test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

2 ต.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 420 恶人还需恶人磨 คนเลวก็ต้องย่อมถูกกำจัดด้วยคนที่เลวยิ่งกว่า




หลงยู่อินมองดูเนี่ยลี่ด้วยความที่รู้สึกขมขื่นเล็กน้อย


กู้เบ่ย ลู่เพียว และ หลี่ชิงอวิ๋น อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ในตอนแรกนั้นหลงยู่อินกับเนี่ยลี่นั้น เป็นดั่งน้ำและไฟ แต่ในตอนนี้กลับทำตัวเชื่อง ๆ และยอมเชื่อฟังคำสั่งแต่โดยดี


แม้ว่าหลงยู่อินจะดูภายนอกแล้วเป็นคนที่แข็งกร้าว เมื่อลอกความแข็งกร้าวนั้นออกมา หัวใจของหลงยู่อินนั้นบอบบางยิ่งนัก


ซึ่งในจุดนี้ หลงยู่อินเป็นเช่นเดียวกับแม่ของนาง แม้ว่าแม่ของหลงยู่อินจะดูเป็นหญิงสาวที่เข้มแข็ง แต่นางก็เป็นเพียงหญิงม่าย ที่ใช้ความเข้มแข็งเป็นเปลือกนอกเท่านั้น เป้าหมายที่แม่ของหลงยู่อินคิดไว้ คือการผลักดันหลงยู่อินให้เป็นผู้นำตระกูลผนึกมังกร ใครจะรู้เล่าว่าแม่ของหลงยู่อินนั้นทุ่มเทไปมากเท่าใด


แต่ที่เห็นได้ชัดก็คือ แม่ของหลงยู่อิน ได้เตรียมการณ์ทุกอย่างเอาไว้หลายปีแล้ว เพื่อให้ทุกเรื่อง ดำเนินไปได้ง่ายขึ้นแม่ของหลงยู่อินได้สร้างกองกำลังให้แก่ลูกสาวเพื่อที่จะหาทางยับยั้งหลงเทียนหมิง


แม้ว่ากองกำลังที่จัดตั้งขึ้นอาจจะยังไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับของหลงเทียนหมิง แต่อย่างน้อย ในแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ยังสามารป้องกันมิให้หลงเทียนหมิงได้ขึ้นไปครองตำแหน่งผู้นำตระกูลได้ในตอนนี้


และในตอนนี้ก็ยังมีเขาอีกคน เนี่ยลี่ เขาจะเป็นคนที่พยายามขัดขวางไม่ให้หลงเทียนหมิงสามารถทำสิ่งที่ต้องการให้สำเร็จได้โดยง่าย


เซี่ยวหยู่เองยังคงมุ่งมั่นกับการบ่มเพาะพลังอยู่ รวมถึงเทพธิดายู่หยานและจินตาน ที่ยังคงอยู่ในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ


“ข้าขอตัวไปก่อนนะ!” เนี่ยลี่ พูดลา หลี่ชิงอวิ๋น กู้เบ่ย และลู่เพียว ทั้งสามคน จากนั้นก็มองไปที่หลงยู่อิน


หลงยู่อินขยับปากแต่ไม่ได้พูดอะไร


เนี่ยลี่อดที่จะยิ้มไม่ได้ ก่อนที่จะทะยานออกไป


เนี่ยลี่ ใช้เทคนิคในการปลอมแปลงหน้าตาอย่างรวดเร็ว ดังนั้นแม้ว่า พวกหลี่ยื่อฟงจะให้คนยืนเฝ้าอยู่ที่ประตูทางออกของสถาบันวิญญาณฟ้า ก็ไม่อาจที่จะจดจำเนี่ยลี่และขวางเอาไว้ได้


เนี่ยลี่ที่กำลังจะออกจากสถาบันวิญญาณฟ้า เขาพบว่าคนของหลี่ยื่อฟงนั้นเฝ้าอยู่ที่ตรงประตูทางออกทุกด้านของสถาบันวิญญาณฟ้า และตรวจสอบผู้ที่ผ่านเข้าออกอยู่ตลอดเวลา


มียอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ยืนอยู่ที่ทางเข้าออกของสถาบันวิญญาณฟ้า และมีท่าทีที่ดุดัน ทำให้เหล่านักเรียนอดที่จะหวาดกลัวมิได้ เนื่องจากเกรงว่าตนเองนั้นจะตกเป็นเป้าหมายของคนกลุ่มนั้น

“เจ้าคนผู้นั้น หยุดก่อน!” ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ผู้หนึ่งเรียกให้เนี่ยลี่หยุด เขาจ้องมองเนี่ยลี่และพูดขึ้นมาว่า “ข้าไม่เคยเห็นหน้าของเจ้ามาก่อน!

“พี่ชาย ท่านล้อเล่นใช่หรือไม่ ในสถาบันวิญญาณฟ้านี้มีนักเรียนอยู่มากมาย พี่ชายจะจดจำหมดทุกคนได้เช่นใดกัน?” เนี่ยลี่แกล้งทำเป็นตัวสั่น และพูดขึ้นมาด้วยท่าทีที่เจียมตัว

“เจ้าพูดอะไรกัน?” ดวงตาของยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์จ้องมองมาที่เนี่ยลี่

“พี่ใหญ่ ข้าก็แค่จะอธิบายเท่านั้น!” เนี่ยลี่พูดออกไปด้วยเสียงที่เบา[จากพี่ชาย กลายเป็นพี่ใหญ่ เป็นการพูดอย่างเจียมตัวมากขึ้น เรียกตามต้นฉบับจีนนะครับ]

“หึ!” ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์พ่นลมหายใจอย่างเย็นชา จากนั้นเขาก็เดินไปข้าง ๆ เนี่ยลี่


เนี่ยลี่นำศิลาจิตวิญญาณออกมาสิบก้อน และยัดใส่มือของยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ และพูดขึ้นว่า “นี่ถือว่าเป็นของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้โปรดละเว้นข้าด้วย ที่ข้าออกเดินทางในครั้งนี้ เพราะไปทำธุระให้แก่ท่านอาจารย์อู๋เหยี่ยน ได้โปรดให้ข้าออกไปด้วยเถิด!


เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เขาคิดว่าเนี่ยลี่จะเป็นแค่ยอดฝีมือระดับดาราสวรรค์เท่านั้น แต่เขาไม่คิดเลยว่า เนี่ยลี่จะเป็นยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ที่ฝีมือมิได้ด้อยไปกว่าเขา


ด้วยความสามารถของเนี่ยลี่นั้น การที่จะปกปิดความแข็งแกร่งเอาไว้จากสายตาของยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ มันเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าและพูดออกไป

“นี่ข้าเห็นว่าเป็นธุระของอาจารย์อู๋เหยี่ยน เจ้าไปได้!” จากนั้นเขาก็เก็บศิลาจิตวิญญาณทั้งสิบก้อนไปอย่างเงียบ ๆ

“ข้าต้องขอบคุณท่านพี่ใหญ่ยิ่งนัก!” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับประสานมือเพื่อคารวะ ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์โบกมือของเขาและพูดขึ้นมาว่า “ปล่อยให้เขาออกไปได้!


ในขณะที่เนี่ยลี่ก้มหัวลงต่ำ ดวงตาของเขานั้นเป็นประกาย เขาสังเกตุได้ถึงอะไรบางอย่าง ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ได้มีการปิดบังโดยการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ แต่กลิ่นอายของลมปราณที่แผ่ออกมานั้น เห็นได้ชัดว่ามาจากเทคนิคการบ่มเพาะพลังลับของตระกูลผนึกมังกร


ในตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่า คนเหล่านี้จะเป็นคนของหลงเทียนหมิงเป็นแน่


เขาไม่รู้ว่าหลี่ยื่อฟงกับหลงเทียนหมิงร่วมมือกันตั้งแต่เมื่อใด แต่เขามั่นใจว่าหลี่ยื่อฟงกับหลงเทียนหมิงจะต้องร่วมมือกันมานานมากแล้ว และเรื่องที่กู้หลานถูกวางยาพิษ หลงเทียนหมิงก็จะต้องมีความเกี่ยวข้องด้วยเป็นแน่


กู้เหิงนั้นถูกตัดสินโทษถูกคุมขังไปแล้ว ก็เท่ากับว่าแขนขาของหลงเทียนหมิงถูกตัดแล้วไปข้างหนึ่ง เขาไม่คิดเลยว่าหลงเทียนหมิงจะทนรอไม่ไหว จนต้องรีบผลักดันหลี่ยื่อฟงให้ออกมายืนทางด้านหน้าอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้


แต่ในทางกลับกันหลี่ยื่อฟงนั้นคงจะต้องลำบากเสียยิ่งกว่ากู้เหิง


หลี่ยื่อฟงนั้นแตกต่างจากกู้เหิงยิ่งนัก กู้เหิงนั้นมีเหล่าผู้อาวุโสหนุนหลัง ในตระกูลกู้ ยังมีเหล่าผู้อาวุโสที่เคยให้การสนับสนุนกู้หลาน แต่หลังจากที่กู้หลานนั้นถูกวางยาพิษจนพิการ พวกเขาจึงจำเป็นที่จะต้องให้การสนับสนุนกู้เหิง ส่วนหลี่ยื่อฟงนั้น เป็นบุตรชายของผู้นำตระกูลเถ้าอัคคี ทั้งความสามารถและผู้ที่ให้การสนับสนุนของหลี่ยื่อฟงนั้นก็นับว่าด้อยกว่าหลี่ชิงอวิ๋น รวมไปถึงความชื่นชมจากคนรุ่นใหม่ในตระกูล แต่เขากลับถูกผลักดันให้เป็นผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่ง


หลงเทียนหมิงจะต้องพยายามให้บิดาของหลี่ยื่อฟงลงจากตำแหน่งผู้นำตระกูลเถ้าอัคคีให้เร็วที่สุด  หรือให้หลี่ยื่อฟงทำสิ่งใดบางอย่าง ที่ทำให้นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจจะยอมรับได้ ถ้าหากหลี่ยื่อฟงจะต้องถูกถอดจากการเป็นผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งของตระกูลเถ้าอัคคี


หลงเทียนหมิงจึงเลือกที่จะให้หลี่ยื่อฟงมาจัดการกองกำลังเส้นทางสวรรค์และกองกำลังอสูร ซึ่งมันเป็นหนทางที่จะทำให้หลงเทียนหมิงสามารถสงบจิตใจเอาไว้ได้ ไม่มีทางที่กองกำลังเส้นทางสวรรค์และกองกำลังอสูร จะสามารถจัดการกับหลี่ยื่อฟงได้ และถ้าหากหลี่ยื่อฟงนั้นเกิดเพลี่ยงพล้ำขึ้นมา บิดาของเขาจะต้องออกมาเคลื่อนไหวเป็นแน่!

หลงเทียนหมิงผู้นี้รับมือได้ยากนัก! และที่สำคัญหลงเทียนหมิงผู้นี้มักจะคอยหลบชักใยอยู่เบื้องหลัง  จึงยากที่จะหาทางรับมือได้
เนี่ยลี่ทะยานออกไป และหายลับไปบนท้องฟ้า


หลังจากนั้นแค่ครู่หนึ่ง มีร่างของคนผู้หนึ่งเดินมาเพื่อที่จะออกไป คนผู้นี้ก็คือหลงยู่อิน จ้องไปไปยังท้องฟ้าที่ห่างไกล ริมฝีปากของนางยกขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นรอยยิ้ม ก่อนที่ี่เนี่ยลี่จะออกไป นางได้ใช้ธูปวิญญาณในการติดตาม มันสามารถใช้ติดตามคนที่อยู่ห่างออกไปหลายพันลี้ได้ ไม่ว่าเนี่ยลี่จะไปที่ใด นางก็สามารถที่จะติดตามเนี่ยลี่ไปได้!

“ช้าก่อน!” มีกลุ่มยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์มาล้อมนาง และขวางทางของนางเอาไว้ เหล่ายอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์เผยให้เห็นท่าทีที่ประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อเห็นใบหน้าชัดเจนว่านางคือหลงยู่อิน พวกเขารู้สึกอึดอัดใจและคิดในใจว่า 

ข้าไม่กล้าแม้แต่จะสบตาของนาง


หลงยู่อินหันหน้าไปมองด้วยสายตาอันเย็นชา และปรากฏความเกลียดชังที่ใบหน้าของนาง นางพูดขึ้นมาว่า “พวกเจ้ากล้าที่จะขัดขวางข้าเช่นนั้นเหรอ? พวกเจ้าตาบอดหรืออย่างไร?


หลังจบคำพูดของหลงยู่อิน หญิงวัยกลางคน สองคนที่ดูราวกับมือสังหารปรากฏที่ข้างกายนาง ตูมม! ตูมม! ตูมม! พวกนางเตะและต่อยออกมา เหล่ายอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ที่ขวางอยู่ ร้องโอดโอย และก้าวขาหลบออกไป หญิงวัยกลางคนสองคนนี้ เป็นยอดฝีมือที่อยู่ในระดับวิถีแห่งมังกร!

เหล่านักเรียนในสถาบันวิญญาณฟ้าอดที่จะขนหัวลุกไม่ได้ แต่ในใจของพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะดีใจ เหล่ายอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ลูกน้องของหลี่ยื่อฟง นั้นทำอะไรไม่มีขื่อมีแป แต่น่าเสียดายที่ในวันนี้พวกเขาต้องพบเจอกับคนที่โหดเหี้ยมยิ่งกว่า และในตอนนี้พวกเขาก็รู้ซึ้งแล้วว่า ผู้หญิงที่เพิ่งจะเดินออกไปนี้ก็คือ หลงยู่อิน!


นางคือผู้หญิงที่สามารถทำร้ายได้กระทั่งคู่หมั้นของตนเอง

นี่สินะที่ว่ากันว่า คนเลวก็ต้องย่อมถูกกำจัดด้วยคนที่เลวยิ่งกว่า!


คนของหลี่ยื่อฟง นั้นช่างบ้าบิ่นยิ่งนักที่คิดจะขัดขวางหลงยู่อิน มันก็เป็นแค่การแสวงหาความตายก็เท่านั้น!

“คุณหนู คุณชาย เดินทางไปทางนั้น” หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งชี้ไปยังทิศทางด้านหน้า ที่ไกลออกไป

“อืม”  ใบหน้าของหลงยู่อินเป็นสีแดงเล็กน้อย

จริง ๆ แล้วนางก็ไม่ต้องการที่จะให้เรียกเนี่ยลี่เช่นนั้น แต่ดูเหมือนว่าแม่ของนางจะพูดอะไรบางอย่างให้หญิงวัยกลางคนสองคนนี้ฟัง เพราะว่านางนั้นเป็นคนขี้อาย จึงยอมที่จะให้เรียกเช่นนี้ไปก่อน
หลงยู่อินและหญิงวัยกลางคนสองคน รวมสามคน ออกเดินทางไปตามทางที่เนี่ยลี่มุ่งหน้าไป...................จบตอน

เกล็ดความรู้เรื่องภาษาจีน
คำว่า คุณชาย ในที่นี้ทางต้นฉบับใช้คำว่า  
อ่านว่า กู้เอี๊ย ที่แปลว่า ลุง
แต่คำนี้มีความหมายแฝงว่า ลูกชายตามกฏหมาย
ในที่นี้จะเรียกใช้โดยครอบครัวที่แต่งงานกันแล้ว

 แปลโดย นายมะพร้าว


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง