test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

17 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 400 破阵? ทำลาย?


เนี่ยลี่หรี่ตาลงเล็กน้อย ดูเหมือนว่าหลีหั่ว จะค้นพบบางอย่าง  เหยียนหยางเองก็เหมือนจะตระหนักถึงบางอย่างเช่นกัน  สมแล้วที่ได้ถูกขนานนามว่าโอรสศักดิ์สิทธิ์ ช่างเหนือกว่าคนทั่วไปนัก


โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ยืนตรวจสอบค่ายกลจารึกบนรูปปั้น แต่เห็นได้ชัดว่า มิได้รวดเร็วดั่งที่เนี่ยลี่ได้ทำก่อนหน้านี้ เขาใช้เวลาเนิ่นนานในการตรวจสอบรูปปั้นรูปแรก


อันที่จริง หลีหั่ว ก็มีความรู้เกี่ยวกับค่ายกลอักษรจารึกเป็นอย่างดี แต่หากจะเทียบกับความรู้ของเนี่ยลี่แล้ว นับว่าไม่อาจที่จะเทียบได้


เนี่ยลี่ได้ใช้เวลาในการศึกษาอยู่ในตำราจิตอสูรท่องเวลา และในตำราจิตอสูรท่องเวลานี้ก็เต็มไปด้วย ค่ายกลรูปแบบต่าง ๆมากมาย คนทั่ว ๆ ไปจึงไม่อาจที่จะมีความรู้เทียบเท่าเขาได้


หากโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว คิดที่จะทำลายค่ายกลอักษรจารึกนี้ คงต้องใช้เวลาราวครึ่งเดือน จึงจะมีโอกาสเป็นไปได้


ในขณะที่ เสิ่นเหลย โม๋จุน นั้นอดทนยืนเฝ้ารออยู่ เขาก็เริ่มรู้สึกร้อนใจ  เขาทะยานออกไปเพื่อต่อสู้แย่งชิงผลึกแก้วแห่งคงคา แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจว่าเหตุใด เหยียนหยางและหลีหั่วจึงได้หยุดที่จะ ต่อสู้แย่งชิงผลึกแก้วแห่งคงคา แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เขาก็จะแย่งชิงผลึกแก้วแห่งคงคามาเพื่อตัวเขาเอง


   “ท่านโอรสศักดิ์สิทธิ์ พวกเราควรทำเช่นใดต่อไป? พวกเราควรที่จะรอคอยอยู่เฉยๆอีกหรือไม่?” ผู้ติดตามเหยียนหยางคนหนึ่งเอ่ยถาม เหยียนหยางจ้องมองไปที่หลีหั่วที่ยืนอยู่ตรงหน้ารูปปั้น เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง และพูดขึ้นมาว่า “พวกเราจะไปหาที่อื่น ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปต่อสู้แย่งชิงผลึกแก้วแห่งคงคา”


เสิ่นเหลย โม๋จุนยังคงต่อสู้แย่งชิงผลึกแก้วแห่งคงคาอย่างสนุกสนาน เขารู้สึกมีความสุขที่ได้เข่นฆ่าผู้อื่น ถ้าหากพวกเหยียนหยางคิดที่จะต่อสู้แย่งชิงผลึกแก้วแห่งคงคา ก็เป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะกับเสิ่นเหลย โม๋จุน และเป็นเรื่องยากอีกเช่นกันที่จะหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายและก็ไม่มีเหตุผลที่จะยืนรอเฉย ๆ อยู่ที่นี่เขาจะลองไปตรวจสอบว่ามีสมบัติอื่น ๆ ซุกซ่อนอยู่ในส่วนอื่น ๆ ของตำหนักซีอิงเสิ่นหรือไม่


ทันใดนั้น ก็มีเสียงอันน่ากลัวดังมาจากภายในตำหนักซีอิงเสิ่นอีกครั้ง “ตั้งแต่ที่พวกเจ้าเข้ามาในตำหนักซีอิงเสิ่นแห่งนี้ พวกเจ้าก็ต้องทำตามกฏของตำหนัก ผู้ใดที่คิดจะทำลายกฏ ก็อย่าหาว่าข้านั้นไม่สุภาพ สำหรับทุกคนที่คิดจะเข้าไปยังห้องโถงด้านใน จงล่าถอยจากที่นั่นโดยเร็ว ถ้ามิเช่นนั้น ข้าจะเป็นผู้มอบความตายให้กับพวกเจ้าเอง!


ตำหนักซีอิงเสิ่นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับว่าเป็นการลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนกฏ


เนี่ยลี่เองก็ไม่รู้ว่า ตำหนักซีอิงเสิ่นคิดจะทำอะไรกันแน่ แต่เขารู้สึกว่า ความนึกคิดของตำหนักซีอิงเสิ่นกลัวว่าจะมีคนทำลายค่ายกลนี้ เพราะหลายครั้งที่มีคนที่คิดจะตรวจสอบค่ายกล มันก็จะหาทางวิธีหยุดยั้ง!


เขาไม่รู้เลยว่าในท้ายที่สุด ตำหนักซีอิงเสิ่นจะทำสิ่งใดต่อ แต่เนี่ยลี่รับรู้ได้ถึงความกดดันที่ครอบคลุมไปทั่ว ความนึกคิดของตำหนักซีอิงเสิ่นอาจจะเริ่มกระตุ้นการทำงานของค่ายกลนี้ จิตสังหารที่แผ่กระจายออกมานี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก ถ้าหากพวกเขายังคงทำอะไรต่อไป ทุกคนที่อยู่ในนี้จะต้องถูกสังหารจนหมดแน่!


ในตอนนี้ หลีหั่ว เหยียนหยาง และเสิ่นเหลย โม๋จุน ต่างก็หยุดการเคลื่อนไหว ดูเหมือนว่าความนึกคิดของตำหนักซีอิงเสิ่นไม่ต้องการให้พวกเขาเข้าไปในห้องโถงด้านใน ดังนั้นเป็นไปได้ว่าในส่วนของห้องโถงด้านใน อาจจะมีสมบุติที่ซุกซ่อนอยู่ก็เป็นได้ และด้วยนิสัยใจคอของพวกเขาแล้ว พวกเขาจึงลังเลที่จะกลับออกไป


“โอรสศักดิ์สิทธิ์ พวกเราควรจะทำเช่นใดกันต่อ?” เหล่าศิษย์ของนิกายเทพอัคคี เอ่ยถามเหยียนหยาง


เหยียนหยางตอบกลับไปว่า “ทุกคนฟังข้า ให้เตรียมพร้อมที่จะถอยกลับ แต่ว่าในตอนนี้ ให้รอไปก่อน!” ดวงตาของเหยียนหยางจับต้องไปที่ หลีหั่ว


ดวงตาของอู๋หยาจื่อเป็นประกายลึกลับ เขานั้นรับรู้ถึงความลับของรูปปั้นเหล่านี้ แต่ด้วยเวลาเพียงเล็กน้อย เขาไม่อาจที่จะทำลายค่ายกลนี้ได้ และหากเขาพยายามที่จะทำลายค่ายกลนี้ต่อไป ก็อาจจะถูกจิตสังหารที่น่ากลัวนี้ สังหารเขาได้แต่ในใจของเขา ก็ไม่อาจที่จะยอมหันหลังกลับไปเช่นนี้


ถ้าหากว่ามีสมบัติที่ซุกซ่อนอยู่ในตำหนักซีอิงเสิ่นนี้จริง และมีกองกำลังอื่นสามารถเข้ามาถึงที่นี่ได้และนำเอาสมบัติไป หลีหั่วเกรงว่าสมบัติเหล่านั้นอาจจะไม่ตกอยู่ในมือของเขา


เนี่ยลี่กวาดสายตามอง หลีหั่ว เหยียนหยาง และ เสิ่นเหลย โม๋จุน ทั้งสามคนนี้เป็นผู้ออกคำสั่งให้แต่ละกองกำลัง ซึ่งก่อให้เกิดความสมดุล เนี่ยลี่มีความคิดบางอย่างเข้ามาในหัว บางที เขาอาจจะต้องใช้โอกาสนี้!


เนี่ยลี่ ลอบส่งเสียงไปยังอู๋หยาจื่อ “โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว เขาจะสามารถมองทะลุได้ทันทีเลยหรือไม่ ว่าข้านั้นได้ใช้การสังเวยเลือดอสูร?


  “ภายใต้สถานการณ์ปกติแล้ว ไม่อาจที่จะมองทะลุได้ในทันที [ถ้าใช้ในการต่อสู้จะตรวจสอบได้ง่าย] ถ้าหากว่าการสังเวยเลือดอสูรสามารถที่จะดูออกได้อย่างง่ายดาย ก็คงจะมิได้ชื่อว่า การสังเวยเลือดอสูร เว้นแต่ว่าโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว จะมีเครื่องรางพิเศษในการตรวจสอบ!


“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็คงจะต้องลองเสี่ยงดู!” เนี่ยลี่ก้าวออกไปด้านหน้า


หลีหั่ว เหยียนหยาง และ เสิ่นเหลย โม๋จุน ยังคงกังวลว่าพวกเขาจะต้องถอนกำลังออกไปตามคำสั่งของตำหนักซีอิงเสิ่นหรือไม่ เนี่ยลี่ก็พูดขึ้นมาว่า 

“ข้าสามารถที่จะทำลายค่ากลนี้ได้!หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงด้านในนี้ต่างจับจ้องมาที่เขา


 “เขาที่อยู่ในระดับชะตาสวรรค์  แต่เขากลับบอกว่าสามารถทำลายค่ายกลนี้ได้เช่นนั้นหรือ?


สายตาของคนส่วนใหญ่ ยังคงสงสัย


หลังจากที่ได้เห็นค่ายกลนี้แล้ว แม้แต่ โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ก็ใช้เวลาคิดอยู่พักใหญ่ แต่ก็ยังไม่อาจหาเงื่อนงำใด ๆเจอ เหยียนหยาง และ เสิ่นเหลย โม๋จุน ก็จ้องมองดูที่เนี่ยลี่ และพยายามดูว่าเขาพูดจริงหรือไม่


เจ้าเด็กเผ่าอสูรผู้นี้ เหยียนหยางนึกถึงตอนที่ไปแลกเปลี่ยนความรู้กับเหล่าสามนิกายศักดิ์สิทธิ์ ที่ได้เปลี่ยนชีวิตของเขาเพราะเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ในบางครั้ง ความรู้ของคนผู้หนึ่ง เพียงแค่อายุนั้นไม่อาจที่จะชี้วัดสิ่งใดได้


โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว จ้องมองมาที่เนี่ยลี่ แล้วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง


“เจ้าจงมาที่นี่!” โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว พูดขึ้นมาหลังจากนิ่งเงียบไป


ดวงตาของเนี่ยลี่มองไปที่ หลีหั่ว เหยียนหยาง และ เสิ่นเหลย โม๋จุน และพูดขึ้นว่า “มีเรื่องหนึ่งที่ข้ายืนยันได้ชัดเจน ความนึกคิดของตำหนักซีอิงเสิ่นไม่ต้องการให้พวกเรานั้นทำลายค่ายกลที่ถูกผนึกเอาไว้นี้ ข้าหมายความว่า ข้าเองนั้นก็ไม่รู้ว่า เขาจะทำอะไรกับพวกเรา ข้ามีเรื่องหนึ่งที่ต้องการจะร้องขอ คือขอให้พวกท่านโปรดละวางความบาดหมางเอาไว้ชั่วคราว!


  “ข้านั้นหาได้มีปัญหาไม่!” เสิ่นเหลย โม๋จุน โบกมือตอบกลับไป เพราะถึงอย่างไร เขาก็ชนะและได้ครอบครองสมบัติอยู่แล้ว และไม่คิดที่จะยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด [ชนะที่ว่านี้คือได้ ผลึกแก้วแห่งคงคา มากกว่าผู้อื่นและอยู่ใน หกอันดับแรกอย่างแน่นอนแล้ว]

เหยียนหยางมองไปที่ หลีหั่ว แม้ว่าเขาจะรู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย แต่เขาก็เข้าใจดีกว่า เขาเองนั้นก็ไม่ควรที่จะเป็นศัตรูกับหลีหั่วในตอนนี้ [ถ้ามีคนหนึ่งพ่ายแพ้ เสิ่นเหลย โม๋จุน ก็จะจัดการอีกคนได้อย่างง่ายดาย]

 “ข้าเองก็หาได้มีปัญหาเช่นกัน!” เหยียนหยางตอบกลับไป

 “ข้าเองก็ไม่ได้คิดที่จะจัดการกับพวกเขา!” โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ตอบกลับแบบมิได้แยแส


เนี่ยลี่รู้ดีว่า คงจะไม่มีทางที่จะให้พวกเขาทั้งสามคนร่วมมือกันได้ในทันที แต่จริงๆแล้วเนี่ยลี่ก็ไม่คิดที่จะสนใจคำตอบของพวกเขาอยู่แล้ว ไม่ว่าทั้งสามคนนี้จะสู้กันหรือไม่ แต่อย่างน้อย พวกเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะจัดการกับเนี่ยลี่ในตอนนี้ ในทางหนึ่งเนี่ยลี่สามารถรอดพ้นจากภัยคุกคามที่ถึงแก่ชีวิตได้ เพราะอีกในอีกทางหนึ่ง เนี่ยลี่อาจจะเป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถ ที่จะปลดผนึกค่ายกลนี้ได้
เนี่ยลี่ ทำการเตรียมที่จะทำลายผนึกค่ายกลอย่างรวดเร็ว


ก่อนที่ กลุ่มของพวกเขาทั้งสาม จะเข้ามาถึงที่นี่ เนี่ยลี่ก็ได้ทำลายค่ายกลที่รูปปั้นไปแล้วถึงแปดรูป และในระหว่างที่พวกเขาต่อสู้กัน เนี่ยลี่ก็ได้ทำลายค่ายกลที่รูปปั้นไปอีกห้ารูป  และที่โชคดีก็คือ หนึ่งในนั้นเป็นค่ายกลอักษรจารึกบนรูปปั้นตัวที่สำคัญที่สุด! [เรียกได้ว่าเป็นกุญแจที่หาอยู่ในตอนแรก]
ในตอนนี้ที่เขาต้องทำก็คือการ คลายผนึกค่ายกลออกเท่านั้น!


แต่ หลีหั่ว เหยียนหยาง และ เสิ่นเหลย โม๋จุน ต่างก็จับจ้องดูการคลายผนึกค่ายกลนี้อยู่ หากเขาพยายามที่จะต่อรองก็คงจะเหมือนกับ ขอผิวหนังจากเสือ [谋皮 หู่ โหมว  ผี : สำนวนจีนหมายถึงปรึกษากับคนชั่วให้ละทิ้งผลประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งไม่มีทางที่จะสำเร็จ]


เนี่ยลี่ลอบส่งเสียงบอกไปยัง เซี่ยวหยู่ว่า “ถ้ามีโอกาสเจ้าจงหลบหนีไป ในตอนนี้ข้าอาจจะต้องตาย แต่เจ้าไม่ต้องสนใจ ถึงอย่างไรข้าก็สามารถที่จะกลับไปคืนชีพที่ห้องโถงวิญญารได้ เจ้านั้นอย่าได้มาติดร่างแหไปด้วย!……………..จบตอน



แปลโดย นายมะพร้าว


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง