test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

27 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 413 听我一句 ฟังข้าก่อน


เนื่องจากการขัดแย้งของเวลา เนี่ยลี่จึงยังสับสนอยู่เล็กน้อย


การนั่งบ่มเพาะพลังอย่างยาวนานถึงยิ่สิบปี แต่กลับผ่านไปแค่พริบตา ราวกับว่าเขาจมอยู่กับความฝันอันยาวนาน และถูกกระชากกลับมายังโลกแห่งความจริง


จริง ๆ แล้วการนั่งสมาธิ เป็นการบ่มเพาะพลังที่มีความก้าวหน้าน้อยยิ่งนัก แต่ถึงจะช้าแต่ก็เป็นการฝึกโดยทั่วไป และต้องใช้เวลาในการฝึกเนิ่นนาน แต่ในการที่ก้าวไปถึงจุดที่จะบรรลุขั้นถัดไป การบ่มเพาะพลังเพียงอย่างเดียว ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์เขานั้นใกล้ที่จะบรรลุระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์แล้ว เขาจะต้องหาทางที่จะทะลวงผ่านไปให้ได้!

เนี่ยลี่ทำการควบคุมพลังจากการบ่มเพาะพลังให้อยู่ในสถานะที่มั่นคง เขามองไปที่เซี่ยวหยู่และยิ้มพร้อมกับพูดว่า “ข้านั้นได้เข้าสู่สภาวะที่แปลกออกไป แต่มันเยี่ยมยอดยิ่งนัก การบ่มเพาะพลังของข้าจึงได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้!

“ข้าไม่ได้รบกวนเจ้าใช่ไหม?” เซี่ยวหยู่พูดขอโทษ เพราะนางนั้นได้ตะโกนเรียกเนี่ยลี่หลายครั้ง

“ไม่ได้รบกวนเลย!” เนี่ยลี่โบกมือพร้อมกับพูดปฏิเสธ

ในขณะเดียวกัน เจตจำนงของตำหนักซีอิงเสิ่น ก็กำลังจับตาดูเนี่ยลี่อยู่

“เจ้าเด็กคนนี้ครอบครองทั้งจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ แล้วยังทำตัวดั่งขโมย แย่งชิงเอาสมบัติในตำหนักซีอิงเสิ่นของข้า แม้แต่ ค่ายกลเทพวิญญาณ [虚影神] เจ้าก็ยังไม่ยอมละเว้น 


       ข้าเคยคิดว่าความลับที่ข้าซุกซ่อนเอาไว้ในตำหนักซีอิงเสิ่นนั้นมีมากมายแล้ว ข้าไม่คิดเลยว่า ในตัวของเจ้าเด็กผู้นี้จะมีความลับอื่น ๆ ที่น่ากลัวซุกซ่อนอยู่เช่นกัน!” เจตจำนงของตำหนักซีอิงเสิ่น นั่งบ่นอยู่กับตัวเอง แล้วก็หัวแระออกมาแปลกๆ และพูดขึ้นมาอีกว่า

“ข้าอยากจะรู้ว่า หลังจากที่เจ้าทำลายแกนกลางของตำหนักซีอิงเสิ่นนี้แล้ว สุดท้ายเจ้าจะทำอะไรต่อไป!

หลังจากนั้นเจตจำนงของตำหนักซีอิงเสิ่น ก็หายวับไป

เนี่ยลี่สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของเจตจำนงของตำหนักซีอิงเสิ่น เขาจับจ้องไปที่ แกนกลางของตำหนักซีอิงเสิ่น ในตอนนี้เขาอยู่ในระดับดาราวิญญาณขั้นที่เก้า การรับรู้ของเขานั้นเฉียบคมขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก


เขานั้นยังไม่รู้ว่า เจตจำนงของตำหนักซีอิงเสิ่น นั้นคืออะไรกันแน่ แต่จากการไตร่ตรองของเนี่ยลี่ เจ้าสิ่งนั้นมิได้เป็นสิ่งมีชีวิต ถ้าไม่เช่นนั้น มันคงไม่ต้องการแย่งชิงร่างกายของเขาเป็นแน่
เจตจำนงของตำหนักซีอิงเสิ่นเช่นนั้นหรือ?
มันเป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อย!


เนี่ยลี่เข้าใจว่า ถ้าหากเขาคิดที่จะทำลายแกนกลางของตำหนักซีอิงเสิ่นที่มีขนาดใหญ่กว่าพันหมี่นี้ ก็เป็นเรื่องที่ลำบากไม่น้อย ดังนั้นเนี่ยลี่จึงยังไม่คิดที่จะทำเรื่องดังกล่าว คงจะต้องรอไปอีกสักพักใหญ่ก่อนที่เขาจะทำลายมัน


ตราบเท่าที่อยู่ในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ เนี่ยลี่เชื่อว่าเจ้าสิ่งนั้นไม่มีทางที่จะหลบหนีไปที่ไหนได้!


แม้ว่าเขานั้นจะอยู่ในระดับดาราสวรรค์ขั้นที่เก้า แต่ความแข็งแกร่งเพียงเท่านี้ มันยังไม่เพียงพอ


เขาคิดจะหลบซ่อนอยู่ในจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำอีกสิบวัน เพื่อให้มั่นใจว่าปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงจะไม่กลับมา เมื่อถึงเวลานั้นเขาจึงจะออกไปจาก จิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ


เนี่ยลี่มองดูไปโดยรอบ ในจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำโดยการบินผ่านไป เขานั้นพุ่งลงไปยังที่ทะเลสาบแห่งเทพแห่งหนึ่ง ด้วยการสะบัดแขนขวาของเขาหนึ่งครั้ง ก็สามารถเก็บศิลาจิตวิญญาณทั้งหมดเข้าไปเก็บไว้ในแหวนได้


ทะเลสาบแห่งเทพนั้นได้รับการหล่อเลี้ยงจากจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำมาเป็นเวลานานแล้ว และในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะต้องเก็บเกี่ยว


ในตอนนี้เนี่ยลี่เก็บเกี่ยวศิลาจิตวิญญาณได้กว่าสามแสนก้อน และศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณอีกกว่าห้าร้อยก้อนจากทะเลสาบแห่งเทพนี้


หลังจากที่เก็บศิลาจิตวิญญาณและศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณพวกนี้ไว้หมดแล้ว เนี่ยลี่ก็มุ่งหน้าไปยังทะเลสาบแห่งเทพแห่งที่สอง


หลังจากที่เขาได้เก็บเกี่ยวศิลาจิตวิญญาณและศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณจากทะเลสาบแห่งเทพทั้งห้าสิบแห่ง ทั้งหมดแล้ว


จากการประเมินคร่าว ๆ แค่เพียงศิลาจิตวิญญาณ ก็น่าจะมีกว่า ยี่สิบล้านก้อน และ ศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณอีกกว่าสามหมื่นก้อน เป็นจำนวนมากมายชวนให้ตื่นตกใจยิ่งนัก เนี่ยลี่คำนวนดูแล้ว ความมั่งคั่งของเขาน่าจะราว ๆ ครึ่งหนึ่งของทั่วทั้งนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ เลยทีเดียว!

เขาจะใช้ศิลาจิตวิญญาณพวกนี้ในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้สูงยิ่งขึ้น


ถ้าไม่เช่นนั้นก็คงจะไม่ก่อประโยชน์อันใด!
เนี่ยลี่แอบคิดได้ว่า เขานั้นได้พบอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ เหตุใดเขาจึงลืมวิธีนี้ไปได้นะ?

สิบห้าวันต่อต่อ

เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลกู้ มารวมตัวกันที่ตระกูลกู้เพื่อที่จะหารือเกี่ยวกับการที่กู้เบ่ยได้ทำลายทะเลสาบแห่งเทพ


ภายในห้องโถงใหญ่ ผู้นำตระกูลกู้ กู้เทียนหลง [顾天龙 : เจตจำนงของมังกรสวรรค์] นั่งอยู่ที่ด้านหน้าสุด และที่นั่งด้านข้างทั้งสองฝั่งจะเป็นเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลกู้ กู้เบ่ย รวมทั้ง สมาชิกและลูกหลานของตระกูลกู้ ยืนอยู่ตรงกลางห้องโถง

“สำหรับเรื่องนี้ ข้าคิดว่าญาติผู้น้องกู้เบ่ยนั้นทำเกินไป ขอให้ท่านผู้นำตระกูลและท่านผู้อาวุโสทั้งหลายโปรดให้ความเป็นธรรมแก่ข้าด้วย! ” กู้เหิงประสานมือคารวะพร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยท่าทีที่โศกเศร้ายิ่งนัก และพูดต่ออีกว่า

“ถ้าหากคำนึงเรื่องของตระกูลกู้ของพวกเราแล้ว ทุกคนที่อยู่ที่นี้ต่างก็เป็นเครือญาติกัน ถ้าหากญาติผู้น้องกู้เบ่ยนั้นคิดที่จะขึ้นครองตำแหน่งผู้นำตระกูล ก็ควรจะเห็นแก่คนในตระกูลบ้าง!


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของกู้เหิง เหล่าคนรุ่นใหม่ของตระกูลกู้ก็มองหน้าและแอบพูดคุยกัน

“ข้าไม่คิดเลยว่าญาติผู้พี่กู้เหิง จะพ่ายแพ้ย่อยยับถึงเพียงนี้!


   “ข้าได้ยินมาว่าญาติผู้พี่กู้เบ่ย ได้จัดตั้งกองกำลังขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้ และมันก็เติบโตอย่างรวดเร็วมาก! แต่ข้าก็ไม่คิดเลยว่าจะสามารถเอาชนะญาติผู้พี่กู้เหิงได้ เรื่องนี้มันเกินกว่าจะคาดคิดจริง ๆ!


    “จริง ๆ แล้วญาติผู้พี่กู้เหิง ยังมิได้พ่ายแพ้ แต่ญาติผู้พี่กู้เบ่ยได้ใช้วิธีการบางอย่าง ในการทำลายทะเลสาบแห่งเทพของญาติผู้พี่กู้เหิง!


   “การทำลายทะเลสาบแห่งเทพ เรื่องนี้เป็นการกระทำที่เกินเลยมากไปจริง ๆ สำหรับคนในตระกูลเดียวกัน!


   “ญาติผู้พี่กู้เหิงนั้นปฏิบัติกับทุกคนเป็นอย่างดี กู้เบ่ยนั้นก้าวร้าวยิ่งนัก ถ้าหากว่ากู้เบ่ยนั้นได้ขึ้นครองตำแหน่งผู้นำตระกูล สำหรับพวกเราที่เป็นคนในตระกูล จะยังเหลือทางเดินให้กับพวกเราอีกบ้างไหม?” เสียงขึ้นมาจากชายผู้หนึ่ง ซึ่งฟังดูแล้วมีความลำเอียงเข้าข้างกู้เหิงอย่างเห็นได้ชัด


หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้น กู้เบ่ยถึงกับขมวดคิ้ว เขาหันหน้าไปที่ กู้เทียนหลง ที่อยู่ด้านบน จากนั้นก็ประสานมือคาวระและพูดออกไปว่า “ที่โลก


ภายนอกนั้น ญาติผู้พี่กู้เหิงได้รวมรวมกองกำลังจากบุคคลภายนอก เพื่อที่จะทำลายกองกำลังอสูรของข้า แล้วจะไม่ให้ข้านั้นตอบโต้เลยเหรืออย่างไร? การที่ญาติผู้พี่กู้เหิงนั้นพ่ายแพ้ แล้วมาร้องห่มร้องไห้ในที่แห่งนี้ และสมคบคิดกับผู้อาวุโสบางท่านเพื่อกล่าวหาข้า ด้วยเจตจำนงนี้ พวกท่านคงจะสามารถมองออกได้ไม่ยากนัก!


กู้เหิงจ้องมองไปที่กู้เบ่ยด้วยสายตาอันเย็นชา และพูดขึ้นมาว่า “ก็จริงอยู่ที่โลกภายนอกนั้นต่างก็มีการชิงชัยกัน แต่ญาติผู้น้องกู้เบ่ยก็ทำเกินไป ถึงกับทำลายทะเลสาบแห่งเทพของข้า จริง ๆ แล้วเป็นแค่การต้องการระบายความเคียดแค้นใช่หรือไม่? ทะเลสาบแห่งเทพทั้งหมดของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์มีอยู่สักกี่แห่งกัน หรือว่าญาติผู้น้องกู้เบ่ยนั้นจะเป็นสายที่นิกายเทพอสูรส่งมากันแน่?

“พวกเจ้าทั้งสองจงหุบปาก!” กู้เทียนหลงตะโกนออกไปเสียงดัง และพูดต่ออีกว่า

“ข้านั้นสั่งสอนลูกหลานในตระกูลกู้ ให้ทำงานร่วมกันดั่งปลาคู่ในราศีมีน แต่พวกเจ้าทั้งสองคนกลับห้ำหั่นกันเองก็มากเกินพอแล้ว แล้วยังจะมาโต้เถียงกันในตระกูลอีก ถ้าเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป ตระกูลกู้ของเราคงจะต้องอับอายขายขี้หน้าเป็นแน่!
กู้เทียนหลงนั้นแข็งแกร่งและมีอำนาจยิ่งนัก กู้เหิงและกู้เบ่ยถึงกับกลัวที่จะพูดอะไรออกมา

“แล้วท่านผู้อาวุโสทั้งหลายเห็นควรเช่นใดบ้าง?” กู้เทียนหลงกวาดสายตาชำเลืองมองเหล่าผู้อาวุโสที่นั่งอยู่สองฝั่งด้านข้าง


ผู้อาวุโสลำดับที่สาม กู้อวี่[顾羽: เจตจำนงแห่งขนนก] พูดขึ้นมาว่า “เดิมทีแล้วกู้เหิงก็เป็นศิษย์ของข้า ข้าก็ไม่ควรที่จะออกความเห็น แม้ข้าอาจจะถูกกล่าวหาว่าลำเอียง แต่ข้าก็จำเป็นที่จะต้องพูดออกไป การทำลายทะเลสาบแห่งเทพนั้น จะต้องได้รับการลงโทษ ไม่ใช่เช่นนั้นแล้ว ถ้าหากเกิดเหตุการณืเช่นนี้เกิดขึ้นอีก จำนวนของทะเลสาบแห่งเทพจะลดน้อยลงไปอีก!

“ผู้อาวุโสท่านอื่นมีความเห็นอื่นใดอีกหรือไม่?


กู้หยา ที่นิ่งเงียบอยู่ พูดขึ้นมาว่า “ข้าว่าเรื่องนี้มีสาเหตุที่ซับซ้อน พวกเราควรที่จะพิจารณาให้รอบคอบ!

“ช่วยฟังข้าก่อนได้หรือไม่?” ผู้อาวุโสที่อยู่ถัดไปอีกคนลุกขึ้นพูด


เขาคือผู้อาวุโสลำดับที่แปด กู้ไป๋!


อาวุโสลำดับที่แปดนั้นมักจะเข้าข้างกู้เหิงอยู่เสมอ เรื่องนี้ทุกคนยืนยันได้อย่างชัดเจน ดูเหมือนว่ากู้เหิงจะเตรียมการทุกอย่างมาเป็นอย่างดี ในตอนนี้กู้เบ่ยต้องพบกับปัญหาใหญ่ การที่กู้เบ่ยทำลายทะเลสาบแห่งเทพ เป็นความผิดพลาดอย่างแท้จริง ถ้าหากต้องถูกลงโทษจริง ๆ น่าจะได้รับการลงโทษที่รุนแรงมากเป็นแน่.................จบตอน  

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง