test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

29 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 415 蹊跷 น่าสงสัย


กู้เบ่ยนั้นรู้ดีว่า ในตระกูลกู้ สำหรับเขาแล้วกู้เหิงมิใช่ภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของเขา แต่เป็นกู้อวี่ผู้นี้!

กู้อวี่แค่เพียงใช้กู้เหิงนั้นเป็นตัวหมากตัวหนึ่ง และในตอนนี้ตัวหมากชิ้นนั้นก็ได้ถูกทำลายลงไปแล้ว


กู้เหิงนั้นมีหน้าที่แค่เบี่ยงเบนความสนใจเท่านั้น


กู้เบ่ยมองดูกู้เหิงด้วยสายตาอันเย็นชา จากนั้นก็หันหน้าไปทางกู้เทียนหลง และผู้อาวุโสท่านอื่น ๆ เขาประสานมือคารวะและโค้งคำนับเล็กน้อย
หลังจากนั้นข่าวสารภายในตระกูลกู้ ก็แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว


ณ ห้องลับของหลงเทียนหมิง


หลังจากที่ได้รับแจ้งข่าว หลงเทียนหมิงรู้สึกโกรธเกรี้ยวยิ่งนัก

เจ้าขยะกู้เหิง เจ้าขยะ ขยะ!” หลงเทียนหมิงตะโกนด่าด้วยความโมโห เขานั้นได้เตรียมการที่จะมอบศิลาจิตวิญญาณบางส่วนเพื่อสนับสนุนกู้เหิง เพื่อให้กู้เหิงสามารถกำจัดกองกำลังอสูรของกู้เบ่ย แต่ในตอนนี้ กู้เหิงกลับถูกขังอยู่ในห้องขังเดี่ยว ไม่อาจที่จะติดต่อหรือจัดการกับผู้ใดได้


กองกำลังของกู้เหิงนั้น เขาเกรงว่าอีกไม่นานก็คงจะเข้าร่วมกับกองกำลังอสูร


ถ้าหากมองในฐานะตระกูลกู้ กองกำลังของกู้เหิงนั้น ก็ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลกู้ พวกเขาจะต้องไม่ยอมให้กองกำลังนี้ตกไปอยู่ในมือของคนระกูลอื่นเป็นแน่!


ตระกูลกู้ในตอนนี้ หลงเทียนหมิงไร้อำนาจในการควบคุมโดยสิ้นเชิงแล้ว และในตระกูลผนึกมังกรนี้ อิทธิพลของหลงยู่อินก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และกองกำลังเส้นทางสวรรค์ของตระกูลเถ้าอัคคี ที่มีความใกล้ชิดกับกองกำลังอสูร ก็เติบโตขึ้นราวกับบ้าคลั่งเช่นกัน


อย่างไรก็ตาม หลงเทียนหมิงก็รู้สึกได้ว่านี่จะต้องเป็นภัยคุกคามของเขาเป็นแน่!


  การเติบโตของกองกำลังทั้งสามล้วนมีจุดเชื่อมโยงเดียวที่บุคคลคนเดียวกัน คือเนี่ยลี่ ตราบเท่าที่เนี่ยลี่ยังคงมีชีวิตอยู่ หลงเทียนหมิงคงไม่อาจนอนหลับอย่างเป็นสุขได้

เนี่ยลี่นั้นหลบซ่อนอยู่เบื้องหลังอยู่เสมอ ด้วยความจริงในข้อนี้ทำให้หลงเทียนหมิง ยิ่งรู้สึกว่าถูกคุกคามมากยิ่งขึ้นตอนนี้ตัวหมากสำคัญของเขา กู้เหิง ก็ได้ถูกทำลายไปแล้ว เขาจำเป็นที่จะต้องต่อสู้เพียงลำพัง!

หลงเทียนหมิงหรี่ตาลงเล็กน้อย เผยให้เห็นประกายความดุร้าย เนี่ยลี่นั้นสร้างความประหลาดใจแก่เขาไม่น้อยในความสามารถของเนี่ยลี่ เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าเนี่ยลี่นั้นวางแผนที่จะทำสิ่งใดอยู่ ส่วนเรื่องภายในนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์นั้น เนี่ยลี่ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงมันได้ทั้งหมด!


หลังจากที่เนี่ยลี่ได้ซ่อนตัวอยู่ในพื้นดินได้ไม่นาน ที่ด้านนอก ตำหนักซีอิงเสิ่นที่ยิ่งใหญ่นั้น มันกลายเป็นฟองลอยหายขึ้นไปราวกับความฝัน และหายไปโดยไร้ร่องอย เหล่าผู้ที่ชุมนุมอยู่โดยรอบตำหนักซีอิงเสิ่น ต่างก็แยกย้ายกันไป


เป็นไปตามที่เนี่ยลี่คิดเอาไว้ เขาได้ออกมาจากจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ และออกมาจากพื้นดิน จากนั้นก็เก็บจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำไว้ในห้วงขอบเขตวิญญาณของเขาตามเดิม


เซี่ยวหยู่ยังคงบ่มเพาะพลังอยู่ข้างในนั้น เนี่ยลี่ขอให้เซี่ยวหยู่ซ่อนตัวอยู่ในจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำไปก่อน


เขาบิดขี้เกียจเล็กน้อย ในตอนนี้เขานั้นอยู่ในระดับสูงสุดของระดับดาราสวรรค์ เหลืออีกเพียงก้าวเดียวจะบรรลุสู่ระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกดียิ่งนัก


เนี่ยลี่ได้ทะยานออกไปยังนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์


นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์


       “เนี่ยลี่ ในที่สุดเจ้าก็กลับมา!” เมื่อได้เห็นเนี่ยลี่ ลู่เพียวรู้สึกตื่นเต้น วิ่งไปทุบหน้าอกของเนี่ยลี่ [เอิ่มม! คนแต่งคิดอะไรอยู่นะ] แม้ว่าชะตาวิญญาณของเนี่ยลี่จะยังคงอยู่ในห้องโถงวิญญาณ แต่ลู่เพียก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้


เนี่ยลี่ยิ้มเล็กน้อยและตอบกลับไปว่า “ที่ด้านนอกมีเรื่องที่ทำให้ล่าช้าไปเล็กน้อย!

เขาไม่ได้เล่าเรื่องอะไรต่อ เพราะประสบการณ์ที่เขาเพิ่งจะผ่านมานั้น ถ้าจะเล่าก็คงต้องใช้เวลานานนัก

กู้เบ่ยหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เขายิ้มและพูดว่า “ในตอนที่เจ้าไม่อยู่ กู้เหิงได้ถูกตัดสินโทษให้คุมขังสามสิบปี คนที่มีฝีมือจากกองกำลังของเขานั้น ข้าได้ดึงให้มาเข้าร่วมกับกองกำลังของเราแล้ว”


เนี่ยลี่ยักคิ้วด้วยความเจ้าเล่ห์ แม้ว่าเขาจะคิดเรื่องเหล่านี้เอาไว้แล้ว แต่เขาไม่คิดเลยว่ากู้เบ่ยจะจัดการกับกู้เหิงได้รวดเร็วถึงเพียงนี้


  “ถ้าจะให้พูด ก้นของกู้เหิงนั้นก็ไม่ได้สะอาดอยู่แล้ว แล้วในสถานการณ์นี้ ที่เขานั้นพยายามที่จะลอบกัดข้า โดยการที่เขาร่วมมือกับผู้อาวุโสบางคน ข้าจึงใช้วิธีดึงผู้อาวุโสที่เป็นดั่งกำแพงให้เขามาจัดการเขาเอง” [ก้นไม่สะอาด เทียบกับสำนวนไทยคือ มือสกปรก+ซุกขยะไว้ใต้พรม คือการนั่งทับเรื่องชั่ว ๆ ของตัวเองเอาไว้ เมื่อลุกออกมาคนก็ต้องมองเห็น]

“อืม ข้าก็คาดเอาไว้แล้ว ว่าไม่ช้าก็เร็วกู้เหิงก็ต้องเจอกับเรื่องเช่นนี้” เนี่ยลี่พยักหน้าพร้อมกับพูดออกไป

กู้เบ่ยคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาพูดขึ้นมาว่า “ข้าได้ยินมาว่าหลงเทียนหมิงนั้นได้ออกไปหาประสบการณ์ที่โลกภายนอก และได้สมบัติกลับมามากมาย แม้แต่แก่นแท้ศิลาจิตวิญญาณทองคำ และของมีค่ากว่า ห้าถึงหกล้าน ศิลาจิตวิญญาณเลยทีเดียว และในตอนนี้กองกำลังของเขาก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจเป็นไปได้ว่า เพราะเขารู้สึกว่าพวกเรานั้นเป็นภัยคุกคาม!


เมื่อได้ยินคำพูดของกู้เบ่ย เนี่ยลี่ถึงกับขมวดคิ้ว
เรื่องนี้น่าสงสัยยิ่งนัก!


โลกภายนอกที่หลงเทียนหมิงออกไปหาประสบการณ์นี้ ก็ควรจะเป็นที่ตำหนักซีอิงเสิ่น! หลงเทียนหมิงนั้นถูกเขาหลอกล่อให้เข้าไปในห้องโถงด้านใน ดังนั้นเขาไม่ควรที่จะเก็บเกี่ยวเอาสิ่งใดมาได้! 

และถึงแม้ว่าจะเก็บเกี่ยวสิ่งใดมาได้ ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงและโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ที่ได้ปิดล้อมตำหนักซีอิงเสิ่นเอาไว้ เมื่อหลงเทียนหมิงกลับออกมา เขาก็กลับมาได้เพียงแค่มือเปล่า และไม่มีทางที่จะนำสมบัติที่มีค่า ห้าถึงหกล้าน ศิลาจิตวิญญาณกลับมาได้เลย!   


ในระหว่างที่อยู่ที่นั่น จะต้องมีเรื่องอะไรที่น่าสงสัยเกิดขึ้นเป็นแน่!


ในชีวิตที่แล้วของเขา เขาเองก็รู้สึกว่าหลงเทียนหมิงผู้นี้มีบางสิ่งที่ผิดปกติ ตอนที่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ล่มสลาย สุดท้ายผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มีเพียงแค่หลงเทียนหมิงเท่านั้น จึงมองเห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้มีบางอย่างที่ดูลึกลับและด้วยพลังของหลงเทียนหมิงเพียงผู้เดียวนั้น ไม่อาจที่จะให้เป็นเช่นนั้นได้!หรือว่าหลงเทียนหมิงนั้นจะสคบคิดกับพวกที่อยู่ในนิกายเทพอสูรหรืออย่างไร?


ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะสามารถอธิบายได้ว่าหลงเทียนหมิงรอดกลับมาจากตำหนักซีอิงเสิ่นอย่างปลอดภัย และได้รับสมบัติกลับมาเป็นจำนวนมากได้!

    “ถ้าหากหลงเทียนหมิงมีศิลาจิตวิญญาณเป็นจำนวนมากถึงเพียงนั้น เงินทุนของพวกเราก็อาจจะไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับเขาได้ ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเขานั้นประกาศรับเหล่ายอดฝีมือที่แข็งแกร่งอยู่!


    “พวกเรามีสามกองกำลังที่เป็นพันธมิตรกัน ข้าไม่เชื่อว่าจะรับมือกับหลงเทียนหมิงไม่ได้!” ลู่เพียวบุ้ยปาก พร้อมกับพูดออกไป หลงเทียนหมิงนั้นก็มีแค่ความแข็งแกร่งทางด้านการเงินเท่านั้น


    “ที่เจ้าพูดมานั้นผิดแล้ว หลงเทียนหมิงได้ก่อตั้งกองกำลังมานานหลายปีแล้ว ด้วยกองกำลังของเขานั้น แข็งแกร่งเสียยิ่งกว่า กองกำลังอสูร กองกำลังเสียงเร้นลับ และกองกำลังเส้นทางสวรรค์รวมกันเสียอีก” กู้เบ่ยส่ายหัวพร้อมกับตอบกลับไป


  “เรื่องเงินนั้น พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะมอบให้แก่พวกเจ้า สิบล้านศิลาจิตวิญญาณ พวกเจ้าจะได้นำไปใช้เพื่อแข่งกับหลงเทียนหมิงในการรวบรวมเหล่ายอดฝีมือ ถ้าหากยังไม่พอ ข้าก็มีให้พวกเจ้าได้มากกว่านี้” เนี่ยลี่พูดขึ้นมาอย่างสงบนิ่ง


  “สะ...สะสิบล้านศิลาจิตวิญญาณเช่นนั้นเหรอ?” ลู่เพียวมองเนี่ยลี่ด้วยความตกใจ เขานั้นรู้ดีว่า ศิลาจิตวิญญาณจำนวนสิบล้านก้อนนั้นมีค่าเพียงไหน มันเรียกได้ว่ามากมายยิ่งนัก เนี่ยลี่นั้น เพิ่งจะได้รับศิลาจิตวิญญาณมาเป็นจำนวนมาก ก่อนกลับมาที่นี่เช่นนั้นหรือ?

กู้เบ่ยเองก็ตกตะลึงไม่น้อยไปกว่ากัน แม้เขาจะรู้ว่าเนี่ยลี่นั้นมีศิลาจิตวิญญาณอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เขาก็ไม่คิดเลยว่าจะมีมากถึง สิบล้านศิลาจิตวิญญาณ และดูเหมือนว่าเนี่ยลี่จะมีมากยิ่งกว่านี้อีก!


ด้วยศิลาจิตวิญญาณ สิบล้านก้อน จะมีอะไรที่พวกเขาต้องกลัวหลงเทียนหมิงอีก? ถ้าหากหลงเทียนหมิงจะใช้เงินในการรวบรวมคนเข้ากองกำลัง พวกเขาก็สามารถที่จะจ่ายได้ในที่สูงกว่าอย่างแน่นอน!


 “เรื่องของกองกำลังอสูร ข้าจะปล่อยให้พวกเจ้าจัดการ ” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับมองไปที่กู้เบ่ยและลู่เพียว

เนื่องจากเนี่ยลี่เองต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะพลัง นอกจากนี้เขาจะต้องไปสืบค้นเรื่องราวของหลงเทียนหมิง ถ้าหากเขานั้นต้องการที่จะกำจัดหลงเทียนหมิง การเผชิญหน้าโดยตรงคงไม่อาจที่จะทำได้ แต่ถ้าหากเขาสามารถจับจุดอ่อนบางอย่างของหลงเทียนหมิงได้ เรื่องนี้คงจะง่ายยิ่งขึ้น


   “เจ้าไว้ใจพวกข้าได้ ไม่จำเป็นต้องกังวลในเรื่องนี้ เมื่อมีศิลาจิตวิญญาณอยู่เป็นจำนวนมากถึงเพียงนี้ ถ้าพวกเราจัดการให้ดีไม่ได้ พวกเราก็คงต้องเอาหัวโขกกำแพงตายเสียแล้ว” กู้เบ่ยตอบกลับด้วยความมั่นใจ


หลังจากที่ได้ประสบการณ์มาเป็นเวลานาน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาได้เข้าใจ นอกจากนี้ความเป็นผู้นำของเขาเองก็ได้เติบโตขึ้นมากด้วย


เมื่อได้ยินคำพูดของกู้เบ่ย เนี่ยลี่ก็ยิ้มแล้วพยักหน้า เขาได้เห็นภาพอันเลือนราง เป็นอดีตชาติของกู้เบ่ย หนึ่งคนหนึ่งกระบี่ ที่สามารถเปลี่ยนชะตาชวิตได้


และในชีวิตนี้ของเขา กู้เบ่ยที่ได้รับความช่วยเหลือจากเขา กู้เบ่ยจะต้องสามารถบรรลุถึงความสำเร็จไปยิ่งกว่าชีวิตที่ผ่านมาเป็นแน่.....................จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง