test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

24 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 409 躲藏 ซ่อนเร้น



หลังนั้นไม่นาน ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง ได้แผ่เจตจำนงไปทั่วผืนแผ่นดินบริเวณนี้ ไม่นานเขาก็พบกับเหยียนหยางที่กำลังทะยานอยู่ไกล ๆ


ลมปราณอันแข็งแกร็งผนึกตัวเหยียนหยางเอาไว้


“เหตุใด ท่านปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง จึงได้ไล่ตามข้าเช่นนี้?” เหยียนหยางประสานมือเพื่อคารวะ เป็นดั่งที่เนี่ยลี่ได้คาดไว้ เนี่ยลี่ได้ขอให้เขาช่วยถ่วงเวลาปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงเอาไว้


“เหยียนหยาง เจ้านั้นได้นำสมบัติออกมาจากตำหนักซีอิงเสิ่นใช่เหรือไม่? ถ้าหากเจ้ายอมทิ้งสมบัติพวกนั้นเอาไว้ ข้าก็จะละเว้นเจ้าในวันนี้ แต่ถ้าหากว่าเจ้ายังคงปากแข็ง เจ้าคงจะรู้ว่าจะเจอกับสิ่งใด!” ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง พูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา


หลังจากได้ยินคำพูดของปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง เหยียนหยางโค้งคำนับเล็กน้อยพร้อมกับพูดออกไปว่า “ท่านปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง ข้าคิดว่าได้มอบทุกอย่างให้แก่พวกท่านแล้ว ก่อนที่ข้าจะออกมา ในตอนนี้ข้านั้นหาได้มีสมบัติใดอยู่ไม่!

“เหยียนหยาง หากเจ้ายังกล้าที่จะโป้ปดอยู่เช่นนี้ ข้าไม่สนหรอกนะว่าอาจารย์ของเจ้าจะรู้สึกเช่นใด” ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง พูดอย่างโกรธเกรี้ยวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“ข้าคงไม่อาจที่จะโป้ปดต่อหน้าท่านปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง ขอให้ท่านปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงโปรดเมตตาด้วย ข้านั้นหาได้ทำสิ่งใดที่ผิดไม่” เหยียนหยางพูดพร้อมกับประสานมือ


เหยียนหยางนั้นมีท่าทีที่ไม่ร้อนรน และมั่นใจยิ่งนัก ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงรู้สึกแปลกใจเล้กน้อย หรือว่าเหยียนหยางจะมิได้ซุกซ่อนสมบัติออกมาจริง ๆ ทันใดนั้น ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงก็คิดได้ว่า ในตอนนั้นเหยียนหยางได้มีคนที่อยู่ข้าง ๆ อยู่คนหนึ่ง ที่อยู่ในระดับชะตาสวรรค์ ก่อนหน้านี้เขาเองนั้นก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก แต่ในตอนนี้ คนที่อยู่ในระดับชะตาสวรรค์นั้นได้หายไป เรื่องนี้น่าสงสัยยิ่งนัก!


“เหยียนหยาง คนที่เคยอยู่กับเจ้า ตอนนี้ไปอยู่ที่ไหนกัน?” ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงตะคอกถาม

“คนที่เคยอยู่กับข้า ท่านหมายถึงเจ้าคนรับใช้ที่อยู่ในระดับชะตาสวรรค์ใช่หรือไม่?” เหยียนหยาง พูดขึ้นมาด้วยความตกใจเล็กน้อย เขาพูดต่ออีกว่า “เจ้านั่นพูดจาไม่เข้าหูข้า ข้าจึงโมโหและได้สังหารมันไปแล้ว! 


สังหารไปแล้วงั้นหรือ?


ถ้าหากปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงเชื่อเหยียนหยางเขาก็คงจะเป็นบ้าไปแล้ว!


เหยียนหยางจะต้องปิดบังอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเจ้าคนที่อยู่ในระดับชะตาสวรรค์ผู้นั้นเป็นแน่ หรือว่าเหยียนหยางจะซุกซ่อนสมบัติเอาไว้ที่เจ้าคนผู้นั้น!


“หึ! ข้าไม่เชื่อหรอกว่า แค่คนที่อยู่ในระดับชะตาสวรรค์ จะวิ่งหลบออกไปจากฝ่ามือของข้าได้!” ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง ปลดปล่อยเจตจำนงและขยายไปในพื้นที่โดยรอบอีกครั้ง เพื่อที่จะค้นหาเนี่ยลี่[วิ่งหลบไปจากฝ่ามือ เป็นสำนวนเปรียบเทียบกับหงอคงที่ไม่อาจวิ่งออกจากฝ่ามือพระยูไลได้]  


ด้วยความจริงที่ว่าความแข็งแกร่งของปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงนั้นสูงส่งยิ่งนัก และก่อนหน้านี้เขานั้นก็เคยสัมผัสกับกลิ่นอายลมปราณของเนี่ยลี่มาแล้ว ในเวลาไม่นานเขาก็ควรที่จะหาเนี่ยลี่เจอราวกับปลาที่ติดเบ็ด แต่ไม่ว่าจะแผ่ขยายเจตจำนงออกไปกว้างเท่าใด ก็ไม่พบเส้นทางที่เนี่ยลี่หลบหนีไปเลยแม้แต่น้อย!


เขาไม่อาจที่จะค้นหาเนี่ยลี่ได้เจอเลย!


ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงนั้นรู้สึกโกรธเกรี้ยวยิ่งนัก เขาสะบัดมือขวาของเขา ลมปราณที่ผูกมัดเหยียนหยางเอาไว้ ก็ลากเหยียนหยางตามกับตัวของเขาที่ทะยานออกไป


หลังจากที่ตามหาอยู่หลายชั่วยาม ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงก็ไม่อาจที่จะหาร่องรอยของเนี่ยลี่ได้พบเลย คนที่อยู่แค่เพียงระดับชะตาสวรรค์ จะทะยานหนีไปได้รวดเร็วสักเพียงไหนกัน เป็นไปไม่ได้ที่จะหนีออกไปจากพื้นที่อันกว้างใหญ่บริเวณนี้ไปได้


“ท่านปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง ข้าก็ได้บอกท่านก่อนหน้านี้แล้วว่า ข้าได้สังหารคนผู้นั้นไปแล้ว แต่ท่านก็ไม่ยอมรับฟัง!” เหยียนหยางพูดขึ้นมาโดยทำท่าทางไร้เดียงสา


“เจ้ากำลังล้อเล่นกับความตายอยู่นะ!” ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงพูดด้วยใบหน้าที่โกรธจนหน้าดำ และยื่นมือไปทางเหยียนหยางที่ถูกมัดอยู่กลางอากาศ


เขาคิดที่จะระบายความโกรธแค้น ลงไปที่เหยียนหยาง เมื่อเหยียนหยางปฏิเสธที่จะบอกว่าเนี่ยลี่หลบหนีไปที่ใด ก็ไม่มีประโยชนือันใดที่จะต้องไว้ชีวิตเขา


ก่อนที่พลังจากฝ่ามือของเขาจะเข้าปะทะกับตัวของเหยียนหยาง ก็เกิดเสียงดัง ฟุ่บ! พลังที่ปล่อยออกไปถูกสะท้อนออกมา


มีเสียงดังกึกก้องมาจากท้องฟ้าที่ว่างเปล่า “เสวียนหมิง ลูกศิษย์ข้าทำอะไรให้เจ้าแค้นเคือง จนถึงกับต้องทำให้เจ้าคิดที่จะสังหารเขา?


ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง รู้สึกเย็นยะเยือกในหัวใจ เจ้ามารเฒ่างั้นรึ! เขาคิดในใจว่า ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ ถ้าหากต้องรับมือกับเจ้ามารเฒ่า ไม่เพียง ไม่มีโอกาสที่จะชนะ ยังอาจจะถูกสังหารได้อีกด้วย เขาจะประมาทไม่ได้![การที่เรียก อีกฝ่ายว่ามาร เพราะในยุทธภพต่างก็คิดว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก กันทั้งนั้น]


“เจ้ามารเฒ่า ศิษย์ของเจ้ากล้าที่จะโป้ปดต่อหน้าข้า การที่จะสังหารเขาก็นับว่าข้าปรานีแล้ว” ซึ่งก็เป็นไปโดยธรรมชาติ ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง ย่อมไม่ยอมเผยความอ่อนแอออกมา ถ้าไม่เช่นนั้นอาจจะถูกมองเห็นเกี่ยวกับความแข็งแกร่งที่ลดน้อยลงของเขาได้

“เสวียนหมิง ในเมื่อตอนนี้ ข้าอยู่ที่นี่แล้ว จงปล่อยศิษย์ของข้าซะ ถ้าไม่เช่น หากเกิดการต่อสู้ระหว่างเจ้ากับข้า ก็ไม่เกิดผลดีต่อผู้ใดทั้งนั้น!

“หึ! วันนี้ นับว่าเจ้ายังโชคดี ข้าจะปล่อยเจ้าไป!” ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง ได้ทำการตรวจสอบร่างกายของเหยียนหยางอย่างละเอียดโดยการใช้พลังสวรรค์ แต่ก็ไม่พบสิ่งใดบนร่างกายของเหยียนหยาง ถ้าหากว่าจะมีสมบัติซุกซ่อนอยู่ ก็เป็นไปได้ว่ามันถูกส่งมอบให้ผู้อื่นไปแล้ว!


ในวันนี้เมื่อมารเฒ่ายื่นมือเข้ามายุ่ง ถ้าหากเขายังคิดที่จะสังหารเหยียนหยาง เขาก็อาจจะต้องชดใช้ด้วยชีวิตปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงหันหลังกลับและทะยานออกไป

 “ท่านอาจารย์!” เหยียนหยางประสานมือคารวะ และเงยหน้ามองไปบนท้องฟ้าที่ว่างเปล่า

“วันนี้ เสวียนหมิง ดูแปลกยิ่งนัก ไม่คิดว่าจะยอมถอยไปง่าย ๆ เช่นนั้น แต่ก็ลืมมันไปเสีย เนื่องจากเจ้าเองก็ปลอดภัยแล้ว จงรีบกลับมาซะ!

“ขอรับ!” เหยียนหยางพยักหน้าและทะยานออกไป


ณ ตำหนักซีอิงเสิ่น


เมื่อโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วเห็นว่าปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงกลับมาแล้ว เขาโค้งคำนับและเอ่ยถามว่า “ท่านจารย์ เป็นเช่นใดบ้าง? ท่านจับเจ้าเหยียนหยางได้แล้วใช่หรือไม่?


     “เหยียนหยางนั้นหาได้มีสมบัติใดติดตัวเลยไม่!” ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงตอบกลับไป เขารู้สึกโกรธเกรี้ยวยิ่งนัก ในการเดินทางมายังตำหนักซีอิงเสิ่นแห่งนี้ ไม่เพียงไม่ได้สมบัติล้ำค่าอะไร และเขายังต้องสูญเสียพลังไปส่วนหนึ่ง เพราะถูกเปลวเพลิงสีดำเผาไหม้เจตจำนงของเขาไป

“ไม่มีสมบัติเช่นนั้นหรือ?” โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ขมวดคิ้วเล็กน้อย และถามต่ออีกว่า

“แล้วท่านอาจารย์ได้เห็นคนที่อยู่กับเหยียนหยางหรือไม่?


เมื่อได้ยินคำพูดของโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงก็มั่นใจได้ว่า เจ้าคนระดับชะตาสวรรค์ที่อยู่กับเหยียนหยาง จะต้องเป็นตัวปัญหาอย่างแน่นอน!


“ข้าได้จดจำกลิ่นอายลมปราณของเจ้านั่นเอาไว้แล้ว แม้ว่าคราวนี้มันจะหลบหนีไปได้ แต่ครั้งต่อไปข้าจะต้องจับมันได้อย่างแน่นอน!” ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง พ่นลมหายใจอย่างเย็นชา ดวงตาของเขาเบิกโพลง เจ้าคนผู้นั้นอยู่กับเหยียนหยาง ก็ควรที่จะเป็นคนของนิกายเทพอัคคี เขาจะต้องส่งคนไปตรวจสอบบางอย่างที่นิกายเทพอัคคี!

“จากนี้ไป ถ้ามีโอกาสให้จับตาดูเหยียนหยางเอาไว้ เจ้าคนที่ได้สมบัติไป สุดท้ายก็จะต้องนำสมบัติเล่านั้นไปมอบคืนให้แก่เหยียนหยางเป็นแน่!

“ขอรับ!” โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ตอบกลับไป


อู๋หยาจื่อกับร่างกายที่ไร้ซึ่งสมบัติ เนื่องจากถูกยึดไปจนหมด นอกจากนี้เขาก็ยังถูกสอบสวนในเรื่องนี้อีกด้วย สุดท้ายเขาก็ต้องรู้สึกอับอายที่จะต้องกลับไป เขานั้นเศร้าใจยิ่งนัก เขาตามเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่คอยช่วยเหลือพวกเขาเป็นเวลานาน แต่กลับไม่ได้สิ่งใดเลย


ในตอนนี้ ณ ที่ ที่ห่างจากตำหนักซีอิงเสิ่นไปหลายสิบลี้ มีม้วนภาพถูกฝังอยู่อย่างเงียบ ๆ ลึกลงไปกว่าสามสิบหมี่ม้วนภาพนี้ก็คือ ภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ


ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงพยายามมองหาเนี่ยลี่จากกลิ่นอายของลมปราณ เพื่อหาเส้นทางหลบหนีของเนี่ยลี่ แต่เขาไม่รู้เลยว่าเนี่ยลี่นั้นได้เข้าไปหลบซ่อนอยู่ใน จิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำเนื่องจากจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำสามารถซ่อนเร้นพลังเอาไว้ได้ในสถานการณ์ที่มีอันตราย โดยจะมองเห็นเป็นเพียงแค่ม้วนภาพธรรดา


เนื่องจากเกรงว่าปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง จะยังไม่ได้ออกไปจากพื้นที่บริเวณนี้ เนี่ยลี่จึงทำการซ่อนตัวและบ่มเพาะพลังอยู่ในจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ


เนี่ยลี่นั่งสมาธิอยู่กลางอากาศที่ว่างเปล่า เขายังคงทำการบ่มเพาะพลัง โดยการกระตุ้นพลังจากการสังเวยเลือดอสูร


ก่อนหน้านี้เนี่ยลี่ได้ทำการกระตุ้นพลังจากการสังเวยเลือดอสูรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เขาค่อย ๆทำการเลื่อนระดับทีละขั้นหลายครั้ง เนื่องจาก หลีกเลี่ยงการที่จะถูกอู๋หยาจื่อสังหาร เนี่ยลี่จึงหลีกเลี่ยงที่จะเลื่อนระดับทีละหลายขั้น ในตอนนี้เขานั้นได้บ่มเพาะพลังอยู่ในจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ เนี่ยลี่จึงมีความกระตือรือร้นที่จะกระตุ้นพลังจากการสังเวยเลือดอสูรออกมาทั้งหมด!
ซึ่งนี่เป็นสายเลือดอสูรดั้งเดิม


เนื่องจากการเข้าไปข้างในตำหนักซีอิงเสิ่น เนี่ยลี่จึงรู้ได้ว่าจะต้องรีบทำการเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาเองให้เร็วที่สุดและในอีกไม่ช้า เขาก็จะบรรลุระดับ ดาราสวรรค์!............................................จบตอน


แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง