test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

13 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 395 转世之身 กลับชาติมาเกิด


    “ข้าเองนั้นก็เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของความนึกคิดที่เหลืออยู่ และยังคงวนเวียนอยู่ในตำหนักซีอิงเสิ่น การกลับชาติมาเกิดนั้นจักต้องมีร่างกายมาด้วย ซึ่งตัวข้าเองก็เช่นกัน และข้าเองก็ไม่รู้ว่า ร่างกายที่กลับชาติมาเกิดของข้านั้นอยู่ที่ใด” ปรมาจารย์เต๋าฉางพูดอย่างแผ่วเบา


การที่จะหาคนทั้งหกที่กลับชาติมาเกิด นั่นเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก

ถ้าหากไม่สามารถที่จะทำลายการ ปิดผนึกห้วงเวลาและพื้นที่ เขาก็ไม่อาจที่จะกำจัดจักรพรรดิปราชญ์ได้ เรื่องนี้ทำให้เนี่ยลี่รู้สึกกดดันยิ่งนัก

เท่าที่ทราบมา จักรพรรดิปราชญ์นั้นควบคุมห้วงเวลาและพื้นที่มานับพันพันปี [ล้านปี] ไม่ต้องคำนึงเลยว่าเนี่ยลี่จักวางแผนสิ่งใดไว้ การที่จะทำลายเงื่อนไขของจักรพรรดิปราชญ์นั้นย่อมเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก ถ้าหากเขาค้นหาผู้ที่กลับชาติมาเกิดทั้งหกได้ ความเป็นไปได้ที่จะจัดการกับจักรพรรดิปราชญ์ก็เพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย


แต่ถึงอย่างไรทั้งหกคนก็เป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งจากอดีตกาล แม้จะเป็นเพียงร่างกายที่กลับชาติมาเกิด ก็จักต้องมีสายเลือดที่แข็งแกร่งเป็นแน่


“นอกจากวิธีนี้ ไม่มีหนทางอื่นที่จะต่อกรกับจักรพรรดิปราชญ์ได้อีกเลยเช่นนั้นหรือ?” เนี่ยลี่เอ่ยถาม


“ก็ใช่ว่าจะไม่มี ถ้าหากว่าเจ้าสามารถที่จะหาสมบัติวิเศษล้ำค่าชิ้นหนึ่งได้....” ปรมาจารย์เต๋าฉางพูดหลังจากที่ขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง


“สมบัติวิเศษล้ำค่า? สมบัติวิเศษล้ำค่าอะไรกัน?” เนี่ยลี่ถามด้วยความตื่นตกใจ


   “เมื่อครั้งอดีตกาล จักรพรรดิปราชญ์และพวกเรายังคงอยู่ในกลียุค ในตอนนั้นพวกเราเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ ระดับขอบเขตแห่งพระเจ้า ยอดฝีมือผู้หนึ่งได้นำสมบัติชิ้นนี้มายังโลกนี้ ก่อนที่เขาจักต่อสู้จนบาดเจ็บสาหัส จนแทบจะไปถึงปากทางเข้าสู่ความตาย เขาได้บอกเล่าความลับของตำราเล่มนั้นว่า ตำราเล่มนี้สามารถที่จะควบคุมห้วงเวลาและพื้นที่ได้ มันมีอำนาจอย่างไร้ที่สิ้นสุด” ปรมาจารย์เต๋าฉางค่อย ๆ พูดออกไป


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของปรมาจารย์เต๋าฉาง เนี่ยลี่ถึงกับประหลาดใจยิ่งนัก ควบคุมห้วงเวลาและพื้นที่ได้ นี่ปรมาจารย์เต๋าฉางจักหมายถึงตำราจิตอสูรท่องเวลาใช่หรือไม่?


 “แล้วท่านรู้วิธีที่จักได้มันมาหรือไม่?” เนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะถามออกไป


จอมมารก็ฟังอยู่ โดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกไป


      “ยอดฝีมือผู้นั้นพยายามที่จะแย่งชิงแก่นแท้วิญญาณของพวกเราทั้งเจ็ด เพื่อใช้ในการรักษาตัวของเขา จึงได้เกิดการต่อสู้กับพวกเราทั้งเจ็ด ทั้งเจ็ดคนห้อมล้อมตัวเขาเอาไว้ ในที่สุดก็สามารถสังหารเขาได้ แต่ก่อนที่เขาจะตาย เขาได้ฉีกตำราเล่มนั้นออกหลายแผ่น ๆ และโยนลอยข้ามขอบฟ้าไป พวกเราเคยค้นหาแล้วแต่ก็ไม่เคยพบ จากนั้นพวกเราก็ทำการแบ่งปันตำราแปดหน้าที่เหลือ” ปรมาจารย์เต๋าฉางอธิบายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ตำราที่ลอยข้ามขอบฟ้าไป เนี่ยลี่เข้าใจได้ในทันว่าว่า จักต้องเป็นตำราจิตอสูรท่องเวลาเป็นแน่และในตอนนี้เขาก็ไม่รู้เลยว่าตำราจิตอสูรท่องเวลาในตอนนี้อยู่ที่ใด


  “สุดท้ายแล้วอีกแปดหน้าที่เหลือมันยังคงอยู่หรือไม่?


   “ทั้งแปดหน้าที่เหลือนั้น อย่างน้อยก็สามหน้าที่อยู่ในมือของจักรพรรดิปราชญ์ และอยู่ในตำหนักนี้หนึ่งหน้า ส่วนที่เหลือนั้นข้าเองก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ใด การที่จักรพรรดิปราชญ์สามารถที่จะผนึกห้วงเวลาและพื้นที่ได้ ข้าเกรงว่าอาจจะเป็นเพราะจักรพรรดิปราชญ์นั้นสามารถที่จะเข้าใจอำนาจในการควบคุมห้วงเวลาและพื้นที่ได้จากหน้าหนังสือพวกนั้น”
ในใจของเนี่ยลี่ถึงกับสั่นไหว เพราะเขานั้นมีตำราจิตอสูรท่องเวลาอยู่ถึงสองหน้า


  “ท่านปรมาจารย์เต๋าฉาง ข้าไม่ทราบว่า ท่านสามารถที่จะมอบตำราหน้าที่ท่านมี ให้แก่ข้าได้หรือไม่?” เนี่ยลี่พูดหลังจากที่ขบคิดอยู่ชั่วครู่


  “ท่านอาจารย์โปรดมอบหน้าหนังสือให้แก่ข้าได้หรือไม่?” จอมมารพูดขึ้นมาและพูดขึ้นมา ในเวลานี้เขานั้นได้เป็นศิษย์ของปรมาจารย์เต๋าฉาง ก็เป็นเรื่องปกติที่จักไม่ยอมให้สมบัติชั้นนี้ตกไปอยู่ในมือของเนี่ยลี่


ปรมาจารย์เต๋าฉางตอบกลับไปว่า “เจ้านั้นได้เป็นผู้สืบทอดของข้าแล้ว แม้ว่าเจ้าจักมีสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจ ตำราหนึ่งหน้านี้ เป็นสิ่งที่อันตรายยิ่งนัก แม้แต่เจ้าก็ไม่อาจที่จะทำความเข้าใจกับ หน้าตารานี้ได้ และมันเป็นเรื่องง่ายที่จักสร้างปัญหาได้อีกด้วย”


จอมมารนิ่งเงียบไป เขาเข้าใจถึงคำพูดของผู้ที่อยู่ในระดับนี้ พวกเขาจักรักษาสัจจะยิ่งนัก ทุกคำที่พูดออกมาจักไม่มีการเปลี่ยนแปลง เขาจึงทำได้เพียงนิ่งเงียบเท่านั้น


ปรมาจารย์เต๋าฉางกลับมาพูดคุยกับเนี่ยลี่ “ข้ายินดีที่จะมอบหน้าตำรานี้ให้แก่เจ้า ถ้าหากว่าเจ้านั้นมีเหตุผลเพียงพอ ที่จะโน้มน้าวข้าได้ แต่ว่าเมื่อมอบหน้าตำรานี้ให้แก่เจ้า มันจักทำให้เจ้าพบแต่ปัญหา และหาได้มีประโยชน์อันใดไม่ เจ้ายังคิดที่จะต้องการมันอีกเช่นนั้นเหรอ?


เนี่ยลี่ยิ้มและพูดออกไปว่า “ข้านั้นมีตำราที่เหลืออีกสองหน้าแล้ว...”


หลังจากได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ ปรมาจารย์เต๋าฉางก็ถึงกับตกตะลึงไปชั่วครู่ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดเลยว่าเนี่ยลี่จักมีตำราที่เหลืออีกสองหน้า


   “ถ้าหากว่าเจ้ามีตำราสองหน้าที่เหลือ ตำราหน้าที่สามนี้คงจะสร้างปัญหาให้เจ้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่หลังจากที่เจ้าได้รับมันไปจักต้องระวังตัวให้ดี ต้องมิให้จักรพรรดิปราชญ์รับรู้ได้!” ปรมาจารย์เต๋าฉางพูดออกไป ด้วยหน้าตำราที่เหลือ ไม่ว่าจักเป็นสองหรือสามหน้า มันก็คงจักไม่ต่างกันเท่าใด
จอมมารมองไปที่เนี่ยลี่ด้วยความแปลกใจเล็กน้อย
ในตอนนี้หน้าตาราที่เหลือค่อย ๆ ลอยไปหยุดตรงหน้าของเนี่ยลี่


เนี่ยลี่เอื้อมมือไปหยิบและเอามาเก็บไว้


แม้ว่าจอมมารไม่อาจที่จะได้รับตำราหน้านั้นไป แต่ก็มิได้เสียหายอะไร จอมมารเริ่มได้รับการถ่ายทอดเทคนิคการบ่มเพาะพลัง มันช่างเป็นเทคนิคบ่มเพาะพลังที่วิเศษยิ่งนัก เกินกว่าที่ข้าจินตนาการเอาไว้เสียอีก ถ้าหากเขาสำเร็จการบ่มเพาะพลังนี้ ข้าคงจักใช้แค่เพียงเวลาอันสั้น ในการบรรลุระดับที่เหนือกว่าระดับเทพสงครามเป็นแน่


“ขอบคุณท่านอาจารย์!” จอมมารป้องมือคำนับไปยังพื้นที่ว่างเปล่าด้านหน้า


เนี่ยลี่กำหมัดจนแน่น จนมองเห็นเส้นเลือดปูดขึ้นมาอย่างชัดเจน เมื่อจอมมารได้รับสืบทอดมรดกจากปรมาจารย์เต๋าฉาง มันก็เป็นเรื่องยากที่จะสามารถกำจัดเขาได้


จอมมารค่อย ๆนั่งลงขัดสมาธิ จากนั้นก็ค่อย ๆ จางหายไป


เนี่ยลี่รับรู้ได้ทันทีว่า จอมมารนั้นได้เข้าไปยังสถานที่บ่มเพาะพลังลับของตำหนักซีอิงเสิ่น


เนี่ยลี่ยืนนิ่งเงียบ เขารู้สึกเจ็บปวดที่ไม่อาจจะทำอะไรได้ เพราะเขานั้นคือผู้สืบทอดของปรมาจารย์เต๋าฉาง จึงเป็นเรื่องยากที่เนี่ยลี่จะแก้แค้นให้กับเอียเซิ่งได้ แต่เขาจะไม่ยอมแพ้เพียงเท่านี้แน่!


“เจ้าคงจะสงสัยว่า เหตุใดข้าจึงยอมรับเขาเป็นศิษย์สินะ?” เศษเสี้ยวความนึกคิดของปรมาจารย์เต๋าฉางเอ่ยถาม


   “ถูกต้องแล้ว ข้าสงสัย!” เนี่ยลี่พยักหน้าตอบ ปรมาจารย์เต๋าฉางนั้นเป็นผู้รอบรู้ แล้วเหตุใดจึงยอมให้คนชั่วร้าย และใช้เทคนิคย้ายวิญญาณ จนต้องสังเวยชีวิตคนไปจำนวนไม่น้อย เพื่อให้ตนเองสัมฤทธิ์ผลของการบ่มเพาะพลัง


   “ในวิถีแห่งฟ้าและดิน ในบรรดาสิ่งที่มีชีวิต ไม่มีสิ่งใดที่มีชีวิตที่เป็นนิรันดร์” ปรมาจารย์เต๋าฉางอธิบายต่ออีกว่า “แม้ว่าจะเป็นยอดฝีมือขั้นสูงสุด สุดท้ายก็ต้องมีการดับสูญ”


       “ดูเหมือนว่าท่านปรมาจารย์เต๋าฉางจักหมายความว่า ผู้คนเหล่านั้นมีชะตาที่ต้องเป็นเครื่องสังเวยในการใช้เทคนิคย้ายวิญญาณเช่นนั้นหรือ? แล้วเหตุใดมันจักต้องเป็นเช่นนั้นด้วย?” เนี่ยลี่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย เขาไม่อาจที่จะยอมรับการใช้ชีวิตผู้อื่นราวกับต้นไม้ใบหญ้าเช่นนี้


   “ถูกต้อง ชีวิตและความตายนั้น ในตอนแรกมันอาจจะเจ็บปวดแต่สุดท้ายก็จักจางหายไป และเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาโต้แย้งกันในเรื่องนี้” ปรมาจารย์เต๋าฉางส่ายหน้า และพูดต่ออีกว่า


  “ข้ารู้ดีจากสิ่งที่เจ้าแสดงออก ว่ามันมิใช่แค่เรื่องเล็กน้อย แต่การที่เจ้าจักเอาชนะจักรพรรดิปราชญ์ เจ้าจักต้องได้รับความช่วยเหลือจากเขา เพราะเขาคือคนที่เจ้าตามหา หนึ่งในหกของผู้ที่กลับชาติมาเกิด”

ตาของเนี่ยลี่เบิกกว้างขึ้นทันที เขาไม่คิดเลยว่า จอมมารจักเป็นหนึ่งในหกของผู้ที่กลับชาติมาเกิด


ถ้าเช่นนั้นก็แปลว่า ถ้าหากตัวเขาต้องการที่จะโค่นล้มจักรพรรดิปราชญ์ ความร่วมมือกับจอมมารคือสิ่งจำเป็นเช่นนั้นหรือ?


   “เป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะขอความช่วยเหลือจากเขา!” ดวงตาของเนี่ยลี่เป็นประกายอย่างเย็นชา บ่งบอกให้เห็นได้ชัดว่า เขาจักไม่ยอมร่วมมือกับจอมมารเป็นแน่


   “ความแค้นของพวกเจ้าเป็นแค่เพียงเรื่องส่วนตัว แต่เรื่องของจักรพรรดิปราชญ์นั้นเกี่ยวพันถึงฟ้าและดิน เจ้าจักสามารถปล่อยวางมันได้หรือไม่? ” ปรมาจารย์เต๋าฉางพูดพร้อมกับถอนหายใจ


“ข้าไม่อาจทำได้!” เนี่ยลี่พูดอย่างเด็ดขาด และพูดต่ออีกว่า




   “จอมมารกับจักรพรรดิปราชญ์ ในความคิดของข้านั้น พวกเขามองเห็นชีวิตของผู้อื่นเป็นแค่เพียงใบหญ้า หาได้ต่างกันเลยไม่”..................จบต่อน

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง