test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

25 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 411 际遇? โชคลาภ?


เนี่ยลี่ยังคงดูดซับพลังสวรรค์ที่อยู่โดยรอบอย่างต่อเนื่องบรรยากาศภายในจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำเริ่มที่จะปั่นป่วน


เซี่ยวหยู่เริ่มที่จะรู้สึกหวาดกลัว กับการปั่นป่วนของพลังสวรรค์ ที่เปลี่ยนแปลงไปเพราะการบ่มเพาะพลังของเนี่ยลี่ มันช่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ในตอนนี้มีความเป็นไปได้ที่เนี่ยลี่จะบรรลุไปจนถึงระดับอันสูงส่งได้


นางนั้นไม่ต้องการให้มีความห่างชั้นมากเกินไปของความแข็งแกร่งระหว่างนางและเนี่ยลี่ นางจึงเริ่มตั้งสมาธิกับการบ่มเพาะพลัง ในใจของนางนั้นได้ยินเสียงคำชี้แนะก้องกังวาลมาจากที่ ที่ห่างไกลด้วยการชี้แนะจากเสียงนี้ สติของนางเริ่มที่จะหายไป ราวกับว่ากำลังนอนหลับ


เวลาในจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ ก็ผ่านไปอย่างช้า ๆ


ณ ตระกูล กู้


ผู้อาวุโสลำดับที่แปด กู้ไป๋ [顾白 เจตจำนงสีขาว] ในห้องประชุมลับของตระกูล


“ท่านอาแปด ไม่ทราบว่าท่านพอที่จะหารือกับข้าได้หรือไม่ ดูเหมือนว่าท่านเองก็กังวลไม่น้อยสินะ? ข้าได้ยินมาว่ากู้เหิงนั้น ไม่ได้ปฏิบัติต่อท่านดีเท่าใดนัก เมื่อเทียบกับท่านอาสามและอาหก!” กู้เบ่ยยิ้มและจ้องไปที่หน้าของชายชรา


ชายชราที่สวมชุดคลุมสีขาวที่อยู่ตรงหน้าเขาก็คือ ผู้อาวุโสลำดับที่แปดของตระกูลกู้ กู้ไป๋


กู้ไป๋ชำเลืองมองกู้เบ่ยเล็กน้อย และพูดออกไปว่า “กู้เบ่ย การที่เจ้านั้นทำลายทะเลสาบแห่งเทพนี้เป็นการกระทำที่ เลวร้ายจนเกินไป แม้ว่าจะเป็นการแข่งขันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำให้อีกฝ่ายถึงกับหมดสิ้นหนทางถึงเพียงนี้ การที่กู้เหิงนั้นกล่าวหาเจ้า ในฐานะที่ข้าเองนั้นก็เป็นผู้อาวุโสลำดับที่แปด ข้าต้องปฏิบัติอย่างยุติธรรมเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เห็น!


กู้เบ่ยได้แต่แอบโต้แย้งในจิตใจ กู้ไป๋ผู้นี้หาได้สนใจเรื่องความชอบธรรมไม่ เพราะเป็นคนที่เห็นแก่ทรัพย์สินเงินทองเท่านั้น เหตุใดกู้เบ่ยจะไม่รู้ว่า กู้เหิงนั้นได้มอบผลประโยชน์ให้แก่กู้ไป๋มามากมายแล้ว


แม้ว่ากู้เบ่ยจะคิดเช่นนั้น แต่เขาก็ต้องแสร้งทำเป็นยิ้มและพูดกลับไปว่า “ผู้อาวุโสกู้ไป๋นั้นเป็นผู้ทรงความยุติธรรมแค่ไหน ข้าเองนั้นก็ทราบดี แต่เรื่องการทำลายทะเลสาบแห่งเทพในคราวนี้


 ท่านได้ฟังเรื่องราวจากทางกู้เหิงเพียงฝั่งเดียว ข้าก็แค่ขโมยรากเทวะมาจากทะเลสาบแห่งเทพของเขาเท่านั้น การที่เขานั้นไร้ความสามารถที่จะปกป้องเอาไว้ได้ เขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะต่อว่าผู้ใดได้!
กู้ไป๋เคาะนิ้วลงบนที่โต๊ะและพูดขึ้นมาอย่างไม่สนใจใยดีนักว่า “นี่เจ้าพูดเรื่องอะไรกันแน่?


       “ข้ารู้ว่ากู้เหิงนั้นได้มาหาท่านอาแปดแล้ว แต่ข้าขอให้ท่านอาแปดอย่าได้เชื่อคำโกหกมดเท็จเหล่านั้น นี่คือของขวัญเล็กน้อยที่ข้านำติดมือมาฝากท่านอาแปด ท่านอาแปดโปรดรับเอาไว้ด้วย เรื่องที่ข้าพูดไปนั้นขอให้ท่านตัดสินใจตามแต่สมควร แน่นอนว่าข้าจะต้องกลับมาขอบคุณท่านอีกแน่นอน” กู้เบ่ยนำถุงผ้าออกมาจากแหวนห้วงมิติสำหรับเก็บของ และส่งไปที่ด้านหน้าของกู้ไป๋ และประสานมือคารวะ


กู้ไป๋ขยับมุมปากด้วยท่าทีที่ดูแคลน และพูดออกไปว่า “เจ้าหลานชายกู้เบ่ย นี่เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกัน?” กู้ไป๋โบกมือขวาของเขา ถุงผ้านั้นก็เปิดออก เขาพบว่ามีศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณหลายสิบก้อนอยู่ในนั้น และมีของวิเศษระดับหกอยู่ในนั้นด้วย


เมื่อเห็นของเหล่านี้ คิ้วของกู้ไป๋ถึงกับกระตุกด้วยความตกใจ ด้วยตำแหน่งผู้อาวุโสของเขานั้น เขาก็มีสมบัติแค่เพียงไม่กี่แสนศิลาจิตวิญญาณเท่านั้น ศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณหลายสิบก้อนที่กู้เบ่ยมอบให้นี้ ก็มีค่านับหมื่นศิลาจิตวิญญาณแล้ว และของวิเศษระดับหกชิ้นนี้ ก็มีค่าเท่ากับสมบัติที่เขามีครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว



[ศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณหนึ่งก้อนมีค่าเท่ากับศิลาจิตวิญญาณหนึ่งพันก้อน]


       “ข้าได้ยินมาว่า ญาติผู้พี่กู้เหิง มอบศิลาจิตวิญญาณให้แก่ท่านอาแปด ไม่กี่พันก้อน  เขาช่างตระหนี่ถี่เหนียวยิ่งนัก ถ้าหากท่านอาแปดตัดสินใจที่จะสนับสนุนข้า ข้าก็พร้อมที่จะเตรียมของขวัญให้แก่ท่านอีกมากมาย” กู้เบ่ยเผยรอยยิ้ม และพูดต่ออีกว่า   
“ข้ารู้ว่าการบ่มเพาะพลังของท่านอาแปดนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบากยิ่งนัก และจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมาก ในภายภาคหน้าหากหลานชายผู้นี้พอจะมีอะไรช่วยเหลือท่านได้ ขอให้ท่านอาแปดเอ่ยปากมาได้ทุกเมื่อ!


     “เหตุใดหลานชายกู้เบ่ย ของข้าจึงพูดเช่นนี้? สำหรับเรื่องของหลานชายกู้เบ่ยในคราวนี้ ในฐานะที่ข้าเป็นอาของเจ้า แน่นอนว่าข้าต้องให้การช่วยเหลือเจ้าอยู่แล้ว!” กู้ไป๋หัวเราะพร้อมกับพูดออกมา


       “ขอบคุณท่านมาก เมื่อท่านอาแปดพูดเช่นนี้ หลานชายผู้นี้ก็รู้สึกเบาใจ! จากนี้ไปหลานชายผู้นี้คงต้องไปคารวะท่านอาเก้า ข้าจึงขอกล่าวลาท่านเพียงเท่านี้ก่อน!  กู้เบ่ยพูดพร้อมกับลุกยืนขึ้น


“ก็ดี! ขอให้หลานชายกู้เบ่ยเดินทางปลอดภัยนะ!” กู้ไป๋ลุกยืนขึ้น และไปส่งกู้เบ่ยที่ประตู จนกู้เบ่ยเดินลับตาไป เขามองกลับไปที่โต๊ะ แล้วพูดขึ้นมาว่า 


“เจ้าเด็กกู้เบ่ยผู้นี้ ช่างใจถึงยิ่งนัก กู้เหิงเอ๋ยกู้เหิง เจ้าจะเอาอะไรไปแข่งกับเขาได้?
กู้เถิงกระซิบถามกู้เบ่ยว่า “นายน้อย ท่านกู้ไป๋จะยอมเชื่อที่ท่านพูดจริง ๆ เช่นนั้นหรือ?


    “ท่านกู้ไป๋ ผู้นี้เป็นคนที่หวังผลตอบแทนยิ่งกว่าความชอบธรรม เป็นพวก หนูที่มีหลายหน้า[首鼠两端 : เทียบได้กับสำนวนนกสองหัว] ถ้าข้ามอบของขวัญแก่เขาอย่างเป็นรูปธรรม ข้าเชื่อว่าจะไม่ถูกเขาแว้งกัดเป็นแน่” กู้เบ่ยพูดพร้อมกับหัวเราะ หลายปีที่ผ่านมาในตระกูลกู้ ทำให้ข้ารู้นิสัยของเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลกู้เป็นอย่างดี


   “กู้เหิงนั้นเป็นคนที่ฉลาดมีไหวพริบในเรื่องชั่วร้าย ก็ย่อมที่จะดึงดูดคนประเภทเดียวกัน เหล่าผู้อาวุโสที่สนับสนุนเขานั้นก็หาได้เป็นคนดีมากนัก เขาต้องค่อย ๆ แยกคนเหล่านั้นออกมาทีละคน!


พวกเขาเหล่านั้นมีเพียงแค่ไม่กี่คน รวมไปถึงผู้อาวุโสอีกคนที่พวกเขากำลังจะไปเยี่ยมเยือนในตอนนี้


ณ บ้านพักของกู้เหิง


“เรียนนายน้อย! กู้เบ่ยกับคนของเขา หลังจากที่ไปพบท่านผู้อาวุโสลำดับที่แปด ก็กำลังเดินทางไปเยี่ยมผู้อาวุโสลำดับที่เก้าขอรับ!” คนรับใช้วิ่งมารายงานแก่กู้เหิงอย่างเร่งรีบ


กู้เหิงยิ้มอย่างเย้ยหยันและพูดขึ้นมาว่า “เจ้ากู้เบ่ยคิดว่าการเข้าหาผู้อาวุโสเหล่านี้ คิดที่จะให้ผู้อาวุโสเหล่านี้ให้การสนับสนุนเขาสินะ? เขาช่างอ่อนหัดยิ่งนัก ระหว่างข้ากับผู้อาวุโสเหล่านั้น ข้าผูกมิตรกับพวกเขานับสิบปี และยังส่งมอบของขวัญให้แก่พวกเขาในทุกๆปี การที่กู้เบ่ยคิดที่จะให้ผู้อาวุโสเหล่านี้ ให้การสนับสนุนเขา มันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้!
หลังจากที่กู้เหิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดขึ้นมาว่า 

“เจ้าจงไปจับตาดูกู้เบ่ยต่อไป!

“ขอรับ!” คนรับใช้ตอบกลับพร้อมกับพยักหน้า และกลับออกมา


ภายในตระกูลกู้ มีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบ ๆ


ภายในตระกูลกู้นี้ ผู้อาวุโสส่วนใหญ่ ล้วนวางตัวเป็นกลาง พวกเขาไม่สนใจเรื่องอื่นนอกจากการบ่มเพาะพลังของตนเองเท่านั้น นอกจากนั้นก็มีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ที่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับกู้เหิง


ถ้าหากไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากเนี่ยลี่ กู้เบ่ยคงจะทำไม่ได้ถึงเพียงนี้เป็นแน่ แต่เมื่อมีการสนับสนุนจากเนี่ยลี่ กู้เบ่ยก็สามารถทำได้ทุกสิ่งโดยที่ไม่ต้องกังวล เนี่ยลี่นั้นได้มอบศิลาจิตวิญญาณ มากพอที่จะใช้ได้อีกหลายปี


มันยากที่จะคิดได้ว่า เนี่ยลี่นั้นได้ศิลาจิตวิญญาณมามากมายมาจากที่ไหน แม้ว่าพอที่จะคาดเดาได้ว่าเกี่ยวกับรากเทวะ  แต่กู้เบ่ยเองก็ไม่คิดที่จะสอบถามในเรื่องนี้ เพราะถ้าหากสักวันที่เนี่ยลี่ต้องการที่จะบอก เขาก็จะบอกออกมาเอง



ณ ตระกูล ผนึกมังกร


หลงเทียนหมิงนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างเงียบ ๆ พร้อมกับชายชราที่สวมเสื้อคลุมสีเทา และฟังการรายงานจากคนรับใช้ชายชราผู้นี้มีคิ้วดกดำ ผิวของเขาเรืองแสงเป็นสีเทาเงิน ดวงตามีประกายอันหนาวเหน็บ

“การเติบโตของกองกำลังอสูรนั้นรวดเร็วยิ่งนัก ช่างน่าตื่นตกใจไม่น้อย ในความเห็นของข้า กู้เหิงคงไม่อาจที่จะรับมือกู้เบ่ยได้เป็นแน่” ชายชราส่ายหน้า ถอนหายใจ พร้อมกับพูดขึ้นมา

“แค่เพียงกู้เบ่ยก็ยังไม่อาจที่จะกำจัดได้ มันก็แค่ขยะชิ้นหนึ่ง เสียแรงที่เราให้การสนัยสนุนเขา!” หลงเทียนหมิง พูดออกมาด้วยความรู้สึกน่ารำคาญ

“กู้เหิงนั้นเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมตระกูลกู้ของพวกเรา พวกเราจะปล่อยให้เขายอมแพ้กู้เบ่ยอย่างง่ายดายเช่นนี้ไม่ได้ ถ้าไม่เช่นนั้น เรื่องที่พวกเราได้ทำก่อนหน้านี้ก็จะสูญเปล่า!” ชายชราพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว และพูดต่ออีกว่า

“แต่ดูเหมือนว่ากู้เหิงในตอนนี้ไม่อาจที่จะทำอะไรได้ เพราะสถานการณ์ทางการเงินของเขา ก็มีไม่เพียงพอ!

   “ตอนที่กลับมาจากตำหนักซีอิงเสิ่น ข้าได้เก็บเกี่ยวสมบัติมาไม่น้อย นี่คือศิลาจิตวิญญาณสามแสนก้อน จงนำไปมอบให้กับเหล่าผู้อาวุโสของกู้เหิง แม้ว่าอาจจะทำให้กู้เหิงดูไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ยังพอที่จะถ่วงเวลาเอาไว้ได้บ้าง เมื่อเวลาผ่านไป จนถึงเวลาที่เหมาะสม พวกเราจะทำให้กู้เบ่ยเป็นดั่งกู้หลาน กลายเป็นแค่คนพิการ” หลงเทียนหมิงเผยรอยยิ้มอันชั่วร้าย และดวงตาเป็นประกายอมหิต


    “อะไรกัน? เทียนหมิง เจ้านั้นได้สัมผัสโชคลาภจากการเข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่นด้วยเช่นนั้นหรือ?” ชายชราในชุดคลุมสีเทาถามด้วยความแปลกใจ



    “ข้าหาได้สัมผัสโชคลาภอันใดไม่ ก็แค่เก็บเกี่ยวศิลาจิตวิญญาณมาได้จำนวนหนึ่งเท่านั้น” หลงเทียนหมิงยิ้มและหลบสายตาราวกับว่าปิดบังอะไรบางอย่างเอาไว้...................จบตอน 


แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง