test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

8 ต.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 428 天元大帝 จักรพรรดิเมฆาสวรรค์


         เนี่ยลี่รับรู้ได้ถึงการใช้งานพลังสวรรค์อย่างบ้าคลั่งของร่างกาย
         
   แม้ว่าในช่วงเวลานี้เขาพยายามที่จะมุ่งเน้นการเลื่อนระดับพลังวิญญาณ แต่ในขณะเดียวกัน การเร่งความเร็วขั้นสูงสุด ในเวลาเดียวกันหลายสิบครั้ง ก็สิ้นเปลืองพลังสวรรค์เป็นอย่างมาก
         
 แต่เขาก็กลัวว่า ถ้าหากเขาหยุดการใช้ความเร็วในตอนนี้ กลุ่มคนชุดดำที่อยู่ด้านหลังอาจจะไล่ตามมาทันได้!
         
  เขาก้มหน้ามองลงไปด้านล่าง เขาเห็นว่ามีสันเขาสูงและมีต้นไม้อยู่หนาแน่น บางจุดมีภูเขาสูงระหง่าน และบางจุดก็เป็นหุบเหว
         
เนี่ยลี่ตัดสินใจที่จะบินลงไปที่สันเขาสูงนี้
         
   ก่อนอื่นต้องหาสถานที่ซ่อนตัวก่อน โดยใช้ลักษณะภูมิประเทศโดยรอบ แล้วเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ หรือไม่ก็เรียกยอดฝีมือจากชนเผ่าแห่งเทพเมฆาสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำออกมา และให้สู้กับคนกลุ่มนั้น  
         
ฟุ่บบ!
         
เนี่ยลี่พุ่งออกไปราวกับลำแสง เขาบินลงไปในป่าด้านล่าง ใกล้ ๆ สันเขา
         

   นี่เป็นชายแดนของพื้นที่รกร้างที่ไร้ที่สิ้นสุด เมื่อข้ามเทือกเขาไป ที่ด้านหน้าจะมีเพียงทะเลทรายกว้างใหญ่สุดสายตา ผืนทะเลทรายแห่งนี้ไม่มีแม้แต่หญ้าสักต้น เป็นเวลานับพันปี ที่ยอดฝีมือจากชนเผ่าแห่งเทพเมฆาสวรรค์จำนวนนับไม่ถ้วน ต้องใช้ชีวิตและอยู่รอดในทะเลทรายแห่งนี้
         
เทือกเขาที่ราวกับกระดูกขนาดใหญ่
         
 เนี่ยลี่และหลงยู่อินทำได้เพียงเฝ้ารอเวลาเท่านั้น เขามองไปทางทะเลทราย และมองเห็นแสงสีทั้งเจ็ดส่องประกายอยู่เป็นจำนวนมากกำลังม้วนเข้ามาหาพวกเขา
         
“เนี่ยมันอะไรกัน?” เนี่ยลี่พูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ เมื่อได้เห็นแสงสีทั้งเจ็ดที่กำลังม้วนเข้ามา ในตอนนี้เขาต้องรีบทำการหลบอย่างรวดเร็ว
         
แต่ก็สายเกินไป
         
ฟุ่บบ!
         
  เนี่ยลี่และหลงยู่อินถูกแสงสีทั้งเจ็ดโจมตี และโจมตีเข้ามาอย่างรุนแรง จากนั้นพวกเขาก็หายไป และไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไม่เจอพวกเขาอีกเลย
         
  หลังจากนั้นราวครึ่งชั่วยาม กลุ่มคนชุดดำก็ตามมาถึง พวกเขาตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ แต่ก็ไม่อาจหาร่องรอยของเนี่ยลี่และหลงยู่อินได้เลยว่าหลบอยู่ที่ไหน
         
“มันเป็นไปได้อย่างไร?
         
“บ้าเอ๊ย! พวกมันหนีไปได้จริง ๆ หรือนี่!
         
เมื่อกลุ่คนชุดดำไม่อาจที่จะหาเนี่ยลี่และหลงยู่อินเจอได้ สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือความรู้สึกโกรธแค้น
         
เวลาได้ผ่านไปช้า ๆ
         
เขาไม่รู้เลยว่าเวลาได้ผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหนในความมืดมิดนี้
         
ราวกับว่าจะมีหยาดฝนโปรยปรายลงมา หยดน้ำฝนอันเย็นฉ่ำหยดลงบนใบหน้าของเขา มันช่างเย็นยิ่งนัก
         
เนี่ยลี่ได้สติขึ้นมาอย่างช้า ๆ เขารู้สึถึงอะไรบางอย่างที่อ่อนนุ่มอย่างคลุมเครือ มีบางอย่างที่อบอุ่น กดทับอยู่ด้านบนของเขา เนี่ยลี่พยายามที่จะลืมตาขึ้นมา ดูเหมือนว่าหลงยู่อินกำลังนอนทับเขาอยู่ และมือของเขา จับอยู่ตรงส่วนสะโพกของนาง
         
หน้าอกที่กดทับลงมานั้นทำให้รู้ใด้ถึงความอ่อนนุ่ม เนี่ยลี่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
         
เขาต้องบอกเลยว่า ร่างกายของหลงยู่อินนั้นช่างอบอุ่นยิ่งนัก
         
แต่เมื่อเขากำลังคิดอยู่นั้น หลงยู่อินที่เพิ่งจะผ่านการร้องไห้อย่างหนัก นางตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ และมองดูโดยรอบ หน้าของนางก็แดงขึ้นมาในทันที และรีบลุกขึ้นนั่งด้วยความรวดเร็ว [ยังนั่งทับเนี่ยลี่อยู่ เปลี่ยนจากนอนทับเป็นนั่งทับ]
         
 เนี่ยลี่เอามือยันพื้นและลุกขึ้นนั่งเช่นกัน เขากวาดตามองโดยรอบ เขาเห็นเพียงแค่พื้นที่ที่มืดมิด ที่กว้างราวกับไม่มีที่สิ้นสุด [ใช้มือยันพื้นยกหลังให้ตรงขึ้นเท่านั้น]
         
“นี่พวกเราอยู่ที่ไหนกัน?” หลงยู่อินเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความตกใจ
         
เนี่ยลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาพาหลงยู่อินทะยานออกไป แล้วก็ได้ถูกแสงสีทั้งเจ็ดเข้าจู่โจม และก็หมดสติไป จากนั้นเขาและหลงอยู่อินก็ฟื้นขึ้นมาที่นี่
         
พื้นที่ที่ว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด และดูเหมือนมีเสียงสายลมที่พัดมาอย่างแผ่วเบา
         
ฟู่วว!  ฟู่วว!  ฟู่วว!  
         
“ข้าเองก็ไม่รู้ ในตามความเป็นจริงแล้ว พวกเราควรจะตกลงไปตามแนวเขา แต่ในตอนนี้ข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่ดูเหมือนว่า จะเป็นพื้นที่ลึกลับอะไรบางอย่าง” เนี่ยลี่ตอบกลับไปหลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
         
“อืม!” หลงยู่อินพยักหน้าตอบกลับไป เมื่อคิดถึงท่านป้าทั้งสองที่ตายไป นางก็จมอยู่กับความเศร้าอีกครั้ง และนางก็ก้มหน้าลง
         
   เนี่ยลี่ที่กำลังจะลุกขึ้นนั้น เขาก้มหน้าลง หลงยู่อินยังคงนั่งทับเขาอยู่ เขากำลังอยู่ในท่าทางที่น่าอึดอัดไม่น้อย ศีรษะของเขา อยู่ตรงหน้าอกของหลงยู่อินพอดี เขายิ้มอย่างขมขื่นเล็กน้อยและพูดออกไปว่า “ยู่อิน ก่อนอื่นเจ้าควรที่จะลุกขึ้นก่อน”
         
หลงยู่อินในตอนนี้รีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว และใบหน้าของนางก็กลายเป็นสีแดงยิ่งขึ้นไปอีก
         
เนี่ยลี่มองออกไปที่สภาพแวดล้อมโดยรอบ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารู้สึกได้เลยว่า พื้นที่แห่งนี้มีความผันผวนของพลังงานที่ลึกลับ
         
เมื่อเนี่ยลี่กำลังพยายามมองหาทางออก มีเสียงดังมาจากที่ห่างไกล มาจากความว่างเปล่า
         
“เจ้าไม่จำเป็นที่จะต้องมองหาทางออก เจ้านั้นอยู่ในห้วงความคิดของข้า ถ้าหากข้าต้องการที่จะให้เจ้าออกไป เจ้าจึงจะสามารถออกไปได้” เสียงลึกลับบอกมาอย่างช้า ๆ
         
เมื่อได้ยินเสียงนี้เนี่ยลี่และหลงยู่อินก็รู้สึกใจเย็นลง
         
ในห้วงความคิดเช่นนนั้นเหรอ?
         
“เทคนิคความนึกคิดแห่งพระเจ้าอันเป็นนิรันดร์” เนี่ยลี่พูดออกไปด้วยเสียงที่ดังชัดเจน
         
    “นี่เจ้าเด็กทารก เจ้าช่างมีความรู้กว้างไกลนัก เจ้าเป็นใครกัน? ถ้าจะให้พูดถึงระดับพลังของเจ้าในตอนนี้ ไม่ควรที่จะรู้จักเทคนิคความนึกคิดแห่งพระเจ้าอันเป็นนิรันดร์นี้ได้!” เสียงดังกล่าวพูดขึ้นมาและแสดงความรู้สึกแปลกใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
         
     หลงยู่อินนิ่งไปด้วยความตกใจ เทคนิคความนึกคิดแห่งพระเจ้าอันเป็นนิรันดร์คืออะไรกัน เป็นเทคนิคการบ่มเพาะพลังของยอดฝีมือระดับเทพสงครามหรือไม่?
         
มันเป็นเรื่องอีกยาวนาน ที่หลงยู่อินจะบรรลุถึงระดับเทพสงครามได้ นางจึงไม่รู้จักเทคนิคความนึกคิดแห่งพระเจ้าอันเป็นนิรันดร์
         
“ข้าไม่ทราบว่า ท่านอาวุโสคือผู้ใดกัน?” เนี่ยลี่ถามออกไปด้วยความสงสัย
         

     “ข้าสามารถมองผ่านความคิดในใจของทารกหญิงผู้นี้ได้ ดูเหมือนทารกหญิงผู้นี้ต้องการที่จะให้เจ้ามาเป็นคุณชาย แต่ข้ากลับมองไม่เห็นในจิตใจของเจ้า ห้วงขอบเขตวิญญาณของเจ้านั้นลึกลับและกว้างใหญ่ยิ่งนัก และการบ่มเพาะพลังก็มีเพียงแค่ระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ เจ้านั้นใช้วิธีใดกันแน่?” เสียงดังกล่าวเต็มไปด้วยความสงสัย และพูดต่อไปอีกว่า “และยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความแข็งแกร่งในระดับเจ้ากลับสามารถที่จะใช้ภาพจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำได้”
         
เนี่ยลี่เผยรอยยิ้มออกมา การที่คนผู้นี้สามารถตรวจสอบความแข็งแกร่งในห้วงขอบเขตวิญญาณได้ตามปกติ แสดงว่าคนผู้นี้คงไม่คิดเลยว่าเขานั้น จะได้ข้ามผ่านพื้นที่และห้วงเวลามา
         
“และที่ข้าไม่เข้าใจ เจ้าเด็กทารก ข้าขอให้เจ้าตอบมาว่า เจ้านั้นซื้อยอดฝีมือจากชนเผ่าแห่งเทพเมฆาสวรรค์มาเพื่ออะไร?” เสียงลึกลับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
         
ในใจของเนี่ยลี่ถึงกับสั่นไหว เป็นไปได้ว่ายอดฝีมือผู้นี้ จะมีความเกี่ยวข้องอะไรบางอย่างกับชนเผ่าแห่งเทพเมฆาสวรรค์เช่นนั้นหรือ?
         
ไม่ใช่ว่าชนเผ่าแห่งเทพเมฆาสวรรค์ทั้งหมดจะถูกสาปให้อยู่แต่ในพื้นที่รกร้างที่ไร้ที่สิ้นสุดหรอกหรือ?
         
“เรียนท่านผู้อาวุโส ข้านั้นมีความนับถือในชนเผ่าแห่งเทพเมฆาสวรรค์ ข้าต้องการที่จะให้เหล่าชนเผ่าแห่งเทพเมฆาสวรรค์ ได้ออกจากพื้นที่รกร้างที่ไร้ที่สิ้นสุด!” เนี่ยลี่ตอบกลับไปหลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
         
“ข้าไม่เชื่อ เจ้าเด็กน้อย เจ้ากำลังโกหก!” เสียงดังกล่าวพูดขึ้นมาอย่างเย็นชา
         
    เนี่ยลี่เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “ข้ารู้ว่ามันเป็นเรื่องยาก ที่จะทำให้ท่านผู้อาวุโสเชื่อ ข้าขออธิบายก่อนว่า ข้านั้นมีศัตรูร่วมกันกับชนเผ่าแห่งเทพเมฆาสวรรค์ ข้าสามารถที่จะนำเหล่าชนเผ่าแห่งเทพเมฆาสวรรค์เหล่านี้ ไปฝึกฝนให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น จากนั้นก็ร่วมมือกับข้าในการกำจัดคนผู้นั้น!
         
“ศัตรูร่วมกัน ฮ่าฮ่าฮ่า ช่างตลกยิ่งนัก ศัตรูร่วมกันที่เจ้าเอ่ยถึงหมายถึงผู้ใดกัน?” เสียงดังกล่าวหัวเราะสามครั้งพร้อมกับตอบกลับมา
         
“ไม่ว่าท่านผู้อาวุโสจะเชื่อหรือไม่ นี่ก็คือความจริงจากข้า!” เนี่ยลี่ตอบกลับไปอย่างจริงจัง
        
เสียงดังกล่าวนิ่งเงียบไปเป็นเวลานาน มันเป็นเรื่องยากที่จะต้องตัดสินว่าคำพูดของเนี่ยลี่นั้นเชื่อถือได้หรือไม่
         
“ข้าไม่ทราบว่าจะเรียกท่านผู้อาวุโสว่าเช่นใด?” เมื่อเห็นว่าเสียงดังกล่าวเงียบไป เนี่ยลี่จึงเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง
         
“เมฆาสวรรค์! คนที่อยู่ภายนอกเรียกขานข้าว่า จักรพรรดิเมฆาสวรรค์”
         

    “จักรพรรดิเมฆาสวรรค์?” เนี่ยลี่รู้สึกตกใจยิ่งนัก เจ้าของเสียงดังกล่าว เขาไม่คิดเลยว่า เขาจะได้พบเจอในสถานที่เช่นนี้ เขาได้พบกับบุคคลในตำนานเล่าขาน จักรพรรดิเมฆาสวรรค์นั้นได้ดับสูญไปแล้ว ที่กำลังพูดกับเขาอยู่นี้ อาจจะเป็นเศษเสี้ยวของเจตจำนงที่จักรพรรดิเมฆาสวรรค์ได้เหลือทิ้งเอาไว้................จบตอน
        
แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง