test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

25 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 410 命星 ดาราสวรรค์


ด้วยพลังของสายเลือดอสูรดั้งเดิม เนี่ยลี่ทำการโคจรพลังผ่านจุดชีพจร เช่นเดียวกับการเลื่อนไหลของลาวา เลือดที่เดือดพล่านไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างของเขาด้วนคลื่นพลังอันร้อนแรงนี้ยังโคจรผ่านเส้นชีพจรทั่วร่างของเนี่ยลี่


พลังจากการสังเวยเลือดอสูร ทำให้การบ่มเพาะพลังของเนี่ยลี่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ในห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ ตรงใจกลางของชะตาวิญญาณดวงที่เก้า ปรากฏดวงดารา ดวงเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นมา ทันใดนั้นก็ระเบิดแสงประกายออกมา รูปร่างของมันเปลี่ยนแปลงไปดูสวยสะดุดตา เนี่ยลี่รู้สึกราวกับว่าร่างกายจะระเบิด ทุกครั้งที่ดวงดาราส่องประกาย แต่ละส่วนของร่างกายของเขาก็แทบจะระเบิดออกมา


ร่างกายของมนุษย์มีเซลล์เล็ก ๆ อยู่นับร้อยล้านเซลล์ ซึ่งแต่ละเซลล์นั้นก็แฝงไปด้วยพลังอันไร้ที่สิ้นสุดภายใต้ดวงดาราที่ส่องประกายนี้ ควบคุมให้พลังของเขาถูกกระตุ้นออกมาเพื่อที่จะเลื่อนระดับ


ทันใดนั้นเนี่ยลี่ก็ลืมตาขึ้นมา มีคลื่นพลังที่แผ่พุ่งออกมา ลมปราณของเขาก็เพิ่มสูงมากขึ้น ดาราประกายแสงออกมาสว่างยิ่งขึ้น แสงสว่างเจิดจ้าจนบดบังชะตาวิญญาณทั้งหมด


ขอบเขตดาราสวรรค์ ขั้นที่หนึ่ง!


เมื่อเทียบกับการเพิ่มระดับก่อนหน้านี้ ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่า


คนส่วนใหญ่ที่บรรลุระดับดาราสวรรค์ขั้นที่หนึ่ง พวกเราจะต้องรีบทำการบ่มเพาะพลังเพื่อให้พลังเกิดความมั่นคง แต่เนี่ยลี่กลับต่างออกไป พลังงานสวรรค์จะพุ่งเข้าไปผสานโดยตรง และเข้าไปเติมเต็ม ดาราวิญญาณ [ดวงดาราที่อยู่ตรงกลางชะตาวิญญาณ] ทำให้ดวงดารานั้นเปร่งประกายยิ่งขึ้น จากการกระตุ้น ดาราวิญญาณนี้ ทำให้ความแข็งแกร่งของร่ายกาย ในแต่ละส่วนของเนี่ยลี่ เพิ่มขึ้นอย่างมากอีกครั้ง


ตูมม! ตูมม! ตูมม!


พลังวิ่งพล่านไปทั้งร่างของเนี่ยลี่ ราวกับว่าจะเกิดระเบิดขึ้นอีกครั้ง


แต่เนี่ยลี่นั้นเข้าใจดี ตอนนี้เขาได้รวมเข้ากับเลือดอสูรดั้งเดิม ร่ายกายของเขาไม่มีทางที่จะระเบิดออกมาได้โดยง่าย ดังนั้นเขาจึงทำการเพิ่มพลังให้ ดาราวิญญาณของเขาอย่างต่อเนื่อง


เขาจะไม่ยอมที่จะพลาดโอกาสนี้ ในชีวิตนี้โอกาสที่จะได้เลือดอสูรดั้งเดิมมาอีกครั้งเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก


ในขณะที่เขาใช้พลังงานสวรรค์เพิ่มพลังให้แก่ ดาราวิญญาณ เขายังคงใช้เทคนิคการบ่มเพาะพลัง [เทพวิถีฟ้า] อย่างต่อเนื่อง และได้ใช้บทที่สองของ เทคนิคการบ่มเพาะพลัง [เทพวิถีฟ้า] การสงบใจ
 “กายานั้นไร้รูป รูปลักษณ์ก่อเกิดที่จิตใจ จิตใจนั้นไร้รูป..........” เนี่ยลี่ทำสมาธิอย่างต่อเนื่อง และพยายามที่จะกระตุ้นพลังจากการสังเวยเลือดอสูรอีกครั้ง


ในขณะที่เนี่ยลี่ทำการบ่มเพาะพลังอยู่นั้น เจตจำนงบางอย่างก็ปรากฏขึ้นมาอย่างเบาบาง


“ครอบครองทั้งจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ และเทคนิคการบ่มเพาะพลังขั้นสูงสุด และยังมีพลังจากการสังเวยเลือดอสูร ผู้ที่จะครอบครองสิ่งเหล่านี้ไม่ธรรมดายิ่งนัก....” เจตจำนงนั้นพูดขึ้นมาอย่างแผ่วเบา


ยอดฝีมือระดับดาราสวรรค์ ที่มีลมปราณอันแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ หาได้ไม่ง่ายนัก


“แต่น่าเสียดายร่างกายของเจ้า กำลังจะตกเป็นของข้าแล้ว!” เจตจำนงดังกล่าวหัวเราะ และพุ่งเป็นลำแสงอันหนาวเหน็บเข้าหาตัวเนี่ยลี่


เมื่อลำแสงอันหนาวเหน็บ กำลังจะเข้าไปในร่างของเนี่ยลี่ เนี่ยลี่ก็ลืมตาขึ้นในทันที มีเสียงดัง ฟุ่บบ! แล้วเขาก็หายไปจากจุดที่นั่งอยู่นั้นทันที


ลำแสงอันหนาวเหน็บพุ่งเข้าหาเพียงความว่างเปล่า และสงสัยว่าเนี่ยลี่นั้นหายไปไหน เนี่ยลี่นั้นได้หายตัวห่างออกไปหลายลี้


“ในที่สุด ข้าก็หาเจ้าพบ!” เนี่ยลี่จับจ้องไปทางเจตจำนงนั้น แม้ว่าเขาจะทำการบ่มเพาะพลังอยู่ เขาก็ยังรับรู้ถึงทุกการเคลื่อนไหวในจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ และเขาได้เตรียมการณืเอาไว้แล้ว


ในที่สุดเนี่ยลี่ก็มองเห็นตัวจริงของเจตจำนงนี้อย่างชัดเจน มันเป็นกลุ่มก้อนหมอกควันสีฟ้า และไม่มีร่างกายที่แท้จริง


“ข้าไม่คิดเลยว่า แม้แต่ตอนที่เจ้าบ่มเพาะพลังอยู่ ก็สามารถป้องกันการจู่โจมจากข้าได้ ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินเจ้าต่ำเกินไป!” กลุ่มก้อนหมอกควันสีฟ้า พูดออกมาอย่างช้าๆ

เสียงนี้มันคือ เสียงเดียวกับห้วงความคิดของตำหนักซีอิงเสิ่น!


ห้วงความคิดของตำหนักซีอิงเสิ่น ถูกเนี่ยลี่นำเข้ามาไว้ในจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ!


“ไม่เพียงประเมินข้าต่ำไป เจ้ายังทำสิ่งที่ผิดพลาดยิ่งใหญ่นัก นั่นคือเจ้าไม่ควรที่จะเข้ามาอยู่ในจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำนี้ ทุกพื้นที่ในจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของข้า!” เนี่ยลี่หัวเราะ จิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ สมบัติชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ และเนี่ยลี่นั้นก็สามารถที่จะควบคุมทุกอย่างที่อยู่ในจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำนี้ได้


“แม้ว่าเจ้าจะควบคุมทุกสิ่งในจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำได้ แต่เจ้าก็ไม่มีทางรู้ว่าข้านั้นคืออะไร? และการที่จะจับข้านั้นก็เป็นไปไม่ได้!” เจตจำนงนั้นพูดขึ้นมาด้วยความมั่นใจ


เนี่ยลี่พยายามที่จะใช้พลังของจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ เพื่อจับเจตจำนงนั้นไว้ แต่ด้วยที่ฝ่ายตรงข้ามนั้นไร้รูปลักษณ์ที่แท้ตริง แม้จะรับรู้การปรากฏตัวของมัน แต่ก็ไม่อาจที่จะจับมันได้อย่างสมบูรณ์


    “แม้ว่านี่อาจจะเป็นอาณาเขตของเจ้า แต่ข้าก็สามารถไปทุกแห่งได้อย่างอิสระ สำหรับข้านั้นผู้ใดจะเป็นผู้ครอบครองก็หาได้แตกต่างกันไม่ และเจ้าเองก็ได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่เช่นกัน ที่ได้นำค่ายกลและแกนกลางของตำหนักซีอิงเซิ่นเข้ามาไว้ข้างในจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำนี้ แม้ว่าทุกพื้นที่ของจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำจะเป็นอาณาเขตของเจ้า แต่ตำหนักซีอิงเสิ่นนั้นเป็นอาณาเขตของข้า เจ้านั้นจะทำอะไรข้าได้?” เจตจำนงนั้นหัวเราะขึ้นมา และพูดต่ออีกว่า


“ในครานี้ข้าอาจจะพลาดไป แต่ข้าก็ยังหาโอกาสครั้งต่อไปได้ สักวันข้าก็จะทำได้สำเร็จ!


ฟุ่บบ!


เจตจำนงนั้นได้หายไปอีกครั้ง


ในครั้งนี้เนี่ยลี่สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า เจตจำนงนั้นได้หายเข้าไปในแกนกลางของตำหนักซีอิงเสิ่น


เนี่ยลี่พยายามตรวจสอบทางเข้าออกของแกนกลางของตำหนักซีอิงเสิ่นแต่ก็พบว่าเขาถูกเจตจำนงนั้นปิดกั้นเอาไว้ให้อยู่แต่ภายนอกอย่างสมบูรณ์


เนี่ยลี่เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย เจตจำนงของตำหนักซีอิงเสิ่นคิดที่จะซ่อนตัวอยู่ข้างในนี้สินะ ตอนนี้เขานั้นยังอยู่ในระดับดาราสวรรค์ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เขายังไม่อาจที่จะทำอะไรมันได้ แต่เขาไม่มีทางที่จะหยุดอยู่แค่เพียงระดับดาราสวรรค์เพียงเท่านี้ เมื่อเขาบ่มเพาะพลังให้สูงขึ้นไปอีก เจตจำนงของตำหนักซีอิงเสิ่นจะยังซ่อนตัวอยู่อีกได้หรือไม่?
เนี่ยลี่หยุดให้ความสนใจกับมัน และนั่งสมาธิเพื่อบ่มเพาะพลังต่อไปอีก



ภายในแกนกลางของตำหนักซีอิงเสิ่น


เจตจำนงนั้นเฝ้ามองดูเนี่ยลี่นั่งสมาธิและทำการบ่มเพาะพลัง มันรู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก เพราะมันเป็นเพียงแค่เจตจำนงเท่านั้น ไม่อาจที่จะประมือกับเนี่ยลี่โดยตรงได้ และด้วยการที่ฝ่ายตรงข้ามคือเนี่ยลี่ มันก็เลยรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเท่าใดนัก เขาไม่คิดเลยว่าเนี่ยลี่จะระมัดระวังตัวถึงเพียงนี้ และสามารถรับมือมันได้อย่างรวดเร็ว


เดิมทีนั้นมันคิดที่จะยั่วยุให้เนี่ยลี่โจมตีเข้ามาที่แกนกลางของตำหนักซีอิงเสิ่น แต่เนี่ยลี่ก็มิได้หลงกลเลยแม้แต่น้อย


เจ้าคนผู้นี้เป็นแค่เพียงเด็กหนุ่มอายุเพิ่งจะสิบห้าหรือสิบหกปี แต่เหตุใดจึงรับมือได้ยากยิ่งนัก?


เนี่ยลี่ยังคงตั้งสมาธิไปที่การบ่มเพาะพลัง ในตอนนี้เขาแทบจะไม่รู้เลยว่าเวลาได้ล่วงเลยไปเท่าใดแล้ว


ด้วยการกระตุ้นเลือดอสูรยังคงเสริมสร้างการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ทันใดนั้นเนี่ยลี่ก็ได้ลืมตาขึ้นมา ศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณทองคำสามก้อนก็ล่องรอยอยู่รอบ ๆ ตัวเขา ตูมม! ตูมม! ตูมม! หลังจากเสียงระเบิดขึ้น ศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณทองคำทั้งสามก้อนก็ระเบิดเป็นผง และส่งพลังสวรรค์จำนวนมากเข้าสู่ร่างกายของเนี่ยลี่ราวกับบ้าคลั่ง


หลังจากนั้น ทุกส่วนของร่างกายของเขาราวกับเป็นน้ำวนขนาดใหญ่ พลังสวรรค์ที่ถูกดูดซับเข้าไปข้างใน จิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ เคลื่อนย้ายไปบรรจบที่ร่างกายของเนี่ยลี่คลื่นพลังม้วนวนราวกับว่าเขานั้นดูดซับไปพลังทั้งหมดเข้าไป


คลื่นพลังสวรรค์ที่โคจรอยู่รอบตัวเขา ทำให้ต้นไม้ใบหญ้าถูกพัดจนมีเสียงเสียดสีกันดังขึ้นมา ถ้าหากมีผู้ใดได้มาพบเห็น หรือว่าแม้แต่พวกสัตว์อสูร คงจะหนีกันกระจายไปทั่วทั้งสี่ทิศ


ด้วยศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณทองคำทั้งสามก้อน ทำให้เนี่ยลี่ดูดซับพลังสวรรค์ได้อย่างมากมาย ห้วงขอบเขตพลังของเขาพองออกราวกับลูกบอลขนาดใหญ่ และขยายออกอย่างบ้าคลั่งพลังสวรรค์ที่ถูกดูดซับจนทำให้มันขยายตัวออกมาขึ้น

กระตุ้นก่อให้เกิด ดาราวิญญาณขึ้นมา


พรึ่บบ!


ดาราวิญญาณดวงที่สอง ที่อยู่ถัดจากดาราวิญญาณดวงแรก ก็ได้กระพริบขึ้นมา


เนี่ยลี่ขมวดคิ้ว เขาไม่คิดเลยว่ามันจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ ในชีวิตที่แล้วของเขานั้น กว่าจะที่จุดประกายดาราวิญญาณดวงที่สอง เขาต้องใช้เวลากว่าสองปี แต่ใช้ชีวิตนี้กลับใช้เวลาแค่เพียงไม่กี่ก้านธูปเท่านั้น แต่เขาก็พอที่จะเข้าใจได้ว่า แม้ว่าในชีวิตที่แล้วของเขาจะมีตำราจิตอสูรท่องเวลา แต่ตำราเล่มนั้นก็มิได้ช่วยในการบ่มเพาะพลังของเขา และเทคนิคการบ่มเพาะพลังของเขาในตอนนั้น ก็มิได้วิเศษเท่าใดนั้น



แต่เนี่ยลี่ในชีวิตนี้ นอกเหนือจากเทคนิคการบ่มเพาะพลัง [เทพวิธีฟ้า] ที่วิเศษยิ่งนัก และเขายังได้รับการสังเวยเลือดอสูร รวมถึงจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ รวมถึงของวิเศาอื่น ๆ อีกมากมาย และเขายังมี ศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณทองคำ ทำให้ความก้าวหน้าในการบ่มเพาะพลัง เมื่อชีวิตที่แล้วของเขาจึงไม่อาจที่จะเทียบได้..............จบตอน



แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง