test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

20 ต.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 439 争夺 การชิงชัย (2)


[ก่อนอ่านบทนี้ขอให้ผู้อ่านลืมชื่อของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้า ในตอนที่แล้วไปให้หมดก่อนนะครับ เนื่องจากตั้งแต่ตอนนี้ไป ต้นฉบับมีการเรียกชื่อของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้า ต่างไปจากเดิมหลายคน]


ซื่อถู เป่ยเอี๋ยนชำเลืองมองไปโดยรอบ เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เนี่ยลี่จึงไม่ได้ปรากฏตัวออกมา


หรือว่าหลงเทียนหมิงจะทำอะไรบางอย่าง? จึงเป็นสาเหตุที่เนี่ยลี่ไม่ได้มาปรากฏตัวที่นี่


แต่ไม่ว่าเนี่ยลี่จะปรากฏตัวที่นี่หรือไม่ คำพูดของเนี่ยลี่เกี่ยวกับหลงเทียนหมิง ก็ทำให้เขานั้นระมัดระวังตัวเกี่ยวกับหลงเทียนหมิง เขาจะไม่ยอมปล่อยให้หลงเทียนหมิงได้ขึ้นเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ได้เป็นแน่


ซื่อถู เป่ยเอี๋ยนตะโกนออกมาพร้อมกับแผ่ลมปราณอย่างเย็นชา เหล่ายอดฝีมือในกองกำลังของเขาก็เริ่มที่จะกู่ร้องตะโกน และเริ่มที่จะจู่โจมกองกำลังของหลงเทียนหมิง


“ท่านคิดว่าซื่อถู เป่ยเอียน หรือ หลงเทียนหมิงจะเป็นฝ่ายชนะ” เหล่าเด็กหนุ่มของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์พูดคุยเกี่ยวกับการต่อสู้ของพวกเขา


“แน่นอนว่าต้องเป็นท่านพี่ซื่อถู” ซื่อถู เป่ยเอี๋ยนที่เป็นถึงบุตรชายของท่านผู้นำนิกาย เขานั้นมีอิทธิพลตังแต่เด็ก เรื่องนี้เขาจึงเหนือกว่าหลงเทียนหมิง คนทั่ว ๆ ไปมักจะมองว่าซื่อถู เป่ยเอี๋ยนนั้นเหนือกว่า


“แต่หลงเทียนหมิงเองก็นับว่าเป็นศัตรูที่แข็งแกร่ง!


ลู่เพียว หลี่ชิงอวิ๋น และกู้เบ่ย ยังคงดูการต่อสู้อยู่อีกด้านหนึ่ง ในใจของพวกเขายังคงหดหู่ แต่ก็ได้เตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว ในตอนนี้เขาได้เพียงแต่ดูการต่อสู้ระหว่างหลงเทียนหมิงและซื่อถู เป่ยเอียน และพวกเขาก็ไม่อาจที่จะทำอะไรได้ แต่ถ้าหากต้องเลือกระหว่างหลงเทียนหมิงและซื่อถู เป่ยเอียน พวกเขาต้องเลือกให้การสนับสนุนซื่อถู เป่ยเอียน อย่างแน่นอน


หลงยู่อินยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าสมาชิกของตระกูลผนึกมังกร สำหรับหลงเทียนหมิงนั้น นางมีแต่ความรู้สึกที่รังเกียจ นางแค่แวะมาดูเท่านั้นก่อนที่จะไปดูแลเนี่ยลี่ต่อ


ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่จุดศูนย์กลางของการต่อสู้


การต่อสู้ในครั้งนี้ จะเป็นการตัดสินชะตากรรมของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์


ตูมม! ตูมม! ตูมม!


กองกำลังของหลงเทียนหมิงและซื่อถู เป่ยเอียน เข้าปะทะกันอย่างจริงจัง ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด


ฟุ่บบ! ฟุ่บบ! ฟุ่บบ!


ในกองกำลังของหลงเทียนหมิงนั้น มียอดฝีมือที่อยู่ในระดับวิถีแห่งมังกรขั้นที่หก เขาเริ่มที่จะสังหารอย่างบ้าคลั่ง


“ยอดฝีมือที่อยู่ในระดับวิถีแห่งมังกรขั้นที่หก!” ซื่อถู เป่ยเอี๋ยน ถึงกับพูดขึ้นมาด้วยความตกใจ นอกจากยอดฝีมือที่อยู่ในระดับวิถีแห่งมังกรขั้นที่หกแล้ว ซื่อถู เป่ยเอี๋ยนพบว่า หลงเทียนหมิงยังได้ซุกซ่อนยอดฝีมือเอาไว้บางส่วน จากการคาดคะเนของเขา มีอีกอย่างน้อยสามคนที่อยู่ในระดับวิถีแห่งมังกร


หลงเทียนหมิงรับยอดฝีมือที่แข็งแกร่งระดับนี้มาตั้งแต่เมื่อใดกัน?


ซื่อถู เป่ยเอี๋ยน ตะโกนออกมาดังลั่น สั่งการให้ยอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกรห้าคนออกไปรับมือ เมื่อยอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกรเข้าปะทะกัน ความวุ่นวายก็เริ่มที่จะมากขึ้น


เหล่าห้าผู้ยิ่งใหญ่หันมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน


เสียงของหญิงผู้หนึ่ง ที่เป็นหนึ่งในห้าผู้ยิ่งใหญ่ ปรมาจารย์หลิงหลง นางเป็นยายของหลงยู่อิน และเป็นหนึ่งในคนสำคัญของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์


“ดูเหมือนว่าซื่อถู เป่ยเอี๋ยนจะสูญเสียตำแหน่งผู้นำนิกายให้แก่ตระกูลผนึกมังกรของข้าแล้วสินะ?”  ปรมาจารย์หลิงหลงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่มีเสน่ห์ เสียงของนางกับหลงซูอวิ๋น แม่ของหลงยู่อินนั้นมีน้ำเสียงที่คล้ายกัน เป็นน้ำเสียงที่ไม่ว่าผู้ใดได้ฟัง ก็ต้องรู้สึกอ่อนระทวย


ปรมาจารย์เทียนอู่หัวเราะและตอบกลับไปว่า “ตำแหน่งผู้นำนิกายนั้นตระกูลผนึกมังกรนั้นจะมีความสามารถพอที่จะครอบครองได้หรือไม่?


“ท่านผู้นำนิกาย ท่านอาจจะบอกว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ตระกูลผนึกมังกรได้ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า คนของเรามีความแข็งแกร่งพอที่จะช่วงชิงตำแหน่งนั้นมาได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม แต่ว่า เจ้าเด็กเนี่ยลี่นั่นได้ส่งมอบยาทิพย์ล้ำค่าให้แก่พวกเราเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่ใช้โอกาสนี้ในการฉกฉวยตำแหน่ง ช่างเป็นคนดี จนน่าผิดหวังยิ่งนัก”


“หลิงหลง ถ้าหากเนี่ยลี่ปรากฏตัวขึ้นมา จะเป็นไปได้หรือว่าหลงเทียนหมิงจะได้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำนิกาย?” ปรมาจารย์หลงเหยี่ยนพูดขึ้นมา


“หลงเหยี่ยน ข้าเองก็หาได้เป็นคนที่ใจแคบนัก เนี่ยลี่ได้มอบยาทิพย์แก่พวกเรา ซึ่งเพียงพอที่จะให้พวกเราเลื่อนระดับการบ่มเพาะพลังได้ ซึ่งสำคัญเสียยิ่งกว่าตำแหน่งผู้นำนิกาย ถ้าหากเขาปรากฏตัว ข้าจะมอบตำแหน่งผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำนิกายให้แก่เขา” ปรมาจารย์หลิงหลง ตอบกลับไปพร้อมกับหัวเราะ

“หลิงหลง ท่านพูดออกมาแล้ว จะคืนคำไม่ได้นะ!

“แน่นอน!


ห้าผู้ยิ่งใหญ่ของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ ประกอบไปด้วย  [มาจำชื่อกันใหม่นะ:ผู้แปล]

ปรมาจารย์เทียนอู่ [天武:นักรบแห่งสวรรค์]

ปรมาจารย์หลงเอี๋ยน [龙炎:มังกรเพลิง]

ปรมาจารย์เทียนอวิ๋น [天云:เมฆาสวรรค์]

ปรมาจารย์หลิงหลง [:ผู้มีความประณีต]

ปรมาจารย์ชางเซวี่ย [赤血:โลหิตสีแดง]


ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้านี้ เป็นดั่งเสาหลักที่ค้ำจุนให้นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์นี้คงอยู่ เป็นเพราะพวกเขา เหล่านิกายเทพอสูรจึงไม่กล้าที่จะบุกมายังนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ การยกระดับการบ่มเพาะพลังของพวกเขา อาจจะเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ มากกว่าตำแหน่งผู้นำนิกายเสียอีก


ก่อนหน้านี้ ที่ปรมาจารย์เทียนอวิ๋นจะนำยาทิพย์มามอบให้แก่พวกเขา ยังไม่มีผู้ใดที่ยอมเชื่อ แต่หลังจากที่ได้ทานยาทิพย์ลงไป และได้รับรู้ถึงประสิทธิภาพอันน่ากลัวของยาทิพย์นี้ ระดับการบ่มเพาะพลังของพวกเขา เลื่อนระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว ปรมาจารย์เทียนอู่เพิ่มสูงขึ้นถึงสองระดับ และปรมาจารย์เทียนอวิ๋นเพิ่มขึ้นถึงสามระดับ


เมื่อบรรลุถึงระดับเทพสงคราม การเลื่อนระดับขึ้นไปเป็นเรื่องยากจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้การเลื่อนระดับที่สูงขึ้นไปอีกในแต่ละขั้น จะยากยิ่งขึ้นไปอีกเท่าตัว


จึงอาจกล่าวได้ว่า ผลงานที่เนี่ยลี่ได้ทำให้กับนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ นั้นเหนือกว่าผู้ใดทั้งหมด แม้ว่าเนี่ยลี่จะเป็นเด็กที่ไม่มีผู้ใดรู้ถึงชาติกำเนิด แต่เนี่ยลี่ก็มีคุณสมบัติอย่างเพียงพอที่จะขึ้นครองตำแหน่งผู้นำนิกายได้


ในตอนนี้กองกำลังของหลงเทียนหมิงและกองกำลังของซื่อถู เป่ยเอี๋ยนกำลังเข้าปะทะกัน และการต่อสู้ก็เริ่มที่จะเร่าร้อนยิ่งขึ้น หลงเทียนหมิงและซื่อถู เป่ยเอี๋ยน ในเวลานี้ พวกเขานั้นมีระดับการบ่มเพาะพลังในระดับวิถีแห่งมังกร


ซื่อถู เป่ยเอี๋ยนคำรามลั่นอีกครั้ง เขาผสานเข้ากับจิตอสูร จิตอสูรของเขาคือ มังกรโลหิตสวรรค์พิโรธ [天血怒:เทียนชางนู่หลง] ร่างกายของเขาลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง กรงเล็บอันแหลมคมที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน แต่กลับให้ความรู้สึกน่ากลัวจนเย็นยะเยือก มังกรโลหิตสวรรค์พิโรธ เมื่อขยายใหญ่เต็มที่มีขนาดเพียงแค่ราว ๆ สิบเมตรเท่านั้น แต่กลิ่นอายลมปราณที่แผ่ออกมา เต็มไปด้วยความรู้สึกที่น่าขนลุกขนพอง


“มังกรโลหิตสวรรค์พิโรธเป็นจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเป็นสายพันธุ์ที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!” เหล่าศิษย์ของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ต่างตะโกนออกมาด้วยความตกใจ


เมื่อเห็นว่าซื่อถู เป่ยเอี๋ยนผสานเข้ากับมังกรโลหิตสวรรค์พิโรธ หลงเทียนหมิงก็เผยรอยยิ้มที่มุมปาก แสดงท่าทีดูถูกเล็กน้อย เขาคำรามออกมาอย่างเย็นชา และร่างกายของเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย และก็ปรากฏมังกรสีดำขนาดใหญ่ออกมาในสายตาของทุกคนอย่างรวดเร็ว


แค่เพียงหัวของมังกรดำตัวนี้ ก็มีขนาดใหญ่กว่ามังกรโลหิตสวรรค์พิโรธ ของซื่อถู เป่ยเอี๋ยนแล้ว


ในขณะเดียวกัน ทั่วทั้งร่างของมันเรืองแสงมันวาวราวคล้ายกับโลหะลึกลับ


“นี่มันเป็นไปไม่ได้?


“จิตอสูรที่หลงเทียนหมิงผสานอยู่? มันคือ มังกรเทพแห่งความมืด![黑暗圣:เฮยอ้านเซิ่งหลง]


จิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้านั้นเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งนัก แต่จะมีจิตอสูรบางตน ที่มีสายเลือดอสูรที่แข็งแกร่ง เช่นมังกรวารีสายเลือดบรสุทธิ์ของเนี่ยลี่ และมังกรเทพแห่งความมืดของหลงเทียนหมิง นั้นนับว่าดำรงอยู่ในจุดที่สูงที่สุด


“ซื่อถู เป่ยเอี๋ยน จงยอมรับความพ่ายแพ้ซะ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า!” หลงเทียนหมิงตะโกนออกไป กรงเล็บที่ราวกับอาวุธเหล็กดำทมิฬ ชี้ไปยังซื่อถู เป่ยเอี๋ยนที่ผสานอยู่กับมังกรโลหิตสวรรค์พิโรธ


ตูมม!


 มังกรเทพแห่งความมืดใช้กรงเล็บพุ่งไปที่มังกรโลหิตสวรรค์พิโรธ มังกรโลหิตสวรรค์พิโรธถูกโจมตี มีเสียงดังระเบิดกึกก้องขึ้น


ซื่อถู เป่ยเอี๋ยนเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่พอใจ เขาคิดถึงคำพูดที่เนี่ยลี่ได้บอกกับเขา ถ้าหากเขาพ่ายแพ้ ก็จะไม่มีผู้ใดที่หยุดหลงเทียนหมิงได้อีก


ซื่อถู เป่ยเอี๋ยนคำรามออกมาอีกครั้ง และกระตุ้นพลังของมังกรโลหิตสวรรค์พิโรธ และพุ่งเข้าปะทะกับหลงเทียนหมิง


ก่อนหน้านี้ ความแข็งแกร่งของหลงเทียนหมิงนั้นอ่อนด้อยกว่าเขาอยู่เสมอ แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใด ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้จึงรุดหน้าแซงเขาไปได้ และยังมี มังกรเทพแห่งความมืด เป็นจิตอสูรที่มีสายเลือดอสูรที่แข็งแกร่ง ถ้าหากมีใครบอกว่า หลงเทียนหมิงมิได้มีผู้ที่หนุนหลังอยู่ในตอนนี้ ซื่อถู เป่ยเอี๋ยน จะต้องไม่ยอมเชื่อเป็นแน่


ที่เนี่ยลี่ได้พูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่ามีโอกาสที่จะเป็นความจริง!

เขาจะต้องหยุดหลงเทียนหมิงให้ได้..................จบตอน

 แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง