test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

28 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 414 临阵倒戈 การทรยศหักหลัง


 “การที่กู้เบ่ยทำลายทะเลสาบแห่งเทพนั้น ก็นับว่าทำเกินไปจริง ๆ” ผู้อาวุโสลำดับที่แปด กู้ไป๋พูดขึ้นมาอย่างจริงจัง

เมื่อได้ยินคำพูดของกู้ไป๋ กู้เหิงก็เผยรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ผู้อาวุโสลำดับที่แปดเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสที่ให้การสนับสนุนเขา


  “แต่ว่า!” น้ำเสียงของกู้ไป๋เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาพูดต่ออีกว่า “ข้าเชื่อว่าผู้อาวุโสทั้งหลายก็คงคิดเช่นกันว่า กู้เบ่ยเองก็คงไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้เป็นเช่นนั้น พวกเราเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ การกระทำของกู้เหิงที่ผ่านมาพวกเราก็ได้เห็นกับตา และธรรมชาติก็ได้ลงโทษเขาแล้ว แม้ว่าข้านั้นจะเข้าข้างกู้เหิงอยู่เสมอ แต่ในตอนนี้ ข้าคงไม่อาจที่จะสนับสนุนเขาต่อไปได้อีก!


คำพูดของกู้ไป๋ ทำให้ทุกคนสะใจยิ่งนัก


ความใกล้ชิดกันของกู้ไป๋กับกู้เหิงนั้น ทุกคนในตระกูลกู้นั้นต่างก็รู้ดี การกล่าวหากู้เบ่ยในคราวนี้ กู่ไป๋เองก็มีส่วนร่วมเป็นอย่างมาก แต่เหตุใดกู้ไป๋จึงได้เปลี่ยนฝ่ายไปเช่นนี้?


เมื่อได้ยินคำพูดของกู้ไป๋ กู้เหิงรู้สึกโกรธเกรี้ยวยิ่งนัก เขาจ้องไปที่กู้ไป๋ เขาไม่คิดเลยว่ากู้ไป๋จะทำอะไรเช่นนี้ พูดจากล่าวร้ายกับเขาจนไม่อาจที่จะทันตั้งตัว

ผู้อาวุโสลำดับที่สาม กู้อวี่ ถึงกับขมวดคิ้ว เหตุใดกู้ไป๋จึงพูดเช่นนั้น ทำไมเขาจึงพยายามพูดช่วยเหลือกู้เบ่ยเช่นนี้?


เมื่อกู้ไป๋พูดจบ ผู้อาวุโสลำดับที่เก้า กู้เฟิง [顾峰:เจตจำนงขั้นสูงสุด] ก็ไม่อาจที่จะรออะไรอีกต่อไปเขาต้องรีบพูดอะไรบางอย่าง เขาคิดว่ากู้ไป๋นั้น ได้ใช้เวลาที่เหมาะสมยิ่งนัก เห็นได้ชัดว่ากู้ไป๋นั้นคิดว่าการที่แยกตัวออกมาโดยเร็วจะเป็นประโยชน์มากกว่า!


กู้เฟิงยืนขึ้นและพูดว่า “ข้าเห็นด้วยกับข้อโต้แย้งของท่านกู้ไป๋ ที่ผ่านมากู้เหิงนั้นก็ได้ทำเกินเลยไปเช่นกัน การที่กู้เบ่ยนั้นคิดที่จะแก้แค้นก็มิได้ผิด และยังเป็นการเผยให้เห็นว่าสายเลือดของตระกูลกู้นั้นห้าวหาญเพียงใด คนเช่นนี้ ที่จะเหมาะสมเป็นผู้สืบทอดของตระกูลกู้!


   “และความขัดแย้งที่โลกภายนอกนั้น นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์เองก็ได้ให้การยอมรับ ก็แค่เพียงการสูญเสียแค่เล็กน้อย กลับมาร้องห่มร้องไห้และทำการร้องเรียนอีกฝ่าย การกระทำเช่นนี้มันเหมาะสมเช่นนั้นหรือ?” กู้เฟิงพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา ราวกับการเย้ยหยัน


  “ท่านผู้อาวุโสกู้เฟิง การร้องเรียนกู้เบ่ยนั้น ท่านเองก็เห็นด้วยมิใช่หรือ? เหตุใดจึงทำตัวเป็นหนูที่มีหลายหน้า ท่านมันช่างชั่วช้ายิ่งนัก!


เขาไม่คิดเลยว่า หลายปีที่พยายามสร้างความสัมพันธ์กับผู้อาวุโสทั้งสอง แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ผู้อาวุโสทั้งสองจึงได้ทำตัวเป็นศัตรูกับเขาเช่นนี้!


ผู้อาวุโสลำดับที่สามขมวดคิ้ว เขาไม่คิดเลยว่ากู้ไป๋และกู้เฟิง จะหันไปเป็นฝ่ายตรงข้ามเช่นนี้ ดูเหมือนว่าในตอนนี้กู้เหิงจะอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง แม้ว่าเขาจะให้การสนับสนุนอยู่เสมอในฐานะอาจารย์ แต่เขาก็เข้าใจดีว่ากู้เหิงนั้นก็มีชื่อเสียงที่ไม่ดีเท่าใดนัก และในตอนนี้ดูเหมือนว่าเหล่าผู้อาวุโสจะหันไปอยู่ฝ่ายกู้เบ่ย กู้เหิงคงจะหมดหวังที่จะแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลแล้ว


    “กู้เหิง ระวังคำพูดของเจ้าด้วย!” กู้เฟิงมีท่าทีไม่พอใจกับคำพูดของกู้เหิง และพูดต่อด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาว่า “จริงอยู่ ที่ก่อนหน้านี้ข้าเห็นด้วยกับการร้องเรียนกู้เบ่ย เพราะกู้เบ่ยนั้นได้ทำผิดจริง แต่เมื่อเทียบความผิดของกู้เบ่ยกับความผิดของเจ้า ความผิดของกู้เบ่ยก็ดูแล้วช่างเล็กน้อยเสียจริง!


กู้เหิงนั้นโกรธเสียจนปอดของเขาแทบจะระเบิดออกมา


มีผู้อาวุโสหลายคนที่ลุกยืนขึ้นมา


“ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยสนับสนุนท่านผู้อาวุโสกู้ไป๋และท่านผู้อาวุโสกู้เฟิง”

“พวกท่านทำกับข้าเกินไปแล้ว!


เหล่าผู้อาวุโสที่เห็นด้วยกับการร้องเรียนเรื่องกู้เบ่ย ในตอนนี้ไม่มีใครกล้าที่จะออกหน้า เมื่อได้เห็นสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว พวกเขาต้องรีบหันมาอยู่ฝ่ายกู้เบ่ยในทันที หลังจากที่ได้ไตร่ตรองดูแล้ว แม้แต่ผู้อาวุโสลำดับที่แปดและลำดับที่เก้า ก็ยังเปลี่ยนไปอยู่อีกฝ่าย การคัดเลือกตำแหน่งผู้นำตระกูล คงจะเห็นได้ชัดแล้ว ว่าในตอนนี้พวกเขาควรที่จะตัดสินใจเช่นใด


กำแพงคอยปกป้องกู้เหิงนั้นพังทะลายลงไปแล้ว


เดิมทีความสัมพันธ์ของกู้เหิงกับผู้อาวุโสเหล่านี้ล้วนสร้างขึ้นมาจากผลตอบแทน เมื่อกู้เบ่ยสามารถที่จะเสนอสิ่งตอบแทนที่มากกว่าได้ ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะใช้ประโยชน์จากผู้อาวุโสเหล่านั้น


กู้เทียนหลง กู้หยา และผู้อาวุโสท่านอื่น ๆ หันมาสบตากัน เหล่าผู้อาวุโสที่ให้การสนับสนุนกู้เบ่ย แทบจะไม่มีอะไรที่ต้องพูดออกมา เนื่องจาก กู้ไป๋ และ กู้เฟิง ผู้อาวุโสทั้งสองได้ช่วยลั่นกลองรบในการสนับสนุนกู้เบ่ยไปแล้ว พวกเขาก็ทำได้เพียงแต่รู้สึกภูมิใจ ดูเหมือนว่ากู้เบ่ยนั้นจะได้ทำอะไรมากมาย ทำให้ผู้อาวุโสเหล่านั้นหันมาให้การสนับสนุน ซึ่งนั่นก็พิสูจน์ได้ชัดเจนแล้วว่า กู้เบ่ยนั้นมีความสามารถที่จะขึ้นปกครองตระกูลกู้


และในส่วนของเหล่าผู้อาวุโสที่มีความเป็นกลาง ถ้าหากต้องเลือกระหว่างกู้เบ่ยกับกู้เหิงเพียงคนเดียว แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องเลือกกู้เบ่ยอย่างแน่นอน


แม้ว่ากู้เบ่ยจะทำเรื่องที่ผิดโดยการทำลายทะเลสาบแห่งเทพ แต่ก็อย่างน้อยเขาก็ทำต่อหน้ากู้เหิง ต่างจากกู้เหิงที่ได้แอบทำเรื่องชั่วร้ายเอาไว้ เพื่อที่จะแย่งชิงตำแหน่งถึงกับลอบวางยาพิษ กู้หลานที่เป็นพี่สาวของกู้เบ่ย การที่กู้เบ่ยนั้นเกลียดชังกู้เหิงก็จึงไม่ใช่เรื่องที่ผิด!


สำหรับในสถานการณ์เช่นนี้ กู้เหิงไม่เคยคิดมาก่อนเลยแม้แต่น้อย กู้เหิงนั้นอยู่ในสภาพที่น่าสมเพช เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้?!


เขานั้นใช้เวลาหลายปี เขาคิดว่าตัวเองนั้นอยู่ในสถานะที่จะครอบครองตระกูลกู้ได้อย่างแน่นอน เขาไม่คิดเลยว่าจะเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นมาได้

“ถือว่าในตอนนี้ ข้าจะประกาศวิธีจัดการกับปัญหาที่ได้เกิดขึ้น” กู้เทียนหลงพูดขึ้นมา


“กู้เบ่ยและกู้เหิงได้ถือว่าทำการต่อสู้กับคนในตระกูล กู้เบ่ยได้ทำผิดจริงในการทำลายทะเลสาบแห่งเทพ แต่เมื่อได้รับฟังเหตุผลแล้ว ก็พอที่จะละเว้นบทลงโทษได้ แต่เพื่อเป็นการชดใช้ให้แก่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ เจ้าต้องถูกลงโทษโดยการ ต้องบริจาคเงินให้แก่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ จำนวน ห้าแสนศิลาจิตวิญญาณ และอีก หนึ่งล้าน ศิลาจิตวิญญาณ ให้แก่ตระกูลกู้ของเรา และต้องชำระภายในเวลาสามปี จะต้องไม่ช้าเกินไปกว่านี้ ส่วนเจ้า กู้เหิง เจ้านั้นเคยทำผิดแต่ไม่เคยที่จะกลับตัวกลับใจ เฝ้าแต่จะตำหนิและกล่าวหาผู้อื่น เจ้าจะต้องถูกกักขังเป็นเวลาสามสิบปี!  ”

  “ท่านผู้นำตระกูล ช้าก่อน.....” ผู้อาวุโสลำดับที่สามกำลังจะพูดขึ้นมา แต่กู้เทียนหลงก็ได้พูดขัดจังหวะขึ้นมาว่า


 “ข้าได้ตัดสินใจแล้ว ถ้าหากผู้ใดคิดที่จะออกหน้าแทนเขา ก็จงคำนึงถึงผลที่จะตามมาเอาไว้ด้วย!” กู้เทียนหลง พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกู้เหิงมองดูอย่างเหม่อลอย เขานั้นไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย ทำไมเขาต้องเจอกับเรื่องเช่นนี้


การที่กู้เทียนหลงทำการปรับกู้เบ่ยด้วยศิลาจิตวิญญาณ ในทางหนึ่งก็คือการบริจาคให้แก่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ ในทางกลับกันเขาก็รู้ว่ากู้เบ่ยนั้นมีศิลาจิตวิญญาณอยู่เป็นจำนวนมาก มันเป็นเพียงข้ออ้างที่จะเพิ่มเติมทรัพยากรณ์ให้แก่ตระกูลเท่านั้น แต่เขาไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วกู้เบ่ยนั้นมีสมบัติอยู่มากเท่าใด ถ้าหากรู้ว่ากู้เบ่ยมีสมบัติมากเพียงไหนแล้ว เขาจะต้องรู้สึกว่าการลงโทษนี้เบามากเกินไปเป็นแน่


หนึ่งล้านห้าแสนศิลาจิตวิญญาณ สำหรับคนทั่วไปแล้ว เป็นเงินจำนวนมากยิ่งนัก


แม้ว่าการลงโทษของกู้เบ่ย ก็เพียงแค่การที่กู้เบ่ยต้องบริจาคศิลาจิตวิญญาณเท่านั้น ก็นับว่าเป็นแค่โทษสถานเบา แต่กู้เหิงนั้นต้องนั่งจ้องกำแพงที่กักขังเขาเอาไว้เป็นเวลาสามสิบปี โดยส่วนใหญ่แล้วเหล่าคนรุ่นใหม่ ในช่วงเวลาสามสิบปีควรที่จะมีประสบการณ์มากมายนัก กู้เหิงกลับต้องนั่งมองแต่ผนัง และต้องนั่งมองไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ออกมา และการบ่มเพาะพลังคงจะไม่อาจทำได้ดีนัก คงไม่อาจที่จะก้าวข้ามกู้เบ่ยและคนอื่นๆในเวลานั้นได้เป็นแน่!

กู้เหิงไม่อาจที่จะเป็นภัยคุกคามของเขาได้อีกต่อไป ผู้อาวุโสส่วนใหญ่ต่างก็ให้ยืนอยู่ฝั่งกู้เบ่ย แล้วกู้เหิงจะไปเอาอะไรมาแข่งขันกับเขาได้อีก?
เมื่อผ่านไปสามสิบปี กู้เหิงได้ถูกปล่อยออกมา ในตอนนั้นกู้เบ่ยคงจะได้อยู่ในตำแหน่งผู้นำตระกูลกู้ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นแค่เพียงการซื้อขายต่อรองราคา กู้เหิงนั้นรวบรวมผู้อาวุโสจำนวนมากเพื่อที่จะร้องเรียนกู้เบ่ย ไม่มีใครคิดเลยว่ากำแพงป้องกันของกู้เหิงจะถูกกัดกร่อน และเป็นการทำให้ตัวเขาเองต้องได้รับการลงโทษ ถ้าหากเหล่าผู้อาวุโสให้การสนับสนุนคำพูดของกู้เหิง แม้แต่กู้เทียนหลง ก็คงไม่อาจที่จะคัดค้านได้ แต่ใครจะรู้ว่า เพราะเหตุใดผู้อาวุโสเหล่านั้นกลับย้ายฝั่งมาสนับสนุนกู้เบ่ยเช่นนี้?


กู้เหิงนั้นเป็นคนหยิ่งทะนง คิดว่าตัวเองนั้นมีเส้นสายความสัมพันธ์ในการติดต่อกับเหล่าผู้อาวุโส และคิดว่าคงจะไม่มีทางที่จะพังทะลายลงได้ แต่ผลที่ปรากฏกลับเป็นดั่งที่เห็น เรื่องนี้ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งนัก!


ผู้อาวุโสลำดับที่สาม กู้อวี่ ลุกยืนขึ้น เขามองไปที่กู้เบ่ยและเดินออกจากห้องไป


กู้เบ่ยมองไปที่ ผู้อาวุโสลำดับที่สาม กู้อวี่ ที่เดินกลับออกไปเพียงลำพัง จนลับสายตาไป.............จบตอน


 รายชื่อผู้อาวุโสตระกูลกู้ที่เคยปรากฏชื่อออกมา
กู้เทียนหลง        ผู้นำตระกูล
กู้หยา               ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่ง
กู้อวี่                 ผู้อาวุโสลำดับที่สาม อาจารย์ของกู้เหิง
กู้ไป๋                 ผู้อาวุโสลำดับที่แปด
กู้เฟิง                ผู้อาวุโสลำดับที่เก้า


แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง