายนิกายเทพอสูร อาจจะทำให้จักรพรรดิปราชญ์เคลื่อนไหวได้

          เมื่อคิดถึงการสละชีวิตของอิงเยว่ลู่ เนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะกำหมัดของเขาจนแน่น ทั้งหนี้แค้นในอดีตและปัจจุบัน [ชีวิตที่แล้วและในชีวิตนี้] ความโกรธแค้นและความเกลียดชังของเขาจะต้องได้รับการชำระ!

          หลังจากที่เนี่ยลี่และคนอื่น ๆ ปิดประตูฝึกตน มีคนกลุ่มหนึ่งได้เดินทางมาถึงหน้าประตูนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์

          กลุ่มคนเหล่านี้มีจำนวนกว่าสองร้อยคน และมียอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกรอยู่หลายคน นำโดยเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่สวมชุดสีขาว อายุราวยี่สิบปี มีใบหน้าที่หล่อเหลา แม้ว่าจะมีลมปราณที่แผ่ออกมาไม่มากนัก แต่ก็ไม่อาจที่จะประมาทได้

          ยอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกรที่ยืนอยู่ด้านข้างของชายหนุ่มผู้นี้ มองดูประตูนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ที่ปิดแน่น เขายิ้มและพูดขึ้นมาว่า “นายน้อย นี่คือนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ จะให้ข้าเคาะประตูเลยหรือไม่?

          “เหยียนซาน [严三] ตอนนี้ก็เป็นเวลาเที่ยงวัน เหตุใดประตูของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์จึงได้ปิดเช่นนี้?” ชายหนุ่มชุดขาวพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว

          “รายงานนายน้อย ข้าไม่ทราบว่านิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์นั้นเกิดสิ่งใดขึ้น แต่อาจจะเป็นไปได้ว่าภายในนิกายอาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่สงบขึ้น พวกเขาทำการปิดนิกายเป็นเวลาหกเดือนมาแล้ว ไม่มีแม้แต่ข่าวสารใด ๆ ที่ออกมาจากนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์เลยแม้แต่น้อย จากการคาดการณ์ของพวกเรา เป็นไปได้ว่ายอดฝีมือระดับเทพสงครามอาจจะเสียชีวิต ทำให้ความมั่นคงของนิกายถูกสั่นคลอน พวกเขาจึงจำเป็นที่จะต้องปกปิดเอาไว้” ยอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกรที่ถูกเรียกว่า เหยียนซานโค้งคำนับและรายงานออกไปอย่างสุภาพ.........จบตอน


แปลโดย นายมะพร้าว




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง