test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

31 ต.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 10 雷火圣典 ตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์




หลังจากที่เนี่ยลี่ ตู่ซื่อและลู่เพียว ทานอาหารและขนมจนหมด เด็กนักเรียนคนอื่นในชั้นเรียนก็อดเศร้าใจไม่ได้ ว่าเหตุใดพวกเขาจึงไม่มีโอกาสเช่นนั้นบ้าง

เซี่ยวหนิงเอ๋อเองก็ทานขนมไปเพียงไม่กี่ชิ้น แต่เวลาที่ได้ทานนางดูสนุกและเป็นกันเองยิ่งนัก

หลังจากที่นั่งพูดคุยกับเนี่ยลี่อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเซี่ยวหนิงเอ๋อก็กลับไปยังที่นั่งของนาง

ลู่เพียวตบที่ไหล่ของเนี่ยลี่พร้อมกับกระพริบตา และพูดออกไปว่า “เมื่อไหร่กันที่เจ้านั้นแอบไปล่อลวงเทพธิดาหนิงเอ๋อ จงสารภาพมาเดี๋ยวนี้!

เนี่ยลี่ยักไหล่และตอบกลับไปว่า “ข้ากับนางก็เป็นแค่เพียงสหายธรรมดาเท่านั้น”

“ชิ ใครเชื่อเจ้าก็บ้าเต็มที” ทั้งตู่ซื่อและลู่เพียว ชำเลืองมองเนี่ยลี่อย่างไม่เชื่อถือ

“ถ้าเป็นเพียงสหายธรรมดา เหตุใดเทพธิดาหนิงเอ๋อจึงต้องทำอาหารมาให้เจ้าทานด้วย?” 

ไม่ว่าเนี่ยลี่จะอธิบายสักเท่าใด ตู่ซื่อและลู่เพียวก็ไม่รู้สึกเชื่อเลยสักนิด เหล่าเด็กนักเรียนจากตระกูลชั้นสูงต่างก็จ้องมองมาที่เนี่ยลี่ ราวกับเป็นศัตรูที่ร้ายกาจ เนี่ยลี่นั้นบังอาจคว้าหนึ่งในสองเทพธิดาไปอย่างเงียบเชียบ โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้มาก่อน และเนี่ยลี่ยังได้รับรอยยิ้มแสนหวาน อย่างน่าอิจฉาอีกด้วย

“บางทีนางอาจจะแค่มาหาข้า เพื่อขอความช่วยเหลือก็เป็นได้” เนี่ยลี่พูดออกไปเบา ๆ

เนี่ยลี่ผู้นี้ปากแข็งยิ่งนัก ไม่ว่าตู่ซื่อและลู่เพียวพยายามที่จะสอบถามเท่าใด แต่ก็ไม่อาจที่จะขุดคำตอบที่ต้องการออกมาได้ พวกเขาจึงได้แต่เศร้าใจเท่านั้น แต่พวกเขายังคงตั้งใจที่จะขุดคุ้ย ว่าแท้จริงแล้วเนี่ยลี่กับเทพธิดาหนิงเอ๋อมีความสัมพันธ์เช่นใดกัน

เสียงระฆังดังขึ้นมา เสิ่นซิ่วเดินบิดสะโพกเข้ามาในชั้นเรียน เป็นที่หน้าประหลาดใจที่ใบหน้าของนางยิ้มแย้มราวกับดอกเบญจมาศในฤดูใบไม้ผลิ ต่างจากปกติที่จะเป็นใบหน้าที่เย็นชา และดูมีทิฐิ

“พวกเจ้าทั้งสามจงกลับไปนั่ง ตรงที่นั่งของพวกเจ้า!” เสิ่นซิ่วพูดพร้อมกับมองไปที่พวกเนี่ยลี่ทั้งสาม [อ้าวสามคนนั้นมายืนเป็นเพื่อนแค่วันแรกเหรอนี่?] วันนี้จะมีคนสำคัญเข้ามาชมการสอนของนาง แน่นอนว่านางจะต้องไม่ให้เห็นว่านางนั้นกลั่นแกล้งนักเรียนทั้งสามคน

“วันนี้ข้าจะสอนเกี่ยวกับลวดลายอาคม [铭纹:หมิงเหวิน] ไม่ว่าจะเป็นนักสู้หรือร่างทรงอสูร ลวดลายอาคมนี้มีความสำคัญยิ่งนัก ลวดลายอาคมแบ่งออกเป็นสองประเภท คือลวดลายอาคมสำหรับเสริมพลัง และลวดลายอาคมสำหรับต่อสู้ ลวดลายอาคมสำหรับเสริมพลังมักจะเขียนสลักไว้บนอาวุธ ชุดเกราะเพื่อเพิ่มพลังการต่อสู้ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างทรงอสูรลวดลายอาคมจะแสดงผลออกมาอย่างชัดเจน ส่วนลวดลายอาคมสำหรับต่อสู้ จะถูกจารึกไว้ในม้วนตำรา สามารถเปิดใช้เพื่อโจมตีศัตรูได้” เป็นเรื่องที่แปลกยิ่งนัก ที่เสิ่นซิ่วพูดสอนเนื้อหาอย่างจริงจังได้เช่นนี้

“ลวดลายอาคมนี้ล้ำลึกยิ่งนัก มันถูกเผยแพร่มาตั้งแต่ยุคจักวรรดิวายุเหมันต์ หลังจากนั้นก็ได้มีการปรับปรุงลวดลายอาคมเรื่อยมาในระยะเวลาหลายปี แต่ในช่วงยุคมืดนั้น สัตว์อสูรได้เข้าบุกโจมตีแผ่นดินใหญ่ ลวดลายอาคมที่หลงเหลือมาในเมืองกลอรี่ของเรา จึงมีเพียงลวดลายอาคมส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น ซึ่งมีเพียงสามประเภทได้แก่ รูปแบบอาคมวายุเหมันต์ รูปแบบอาคมเพลิงศักดิ์สิทธิ์ และลวดลายอาคมสำหรับต่อสู้เท่านั้น ซึ่งมีคุณสมบัติของวายุเหมันต์ เพลิง และไร้ธาตุเท่านั้น”

“ในวันนี้เราจะพูดถึงลวดลายอาคมสำหรับเสริมพลัง” เสิ่นซิ่วพูดสอนราวกับไม่รู้จักเหฯดเหนื่อย และฟังดูรื่นหูมากกว่าปกติ

ที่ด้านนอกห้องเรียน มีชายชราสามคนนั่งฟังการสอนอยู่ด้วยกัน

“อาจารย์ผู้นั้นมาจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ และมีความรู้ที่ลึกซึ้งยิ่งนัก เหมาะสมที่จะถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียนเหล่านี้ยิ่งนัก!” ชายชราผู้หนึ่งพูดขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม เขาคือ เย่เซิ่ง รองอาจารย์ใหญ่ของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์

“ชั้นเรียนนี้มีนักเรียนที่มีความสามารถมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเอียจื่ออวิ๋น เสิ่นเอีย หรือแม้แต่เซี่ยวหนิงเอ๋อ” ชายชราอีกคนเอ่ยขึ้นมา เขาเป็นหนึ่งในอาจารย์ของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์มีชื่อว่า หลี่เยี่ย [吕野]

นอกเหนือไปจากเย่เซิ่งยังมีชายชราอีกผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ด้านข้าง เขาสวมเสื้อคลุมสีเทา หลี่เยี่ยนั้นไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา ชายชราที่สวมเสื้อคลุมนี้เพียงแค่นั่งนิ่งเท่านั้น แต่ก็สัมผัสได้ถึงลมปราณอันแข็งแกร่งของเขาที่แผ่ออกมา จึงทำให้หลี่เยี่ยนั้นระมัดระวังคำพูด เพื่อที่จะได้ไม่มีอะไรผิดพลาด

“ท่านเห็นว่าเป็นเช่นใดบ้าง” เย่เซิ่งเอ่ยถามชายชราในเสื้อคลุม

“อืม..” ชายชราในเสื้อคลุม ตอบกลับไปแบบไม่สนใจนัก

หลี่เยี่ยแอบคิดในใจ ข้าไม่รู้เลยว่าชายชราในเสื้อคลุม เป็นใครกันแน่ สามารถพูดจาแบบไม่สนใจใยดีกับรองอาจารย์ใหญ่เย่เซิ่งได้เช่นนี้ สถานะของเขาต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่ ข้าเกรงว่าสถานะของเขาอาจจะเหนือกว่าอาจารย์ใหญ่ของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นได้แต่หลี่เยี่ยก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยถามออกมา

เหล่านักเรียนในชั้นเรียน ไม่รู้เลยว่ามีผู้ที่เฝ้ามองอยู่ด้านนอก ในวันนี้เสิ่นซิ่วพูดสอนในเนื้อหาซึ่งเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง ทุกคนจึงตั้งใจฟังกันยิ่งนัก

เสิ่นซิ่วยืดหน้าอกเล็กน้อย และเผยใบหน้าที่รู้สึกภาคภูมิใจ นางพูดขึ้นมาว่า “วันนี้ข้าจะสอนเกี่ยวกับลวดลายอาคมเพลิงศักดิ์สิทธิ์! สำหรับลวดลายอาคมเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของข้ามีความเชี่ยวชาญเป็นที่สุด”

“ลวดลายอาคมเพลิงศักดิ์สิทธิ์ มีหกสิบหกรูปแบบที่เป็นลวดลายพื้นฐาน ยกตัวอย่างเช่น ลวดลายอาคมนี้.....” เสิ่นซิ่วลงมือวาดลวดลายอาคมลงบนกระดาน ซึ่งเต็มไปด้วยลวดลายอาคมที่มีจำนวนเส้นมากมาย 

“นี่คือลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาด ซึ่งลวดลายอาคมนี้ถูกคิดค้นขึ้นโดยผู้นำตระกูลศักดิ์สิทธิ์รุ่นที่หนึ่ง เป็นลวดลายอาคมระดับบรอนซ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด! ลวดลายอาคมนี้ประกอบไปด้วย ลวดลายอาคมสามสิบหกรูปแบบพื้นฐาน นับว่าเป็นลวดลายอาคมระดับบรอนซ์ที่มีความซับซ้อนมากที่สุด ต่อไปเราจะมาพูดคุยถึงรูปแบบพื้นฐานทั้งสามสิบหกแบบของลวดลายอาคมนี้”

เสิ่นซิ่วอธิบายได้อย่างคล่องแคล่ว

นักเรียนคนอื่น ๆ ต่างก็ตั้งใจฟัง มีเพียงเนี่ยลี่เท่านั้นที่ไม่ได้สนใจนัก พื้นฐานของลวดลายอาคมเหล่านี้ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา และพื้นฐานของลวดลายอาคมเพลิงศักดิ์สิทธิ์นั้นมีกว่าหกร้อยรูปแบบ หาใช่หกสิบหกรูปแบบไม่

ถ้าหากไม่เป็นเพราะเอียจื่ออวิ๋น และสมบัติที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ได้เก็บไว้ เนี่ยลี่คงจะไม่ยอมทนฟังเสิ่นซิ่ว สอนเกี่ยวกับเรื่องโง่เง่าพวกนี้ ในความคิดของเขา ความรู้ของเสิ่นซิ่วนั้นมีเพียงแค่ผิวเผิน และมีข้อผิดพลาดเสียจนเขาไม่ตอ้งการที่จะรับฟัง แค่เพียง ลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาด กลับกล้าพูดว่าเป็นลวดลายอาคมระดับบรอนซ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ช่างพูดจาโอ้อวดยิ่งนัก

เสิ่นซิ่วกวาดสายตามองเหล่านักเรียน ก่อนที่จะสะดุดตรงเนี่ยลี่ ก่อนหน้านี้เนี่ยลี่ก็มีความขัดแย้งกับนาง ทั้งต่อต้านและไม่ให้ความนับถือ จนถึงกับกล้าท้าเดิมพันกับนาง นางรู้สึกโกรธเกรี้ยวอยู่ในใจ เนี่ยลี่นั้นไม่ยอมตั้งใจฟังสิ่งที่นางสั่งสอน นางจึงคิดได้ว่า นางมีเหตุผลที่จะใช้โอกาสนี้เล่นงานเนี่ยลี่ได้แล้ว!

เสิ่นซิ่วยังคงอธิบายเกี่ยวกับรูปแบบลวดลายอาคมพื้นฐานทั้งสามสิบหกแบบ แต่เนี่ยลี่ก็มิได้สนใจ นอนฟุบอยู่กับโต๊ะ

ในตอนนี้ เย่เซิ่ง รองอาจารย์ใหญ่ของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ เริ่มที่จะรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา เขามองไปที่ชายชราที่สวมชุดคลุมสีเทาที่อยู่ด้านข้าง ในวันนี้มีบุคคลสำคัญมาฟังการเรียนการสอนด้วยเช่นนี้ เนี่ยลี่กลับนั่งหลับเสียได้ นี่นับว่าเป็นความขายหน้าของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง เขาไม่รู้ว่านักเรียนผู้นี้เป็นใคร หากเขารู้จักชื่อของนักเรียนผู้นี้ เขาจะต้องไล่เจ้าเด็กผู้นี้ออกจากสถาบันไป และจะไม่บันทึกเลยว่าเคยมีเด็กผู้นี้เป็นนักเรียนในสถาบันแห่งนี้!

แต่เมื่อเห็นว่าชายชราที่สวมชุดคลุมสีเทาไม่ได้มีท่าทีอันใด ทำให้เย่เซิ่งแอบโ,งใจไม่น้อย
หลี่เยี่ยที่นั่งอยู่ด้านหลังพูดขึ้นมาว่า “ในชั้นเรียนนักสู้ฝึกหัด ย่อมีเด็กที่ตั้งใจและขี้เกียจปนเปกัน ไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงได้ แต่หลังจากนี้ข้าจะต้องให้บทเรียนแก่นักเรียนผู้นี้ บิดามารดาต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้เขา เข้ามาเรียนในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่เพื่อให้เขานั้นมาหลับนอนในชั้นเรียนเช่นนี้”

เย่เซิ่งพยักหน้าเล้กน้อย หลี่เยี่ยช่างรู้งานยิ่งนัก

เนื่องจากเนี่ยลี่นอนหลับไป ใบหน้าของเสิ่นซิ่วเผยให้ห็นความไม่พอใจมากยิ่งขึ้น การที่นักเรียนในชั้นเรียนนอนหลับเช่นนี้ จะไม่หมายความว่าการสอนของนางน่าเบื่อเช่นนั้นหรือ?

“เนี่ยลี่!” เสิ่นซิ่วเดินไปหาเนี่ยลี่และพูดขึ้นมาด้วยเสียงอันดัง

เนี่ยลี่ยังคงนอนหลับสนิท ตลอดสัปดาห์มานี้เขาแทบจะไม่ได้พักผ่อน เขายังคงรู้สึกง่วงมาก เขาแทบจะเปิดเปลือกตาไม่ขึ้นและพูดออกไปว่า

“มีเรื่องอันใดกัน?

เมื่อเห็นว่าเนี่ยลี่ถูกเสิ่นซิ่วปลุกขึ้นมา เหล่านักเรียนที่มาจากตระกูลชนชั้นสูงอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ พวกเขาส่วนต่างต่างก็อยากเห็นเนี่ยลี่ถูกลงโทษ ใครบอกให้เนี่ยลี่ฉกฉวยเทพธิดาไปจากใจของพวกเขากันเล่า?

“เจ้าเนี่ยลี่ จะต้องถูกลงโทษอย่างน่าสมเพช!

ตู่ซื่อและลู่เพียวทำได้เพียงยิ้มให้กัน ถึงอย่างไร การนอนหลับในชั้นเรียนเช่นนี้พวกเขาไม่กล้าทำเป็นแน่!

เมื่อได้เห็นท่าทีของเนี่ยลี่ เสิ่นซิ่วรู้สึกโมโหยิ่งนัก นางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

“การที่เจ้ากล้าที่จะนอนหลับในชั่วโมงเรียนของข้า แสดงว่าเจ้านั้นเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่ข้ากำลังสอนนี้แล้วใช่หรือไม่?

“ถูกต้องแล้ว!” เนี่ยลี่ตอบไปด้วยความมั่นใจ

“จะ...เจ้า” เสิ่นซิ่วถึงกับจะสำลักคำพูดออกมา ตั้งแต่เริ่มสอน เนี่ยลี่ก็นอนหลับในทันที แต่เนี่ยลี่กลับพูดว่าเขาเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับที่นางสอนแล้ว คำพูดบ้า ๆ เช่นนี้ ผู้ใดจะเชื่อกัน?

เสิ่นซิ่วพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า “ถ้าหากเจ้าบอกว่าเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีแล้ว เจ้าจงบอกข้าเกี่ยวกับลวดลายจากรึกที่บนกระดานให้ข้าฟังจะได้หรือไม่?

เนี่ยลี่ชำเลืองมองดูลวดลายอาคมบนกระดาน จากนั้นก็ตอบกลับไปว่า “นี่เป็นลวดลายอาคมศักดิ์สิทธิ์ระดับต่ำ ก็อาจเรียกได้ว่าอยู่ในระดับบรอนซ์ ประกอบไปด้วยรูปแบบลวดลายอาคมพื้นฐานสามสิบแปดรูปแบบ มีพลังอยู่ในระดับต่ำ เหมาะสำหรับใช้ต้มน้ำ!

หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ นักเรียนในชั้นเรียนถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง

“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าขำจะตายอยู่แล้ว เขาไม่ได้ตั้งใจฟังเลยแม้แต่น้อย จึงได้พูดว่าประกอบไปด้วยรูปแบบลวดลายอาคมพื้นฐานสามสิบแปดรูปแบบ อาจารย์เสิ่นซิ่วพูดไว้อย่างชัดเจนว่ามันประกอบไปด้วยรูปแบบลวดลายอาคมพื้นฐานสามสิบหกรูปแบบ!

“ข้าเองก็หัวเราะจนน้ำตาไหล เขาบอกว่า ลวดลายอาคมนี้เหมาะสำหรับใช้ต้มน้ำ!” เด็กนักเรียนที่มาจากตระกูลชนชั้นสูงต่างก็พูดแล้วหัวเราะ

เอียจื่ออวิ๋นเองก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ ส่วนเสิ่นเอียนั้นรู้สึกโกรธยิ่งนัก เพราะเขาดูถูกว่าลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาด นั้นเหมาะสมที่จะใช้ต้มน้ำร้อน นั่นมันเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะทนฟังได้ ในเหล่านักเรียนมีเพียงเซี่ยวหนิงเอ๋อที่สงบนิ่งได้ เซี่ยวหนิงเอ๋อรู้ดีว่า เนี่ยลี่ไม่ได้แกล้งพูดเพราะจะทำให้คนเหล่านี้ไม่พอใจ แต่คนเหล่านี้ไม่รู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของเนี่ยลี่

ในขณะเดียวกันที่นอกชั้นเรียน หลี่เยี่ยก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย และพูดขึ้นว่า “เจ้าเด็กนักเรียนผู้ชั้น พูดจาไร้สาระยิ่งนัก กล้าพูดขึ้นมามั่ว ๆ ว่าลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาด ประกอบไปด้วยรูปแบบลวดลายอาคมพื้นฐานสามสิบแปดรูปแบบ แมถยังบอกว่าลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาดเหมาะสำหรับใช้ต้มน้ำอีกด้วย”

หลี่เยี่ยอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ แต่เมื่อมองไปยังเย่เซิ่งและชายชราที่สวมผ้าคลุมมิได้หัวเราะ เขาก็หยุดหัวเราะในทันที และกลืนมันลงท้องไป

“หาใช่เป็นเรื่องที่น่าหัวเราะไม่ ลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาดนั้นประกอบไปด้วยรูปแบบลวดลายอาคมพื้นฐานสามสิบแปดรูปแบบจริง!” เยี่เซิ่งรองอาจารย์ใหญ่พูดขึ้นมาด้วยเสียงที่ไม่ดังมากนัก ถ้าหากศึกษารูปแบบอาคมนี้อย่างลึกซึ้งจะพบว่า รูปแบบตรงส่วนพื้นฐานนั้นมิได้ประกอบขึ้นมาจากสองลวดลายอาคม แต่ประกอบไปด้วยสี่ลวดลายอาคมพื้นฐาน เขานั้นประหลาดใจเล็กน้อย ที่มันออกมาจากคำพูดของเด็กนักเรียน เนี่ยลี่สามารถบอกได้หลังจากที่เพียงชำเลืองมองเช่นนั้นหรือ?

และสำหรับยอดฝีมือในระดับพวกเขา ลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาดนี้ ก็เหมาะสำหรับใช้ต้มน้ำอย่างแท้จริง หากใช้สำหรับการต่อสู้นั้นได้ผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ดวงตาของชายชราที่สวมเสื้อคลุมน้ำเป็นประกาย แต่ก็ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา

“เจ้าเด็กบ้า!” เสิ่นซิ่วพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา ใบหน้าของเสิ่นซิ่วบูดเดี้ยวด้วยความโกรธ ในฐานะที่นางเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนว่านางย่อมจะทนไม่ได้ที่ ลวดลายอาคมระเบิดเพลิงสีชาดถูกดูหมิ่นเช่นนี้

เนี่ยลี่หาได้สนใจเสียงหัวเราะของเหล่านักเรียนไม่ เขายังคงพูดต่อไปอีกว่า “อมคมนี้ถูกบันทึกเอาไว้ใน ตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์บทที่เจ็ด เดิมทีอาคมนี้มีชื่อว่า อาคมระเบิดเพลิงอสนีบาต มันประกอบไปด้วยรูปแบบลวดลายอาคมอันซ้ำซ้อนถึงหกสิบรูปแบบลวดลายอาคม ต่อมามีเจ้าคนโง่ผู้หนึ่ง ตัดทอนลวดลายส่วนหนึ่งออก ปรับเปลี่ยนมันเพียงเล็กน้อย และตั้งชื่อให้ใหม่เป็นระเบิดเพลิงสีชาด ที่ไม่เคยมีมาก่อน เนื่องจากถูกตัดทอนในส่วนที่สำคัญออกไป มันจึงเหมาะสำหรับใช้เรียนรู้อาคมเพลิงศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น”

ตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์ มันคือตำราอะไรกัน? เด็กนักเรียนในนั้นทำได้เพียงหันมามองหน้ากันด้วยความสงสัย

เนี่ยลี่ถึงกับบอกว่า ผู้นำตระกูลรุ่นที่หนึ่งของตระกูลศักดิ์สิทธิ์เป็นเป็นเจ้าคนโง่? เสิ่นซิ่วจึงรู้สึกโกรธยิ่งนัก เสิ่นซิ่วไม่รู้แม้กระทั่งว่า ตำราอสนีบาตศักดิ์สิทธิ์ คือตำราอะไรกัน และไม่เคยได้ยินชื่อ อาคมระเบิดเพลิงอสนีบาต ที่ว่าถูกบันทึกไว้ในตำราบทที่เจ็ดเลยแม้แต่น้อย

“เจ้าเด็กนรก ในโลกนี้ไม่มีตำราที่ชื่อว่า อสนีบาตศักดิ์สิทธิ์!” เสิ่นซิ่ว คิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็โต้กลับในทันที อาคมระเบิดเพลิงอสนีบาตที่เนี่ยลี่พูดขึ้นมานั้น เป็นเพียงเรื่องไร้สาระเท่านั้น......จบตอน

 แปลโดย นายมะพร้าว




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง