test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

11 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 393 神秘的气息 ลมปราณลึกลับ



เมื่อได้เห็นเช่นนั้น เหล่ายอดฝีมือก็กลับไปเพ่งมองแผ่นกำแพงหยกแก้วเช่นเดิม และพยายามทำความเข้าใจกับอักษาจารึกลึกลับที่อยู่บนแผ่นกำแพงหยกแก้วต่อไป


ทันใดนั้น เนี่ยลี่ก็รีบเขียนรูปอักษรจารึกลงไปอย่างรวดเร็ว อักษรจารึกเหล่านั้นมีปฏิกิริยากับแผ่นกำแพงหยกแก้วทันที


ในตอนแรกทุกคนต่างคิดว่าเนี่ยลี่คิดที่จะทำอะไรบ้า ๆ เท่านั้น แต่ทันใดนั้นเอง แผ่นกำแพงหยกแก้วก็เริ่มเปร่งแสงออกมา และตัวของเนี่ยลี่ก็ค่อย ๆ หายไป


“มันเป็นไปได้อย่างไร?


“หยุดเขาไว้!


ยอดฝีมือหลายคนพยายามที่จะหยุดเนี่ยลี่


  แต่ร่างกายของเนี่ยลี่ก็ได้หายเข้าไปในแผ่นกำแพงหยกแก้วแล้วพวกเขาต่างสับสน ว่าทำไมพวกเขาจึงไม่อาจที่จะหาทางเข้าไปในแผ่นกำแพงหยกแก้วได้


อาจจะเป็นไปได้ว่า วิธีการที่จะเข้าไปในแผ่นกำแพงหยกแก้วนั้นมิได้ยากนักเช่นนั้นหรือ? แต่ก่อนหน้านี้ก็มีผู้คนที่พยายามจะลองดูแล้วมิใช่เหรอ? ถ้าหากพวกเขารู้ว่าเนี่ยลี่จักรู้วิธีที่เข้าไปได้ พวกเขาคงจะหยุดเนี่ยลี่เอาไว้ก่อน และสอบถามวิธีการจากเขา!


อู๋หยาจื่อเองก็ตกใจไม่น้อย เขาไม่คิดเลยว่าเนี่ยลี่จะสามารถเข้าไปได้จริง เขามองไปที่เซี่ยวหยู่และเอ่ยถามว่า “เนี่ยลี่เขารู้วิธีที่จะเข้าไปได้จริง ๆ ใช่หรือไม่?

“ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน” เซี่ยวหยู่ตอบพร้อมกับยักไหล่ และพูดต่ออีกว่า

“เขาอาจจะแค่โชคดีที่เข้าไปได้ เรื่องนี้ก็เป็นไปได้เช่นกัน”


อู๋หยาจื่อรู้สึกหดหู่ยิ่งนัก การที่เนี่ยลี่เข้าไปข้างในโดยไม่มีเขาไปด้วย เขาหวังว่าเนี่ยลี่คงจะไม่เก็บเอาสมบัติในห้องโถงใหญ่ไว้แค่เพียงผู้เดียวนะ?


อู๋หยาจื่อชำเลืองไปที่เซี่ยวหยู่ ตราบใดที่เซี่ยวหยู่ยังอยู่ตรงนี้ เขาไม่รู้ว่าเนี่ยลี่จะกลับมาเมื่อไหร่ เขาก็คงทำได้แค่เพียงเฝ้ารอเท่านั้น


เริ่มมียอดฝีมือบางคนเดินไปยืนด้านหน้าแผ่นกำแพงหยกแก้ว และเริ่มหาวิธีที่จะเข้าไปข้างใน


หนึ่งในยอดฝีมือเหล่านั้นลองที่จะทำเลียนแบบเนี่ยลี่ โดยการเคาะไปที่แผ่นกำแพงหยกแก้ว แต่นอกจากเสียงสะท้อนออกมา เขาก็ไม่พบสิ่งใดเลย


ทั้งสองคนก่อนหน้านี้ พวกเขาได้เขียนรูปแบบอักษรจารึกบางอย่างลงไปที่แผ่นกำแพงหยกแก้ว ก่อนที่จะสามารถเข้าไปข้างในแผ่นกำแพงหยกแก้วได้ เขาคิดขึ้นมาได้จึงเริ่มที่จะเขียน  รูปแบบอักษรจารึกบางอย่างลงไปบนแผ่นกำแพงหยกแก้ว รูปแบบอักษรจารึกเหล่านั้นเปร่งแสงออกมาและ รูปแบบอักษรเหล่านั้นก็หายเข้าไปในแผ่นกำแพงหยกแก้ว
สำเร็จแล้วเช่นนั้นหรือ?


ยอดฝีมือผู้นั้นอดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทีที่ดีใจ เขาจ้องมองแผ่นกำแพงหยกแก้วด้วยความตื่นเต้น


ทันใดนั้น ก็เกิดเสียงระเบิดดัง ตูมม! มีพลังที่รุนแรงระเบิดออกมาจากแผ่นกำแพงหยกแก้ว ส่งผลให้ยอดฝีมือผู้นั้นกระเด็นออกไปไกลหลายสิบหมี่ ก่อนที่จะร่วงหล่นลงบนพื้นอย่างรุนแรง ร่างกายของเขาถูกเผาไหม้จนเกรียม ขาของเขากระตุกหลายครั้งก่อนที่จะนิ่งไป และไร้ซึ่งการขยับอีก


เมื่อเห็นภาพตรงหน้านี้ เหล่ายอดฝีมือที่เตรียมที่จะลองหาทางเข้าไปในแผ่นกำแพงหยกแก้วก็ถอยหลักออกมา เส้มผมของพวกเขาถึงกับลุกชัน พวกเขาไม่กล้าที่จะทดลองทำดูอีกเป็นแน่


ผนึกของแผ่นกำแพงหยกแก้วไม่อาจที่จะลำลายได้ง่าย ๆ และถ้าหายคลายผนึกไม่สำเร็จ พวกเขาก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต


กว่าที่พวกเขาก็เข้ามาในตำหนักซีอิงเสิ่นนี้ได้ด้วยความยากลำบาก และมีโอกาสที่จะทำการบ่มเพาะพลังด้วยการไตร่ตรองแผ่นกำแพงหยกแก้วนี้ พวกเขาจักยอมกลับออกไปง่าย ๆ ได้เช่นใด


เหล่ายอดฝีมือคิดเช่นนั้นจึงกลับไปนั่งตรงที่เดิม และทำการไตร่ตรองแผ่นกำแพงหยกแก้วต่อไป


อู๋หยาจื่อมองไปที่ศพที่ไหม้เกรียม เนี่ยลี่นั้นจักต้องรอบรู้ยิ่งกวึ่นผู้นี้ จึงสามารถปลดผนึกและเข้าไปในแผ่นกำแพงหยกแก้วได้ เขาเริ่มที่จะสงสัยคนที่สามารถเข้าไปได้ก่อนเนี่ยลี่ว่าเป็นใครมาจากไหน และดูเหมือนว่าตัวของอู๋หยาจื่อนั้นคงไม่อาจที่จะเข้าไปได้เป็นแน่ เขาจึงตั้งใจที่จะไตร่ตรองแผ่นกำแพงหยกแก้วต่อไป


เซี่ยวหยู่มองไปที่แผ่นกำแพงหยกแก้วที่อยู่ตรงหน้า นางไม่เข้าใจเลยว่า ในบางครั้งในใจนางก็รู้สึกเศร้า เพราะชายผู้ที่ชื่อว่าเนี่ยลี่นี้ นางกลัวว่าเนี่ยลี่จะมิได้กลับออกมา และหายไปจากชีวิตของนาง


ในตอนนี้ระดับการบ่มเพาะพลังของนาง อยู่ต่ำกว่าเนี่ยลี่สองระดับ และแน่นอนว่าในภายภาคหน้าจักต้องยิ่งห่างชั้นกันมากยิ่งกว่านี้


ทันใดนั้น นางก็รับรู้ได้ถึงลมปราณลึกลับสองจุดโคจรไปที่ขอบเขตวิญญาณของนาง จากนั้นก็วิ่งไปตามแขนขาทั้งสี่จุดของนาง นอกจากนี้ลมปราณทั้งสองจุดเชื่อมโยงกับแหวนที่มือขวาของนางอีกด้วย


เนิ่นนานมาแล้ว เซี่ยวหยู่มักจะรู้สึกว่า ร่างกายของนางมีลมปราณลึกลับสองจุดที่คอยดูแลนาง เมื่อใดที่นางต้องพบกับความล้มเหลว หรือมีปัญหาในการบ่มเพาะพลัง ลมปราณทั้งสองจุดนี้มักปรากฏขึ้นและ ให้ความช่วยเหลือนาง


นางไม่รู้เลยว่าลมปราณทั้งสองจุดนี้ มีแหล่งกำเนิดมาจากที่ไหน แต่เซี่ยวหยู่รู้สึกได้ว่า ลมปราณทั้งสองจุดนี้จักต้องเกี่ยวข้องกับชาติกำเนิดของนาง นั่นเป็นส่วนหนึ่งในเหตุผลที่นางต้องการที่จะรู้ชาติกำเนิดของตนเอง


ลมปราณทั้งสองจุดโคจรไปที่ขอบเขตวิญญาณของนาง และทำการกระตุ้นเลือดอสูรที่ได้มาจากการสังเวยเลือดอสูร


การบ่มเพาะพลังของเซี่ยวหยู่ทะยานสูงขึ้นราวกับบ้าคลั่ง ขอบเขตวิญญาณของนางแทบจะระเบิดออกมา


เซี่ยวหยู่รู้สึกตกใจยิ่งนัก นางนั้นไม่อาจที่จะควบคุมพลังที่เอ่อล้นออกมาได้เลย


พรึ่บบ! พรึ่บบ!


ชะตาวิญญาณดวงที่แปดของนางถูกจุดขึ้นมาในขอบเขตวิญญาณ หลังจากนั้น ชะตาวิญญาณดวงที่เก้าก็ถูกจุดขึ้นมา


ตรงใจกลางของชะตาวิญญาณดวงที่เก้า ในตอนนี้ได้มี ดวงดารา ดวงเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นมา มันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอันไร้ที่สิ้นสุด
มันคือดาราแห่งชีวิต!


เมื่อสามารถเข้าถึงดาราแห่งชีวิต


คนผู้นั้นจักบรรลุระดับดาราสวรรค์!


อู๋หยาจื่อที่บ่มเพาะพลังอยู่ใกล้ ๆ เขารับรู้ถึงลมปราณของเซี่ยวหยู่ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสัมผัสได้ว่านางนั้นบรรลุระดับชะตาสวรรค์ขั้นที่เก้าแล้ว และมีร่องรอยของการบรรลุระดับดาราสวรรค์อยู่เล็กน้อย


เนี่ยลี่กับเซี่ยวหยู่นี่ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก! การบ่มเพาะพลังของพวกเขาช่างรุดหน้าอย่างรวดเร็วจนเกินไปแล้ว ทำไมพวกเขาถึงได้ทำการเลื่อนระดับขึ้นได้อย่างต่อเนื่องโดยที่ใช้เวลาไม่นาน โดยปกติ การที่จะเลื่อนระดับความแข็งแกร่งแต่ละระดับ จะต้องใช้เวลานับสิบปี แม้ว่าจักมีผู้ทำได้อย่างรวดเร็วก็ยังต้องใช้เวลาหลายเดือน จะมีผู้ใดที่ทำได้รวดเร็วดั่งเนี่ยลี่กับเซี่ยวหยู่ทำได้อีกหรือ?


แม้แต่เซี่ยวหยู่ก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย ด้วยพลังจากการสังเวยเลือดอสูร และคลื่นลมปราณลึกลับทั้งสองจุดที่โคจรอยู่ในร่างของนางช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก แต่นางรู้สึกได้ว่าผลที่ได้นี้มาจากลมปราณทั้งสองจุดมากกว่าการสังเวยเลือดอสูร


ลมปราณทั้งสองจุดนั้นยังคงโครจรอยู่ในขอบเขตวิญญาณของเซี่ยวหยู่ อยู่ชั่วเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะโคจรไปบริเวณที่หน้าอก ที่ปาก และโคจรไปที่ดวงตา ทันใดนั้นดวงตาของเซี่ยวหยู่ก็เปร่งแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมา


แผ่นกำแพงหยกแก้วที่อยู่ตรงหน้า ก็เปลี่ยนแปลงไป และรูปแบบจารึกบนแผ่นกำแพงหยกแก้วก็ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในดวงตาของนาง


ทันใดนั้นนางก็สามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจน รวมถึงวิธีการที่จะเข้าไปข้างในแผ่นกำแพงหยกแก้วนี้!


เซี่ยวหยู่ลุกยืนขึ้นและเดินออกไป เตรียมที่จะเข้าไปในแผ่นกำแพงหยกแก้ว


“ช้าก่อน!” อู๋หยาจื่อรีบตะโกนหยุดเซี่ยวหยู่ เขารู้สึกได้ว่าเซี่ยวหยู่นั้นมีอะไรแปลกไป นางดูเหมือนว่าจะสามารถเข้าไปข้างในแผ่นกำแพงหยกแก้วได้แล้ว


“ทำไมเหรอ?” เซี่ยวหยู่หยุดและมองไปที่อู๋หยาจื่อ


    “ท่านน้องเซี่ยวหยู่ ช่วยบอกแก่ข้าด้วย สำหรับวิธีการที่จักเข้าไปด้านในแผ่นกำแพงหยกแก้ว หากพวกเจ้าทั้งสองคนเข้าไปด้านใน คงจักไม่ทิ้งข้าไว้ด้านนอกนี้ ถึงอย่างไรข้านั้นก็อยู่ในระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ ข้ายังสามารถที่จะปกป้องพวกเจ้าได้!” อู๋หยาจื่อถูกมือพร้อมกับยิ้ม เขาแอบส่งเสียงไปให้กับเซี่ยวหยู่


เซี่ยวหยู่ครุ่นคิด ที่อู๋หยาจื่อพูดมาก็ไม่ผิด อู๋หยาจื่อไม่อาจที่จะเข้าไปด้วยตัวเอง และการที่จะพาอู๋หยาจื่อเข้าไปนั้นพวกเขาก็หาได้มีอันตรายใด ๆ เนี่ยลี่เองก็มีแนวโน้มที่จะต้องประมือกับจอมมาร ถ้าหากพาไปด้วยก็อาจจะช่วยในการเสริมกำลังในการต่อสู้ได้


นางจึงถ่ายทอดวิธีที่จะเข้าไปในแผ่นกำแพงหยกแก้วให้แก่อู๋หยาจื่อโดยผ่านทางลมปราณ


อู๋หยาจื่อถึงกับตกใจไม่น้อย เซี่ยวหยู่ผู้นี้สามารถที่จะส่งรูปแบบอักษรจารึกสำหรับการปลดผนึกเข้ามายังความคิดของเขาได้ ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินความสามารถของเซี่ยวหยู่ผู้นี้ต่ำเกินไป แม้แต่ยอดฝีมือระดับวิถีแห่งมังกร ก็ไม่อาจที่จะถ่ายทอดรูปแบบอักษรจารึกเข้าไปในความคิดของใครได้อย่างอิสระ แต่เซี่ยวหยู่ที่ยังไม่บรรลุระดับดาราสวรรค์ กลับสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้ ทำให้เขานั้นอดที่จะตัวสั่นไม่ได้



ไม่ว่าจะเป็นเนี่ยลี่ หรือเซี่ยวหยู่ ทั้งสองคนนี้ช่างลึกลับและเข้าใจได้ยากยิ่งนัก.............จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง