test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

12 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 394 道藏祖师 ปรมาจารย์เต๋าฉาง


ภายในตำหนักซีอิงเสิ่น ห้องโถงใหญ่
มีพรมสีแดงปูยาวตรงไปที่ห้องโถงใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า ห้อมล้อมไปด้วยเสาที่สูงตระหง่าน


ภายในบริเวณนี้ก็ไม่อาจที่จะรวบรวมพลังจากขอบเขตพลังได้ ในส่วนของลมปราณนั้นก็ราวกับว่าถูกแช่แข็งอยู่


เนี่ยลี่มองไปทางด้านหน้า ตรงหน้าของห้องโถงใหญ่มีรูปปั้นสูงใหญ่ราวห้าสิบหกหมี่ เป็นรูปปั้นของชายชรามีหนวดเคราสีขาว นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงนั้น แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่รูปปั้น แต่ก็ดูราวกับว่าเป็นคนที่มีชีวิตจริง ๆ


รูปปั้นดังกล่าว ดูแล้วช่างดูยิ่งใหญ่และมี เกียรติยิ่งนัก เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคารพและบูชาขึ้นมาในจิตใจหรือว่านี่จะเป็น ปรมาจารย์เต๋าฉาง ตามตำนานที่เล่าขานมา


จอมมารยืนอยู่ห่างจากรูปปั้นปรมาจารย์เต๋าฉาง เพียงแค่ไม่กี่สิบหมี่ เขาเงยหน้ามองรูปปั้นของปรมาจารย์เต๋าฉางอย่างเงียบๆ


เนี่ยลี่มองดูจอมมารจากทางด้านหลัง ดวงตาของเขาแสดงให้เห็นจิตสังหารอย่างชัดเจน แต่ที่แห่งนี้มิใช้สถานที่ ที่จะต่อสู้กันได้


ดูเหมือนว่าปรมาจารย์เต๋าฉาง จักซุกซ่อนสมบัติที่แท้จริงเอาไว้ในห้องโถงใหญ่แห่งนี้ แต่ไม่ว่าของสิ่งนั้นจะเป็นอะไร เขาไม่มีทางที่จักยอมให้จอมมารได้รับไปเป็นแน่!


จอมมารรับรู้ถึงการมาถึงของเนี่ยลี่ และหันกลับมามอง พวกเขาสบตากันครู่หนึ่ง จากนั้นจอมมารก็หันหลังกลับไปเช่นเดิม โดยที่หาได้ให้ความสนใจกับเนี่ยลี่อีกไม่


เดิมทีลมปราณของจอมารนั้น แหลมคมราวกับกระบี่ และในตอนนี้ราวกับว่าถูกเก็บไว้ในฝัก แต่เนี่ยลี่รับรู้ได้เลยว่า จอมมารนั้นอันตรายยิ่งกว่าก่อนหน้านี้เป็นแน่


หลังจากที่จอมมารเข้ามายังอาณาจักรซากมังกร เขาไม่รู้ว่าจอมมารนั้นได้เรียนรู้สิ่งใดมาบ้าง เนี่ยลี่จึงระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก


ทันใดนั้น ก็มีคลื่นพลังที่ยิ่งใหญ่ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับท่วมท้นลงมาจากสวรรค์ เนี่ยลี่รู้สึกราวกับว่าตนเองนั้นจมสู่ห้วงทะเลลึก และพร้อมที่จะตายได้ทุกขณะ


เนี่ยลี่รู้สึกราวกับว่าร่างกายกำลังจะถูกบดขยี้เป็นชิ้น ๆ เนี่ยลี่จึงพยายามรวบรวมพลังจากจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ เพื่อรับมือกับคลื่นลมปราณนี้


“อืมม?


มีเสียงที่ก้องกังวลามาจากทางด้านในสุดของห้องโถงใหญ่ น้ำเสียงนั้นแสดงให้เห็นถึงความประหลาดใจไม่น้อย


“ข้านั้นเฝ้ารอมานับพันหมื่นปี [สิบล้านปี] ที่ผ่านมาก็มักจะมีเพียงแค่คนจากเผ่าอสูร จนในที่สุดก็มีมนุษย์สองคนเช่นเจ้าเข้ามายังที่แห่งนี้ได้ เจ้าทั้งสองยินดีที่จะรับมอบมรดกที่ข้าเหลือทิ้งไว้ และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับมนุษย์หรือไม่?


เสียงดังกล่าว ราวกับว่าเป็นการชะล้างบาป จิตใจอันชั่วร้ายของพวกเขารู้สึกเรากับถูกชะล้างไปด้วย


“มนุษย์เช่นนั้นเหรอ?” จอมมารชำเลืองมองที่เนี่ยลี่ที่ยืนห่างออกไป เห็นได้ชัดว่ารูปลักษ์ของเนี่ยลี่นั้นเป็นอสูร


แม้ว่าเนี่ยลี่จะใช้พลังจากการสังเวยเลือดอสูร และ แปลงรูปลักษณ์อยู่ แต่ก็ไม่อาจที่จะปกปิดเสียงที่ทรงอำนาจนี้ได้ และสามารถมองเห็นร่างที่แท้จริงของเนี่ยลี่ได้อย่างง่ายดาย


“ข้ายินดีที่จะใช้มันเพื่อประโยชน์ของชาวมนุษย์!” จอมมารตอบพร้อมกับพยักหน้า อย่างไม่ค่อยสนใจใยดีนัก


ถ้าหากจอมมารได้รับมอบมรดกของปรมาจารย์เต๋าฉาง หลังจากนี้จะไม่เกิิดความวุ่นวายขึ้นเช่นนั้นเหรอ? เนี่ยลี่เงยหน้าขึ้นและพูดออกไปตรงหน้าที่ว่างเปล่า และพูดขึ้นมาว่า “ข้ายินดีที่ี่จะใช้มันเพื่อประโยชน์ของชาวมนุษย์แต่.....” เนี่ยลี่ชี้ไปที่จอมมารที่ยืนอยู่ทางด้านหน้า และพูดต่อว่า “ข้าไม่คิดว่าเขาจะยินดีที่จะใช้มันเพื่อประโยชน์ของชาวมนุษย์ ข้าหวังว่าท่านปรมาจารย์จักเห็นความจริงที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ได้”


หลังจากได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ จอมมารถึงกับขมวดคิ้ว ดวงตาอันเย็นชาจับจ้องไปที่เนี่ยลี่ เขาเองก็ไม่รู้แน่ชัดว่า เขาไปทำอะไรให้เนี่ยลี่ต้องแค้นเคือง


   “ทุกสรรพสิ่งในโลก ล้วนมีต้นสายปลายเหตุ เช่นเดียวกันกับที่พวกเจ้า เข้ามายังตำหนักซีอิงเสิ่นนี้ได้ ก็เพราะมีชะตาต้องกันกับข้า ความดีและความชั่วบนโลกใบนี้ ไม่อาจที่จะมองผ่านแล้วชี้วัดสิ่งใดได้” เสียงของปรมาจารย์เต๋าฉาง เอื้อนเอ่ยอย่างช้า ๆ แต่ก้องกังวาล จนสามารถทะลุผ่านไปถึงหัวใจของพวกเขาได้


เนี่ยลี่ถึงกับขมวดคิ้ว ด้วยพลังของปรมาจารย์เต๋าฉาง น่าจะมองเห็นการใช้เทคนิคย้ายวิญญาณของจอมมาร และการที่เขานั้นได้สังหารผู้คนเป็นจำนวนมาก เขาก็เป็นคนที่ชั่วช้าอย่างเห็นได้ชัด แต่เหตุใดปรมาจารย์เต๋าฉางจึงยินดีที่จะรับจอมมารเป็นศิษย์อีกเช่นนั้นหรือ?


    “ถ้าหากเจ้ากลายเป็นศิษย์ของข้า เจ้าก็จักได้รับ ประกาศิตลับแห่งเต๋าฉาง  ซึ่งจักทำให้เจ้าสามารถที่จะออกคำสั่งกับเหล่าลูกศิษย์แห่งเต๋าฉางได้ และเจ้าจักต้องเลือกชีวิตของเจ้าต่อไปจากนี้ ด้วยความแข็งแกร่งที่จักได้รับ เจ้าจักสามารถที่จะทำลายหกนิกายใหญ่ได้อย่างง่ายดาย แม้แต่เหล่าผู้นำของหกนิกายใหญ่ก็ไม่อาจที่จะต่อต้านเจ้าได้ ถ้าหากว่าเจ้าทั้งสองรู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่จักได้รับ ก็จงรีบถอยหนีไปให้เร็วที่สุด” ปรมาจารย์เต๋าฉางอธิบายอย่างช้า ๆ


“ข้ายินดีที่จักรับมัน!” จอมมารตอบอย่างใจเย็น โดยที่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย


เนี่ยลี่ถึงกับขมวดคิ้ว นับตั้งแต่ที่เขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง เนี่ยลี่ได้เพิ่มความสามารถของตัวเอง ด้วยการใช้เทคนิคการบ่มเพาะพลัง [เทพวิถีฟ้า] จิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ ซึ่งจักทำให้เขาบรรลุขั้นสูงสุด จนกระทั่งสามารถท้าทายอำนาจของจักรพรรดิปราชญ์ได้ แต่จนกว่าจักถึงตอนนั้น เขาจะให้จักรพรรดิปราชญ์รับรู้ของการคงอยู่ของตัวเขาไม่ได้


ถ้าหากเนี่ยลี่กลายเป็นผู้สืบทอดประกาศิตลับแห่งเต๋าฉาง  อาจจะทำให้ถูกรับรู้ได้ การที่คิดจะท้าทายจักรพรรดิปราชญ์ในตอนนี้ ก็เป็นแค่การแสวงหาความตายเท่านั้น!


แม้แต่ปรมาจารย์เต๋าฉาง ในช่วงเวลาที่แข็งแกร่งที่สุด ก็ยังไม่อาจที่จะรับมือจักรพรรดิปราชญ์ได้เลย


“ข้าขออภัยด้วยท่านปรมาจารย์เต๋าฉาง ข้าไม่อาจที่จะเป็นศิษย์ของท่านได้” เนี่ยลี่ประสานมือเคารพก่อนที่จะพูดออกไป


“โอ้?” ปรมาจารย์เต๋าฉางพูดขึ้นมาโดยที่ไม่แปลกใจเท่าใดนัก


“ถ้าเช่นนั้น ผู้สืบทอดมรดกของข้า ก็มีเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น”


เนี่ยลี่รู้สึกเศร้าใจไม่น้อย เขาไม่อาจที่จะหยุดจอมมารเอาไว้ได้ ถ้าจอมมารสามารถที่จะครอบครองอำนาจของปรมาจารย์เต๋าฉางได้ ก็คงเป็นเรื่องยากที่เขาจะจัดการได้ แต่ก็เป็นสิ่งที่เนี่ยลี่จักไม่ยอมทำเป็นอันขาด แม้ว่าจอมมารจะมีความแค้นกับเขา แต่ปรมาจารย์เต๋าฉางและเหล่าลูกศิษย์ของเต๋าฉางนั้นล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์ และพวกเขาจักต้องเป็นกำลังหลักในการผนึกพลังของจักรพรรดิปราชญ์ไว้ในกระดูกมนตรา


เนี่ยลี่รู้สึกโมโหยิ่งนัก แม้ว่าจะกลับมาเกิดใหม่ ก็มีอยู่หลายสิ่งที่เขาไม่อาจจะควบคุมได้


เมื่อคิดถึงการตายอย่างน่าอนาถของเอียเซิ่ง ในใจของเนี่ยลี่ก็เต็มไปด้วยความโกรธเกลี้ยวอีกครั้ง สักวันหนึ่งเขาจะต้องทวงคืนความยุติธรรมนี้ให้ได้


    “แม้ว่าเจ้าจักไม่ยอมเป็นผู้สืบทอดมรดกแห่งข้า แต่เจ้ากับข้านั้นก็นับว่ามีชะตาต้องกัน ข้าสัมผัสได้ถึง เทคนิคการบ่มเพาะพลัง [เทพวิถีฟ้า] ของเจ้า และจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำที่เจ้าครอบครองอยู่ รวมถึงลมปราณจากบางสิ่งที่สืบทอดมาจาก คงหมิง ในช่วงเวลาสั้น ๆ 


       การที่จะฝึกให้สำเร็จขั้นสูงสุดนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ข้าจักไม่รู้ที่มาของเจ้า แต่ข้าก็รู้ถึงสิ่งที่เจ้าต้องการจะไป กว่าที่เจ้าจะทำการบ่มเพาะพลังถึงขั้นสูงสุดและพอที่จะรับมือกับจักรพรรดิปราชญ์ได้ คงใช้เวลาอีกนับพันปี ยอดฝีมือมากมายที่พยายามทำการปิดกั้นความสามารถในการผันแปรห้วงเวลาและพื้นที่ของจักรพรรดิปราชญ์ แต่ทุกคนก็ต้องประสบกับความล้มเหลว 



        ถ้าหากเจ้าไม่อาจที่จะทำลายความสามารถในการผันแปรห้วงเวลาและพื้นที่ของจักรพรรดิปราชญ์ได้ ไม่ว่าเจ้าจักสังหารเขาลงไปเป็นล้านครั้ง เขาก็สามารถที่จะก่อร่างเนื้อหนังและกลับเป็นปกติได้ และในห้วงเวลาและพื้นที่ของเขา เจ้านั้นก็จักมีเพียงแค่ชีวิตเดียว 


   เว้นแต่ว่าเจ้าจักหาคนที่กลับชาติมาเกิด ให้พวกเขาให้การช่วยเหลือเจ้า ก็อาจจะมีโอกาสชนะสักหนึ่งในร้อยส่วน” เสียงของปรมาจารย์เต๋าฉางยังคงคลุมเคลือดังมาจากพื้นที่ว่างเปล่าด้านหน้าอีกครั้ง


เนี่ยลี่ถึงกับรู้สึกหวาดกลัว เขาไม่คิดเลยว่าปรมาจารย์เต๋าฉาง จักล่วงรู้ทุกเรื่องได้อย่างชัดเจน

“คนที่กลับชาติมาเกิดเช่นนั้นเหรอ? แล้วคนที่กลับชาติมาเกิดนั้นคือผู้ใดกัน?” เนี่ยลี่ถามออกไป


     “นับตั้งแต่การกำเนิดของห้วงเวลาและพื้นที่ มีผู้ทรงอำนาจอยู่ทั้งหมดหกคน พวกเรานั้นก็มีฝีมือพอที่จะรับมือกับจักรพรรดิปราชญ์ได้ และข้าก็คือหนึ่งในนั้น พวกเราทั้งหกอยู่กันอย่างสงบ และพวกเรานั้นเข้าถึงวิถีแห่งสวรรค์ แต่พวกเราไม่คาดคิดเลยว่าจักรพรรดิปราชญ์จักมีความทะเยอทะยานไปกว่านั้น 


        เขาได้สร้างค่ายกลผนึกเก้าอณาจักรมนุษย์ และสิบดินแดนสวรรค์ และทำการปิดผนึกห้วงเวลาและพื้นที่เอาไว้ และหลังจากนั้นพวกเราก็ท้าประลองกับจักรพรรดิปราชญ์ ถ้าหากมิได้กายาเทพของเทพธิดาจินหยาน [จินหยานแปลว่า เพลิงสีทอง น่าจะเป็นฉายาของเทพธิดาที่ผู้อ่านรู้จักดี] ได้ผนึกพลังของจักรพรรดิปราชญ์ไว้ในกระดูกมนตรา 


      ณ ดินแดนบรรพชนแห่งเทพ เกรงว่าพวกเราทุกคนคงจักถูกสังหารไปจนหมดทุกคนเป็นแน่ ในตอนนี้พวกเขาได้ใช้เทคนิคทำนายสวรรค์ เพื่อที่จะวนเวียนกลับชาติมาเกิด ซึ่งจะวนเวียนเช่นนี้ไปชั่วนิรันดิ์ ถ้าหากเจ้าสามารถที่จะค้นหาพวกเขาเจอ บางทีอาจจะทำลายการ ปิดผนึกห้วงเวลาและพื้นที่ของจักรพรรดิปราชญ์ได้ การที่จะทำเช่นนั้นได้ ก็ขึ้นอยู่กับโชคและวาสนาของเจ้า ”



หลังจากที่ได้ยินคำพูดของ ปรมาจารย์เต๋าฉาง เนี่ยลี่ก็จมอยู่กับความคิดของเขา ในตอนนี้ เขาได้ตระหนักถึงการดำรงอยู่ของจักรพรรดิปราชญ์ ว่าเป็นมาเช่นใด.............จบตอน


แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง