test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

14 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 396 恒河之晶 ผลึกแก้วแห่งคงคา



ปรมาจารย์เต๋าฉางทำได้เพียงแค่ถอนหายใจและไม่เอ่ยพูดอะไรออกมาอีก


การที่เขาจะโน้มน้าวเนี่ยลี่นั้นคงจะเป็นไปไม่ได้ และที่เนี่ยลี่กระทำนั้นก็มิใช่สิ่งที่ผิด


แต่ทว่า ทุกสรรพสิ่งในโลก ไม่อาจที่จะธิบายด้วยถ้อยคำเพียงไม่กี่ประโยคได้


“แม้ว่าจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเขา ข้าก็จะทำลายผนึกห้วงเวลาและพื้นที่ของจะรพรรดิปราชญ์” เนี่ยลี่พูดขึ้นมาอย่างมุ่งมั่น ไปยังพื้นที่ที่ว่างเปล่าทางด้านหน้า


แม้ว่าจอมมารจะได้เป็นผู้สืบทอดของปรมาจารย์เต๋าฉาง เนี่ยลี่ก็ต้องหาทางสังหารจอมมารเพื่อที่จะล้างแค้นให้แก่เอียเซิ่ง


ในเมื่อจอมมารเป็นหนึ่งในหกของผู้ที่กลับชาติมาเกิด การที่จะรวบรวมคนทั้งหกเพื่อที่จะปิดกั้นการผันแปรห้วงเวลาและพื้นที่ของจะรพรรดิปราชญ์ นั้นก็คงไม่อาจที่จะทำได้ ถ้าเช่นนั้นก็เหลือเพียงแค่การใช้ ตำราจิตอสูรท่องเวลาเล่มนี้เท่านั้น ที่จะสามารถช่วยเขาได้ แต่เขาก็ไม่รู้เลยว่า ตำราจิตอสูรท่องเวลานั้น ในตอนนี้ไปอยู่ที่ใด


เนี่ยลี่ถอนหายใจออกมา ยังโชคดีที่มีเวลาอีกกว่าสองร้อยปี เขาจะค่อย ๆ ทำการค้นหาต่อไป


    “ข้านั้นได้คัดเลือกผู้สืบทอดแล้ว และได้มอบหน้าตำราจิตอสูรท่องเวลาให้แก่เจ้า ก็ถือว่าข้านั้นได้ทำภารกิจสำเร็จแล้ว ในอีกไม่นาน เศษเสี้ยวความคิดที่เหลืออยู่ของข้าก็จะสลายไป ตอนนี้เจ้านั้นได้เลือกเส้นทางของตนเองแล้ว และเป็นเส้นทางที่ยากยิ่งนัก 


     เจ้าจงมุ่งหน้าในทางที่เจ้าเลือก ตำหนักแห่งนี้ข้าเป็นเพียงผู้ครอบครอง แต่มิได้เป็นผู้สร้าง ยังมีสมบัติอีกมากที่ยังคงซุกซ่อนอยู่ เจ้าสามารถใช้มันได้ตามที่เจ้าต้องการ แต่ในตำหนักนี้ล้วนเต็มไปด้วยอันตราย มีผู้ที่ล้มตายที่นี่นับพันหมื่นคน เจ้าจงไตร่ตรองให้รอบคอบเอาเอง!” หลังจากนั้นปรมาจารย์เต๋าฉางก็ค่อย ๆ หายไปอย่างไร้ร่องรอย


เนี่ยลี่รับรู้ได้ว่าปรมาจารย์เต๋าฉางได้หายไป เขานิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เขาพยายามแยกแยะสิ่งทีได้รับฟังมา แม้ว่าจะรพรรดิปราชญ์จะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่อาจทำให้เนี่ยลี่ลดความมุ่งมั่นที่จะกำจัดจะรพรรดิปราชญ์ให้น้อยลงได้


เขาไม่รู้ว่าในตำหนักแห่งนี้ ยังมีสมบัติอะไรซุกซ่อนอยู่อีก

เนี่ยลี่ได้ตัดสินใจที่จะค้นหาสมบัติในตำหนักซีอิงเสิ่นแห่งนี้ ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะ ราวกับคนบ้าดังก้องออกมาจากทางด้านใน


 “ฮ่าฮ่าฮ่า! เศษเสี้ยวความคิดที่เหลืออยู่ของปรมาจารย์เต๋าฉางได้หายไปแล้ว! จากนี้ไปก็จะเป็นเวลาของข้า” เสียงหัวเราะดังกึกก้องไปทั่วตำหนักซีอิงเสิ่น


เนี่ยลี่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย คนผู้นี้เป็นใครกัน?

ในตอนนี้ทุกคนที่อยู่ภายในตำหนักซีอิงเสิ่น จะได้ยินเสียงที่ดังกึกก้องนี้ พวกเขาเงยหน้ามองไปดูพื้นที่ที่ว่างเปล่า ด้วยความสงสัย ว่าเสียงนี้มาจากไหน และไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เสียงนั้นต้องการที่จะบอกสิ่งใดกันแน่


โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ขมวดคิ้ว และมองขึ้นไปทางด้านบน คนของเขาสามารถค้นหาประตูเซิงเหมิน ได้แล้ว เหล่ายอดฝีมือกลุ่มใหญ่ของเขา กำลังมุ่งหน้าติดตามเขาไปยังห้องโถงใหญ่ แต่เสียงที่ว่านี้ ทำให้เขาสงสัยว่า ในตำหนักซีอิงเสิ่นนี้ มียอดฝีมือที่แฝงอยู่เช่นนั้นเหรอ?


เหยียนหยางและคนของเขา เพิ่งจะมาถึงด้านนอกของตำหนักซีอิงเสิ่น [ด้านนอกนี่คือผ่านส่วนของ ค่ายกลมายาหนึ่งพันรูปแบบขั้นแรกมาแล้ว] นอกจากคนของนิกายเทพอัคคี ยังมีคนของนิกายอื่นอยู่ด้วย ทั้งนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ และนิกายเสียงสวรรค์ อยู่ที่นี่อีกด้วย


พวกเขายังไม่รู้ถึงวิธีการทำลายค่ายกล ที่จะเข้าไปสู่ห้องโถงใหญ่ได้ [หาประตูเซิงเหมินยังไม่เจอ]


  “ข้ายังมิได้แนะนำตัว ข้าคือวิญญาณของตำหนักซีอิงเสิ่นแห่งนี้ นับพันหมื่นปี ที่ข้าได้ฝังจิตสำนึกของตัวข้าเอาไว้ ก่อนหน้านี้ด้วยอำนาจของเศษเสี้ยวแห่งความนึกคิดของ 


   ปรมาจารย์เต๋าฉาง ทำให้ข้าไม่อาจที่จะแสดงตนได้ แต่ในตอนนี้ข้าได้เป็นอิสระแล้ว ดังนั้นผู้ที่อยู่ในตำหนักซีอิงเสิ่นแห่งนี้ จงฟังข้า” วิญญาณของตำหนักซีอิงเสิ่น พูดขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะ วิญญาณของตำหนักซีอิงเสิ่นนั้นทำการขัดเกลาตนเอง จนกลายเป็นเจตจำนงที่แข็งแกร่ง!


 “ตอนนี้ข้าได้ปิดกั้นทางเข้าออกจากที่นี่ไปจนหมดแล้ว ในตอนนี้มีคนอยู่ที่นี่ทั้งหมด สองหมื่นสามพันหกร้อยเจ็ดสิบสองคน! พวกเราจะมาเล่นสนุกกัน ตอนนี้พวกเจ้ามีเพียงสองทางเลือก คือหนึ่ง ตายกลับไป หรืออีกหนึ่งทาง 


       ข้านั้นได้ซุกซ่อน ผลึกแก้วแห่งคงคา เอาไว้ในตำหนักแห่งนี้ ทั้งหมด พันหมื่นชิ้น [สิบล้านชิ้น]ผู้ที่รวบรวม ผลึกแก้วแห่งคงคา มากที่สุดจำนวนหกคน 


       ข้าจะมอบสมบัติมากมายที่ซุกซ่อนอยู่ในตำหนักซีอิงเสิ่นนี้ให้กับพวกเขา และจะสามารถออกไปจากตำหนักแห่งนี้ได้ มีเวลาแค่เพียง สามชั่วยามเท่านั้น เริ่มได้!” วิญญาณของตำหนักซีอิงเสิ่น พูดอธิบายพร้อมกับหัวเราะด้วยน้ำเสียงที่ดูถูก


เมื่อได้ยินเช่นนี้ โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ก็จมอยู่ในความคิดเล็กน้อย เขายังคงไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้สักเท่าไหร่


แม้แต่เหยียนหยางเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน


เนี่ยลี่เองก็นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เขาพอจะรู้ว่านี่ต้องเป็นปัญหาแค่เพียงเล็กน้อย แต่ทางเข้าออกของตำหนักได้ปิดไปแล้ว ถ้าหากเขาต้องการสมบัติ เขาก็ต้องไปแย่งชิงผลึกแก้วแห่งคงคา หรือไม่ก็ต้องยอมตายกลับไป


ด้านนอกของตำหนัก


ทุกคนก็ต่างสงสัยว่า จะต้องไปหา ผลึกแก้วแห่งคงคา ที่ไหนกัน? ทันใดนั้น ผลึกแก้วแห่งคงคาหลายหมื่นชิ้นก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า

“หรือว่านั่นคือผลึกแก้วแห่งคงคา!

“ข้าคือ เสิ่นเหลย โม๋จุน [神雷魔尊:อาจารย์เทพสายฟ้า] จากนิกายห้าอสูรสายฟ้า [五雷魔:อู่เหลยโม๋] ใครที่คิดแย่งผลึกแก้วแห่งคงคาเหล่านั้นจากข้า ข้าจะสังหารโดยไม่มีการให้อภัยเด็ดขาด! ” ร่างของอสูรตนหนึ่งพุ่งไปหา แย่งผลึกแก้วแห่งคงคา และตะโกนออกมา

“ไม่มีทางที่จะยอมยก ผลึกแก้วแห่งคงคา ให้เป็นของเขาผู้เดียวแน่!


เหล่ายอดฝีมือจากนิกายต่าง ๆ ก็ต่างกระโจนขึ้นไปบนท้องฟ้า เพื่อเก็บรวบรวมผลึกแก้วแห่งคงคา


 “ข้าบอกแล้วอย่าได้มาแย่งผลึกแก้วแห่งคงคาของข้า!” เสิ่นเหลย โม๋จุน สะบัดมือ สายฟ้าที่อยู่ตรงกลางฝ่ามือของเขา พุ่งไปหาเหล่ายอดฝีมือและเกิดระเบิดขึ้น


ตูมม! ตูมม! ตูมม!


ยอดฝีมือระดับดาราสวรรค์หลายคนที่หลบไม่ทัน ก็ถูกสายฟ้าจากฝ่ามือของเสิ่นเหลย โม๋จุนจนระเบิดเป็นชิ้น ๆ

“เขาเป็นยอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกร!


สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปเล็กน้อย


โดยปกติแล้วยอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกร ไม่ค่อยที่จะปรากฏตัวที่โลกภายนอกมากนัก จากจุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะพลังในระดับชะตาสวรรค์ หากสามารถที่จะบรรลุถึงระดับสูงสุด ก็จะสามารถสร้างชะตาวิญญาณได้ถึงเก้าดวง ก็จะสามารถตายได้ถึงเก้าครั้ง และการที่จะก่อรูปชะตาวิญญาณขึ้นมาใหม่ก็ทำใช้เวลาไม่นานนัก แต่หลังจากที่บรรลุระดับวิถีแห่งมังกรแล้ว ชะตาวิญญาณทั้งเก้าจะรวมเป็นหนึ่ง หากตายไปก็จะไม่สามารถคืนชีพได้อีก


โดยทั่วไปยอดฝีมือที่อยู่ในระดับวิถีแห่งมังกร จะหวงแหนชีวิตของพวกเขายิ่งนัก จึงไม่เต็มใจที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยงที่โลกภายนอก เว้นแต่ว่า พวกเขาจะมีเทคนิคลับที่สามารถป้องกันชะตาวิญญาณเอาไว้ได้


ถึงแม้ว่าจะมีเทคนิคลับที่สามารถป้องกันชะตาวิญญาณเอาไว้ได้ แต่พวกเขาก็ต้องระมัดระวังตัวอยู่ดี


“หึ! เมื่อใดก็ตามที่พวกเจ้าคิดที่จะแย่งชิงผลึกแก้วแห่งคงคาของข้า ข้าจะฆ่ามันผู้นั้นทันที!” เสิ่นเหลย โม๋จุน ตะโกนบอกด้วยท่าทีที่จริงจัง


แม้ว่าเสียงของเขาจะยังไม่เงียบหายไป แต่ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์หลายคนก็ยังคงคว้าเอาผลึกแก้วแห่งคงคามาอยู่ดี


แม้ว่า เสิ่นเหลย โม๋จุน จะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ก็ไม่อาจที่จะหยุดคนจำนวนมากได้ เขาจึงรีบคว้าเอาผลึกแก้วแห่งคงคามาเก็บไว้เช่นกัน


ในขณะที่ยอดฝีมือคนอื่น ๆที่รู้สึกหวาดกลัว เสิ่นเหลย โม๋จุน พวกเขาก็เริ่มที่จะเก็บ ผลึกแก้วแห่งคงคา มาเก็บไว้เช่นกัน


เพราะผลึกแก้วแห่งคงคานับหมื่นชิ้น นำไปสู่การต่อสู้แย่งชิงอย่างวุ่นวาย มีห้าถึงหกพันคนที่ต่อสู้กัน แค่เพียงครู่เดียวก็มีคนล้มตายไปสองถึงสามพันคน


ตำหนักซีอิงเสิ่น ในตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คน เมื่อใดที่ผลึกแก้วแห่งคงคาร่วงหล่นลงมา ก็เกิดการต่อสู้แย่งชิงกันขึ้น ด้วยความวุ่นวาย


   “ท่านโอรสศักดิ์สิทธิ์ พวกเราควรจะทำเช่นใด? นอกจากพวกเราแล้วคนพวกนั้นต่างต่อสู้เพื่อแย่งชิงผลึกแก้วแห่งคงคา พวกเราจะไปแย่งชิงผลึกแก้วแห่งคงคากับคนพวกนั้นหรือไม่? ” ลูกน้องคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ กับ  โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่วเอ่ยถาม แต่ว่าในตอนนี้พวกเขาก็มาอยู่ในประตูเซิงเหมินกันแล้ว


โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว นิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่จะพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ไม่ต้องสนใจ หรือ ว่าไปแย่งชิงอะไรกับพวกเขา ให้ทุกคนตามข้าเข้าไปด้าในถ้องโถงใหญ่”


หลังจากที่พูดเสร็จ โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว ก็เดินเข้าประตู ไปสู่อุโมงสำหรับไปสู่ห้องโถงใหญ่ พวกคนที่อยู่ด้านหลังก็ตามเข้าไปทั้งหมด


ในตอนนี้เหยียนหยาง และคนของนิกายเทพอัคคีอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของการต่อสู้ แม้ว่าพวกเขาจะพยายามคว้า ผลึกแก้วแห่งคงคา มาได้นับพันชิ้น แต่ก็สูญเสียคนไปไม่น้อย แค่ช่วงเวลาสั้น ๆก็สูญเสียไปกว่าร้อยคน เพราะทุกคนต่างก็แย่งชิงผลึกแก้วแห่งคงคา กันอย่างบ้าคลั่ง...............จบตอน




แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง