test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

18 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 402 空灵石阵 ค่ายกลศิลาวิญญาณล่องลอย



เหยียนหยางและเสิ่นเหลย โม๋จุน ต่างก็นำกองกำลังเข้าไปยังเส้นทางลับ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะไม่ยอมช้ากว่าคนอื่น ๆ


พวกเขาไม่มีทางที่จะยอมให้ โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ครอบครองสมบัติที่ซุกซ่อนอยู่ไปทั้งหมดผู้เดียวเป็นแน่


มีซากศพเกลื่อนกระจายอยู่เต็มพื้นเส้นทางลับ และมีกลิ่นคาวเลือดอยู่เต็มพื้นที่เส้นทางลับนี้เช่นกัน


“เจ้าเป็นเผ่าพันธุ์อสูรจิ้งจอกเลือดศักดิ์สิทธิ์ เช่นนั้นหรือ?” โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว เอ่ยปากถามเนี่ยลี่


“ถูกต้องแล้ว!” เนี่ยลี่พยักหน้าตอบกลับไป จริง ๆ แล้วเขาก็ไม่ต้องการที่จะพูดอะไรออกไป เพราะหากมีอะไรผิดพลาด ทำให้โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาได้ มันจะต้องเกิดปัญหาขึ้นเป็นแน่


“ข้าไม่คิดเลยว่า เผ่าพันธุ์อสูรจิ้งจอกเลือดศักดิ์สิทธิ์ จะมีผู้มีพรสวรรค์เช่นเจ้า ที่มีความรอบรู้ในด้านค่ายกลจารึกโบราณพวกนี้ด้วย หลังจากจบเรื่องนี้ ถ้าข้าจะขอให้เจ้ามาเป็นผู้ติดตามของข้า เจ้าจะมีความเห็นเช่นใดบ้าง?” 


โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว เอ่ยถาม ทั่วทั้งนิกายเทพอสูร มีคนเผ่าอสูรอยู่มากมายที่ต้องการที่จะเป็นลูกน้องของเขา แต่ก็ไม่มีผู้ใดรอบรู้เรื่องค่ายกลเท่ากับเนี่ยลี่มาก่อน เขาจึงได้สนใจเนี่ยลี่เป็นพิเศษ เขาจึงอยากรู้ว่าเนี่ยลี่จะมีความคิดเห็นเช่นใด


“ขอบคุณโอรสศักดิ์สิทธิ์ที่เมตตา ข้านั้นเป็นคนรักอิสระ เกรงว่าไม่อาจทำตามความต้องการของท่านโอรสศักดิ์สิทธิ์ได้!” เนี่ยลี่ตอบกลับไป การที่จะให้เขานั้นเป็นลูกน้องของโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะหากว่าเขาติดตามหลีหั่ว ไปยังนิกายเทพอสูร เนี่ยลี่คิดว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาจะต้องถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน


โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ถึงกับขมวดคิ้ว ดูท่าทางราวกับว่าไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็กลับมามีท่าที ที่ปกติอีกครั้ง


“ถ้าเจ้าไม่ต้องการ ก็ลืมมันไปซะ!” โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ตอบกลับไปแบบไม่ใยดีนัก


เนี่ยลี่เผยยิ้มเล็กน้อย เขาคิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องเป็นเช่นนี้ แต่เขาก็หาได้สนใจไม่ เพราะเขาแน่ใจว่า โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว นั้นยังต้องการใช้ประโยชน์จากตัวเขาอยู่ในตอนนี้


ตราบเท่าที่เขามีความสามารถในการทำลายผนึกค่ายกล ถ้าหากโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ฉลาดมากพอ ก็จะไม่รีบเร่งที่จะทำการข่มขู่เขา ใครจะรู้ว่าในภายภาคหน้า โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วอาจจะต้องออกตามหาเขา เพื่อพึ่งพาความสามารถของเขาอีกก็เป็นได้


หลังจากผ่านช่องทางแคบ ๆไปแล้ว พวกเขาก็มองเห็นห้องที่มีพื้นที่อันกว้างใหญ่


พื้นที่ในห้องนี้ไม่มีช่องพื้นที่ ที่ว่างเปล่า พื้นที่นี้ถูกปิดกั้นไปด้วยก้อนหินจำนวนมาก และปิดกั้นอย่างหนาแน่น ทั่วทั้งพื้นที่ในห้อง ก้อนหินเหล่านี้ลอยอยู่กลางอากาศ ในบางครั้งก็ดูราวกับเป็นภาพลวงตา มีเส้นทางมองเห็นเป็นแสงที่ทำให้ดูสับสน


เนี่ยลี่รู้สึกใจสั่น นี่คือ ค่ายกลศิลาวิญญาณล่องลอย! [空灵石 : คงหลิงสือเจิ้น]

“ดูนั่นสิ!” มีใครบางคนตะโกนขึ้นมา


ทุกคนมองออกไปไกล ๆ ตามช่องทางที่ด้านหลังเหล่าก้อนหินพวกนั้น มีสมบัติล้ำค่ามากมาย รวมถึงไข่มุก และของวิเศษ ที่ดูงดงามยิ่งนัก


  ถ้าหากพวกเขาสามารถผ่านกำแพงหินที่อยู่ตรงหน้า ก็จะได้ครอบครองสมบัติล้ำค่ามากมายของวิเศษและสมบัติที่เห็นตรงหน้า ต่างดึงดูดสายตาของพวกเขายิ่งนัก


ใครจะรู้ว่าข้างในนั้น จะมีสมบัติโบราณล้ำค่ามากมายถึงเพียงไหน?


“ค่ายกลที่อยู่ตรงหน้ามันคืออะไรกัน?” โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว มองไปที่เนี่ยลี่แล้วเอ่ยถาม


“ค่ายกลนี้ข้าเคยพบเจอมาแล้วคราหนึ่ง มันซับซ้อนราวกับว่าไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับค่ายกลนี้ ถ้าหากจะให้ข้าทำลายมันได้ ข้าเกรงว่าจะต้องใช้เวลาสองถึงสามเดือน!” เนี่ยลี่ตอบกลับไปหลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ถึงกับนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขานั้นไม่เข้าใจ ถึงลับดับขั้นและความลับของก้อนหินที่ลอยอยู่ตรงหน้านี้ และสุดท้ายมันก็คือค่ายกลชนิดหนึ่ง ถ้าเนี่ยลี่พูดมาตรง ๆ ว่า ไม่อาจที่จะทำลายมันได้ เขาก็แค่พยายามลืมมันไปซะ แต่เนี่ยลี่กลับพูดว่า สามารถทำลายได้โดยใช้เวลาสองถึงสามเดือน แล้วเขาควรจะทำเช่นใด?


เขาควรจะรออยู่ตรงนี้ หรือว่าจะลองทำลายค่ายกลนี้ด้วยกำลังดู?

เหยียนหยางและ เสิ่นเหลย โม๋จุน ถึงกับขมวดคิ้ว สองหรือสามเดือนเชียวเหรอ มันเป็นเวลาที่เนิ่นนานเกินไป!


โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว หันไปมองเนี่ยลี่และพูดขึ้นมาหลังจากที่นิ่งเงียบไป “ก่อนอื่นเจ้าลองที่จะหาวิธีทำลายค่ายกลนี้ดู ส่วนพวกข้าจะลองหาทางฝ่าค่ายกลนี้เข้าไป!

“ได้!” เนี่ยลี่พยักหน้าตอบกลับไป

“ทำเช่นที่ผ่านมา พวกเราสามคน ส่งคนไปกลุ่มละสิบคน” โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว เสนอออกไป

 “ก็ดี!” เหยียนหยางและ เสิ่นเหลย โม๋จุน พยักหน้าตอบรับ


ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์สามสิบคนรวมกลุ่มกันอย่างรวดเร็ว และกระโจนไปที่ ค่ายกลศิลาวิญญาณล่องลอย ที่อยู่ตรงหน้า


ก้อนหินของ ค่ายกลศิลาวิญญาณล่องลอย ลอยไปมาโดยรอบ เหล่ายอดฝีมือได้เข้าไปด้านในค่ายกลศิลานี้ พวกเขาเริ่มที่จะไม่อาจรับรู้ถึงทิศทางได้ ภาพรอบกายทั้งสี่ทิศราวกับบิดเบี้ยว พวกเขาติดอยู่ในนี้และไม่อาจที่จะออกไปได้ มียอดฝีมือบางคนเริ่มที่จะต่อยออกมาอย่างบ้าคลั่งโจมตีไปที่ก้อนหินเหล่านั้น


ตูมม! ตูมม! ตูมม!


มีเพียงเสียงดังกึกก้องสะท้อนไปทั่ว แต่หินพวกนั้นกลับนิ่งไม่มีริ้วรอยแม้แต่น้อย

“เจ้าพวกขยะ!” เสิ่นเหลย โม๋จุน อดไม่ได้ที่จะตะโกนด่าออกมา


  “ท่านเสิ่นเหลย โม๋จุน อย่าได้ต่อว่าคนที่น่าสงสารเหล่านั้น มิใช่ว่าคนพวกนั้นจะไร้ความสามารถ แต่ค่ายกลศิลานี้ ทำให้จิตใจของผู้คนเกิดความสับสน เช่นเดียวกัยค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบ การจะผ่านค่ายกลศิลานี้ออกไปได้ ข้าเกรงว่าคนผู้นั้นจะต้องมีโชคเท่านั้น ในหลายร้อยคนมีเพียงสักคนหนึ่ง ก็นับว่าเยี่ยมยอดแล้ว” เนี่ยลี่อธิบายให้ฟัง


   “แล้วจะให้ทำเช่นใดกัน? หรือว่าจะให้พวกข้ารออยู่ตรงนี้เฉยๆ?” เสิ่นเหลย โม๋จุน พูดขึ้นมา การที่จะให้เขารออยู่ที่นี่สองถึงสามเดือน โดยที่ไม่รู้ว่าจะผ่านเข้าไปได้หรือไม่เช่นนี้ มันช่างน่าโมโหยิ่งนัก!


   “ค่ายกลนี้ก็แค่กักคนไว้ด้านในเท่านั้น มิได้สังหาร บางทีถ้าหากพวกเราส่งคนเข้าไปจำนวนมากกว่านี้ อาจจะมีหนึ่งหรือสองคนที่ผ่านค่ายกลศิลานี้ไปได้!” อู๋หยาจื่อแสดงความเห็นขึ้นมา


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของอู๋หยาจื่อ ทุกคนต่างก็นิ่งเงียบ


คำพูดที่เขาพูดมานี้ ก็มีความเป็นไปได้!


โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ชำเลืองมองไปที่อู๋หยาจื่อ จากนั้นก็หันกลับมาที่เนี่ยลี่ เขาชี้ไปที่เนี่ยลี่และพูดขึ้นมาว่า “ให้เขาอยู่ที่นี่ อู๋หยาจื่อ เจ้ากับสหายสองคน จะต้องเข้าไปข้างในค่ายกลศิลานี้ก่อน!


อู๋หยาจื่อยิ้มอย่างขมขื่น เขาแค่เสนอความคิดดังกล่าว  แต่กลายเป็นว่าขุดหลุมฝังตนเอง เขามองไปที่เนี่ยลี่เพื่อขอให้เขาช่วย แต่เนี่ยลี่ก็นิ่งไม่พูดสิ่งใดออกมา อู๋หยาจื่อจึงทำได้เพียงแต่พยักหน้าตอบไปแบบไม่พอใจเท่าใดนัก เขาพูดขึ้นมาว่า


“ถ้าเช่นนั้น พวกเราจะเข้าไปข้างในค่ายกลศิลานี้กันก่อน!


อู่หยาจื่อทะยานเข้าไปในค่ายกลศิลา เซี่ยวหยู่หันมามองที่เนี่ยลี่ และได้ยินเนียลี่พูดขึ้นมาว่า “ไม่ต้องกังวล ภายในค่ายกลศิลา หาได้มีอันตรายไม่!

“อืม!” เซี่ยวหยู่พยักหน้า และทะยานตามอู๋หยาจื่อไป


เมื่อเห็นว่าอู๋หยาจื่อและเซี่ยวหยู่ เข้าไปในค่ายกลศิลา โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ก็รู้สึกคลายความกังวลได้ เขาโบกมือสั่งให้คนของเขา อีกหลายกลุ่มเข้าไปในค่ายกลศิลาเช่นกัน 


เหยียนหยางและ เสิ่นเหลย โม๋จุน ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็โบกมือให้คนของเขาตามเข้าไปในค่ายกลศิลด้วย


เหล่ายอดฝีมือที่เข้าไปด้านในค่ายกลศิลา พวกเขาเริ่มที่จะหมุนคว้างไปมาและถูกขังอยู่ข้างในนั้น และล่องลอยอยู่ในค่ายกลศิลา
เนี่ยลี่ยิ้ม อย่างแฝงไปด้วยความหมาย ให้กับทั้งสามคนและพูดว่า


“ข้าต้องการรู้จริง ๆ ว่า คนที่ถูกขังอยู่ข้างในค่ายกลศิลานี้ ผู้ใดจะสามารถผ่านออกไปได้”


โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ยังคงยืนเงียบ เหยียนหยาง ก็จับจ้องดูที่เนี่ยลี่ ส่วนเสิ่นเหลย โม๋จุน นั้นมีท่าทีไม่สบอารมณ์อยู่ไม่น้อย


  “ถ้าพวกเจ้าจะรออยู่ตรงนี้สองสามเดือนเช่นนั้นหรือ? ข้าคงทนรอไม่ได้ถึงเพียงนั้น ข้าไม่เชื่อว่า ข้าจะทำลายค่ายกลเก่าเก็บนี้ไม่ได้ ข้าจะไม่นั่งหาวรออยู่ที่นี่ ข้าจะจัดการเอง!” เสิ่นเหลย โม๋จุน พูดขึ้นต่ออีกว่า “ถ้าหากต้องรอสองถึงสามเดือน ข้าจะเป็นผู้เข้าไปทำลายค่ายกลนี้เอง พวกเจ้าจะรออยู่ที่ต่อต่อไปก็เรื่องของพวกเจ้า ข้าจะจัดการด้วยวิธีของข้าเอง!


เสิ่นเหลย โม๋จุน พุ่งเป็นลำแสงเข้าไปในค่ายกลศิลาวิญญาณล่องลอย


ในตอนนี้เหลือแค่เพียงโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว และเหยียนหยาง สองคนเท่านั้น หลีหั่ว นั่งลงบนพื้นและหลับตาทำการบ่มเพาะพลังของเขา
เหยียนหยางนั้นดูเป็นคนที่ใจมุ่งมั่นยิ่งนัก เขาเตรียมใจที่จะเฝ้ารอที่นี่อย่างช้า ๆ


เมื่อเห็นเช่นนี้ เนี่ยลี่ก็แอบยิ้มขึ้นมาโดยที่แทบจะมองไม่เห็น ในตอนนี้เหลือเพียงแค่สองคน และหนึ่งในนั้นคือเหยียนหยาง มันก็เป็นเรื่องง่ายที่จะจัดการ..............จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง