test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

24 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 408 过关? ผ่านไปได้?



ตรงทางออกของตำหนักซีอิงเสิ่น


กองกำลังของยอดฝีมือจากนิกายเทพอสูรยืนปกป้องอยู่ ในบางครั้งก็มีคนที่คิดสร้างปัญหากับพวกเขา คนเหล่านั้นก็จะถูกสังหารในทันที


ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงที่ได้รับบาดเจ็บจากด้านในตำหนักซีอิงเสิ่น เขายังคงรู้สึกโกรธเกรี้ยวยิ่งนัก ใครที่คิดกล้าลองดีแม้แต่น้อยเขาก็จะสังหารทิ้งทันที เหล่าลูกน้องของเขาก็ไม่ค่อยมีความสุขนักที่ต้องสังหารผู้อื่น เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขานั้นมี ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง หนุนหลังอยู่ พวกเขาจะยังมีอะไรที่ต้องกลัวอีก?


เนี่ยลี่มองดูที่ไกลออกไป ตรงที่ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงยืนอยู่ คนผู้นั้นคือยอดฝีมือระดับเทพสงคราม แม้ว่าเหยียนหยางจะคอยช่วยเหลือเขา แต่ในการหลบหนีออกไปก็มิใช่เรื่องง่าย
เขาควรที่จะทำเช่นใดกันดี?


เนี่ยลี่พยายามครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว


เหยียนหยางใช้เทคนิคลับลอบส่งเสียงให้แก่เนี่ยลี่ว่า “ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงผู้นี้ เป็นคนที่รับมือได้ยากยิ่ง แต่เขาก็ยังมีความเกรงกลัวต่อใครบางคนในนิกายเทพอัคคีของข้าอยู่บ้าง เขาอาจจะไม่ทำร้ายข้า แต่สำหรับคนอื่น ๆนั้น ข้าเกรงว่า...! โดยเฉพาะเจ้านั้นที่อยู่แค่เพียงระดับชะตาสวรรค์ ถ้าหากอยู่ใกล้ ๆ ข้าก็จะยิ่งเป็นอันตราย แม้ว่าเขาจะไม่สังหารข้าแต่ดูเหมือนว่าคนที่อยู่รอบกายข้าจะต้องถูกสังหาร เพื่อแสดงอำนาจของพวกเขา”


นิกายเทพอัคคี และนิกายเทพอสูรนั้นมีความขัดแย้งกันมาอย่างยาวนาน แต่ก็เป็นความขัดแย้งระหว่างนิกาย โดยปกติแล้วเหล่ายอดฝีมือของทั้งสองฝ่ายก็ไม่ค่อยที่จะต่อสู้กันเอง เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของทุกคน คือต้องการที่จะบรรลุให้ถึงระดับเทพสงคราม การสูญเสียชะตาวิญญาณโดยไร้เหตุผล เป็นแค่เรื่องโง่เง่า! เว้นแต่ว่าจะเป็นการขัดแย้งระหว่างนิกายเท่านั้น โดยปกติแล้ว พวกเขาจะเกรงกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากัน


การสังหารโอรสศักดิ์สิทธิ์เหยียนหยาง อาจจะทำให้เหล่ายอดฝีมือระดับเทพสงครามของนิกายเทพอัคคีเคลื่อนไหว ซึ่งเรื่องนี้ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงเองก็ไม่ต้องการที่จะให้เกิดขึ้น แต่สำหรับคนที่อยู่รอบกายเหยียนหยางนั้น ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงก็หาได้เกรงใจไม่


  “ศิษย์พี่เหยียนหยาง การที่เรารออยู่ที่นี่ก็หาได้มีประโยชน์อันใด ข้าคิดว่าหากข้านั้นเดินไปเพียงลำพัง จะต้องอันตรายยิ่งกว่านี้เป็นแน่ ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงจะต้องสังหารข้าอย่างแน่นอน แต่ถ้าหลบอยู่ข้างหลังท่าน ข้าอาจจะรอดไปได้” เนี่ยลี่ตอบกลับไป


เขาหวังเพียงแค่ว่า ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง จะไม่ได้สังเกตุเห็นพวกเขาเหยียนหยางครุ่นคิดอยู่ครู่จากนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วย


การที่เนี่ยลี่จะรอดกลับออกไปเพียงลำพังคงไม่อาจที่จะเป็นไปได้!


   “พวกเราจะต้องทำเรื่องนี้โดยเร็ว ถ้าหากโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วตามมาที่นี่ได้ทัน ข้าเกรงว่าจะต้องเกิดปัญหาขึ้นเป็นแน่!” เหยียนหยางครุ่นคิดแล้วเตือนให้จัดการก่อนที่โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว จะมาถึงเนื่องจากเขาเป็นศิษย์โดยตรงของปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง!


ทั้งสองคนรีบทะยานไปตรงประตูทางออกจากตำหนัก


“เจ้าสองคน หยุดก่อน!” ยอดฝีมือระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นที่เก้า จากนิกายเทพอสูร เอื้อมมือไปจับเหยียนหยางเอาไว้


เหยียนหยางพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา พร้อมกับแผ่ลมปราณอันแข็งแกร่งมาห่อหุ้มร่างกายเอาไว้
กึกก!


มือของยอดฝีมือระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นที่เก้า จากนิกายเทพอสูร ถูกผลักกระเด็นออกมา เขาจ้องมองเหยียนหยางด้วยความประหลาดใจ เหยียนหยางเองก็อยู่ในระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์เช่นเดียวกับเขา แต่เหตุใดลมปราณที่แผ่ออกมาจึงแข็งแกร่งยิ่งกว่าเขา!


“นี่คือของทั้งหมดที่ข้ามี!” เหยียนหยางสะบัดมือขวาของเขา และโยนแหวนห้วงมิติสำหรับเก็บของให้แก่ ยอดฝีมือจากนิกายเทพอสูร


ยอดฝีมือจากนิกายเทพอสูรขมวดคิ้ว ถ้าหากเขาคิดจะยื่นมือไปขวางอีกครั้ง เขาจะต้องรับมือการต่อสู้กับเหยียนหยางเป็นแน่ ถ้าเช่นนั้นคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องบาดเจ็บ และคงเป็นสิ่งที่น่าอายยิ่งนัก! เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา ด้วยใบหน้าอันดำมืด เขากวาดสายตามองเหยียนหยางและเนี่ยลี่ และเห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนนั้นมิได้ครอบครองสมบัติอื่นใดอีก


จากนั้นเขาก็มองเข้าไปด้านในแหวนห้วงมิติสำหรับเก็บของเหยียนหยาง ดวงตาของยอดฝีมือจากนิกายเทพอสูรถึงกับเบิกกว้างขึ้น


“นับว่าพวกเจ้าฉลาดไม่น้อย ไสหัวไปซะ” ยอดฝีมือจากนิกายเทพอสูร โบกมือไล่พวกเขาไป
เหยียนหยางและเนี่ยลี่พยักหน้าและรีบเดินออกไป


พวกเขารับรู้ได้ถึงเจตจำนงอันแรงกล้าที่กำลังตรวจสอบไปทั่วร่างของพวกเขาอยู่ เนี่ยลี่รับรู้ได้ถึงแรงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก


ในตอนนี้ ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง กำลังใช้เจตจำนงตรวจสอบพวกเขาอยู่!


หลังจากนั้นไม่นานเจตจำนงที่ตรวจสอบเขาอยู่ก็ถูกดึงกลับไป แน่นอนว่าเหยียนหยางนั้นมิได้นำสิ่งใดซุกซ่อนออกมา ส่วนจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำนั้นอยู่ในขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ 


ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง จึงไม่อาจที่จะสัมผัสถึงได้ นอกจากนั้นแล้วก็ตรวจสอบพบเพียงแต่ร่างกายที่ว่างเปล่า ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง จึงไม่ได้ให้ความสนใจ โดยเฉพาะเนี่ยลี่ที่อยู่แค่เพียงระดับชะตาสวรรค์เท่านั้น!


หลังจากที่ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงได้ตรวจสอบเหยียนหยางและเนี่ยลี่แล้ว เขาก็ละสายตาไปที่อื่น

เมื่อเขาเองก็ไม่ได้คิดที่จะสังหารเหยียนหยาง ก็ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องมองดูพวกเนี่ยลี่อีก


อู๋หยาจื่อที่ยืนอยู่ไกลออกไปมองดูเนี่ยลี่และเหยียนหยางกลับออกไปอย่างปลอดภัย อู๋หยาจื่อขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เนี่ยลี่และเหยียนหยางยองมอบสมบัติทุกอย่างไว้อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่?
นี่มันไร้เหตุผลสิ้นดี!


เนี่ยลี่ไม่ใช่คนที่จะทำอะไรอย่างตรงไปตรงมา เรื่องนี้เขายืนยันได้อย่างชัดเจน!


อู๋หยาจื่อนิ่งเงียบไป หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาลืมตาขึ้นและคิดได้ว่า ไม่ว่าเนี่ยลี่จะนำสมบัติออกไปได้หรือไม่ เขาก็ไม่มีทางรู้ว่าเนี่ยลี่ใช้วิธีการเช่นใด แต่ถ้าปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง และ โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว รู้เรื่องการสังเวยเลือดอสูร เขาก็จะตายโดยไร้ที่ฝังเป็นแน่!


หลังจากที่เนี่ยลี่และเหยียนหยางออกไปจากตำหนักซีอิงเสิ่น พวกเขาก็รีบทะยานออกไปครึ่งชั่วยามต่อมา โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ก็ทะยานออกมาจากด้านในตำหนักซีอิงเสิ่น


“ท่านอาจารย์” โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ก้มหัวคำนับปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง


ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง พยักหน้าเล็กน้อยและพูดขึ้นมาว่า “ศิษย์ข้า เจ้านั้นได้เก็บเกี่ยวสิ่งใดมาได้บ้างจากด้านในตำหนักตำหนักซีอิงเสิ่น? 
“เรียนท่านอาจารย์! ภายในตำหนักแห่งนี้มีค่ายกลและเส้นทางลับที่ซับซ้อนนัก ข้านั้นยังไม่อาจที่จะเก็บเกี่ยวสิ่งใดได้!” โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว รายงานด้วยความเจ็บใจ และเขาก็มิได้รายงานเรื่องที่ถูกพวกเนี่ยลี่หลอกลวง เพราะเป็นเรื่องที่เขารู้สึกอับอายยิ่งนัก!


ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงโกรธจนใบหน้าบูดเบี้ยว ดูแล้วช่างน่าเกลียดน่ากลัว เขาพูดขึ้นมาว่า 

“ข้านั้นได้ทำลายกับดักและค่ายกลในตำหนักนี้จนหมดสิ้นแล้ว เหตุใดเจ้าจึงแจ้งว่ายังมิได้เก็บเกี่ยวสิ่งใด ข้างในนั้นมิได้มีสมบัติใดอยู่เลยเช่นนั้นหรือ?

“ท่านอาจารย์ ท่านได้พบเห็นคนผู้หนึ่งหรือไม่?” โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว เอ่ยถาม

“คนผู้หนึ่ง? ใครกัน?” ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงขมวดคิ้ว

“อู๋หยาจื่อ เหยียนหยาง และคนแปลกหน้าอีกสองคน!” โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว พูดขึ้นมา

 “อู๋หยาจื่อยังอยู่ภายในตำหนักนี้ ส่วนเหยียนหยาง เจ้านั่นได้ออกไปแล้ว!” ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงตอบกลับไป และพูดต่ออีกว่า “เขาเป็นโอรสศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายเทพอัคคี และเป็นศิษย์ของเจ้ามารเฒ่านั่น ข้าไม่ต้องการที่จะให้เจ้ามารเฒ่านั่นมาวุ่นวายในเรื่องนี้ด้วย!


เดิมทีความแข็งแกร่งของปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง เหนือกว่าอาจารย์ของเหยียนหยางแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่หลังจากที่เจตจำนงของเขาถูกเผาทำลายไปส่วนหนึ่ง ทำให้ความแข็งแกร่งของเขาลดลงไปเป็นอย่างมาก นั่นเป็นเหตุผลที่เขายอมปล่อยให้เหยียนหยางกลับออกไป


โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว รีบพูดขึ้นมาว่า “เรียนท่านอาจารย์ พวกเขาอาจจะนำสมบัติของตำหนักซีอิงเสิ่นออกไปแล้วก็เป็นได้!


“เป็นไปไม่ได้ ภายใต้สายตาของข้า พวกเขาไม่อาจที่จะซุกซ่อนสิ่งใดออกไปได้!” ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิง ส่ายหน้าและตอบกลับไป


ด้วยเจตจำนงที่เขาใช้ในการตรวจสอบเหยียนหยางและเนี่ยลี่ ไม่ได้พบเลยว่าเหยียนหยางและเนี่ยลี่นั้นได้ซุกซ่อนสิ่งใดออกไป


“แม้ว่าจะยังไม่ทราบชัดเจนว่าคือสิ่งใด แต่ศิษย์เชื่อว่า เหยียนหยางต้องทำอะไรบางอย่างเป็นแน่!” โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว รีบพูดขึ้นมา


เมื่อได้ยินคำพูดของโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย และสบัดมือขวาของเขา พร้อมกับโยนแหวนวงหนึ่งไปให้โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว และพูดขึ้นมาว่า “นี่คือแหวนห้วงมิติสำหรับเก็บของ ของเหยียนหยาง เจ้าลองมองดูสิ!


โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วกวาดสายตามองดูและพูดขึ้นมาว่า “แม้ว่าของที่อยู่ข้างในแหวนนี้จะเป็นของที่ล้ำค่า แต่ทว่าเหยียนหยางจะต้องซุกซ่อนสมบัติอีกส่วนเอาไว้ ท่าอาจารย์โปรดรีบหยุดเขาเอาไว้ อย่าได้ปล่อยให้เขากลับไปโดยเด็ดขาด!



หลังจากได้ยินคำพูดของโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ดวงตาของปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงก็เป็นประกาย พร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย บนโลกใบนี้ยังมีวิธีซุกซ่อนสมบัติที่เขาไม่อาจค้นเจออีกเช่นนั้นหรือ? ถ้าเป็นเช่นนั้น เขาจะต้องไปเอาคืนมาจากเหยียนหยางและเจ้าคนติดตามนั่นอีกคน ปรมาจารย์เทพเสวียนหมิงตะโกนออกมา และกลายเป็นลำแสงพุ่งหายไปบนท้องฟ้า อย่างรวดเร็ว........................จบตอน


แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง