test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

1 ต.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 418 潜修 เทคนิคการบ่มเพาะพลังลับ


ที่โลกภายนอกอันกว้างใหญ่

สำหรับการต่อสู้เพื่อยึดครองทะเลสาบแห่งเทพ กองกำลังเส้นทางสวรรค์และกองกำลังของ หลี่ยื่อฟง ได้เข้าปะทะกัน และต่างก็ได้รับความเสียหายกันเป็นอย่างมาก แม้ว่ากู้เบ่ยและลู่เพียวจะไม่อยู่ แต่กู้เบ่ยและลู่เพียวก็ได้ออกคำสั่งไว้ ถ้าหากกองกำลังเส้นทางสวรรค์เกิดปัญหาอันใด แม้ว่าพวกเขาจะมิได้อยู่สั่งการ ก็ให้เข้าทำการช่วยเหลือกองกำลังเส้นทางสวรรค์ในทันที

แต่การเข้าร่วมต่อสู้ของกองกำลังอสูร ก็แค่ทำให้ความรุนแรงของการต่อสู้สูงขึ้นไปเท่านั้น กองกำลังทั้งสาม เข้าต่อสู้กันอย่างชุลมุน


หลี่ชิงอวิ๋นไม่รู้เลยว่าหลี่ยื่อฟงนั้นได้ยอดฝีมือจำนวนมากจากที่ใดมาช่วย ในตอนแรก หลี่ยื่อฟงนั้นมียอดฝีมือระดับแก่นแท้สวรรค์ไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น แต่ในภายหลัง พวกเขากลับถูกยอดฝีมือระดับแก่นแท้สวรรค์ปิดล้อมเจ็ดถึงแปดร้อยคน และมียอดฝีมือระดับวิถีมังกรอยู่อีกหลายคนด้วย


เมื่อหลี่ชิงอวิ๋นรับรู้ถึงความผิดปกติ เขาจึงรีบออกคำสั่งให้กองกำลังเส้นทางสวรรค์ และ กองกำลังอสูรให้อยู่แค่ภายในบริเวณนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น


ด้วยความสามารถของหลี่ยื่อฟง เขาไม่สามารถรวบรวมยอดฝีมือพวกนั้นได้ด้วยตัวคนเดียวเป็นแน่
เรื่องนี้จะต้องมีอะไรซ่อนเร้นอยู่เป็นแน่!


หลี่ยื่อฟงและคนของเขามารวมตัวกันตะโกนที่ทางเข้าสถาบันวิญญาณฟ้า “เจ้าพวกขยะ กองกำลังเส้นทางสวรรค์ และ กองกำลังเส้นทางอสูร พวกเจ้ากลัวจะถูกพวกเราสังหารจนไม่กล้าที่จะออกมาเลยเช่นนั้นหรือ? สมควรที่จะเปลี่ยนชื่อเป็นกองกำลังเต่าหดหัวเสียมากกว่า!

“พวกเจ้ามีความสามารถเพียงเท่านี้เองหรือ? พวกเจ้ายังกล้าที่จะออกมาต่อสู้กันอีกหรือไม่?
คำท้าทายจากหลี่ยื่อฟงและลูกน้อง เป็นที่รับรู้ไปทั่วสถาบันวิญญาณฟ้า

เหล่าศิษย์ของสถาบันวิญญาณฟ้าต่างก็พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้


“พวกเจ้าได้ข่าวมาหรือไม่ กองกำลังเส้นทางสวรรค์ และกองกำลังอสูร  ได้ต่อสู้อย่างรุนแรงกับกองกำลังจิตวายุ กองกำลังเส้นทางสวรรค์ และกองกำลังอสูร นั้นได้พ่ายแพ้จนไม่กล้าที่จะออกมาสู้หน้าเลย!


“กองกำลังอสูรเป็นกองกำลังที่เพิ่งจะก่อตั้งขึ้นมาใหม่ แม้ว่าจะดูเหมือนมีสมาชิกเป็นจำนวนมาก แต่ก็คงยังไม่อาจเทียบกับกองกำลังจิตวายุก็ยังคงเล็กกว่ามากสินะ แต่กองกำลังเส้นทางสวรรค์ก็มีความแข็งแกร่งมิด้อยไปกว่ากัน เหตุใดจึงไม่อาจที่จะรับมือได้กันหล่ะ?

“เรื่องนั้นก็ยังไม่มีความชัดเจนนัก แต่ดูเหมือนว่ากองกำลังจิตวายุนั้นจะปกปิดความแข็งแกร่งของตนเองเอาไว้!

“ตระกูลเถ้าอัคคีมีผู้สืบทอดที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีฝีมืออยู่สองคน หนึ่งในนั้นคือหลี่ยื่อฟง และอีกคนคือหลี่ชิงอวิ๋น แต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่า หลี่ยื่อฟงจะมีโอกาสสูงกว่าสินะ!

“หลี่ยื่อฟงเป็นผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งมาอย่างยาวนานหลายปีแล้ว หลี่ชิงอวิ๋นจะเหนือกว่าได้เชนใดกันเล่า?


ตลอดทั้งวันศิษย์ของสถาบันวิญญาณฟ้าต่างก็พูดคุยกันในเรื่องดังกล่าว

“ท่านหัวหน้าชิงอวิ๋น พวกเราออกไปต่อสู้กับพวกมันเถิด!” หลี่ยื่อฟงนำคนมาต่อว่าและดูถูกด้วยถ้อยคำที่สกปรก เหล่าพี่น้องของหลี่ชิงอวิ๋น จึงโกรธแค้นและต้องการที่จะออกไปจัดการกับหลี่ยื่อฟงและคนของเขา

“ถ้าออกไปก็เหมือนกับส่งพวกเจ้าไปตาย ทุกคนฟังคำสั่งของข้า ถ้ามิได้รับอนุญาตจากข้า พวกเจ้าห้ามก้าวขาออกไปนอกสถาบันวิญญาณฟ้า!” หลี่ชิงอวิ๋นพูดอย่างจริงจัง


เมื่อได้ยินคำสั่งของหลี่ชิงอวิ๋น สมาชิกของกองกำลังเส้นทางสวรรค์และกองกำลังอสูรต่างก็รู้สึกไม่ค่อยเต็มใจยอมรับ แม้ว่าพวกเขาจะมีความโกรธอัดแน่นอยู่เต็มหัวใจ แต่พวกเขาก็ยังเชื่อฟังคำสั่งของหลี่ชิงอวิ๋น


เมื่อเห็นว่ากองกำลังเส้นทางสวรรค์และกองกำลังอสูร มีความลังเลที่จะออกมา สมาชิกของกองกำลังจิตวายุก็รู้สึกได้ใจ  ตะโกนคำพูดด่าทอและดูถูกออกมาไม่หยุด


หลี่ชิงอวิ๋นขมวดคิ้ว และเดินนำสมาชิกของกองกำลังเส้นทางสวรรค์และกองกำลังอสูรเข้าไปทางด้านใน
เหล่าศิษย์ของสถาบันวิญญาณฟ้ามองดูหลี่ชิงอวิ๋นนำคนของเขาไป

“พวกเขาถูกตะโกนต่อว่าและดูถูกเหยียหยาม ไม่คิดเลยว่าหลี่ชิงอวิ๋นจะเป็นคนที่ขี้ขลาดถึงเพียงนี้!

“ที่ผ่านมาในอดีตข้าเคยคิดว่า หลี่ชิงอวิ๋นเป็นคนที่กล้าหาญเสียอีก!

นี่ต่างหากที่เขาเรียกว่ากลยุทธ์ รู้ว่าเวลาไหนควรบุก เวลาไหนควรถอย ถ้ารู้ว่าจะออกไปตายเจ้าจะออกไปเช่นนั้นหรือ?

“เดิมทีข้าก็ต้องการที่จะเข้าร่วมกองกำลังอสูร แต่ข้าไม่คิดเลยว่ากองกำลังอสูรจะขี้ขลาดเช่นนี้!

เมื่อได้ยินเสียงเหล่าศิษย์ของสถาบันวิญญาณฟ้ากระซิบพูดคุยกัน สมาชิกของกองกำลังเส้นทางสวรรค์และกองกำลังอสูร ต่างก็โกรธจนหน้าแดง พวกเขาทำได้เพียงแค่อดกลั้นลมหายใจที่กำลังเดือดพล่าน และเดินตามหลังหลี่ชิงอวิ๋นไป

หลี่ยื่อฟงที่ยืนหน้าประตูทางเข้าสถาบันวิญญาณฟ้า มองไปที่ด้านหลังของหลี่ชิงอวิ๋นที่เดินเข้าไป เขาจ้องมองด้วยสายตาอันเย็นชา ถ้าหากหลี่ชิงอวิ๋นเป็นคนที่มุทะลุทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า เขาก็คงจะไม่มีความกังวลมากนัก แต่เมื่อได้ต่อสู้กันในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา หลี่ชิงอวิ๋นสามารถที่จะทำให้กองกำลังเส้นทางสวรรค์และกองกำลังเส้นทางอสูรให้เสียหายน้อยที่สุด

ดูเหมือนว่าหลี่ชิงอวิ๋นจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเขา ว่าเขานั้นมีคนให้ความช่วยเหลืออยู่!

ด้วยความแข็งแกร่งของกองกำลังจิตวายุ คงไม่อาจที่จะรับมือกับกองกำลังเส้นทางสวรรค์ได้ ไม่ต้องพูดถึงกองกำลังอสูรที่เป็นกำลังเสริมให้กับหลี่ชิงอวิ๋นอีกด้วย

แต่เป็นเพราะได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลอื่น ทำให้หลี่ยื่อฟงไม่ได้รู้สึกดีใจมากนัก จากความคิดของเขา เขาเองก็ต้องการที่จะต่อสู้กันอย่างเท่าเทียม และด้วยอิทธิพลของกองกำลังที่ให้เขาหยิบยืมยอดฝีมือ เพื่อที่จะให้กำจัดกองกำลังเส้นทางสวรรค์และกองกำลังอสูร ดูเหมือนว่าเป้าหมายที่แท้จริงของคนผู้นั้น คือการยึดครองตำแหน่งผู้นำนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่

แม้ว่าพวกเขานั้นต่างก็ได้ผสานเข้ากับจิตอสูรสายเลือดมังกรที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้า แต่พวกเขานั้นก็แตกต่างกันยิ่งนัก เรื่องเหล่านี้มันกัดกินใจของหลี่ยื่อฟง เขาโยนความผิดทุกอย่างไปให้กับหลี่ชิงอวิ๋น แต่หลี่ชิงอวิ๋นกลับทำทุกอย่างได้เท่าเทียมกับเขา เหล่าคนรุ่นใหม่ในตระกูลเถ้าอัคคีต่างก็นับถือหลี่ชิงอวิ๋น เขาไม่อาจจมอยู่ในสถานการณ์อันเป็นทุกข์เช่นนั้นได้อีกต่อไป ถ้าไม่เช่นนั้นเขาคงไม่หาทางออกโดยการร่วมมือกับคนภายนอกเช่นนี้! เพราะบางทีเขาอาจจะมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะขึ้นครองตำแหน่งผู้นำนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ได้เช่นกัน!


หลังจากวันนั้น ก็มีข่าวกระจายออกไปทั่วทั้งนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ว่า กองกำลังเส้นทางสวรรค์และกองกำลังอสูรได้ถูกจัดการ แต่ในตอนนี้ก็ยังไม่มีเหล่าผู้อาวุโส ที่ออกมาไกล่เกลี่ย การต่อสู้กันของเหล่าคนรุ่นใหม่ เป็นสิ่งที่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์คิดเห็นร่วมกันแล้วว่าสามารถยอมรับในเรื่องนี้ได้

ภายในจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ


เนี่ยลี่ยังคงดูดซับพลังสวรรค์อย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนว่าห้วงขอบเขตวิญญาณของเขาเริ่มที่จะขยายตัวออก


เขารับรู้ได้อย่างคลุมเครือว่า เถาวัลย์ลึกลับที่อยู่ในห้วงขอบเขตวิญาณของเขานั้นเติบใหญ่ขึ้น ทีละน้อย และเชื่อมต่อเข้ากับ ดาราวิญญาณทั้งเก้าที่จุดตันเถียนอีกด้วย ความแข็งแกร่งในทุกส่วนเริ่มที่จะเชื่อมโยงกัน ความแข็งแกร่งของ ห้วงพื้นที่และเวลา ก็โคจรไหลเวียนไปอย่างต่อเนื่อง เนี่ยลี่นั้นรับรู้ได้ว่ากำลังเข้าสู่สภาวะที่รู้สึกยอดเยี่ยมยิ่งนัก


เป็นเวลาสามวันแล้ว ที่เนี่ยลี่ยังคงบ่มเพาะพลังแม้ว่าไม่อาจที่จะบรรลุขั้นต่อไปได้สำเร็จ แต่ดูเหมือนว่าความรู้สึกของเนี่ยลี่จะถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก ราวกับว่าลมปราณของเขานั้นได้ผสานเข้ากับฟ้าและดิน


ในตอนนั้นเอง เนี่ยลี่ก็รับรู้ได้ถึงบางสิ่งอย่างเลือนราง ที่ด้านบนของเถาวัลย์ลึกลับ ราวกับมีดาราบนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด ลมปราณอันมีประสิทธิภาพยิ่งนักแผ่ออกมาจากบนท้องฟ้าที่ไร้ที่สิ้นสุดนั้น ทำให้เนี่ยลี่รู้สึกตกใจยิ่งนัก
ลมปราณนี้....สุดท้ายแล้วมันคือสิ่งใดกันแน่?


หรือว่าความสามารถของเถาวัลย์ลึกลับนี้ ยังมีความลับซุกซ่อนอยู่อีกมากเช่นนั้นหรือ? เนี่ยลี่ตื่นจากภวังค์ เขาขมวดคิ้ว และครุ่นคิด หลังจากนั้นเขาจะต้องทำการตรวจสอบความลับของเถาวัลย์ลึกลับนี้

กู้เบ่ยและลู่เพียว หลังจากที่ได้พลังจากการสังเวยเลือดอสูร และอยู่ค่ายกลวิชาลับเก้ามังกรสวรรค์ ทำให้การบ่มเพาะพลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกเขานั้นได้บรรลุเข้ามาอยู่ในขอบเขตดาราสวรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลู่เพียว เนื่องจากเขาได้เชื่อมโยงกับห้วงขอบเขตวิญญาณกับเนี่ยลี่ [ตั้งแต่อยู่บนโลกใบเล็ก] ทำให้เขานั้นบ่มเพาะพลังเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เขาสามารถสร้างดาราวิญญาณได้ถึงหกดวงแล้ว

“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้านั้นบรรลุระดับดาราสวรรค์ขั้นที่หกแล้ว! เนี่ยลี่ ค่ายกลของเจ้าช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!” ลู่เพียวพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น


กู้เบ่ยมองไปที่ลู่เพียวด้วยความรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย ก่อนที่จะเข้ามา เขากับลู่เพียวนั้นอยู่ในระดับเดียวกัน หลายวันที่ผ่านมาเขานั้นสามารถสร้างดาราวิญญาณได้เพียงแค่สามดวง เขานั้นตามหลังลู่เพียงอยู่ถึงสามระดับ จะไม่ทำให้เขานั้นอดที่จะเศร้าใจไม่ได้อย่างไร?


เมื่อเนี่ยลี่เห็นกู้เบ่ยอยู่ในสภาพคอตก เนี่ยลี่ก็ยิ้มและพูดออกไปว่า “กู้เบ่ยเจ้านั้นไม่ต้องเศร้าใจไป ลู่เพียวนั้นได้เชื่อมโยงกับห้วงขอบเขตวิญญาณของข้า ดังนั้นจึงสามารถเพิ่มระดับพลังได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้การบ่มเพาะพลังของเจ้านั้นนับว่าเป็นเรื่องรอง เจ้าจะต้องอุทิศตนให้กับการเข้าถึงเจตจำนงแห่กระบี่ ตราบเท่าที่เจ้าสามารถบรรลุเจตจำนงแห่งกระบี่ขั้นสูงสุด เจ้าก็จะก้าวล้ำเสียยิ่งกว่าการบ่มเพาะพลังเสียอีก!

“ข้าเข้าใจแล้ว!” กู้เบ่ยพยักหน้าตอบ การเข้าถึงเจตจำนงแห่งกระบี่ ในเรื่องนี้เขาเองก็มิได้ด้อยไปกว่าผู้ใด เรื่องนี้สร้างความมั่นใจให้แก่เขายิ่งนัก



“พวกเรานั้นอยู่ในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำมาหลายวันแล้ว พวกเราควรที่จะกลับออกไปได้แล้ว!”......................จบตอน


แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง