test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

15 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 398 两位圣子 โอรสศักดิ์สิทธิ์ทั้งสอง


เนี่ยลี่เองก็ไม่รู้ว่า เสียงที่ได้ยินนี้จะเป็นเสียงของตำหนักซีอิงเสิ่นจริงหรือไม่ แต่ที่เขามั่นใจก็คือ เสียงนี้ต้องการให้ผู้คนต่อสู้แย่งชิงผลึกแก้วแห่งคงคา โดยให้เหล่ายอดฝีมือฆ่าฟันกันไปเรื่อย ๆ


และหกคนที่สามารถรวบรวมผลึกแก้วแห่งคงคาได้มากที่สุด ที่จะได้รับสมบัติที่ซุกซ่อนไว้ในตำหนักซีอิงเสิ่น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่โกหกอย่างแน่นอน


เนื่องจากเสียงดังกล่าวฟังดูแล้ว ช่างเป็นคนที่ตระหนี่ยิ่งนัก แม้แต่ศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณทองคำแค่เพียงก้อนเดียว ก็ยังไม่ยอมที่จะยกให้ ถ้าจะให้คนผู้นี้ยกสมบัติที่เหลือให้ ไม่มีวันเป็นเช่นนั้นแน่นอน


ที่เนี่ยลี่มั่นใจก็คือ เสียงของคนผู้นี้ต้องการที่จะให้ ยอดฝีมือสังหารกันเอง เป็นการหลีกเลี่ยงที่จะให้พวกเขาเข้ามายังที่แห่งนี้ แค่อีกเพียงไม่นาน เนี่ยลี่ก็จะหากุญแจสำคัญในการทำลายค่ายกลนี้ได้
ทันใดนั้น เซี่ยวหยู่ และ อู๋หยาจื่อก็ทะยานเข้ามา


นางจ้องมองเนี่ยลี่ และพูดขึ้นมาว่า “เนี่ยลี่ ยอดฝีมือที่อยู่ด้านนอก เริ่มที่จะเข้ามาด้านในนี้แล้ว พวกเราควรจะทำเช่นใดกัน?


เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยวหยู่ เนี่ยลี่ถึงกับขมวดคิ้ว ยอดฝีมือที่อยู่ภายนอกเริ่มจะบุกเข้ามา มันเป็นเรื่องยากที่เขาจะทำลายค่ายกลนี้ได้อย่างรวดเร็ว


 “ตามข้ามา!” เนี่ยลี่บอกกับเซี่ยวหยู่และอู๋หยาจื่อ และทะยานไปหลบอยู่ทางด้านข้าง


ยอดฝีมือนับร้อยคนทะยานเข้ามาด้านใน พวกเขาเริ่มที่จะค้นหาที่ซุกซ่อนอยู่ในห้องโถงใหญ่ของตำหนักซีอิงเสิ่น และวิ่งเข้ามาในค่ายกล


พวกเนี่ยลี่ทั้งสามคนที่หลบอยู่ด้านข้าง พวกเขามองดูเหล่ายอดฝีมืออย่างเงียบ ๆ ไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย อู๋หยาจื่อก็พยายามที่จะปกป้องพวกเขาอย่างเต็มที่

จริงๆแล้วการทำลาย แผ่นกำแพงหยกแก้ว นั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก แต่ในความเป็นจริงที่ยอดฝีมือจำนวนมากสามารถผ่านเข้ามาได้ เนี่ยลี่พอที่จะเข้าใจบางอย่าง ตำหนักซีอิงเสิ่น จงใจที่จะพาคนพวกนั้นให้เข้ามายังที่แห่งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขา[พวกของเนี่ยลี่]ทำลายค่ายกลจารึกนั่นเป็นแน่

“นั่นมันผลึกแก้วแห่งคงคา!

“มีเป็นจำนวนมากด้วย!


ตรงส่วนกลางของค่ายกลจารึก ทันใดนั้นก็มีผลึกแก้วแห่งคงคา กว่าสิบหมื่นชิ้นร่วงหล่นลงมา เหล่ายอดฝีมือตาเริ่มที่จะเป็นประกาย และได้เริ่มต่อสู้กันการต่อสู้อันรุนแรงจู่ ๆ ก็ประทุขึ้นมา
ตูมม! ตูมม! ตูมม!


    ลมปรานแผ่พุ่งออกมาทั่วทั้งห้อง พร้อม ๆ กับเลือดที่สาดกระเซ้นไปทั่วห้องเช่นกันเพื่อที่จะแย่งชิงผลึกแก้วแห่งคงคา เหล่ายอดฝีมือที่เข้ามาพร้อมกันต่างฆ่าฟันกันราวกับคลุ้มคลั่งเพราะหากได้ครอบครอง ผลึกแก้วแห่งคงคา นับสิบหมื่นชิ้นนี้ คนผู้นั้นจักต้องเข้าไปสู่หกคนแรกเป็นแน่

เมื่อเห็นคนเหล่านั้นต่อสู้กัน อู๋หยาจื่อก็ไม่อยากจะพลาดโอกาสที่จะเข้าไปร่วมแย่งชิงผลึกแก้วแห่งคงคา

 “อย่าขยับ ปล่อยให้พวกเขาแย่งชิงกันไป!” เนี่ยลี่ดึงอู๋หยาจื่อไว้พร้อมกับพูดบอก

“ทำไมกัน?” อู๋หยาจื่อหันมามองเนี่ยลี่ด้วยความสงสัย


    “เจ้าไม่คิดว่ามันแปลกเช่นนั้นหรือ การที่ผลึกแก้วแห่งคงคาพวกนี้ร่วงหล่นลงมา เป็นการจงใจที่จะทำให้ยอดฝีมือเหล่านี้มาต่อสู้กัน” เนี่ยลี่ลอบส่งเสียงบอกอู๋หยาจื่อ [เทคนิคการลอบส่งเสียงนี้ ใช้ได้ทุกคน มีให้เห็นตั้งแต่ในโลกใบเล็กแล้ว]


หลังจากที่อู๋หยาจื่อได้ยินสิ่งที่เนี่ยลี่บอก ใจของเขาถึงกับเย็นยะเยือก จากภาพที่ได้เห็นตรงหน้า เขาก็เข้าใจสิ่งที่เนี่ยลี่บอกทันที เขายังคงยืนอยู่ด้านหน้าของเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ คอยปกป้องทั้งสองคนเช่นเดิม


เนี่ยลี่เข้ามาที่นี่ก่อนพวกเขาเป็นเวลาพอสมควร เขาอาจจะค้นพบอะไรบางอย่าง! ตราบเท่าที่เขาสามารถปกป้องเนี่ยลี่เอาไว้ได้ พวกเขาก็มีโอกาสเป็นอย่างมากที่จะได้รับสมบัติที่ซุกซ่อนไว้ในตำหนักซีอิงเสิ่นมียอดฝีมือเข้ามายังที่แห่งนี้อีกกว่าห้าถึงหกร้อยคน และเข้าร่วมการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง


หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนกลุ่มหนึ่งราวสองถึงสามร้อยคนทะยานเข้ามา นั่นคือ โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วและคนของเขา โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วได้กวาดสายตามองดูการต่อสู้และผลึกแก้วแห่งคงคาที่กองอยู่บนพื้น เขาพูดขึ้นมาอย่างแข็งกร้าวว่า “ฆ่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!


เมื่อได้ยินคำสั่งของโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว เหล่าผู้ติดตามของหลีหั่ว ที่อยู่ทางด้านหลังก็ทะยานออกไปบนท้องฟ้า และเริ่มทำการสังหารอย่างบ้าคลั่ง


ตูมม! ตูมม! ตูมม!


เหล่าสาวกของนิกายเทพอสูร ได้สังหารคนไปร่วมร้อยคน มันเป็นการสังหารฝ่ายเดียวอย่างเห็นได้ชัด [คนที่ถูกสังหารไม่อาจที่จะตอบโต้ได้เลย]
ยอดฝีมือของเผ่าอสูรห้าตนพุ่งตรงมายังอู๋หยาจื่อ
อู๋หยาจื่อรีบนำเหรียญตราออกมา พร้อมกับตะโกนออกไปว่า “เข้ามาจากนิกายเทพอสูร!


ยอดฝีมือของเผ่าอสูรทั้งห้าตนมองดูเหรียญตราในมืออู๋หยาจื่อ พวกเขาหยุดมองแค่ชั่วครู่ จากนั้นก็กระโจนไปยังทิศทางอื่น


  การกระทำของโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ทำให้เหล่ายอดฝีมือที่ต่อสุ้แย่งชิงผลึกแก้วแห่งคงคา หันมาสนใจ หากพวกเขายังคงเข่นฆ่ากันเช่นเดิม อีกไม่นานก็จะต้องถูกยอดฝีมือจากนิกายเทพอสูรสังหารจนหมดแน่ ยอดฝีใอเหล่านี้จึงพร้อมใจกัน รวมตัวเป็นกองกำลังเริ่มต้นต่อสู้กับยอดฝีมือจากนิกายเทพอสูร


โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ชำเลืองมองไปที่เหล่ายอดฝีมือที่รวมตัวกัน พร้อมกับตะโกนออกไปว่า 

"เหิมเกริมเกินไปแล้ว!"


เนี่ยลี่ลอบส่งเสียงสอบถามอู๋หยาจื่อว่า “ชายผู้นั้นเป็นใครกัน?


อู๋หยาจื่อที่ดูเหมือนว่าเขานั้นจะตื่นตระหนกไม่น้อย เขาตอบกลับว่า “เจ้ากับเซี่ยวหยู่จะต้องระวังตัวให้ดี ให้ปกปิดลมปราณของพวกเจ้าเอาไว้ อย่าให้คนผู้นั้นสัมผัสถึงตัวตนของพวกเจ้าได้ถ้าหากคนผู้นั้นรู้ว่า ข้านั้นได้ทำการ ใช้วิธี สังเวยเลือดอสูรให้กับพวกเจ้า ข้าก็จะถูกสังหารเช่นกัน ชายผู้นั้นก็คือ โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ผู้ที่มีโอกาสขึ้นครองตำแหน่งผู้นำนิกายเทพอสูร”


โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว เช่นนั้นหรือ?


ในชีวิตที่ผ่านมาเนี่ยลี่เคยได้ยินชื่อของชายผู้นี้ โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วในภายภาคหน้าจะเป็นคนที่โดดเด่นยิ่งนัก และได้ขึ้นเป็นผู้นำของนิกายเทพอสูร เขานั้นเป็นผู้ปกครองนิกายเทพอสูรด้วยความแข็งแกร่ง มีครั้งหนึ่งที่เขานั้นนำคนมาบุกที่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ และได้ทำลายห้องโถงวิญญาณของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการล้มตายของเหล่ายอดฝีมือจำนวนมากของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์


เนี่ยลี่ไม่คาดคิดเลยว่าจะได้มาพบเจอกับโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วในที่แห่งนี้


เนี่ยลี่เริ่มทำการปกปิดลมปราณของเขา ถ้าหากว่าเขาถูกโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วจับได้ว่า ได้รับการสังเวยเลือดอสูรมาแล้วหล่ะก็ ไม่ว่าจะเป็นตัวเขา เซี่ยวหยู่ หรือแม้แต่อู๋หยาจื่อก็จะต้องถูกสังหารเป็นแน่


โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วชำเลืองมองไปที่พวกเขากับอู๋หยาจื่อที่แอบอยู่ตรงข้างห้อง จากนั้นก็ละสายตาไป แม้ว่าอู๋หยาจื่อจะมีสถานะพิเศษในนิกายเทพอสูร แต่ก็ด้อยกว่าเขายิ่งนัก การที่โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วปล่อยเขาไป ก็เพราะว่าเขามาจากนิกายเทพอสูรเช่นเดียวกัน โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วจึงไม่ได้สนใจพวกเขาทั้งสามคน


เหล่าผู้ติดตามของโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก และทุกคนต่างสวมใส่ของวิเศษในระดับสูง สังหารคนที่อยู่ต่างนิกายและต่างเผ่าพันธุ์ไปจนเหลือแค่หนึ่งในห้าส่วน และผลึกแก้วแห่งคงคา ส่วนใหญ่ก็ตกอยู่ในมือของ โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว


โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วจับจ้องไปที่รูปปั้นกว่าสิบรูปที่อยู่ตรงหน้า เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ในขณะที่ตรงพื้นนั้นนองไปด้วยเลือด แต่ราวกับว่าค่ายกลอักษรจารึกมันดูดซับเอาเลือดเหล่านั้นลงไปบนพื้น และเปร่งประกายแวววาวขึ้น


เมื่อเห็นโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว จับจ้องไปเช่นนั้น เนี่ยลี่ก็รู้สึกหวาดหวั่น ได้แต่หวังว่าโอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วจะไม่รู้จักค่ายกลอักษรจารึกนี้


ในขณะที่ โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วกำลังมุ่งมั่นจับจ้องอยู่นั้น ก็มีคนอีกกลุ่มได้เข้ามายังห้องโถงใหญ่แห่งนี้ อาจจะมีราวสองถึงสามร้อยคน และผู้นำของพวกเขาคือ เหยียนหยาง จากนิกายเทพอัคคี!


เหยียนหยางมองไปรอบ ๆ หลังจากที่มองเห็น โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ดวงตาของเขาก็เป็นประกาย โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วนั้นเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งยิ่งนัก แต่ในสายตาของเหยียนหยางนั้นไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความเร่าร้อนเท่านั้น


หนึ่งเทพ หนึ่งอสูร นี่เป็นการที่โอรสศักดิ์สิทธิ์ของนิกายเทพอสูรและโอรสศักดิ์สิทธิ์ของนิกายเทพอัคคีได้มาเผชิญหน้ากันในที่เล็ก ๆ แห่งนี้!



เมื่อเหยียนหยางปรากฏตัวขึ้นมา เนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น เขาไม่คิดเลยว่าเหยียนหยางก็จะปรากฏตัวในที่แห่งนี้ด้วย การที่โอรสศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองได้มาเผชิญหน้ากันที่นี่ เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นยิ่งนัก ระหว่างพวกเขาทั้งสองฝ่ายจักต้องประมือกัน ไม่รู้เลยว่านี่จะเป็นโอกาสให้ตัวเขานั้นไป ทำลายค่ายกลอักษรจารึกได้หรือไม่....................จบตอน



แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง