test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

11 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 392 再遇妖主 เผชิญหน้ากับจอมมารอีกครั้ง


เนี่ยลี่จับจ้องไปที่แผ่นกำแพงวิญญาณที่ว่างเปล่า ราวกับมีอักษรอาคมลอยเข้ามาที่ดวงตาของเขา


มันคือเทคนิคการบ่มเพาะพลัง [เทพสื่อวิญญาณ] (语神)


เทคนิคการบ่มเพาะพลัง[เทพสื่อวิญญาณ]ถูกคิดค้นขึ้นมาจากยอดฝีมือขั้นสุงสุด และสามารถทำให้ผู้ที่ฝึกฝนมีอำนาจราวกับเป็นพระเจ้า


เทคนิคการบ่มเพาะพลัง[เทพสื่อวิญญาณ] นี้ เป็นเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่อยู่ในระดับเดียวกับ เทคนิคการบ่มเพาะพลัง [เทพวิถีฟ้า]


อาจเป็นไปได้ว่าเจ้าของตำหนักซีอิงเสิ่นนี้ อาจจะเป็น ผู้คิดค้นเทคนิคการบ่มเพาะพลัง[เทพสื่อวิญญาณ] ขึ้นมา ปรมาจารย์เต๋าฉาง [道藏]


ปรมาจารย์เต๋าฉางเป็นผู้ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก


เขาคือปริศนาอันยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์มนุษย์ ไม่มีผู้ใดรู้ถึงวิถีชีวิตของปรมาจารย์เต๋าฉาง ที่รับรู้มาก็เพียงแค่ปรมาจารย์เต๋าฉางได้ต่อสู้กับจักรพรรดิปราชญ์ แม้ว่าไม่อาจที่จะเอาชนะได้ แต่ก็หนีรอดกลับมาได้ ต่อมาเขาได้คิดค้นวิธีในการ ผนึกพลังของจักรพรรดิปราชญ์ เอาไว้ด้วยกระดูกมนตรา จากนั้นปรมาจารย์เต๋าฉางก็หายสาปสูญไป
หรือว่าตำหนักซีอิงเสิ่นนี้ จักเป็นสุสานของปรมาจารย์เต๋าฉาง ก็เป็นได้


เทคนิคการบ่มเพาะพลัง [เทพสื่อวิญญาณ] เป็นเทคนิคที่ฝึกฝนได้ยากยิ่งนัก ผู้ที่ฝึกฝนมีจักต้องมีจิตใจที่บริสุทธิ์ จึงจักสามารถฝึกฝนได้อย่างถ่องแท้ แม้ว่าเนี่ยลี่จักมีประสพการณ์ถึงสองชีวิต แต่เนี่ยลี่ก็ยังเป็นมนุษย์ธรรมดาที่มี รัก โลภ โกรธ หลง  การที่จะฝึกฝนเทคนิคการบ่มเพาะพลัง [เทพสื่อวิญญาณ] จึงเป็นเรื่องที่ยากไม่น้อย


เนี่ยลี่นั่งอยู่อย่างเงียบ ๆ ด้านหน้าแผ่นกำแพงวิญญาณที่ว่างเปล่า เขาพยายามที่จะจับจ้อง และทำความเข้าใจกับความลับ ของตัวอักษร คำจารึก ที่อยู่ในแผ่นกำแพงวิญญาณที่ว่างเปล่า


ในขณะที่เนี่ยลี่และคนอื่น ๆ นั่งเงียบและตรึกตรองกับแผ่นกำแพงที่อยู่ตรงหน้า ก็มีชายหนุ่มหน้าตาซีดขาวผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น ไม่รู้ว่าเขานั้นเดินมาจากที่ใด


เมื่อได้เห็นชายหนุ่มผู้นี้ เนี่ยลี่หลี่ตาลงเล็กน้อย ทำให้รับรู้ได้ถึงจิตสังหาร ผ่านทางดวงตาอันเย็นชาคู่นั้น


เจ้านั่นคือ จอมมาร!


เขาไม่คิดเลยว่าจักได้เจอกับจอมมารในที่แห่งนี้


จอมมารไม่ได้ผ่านเข้ามาทางประตูเซิงเหมิน เขามาจากทางไหนกันแน่ ถึงเข้ามายังตำหนักซีอิงเสิ่นได้


จอมมารมองเห็นคนที่นั่งอยู่  แต่เขาก็หาได้สนใจไม่ เขาจ้องมองไปที่แผ่นกำแพงวิญญาณที่ว่างเปล่า เนี่ยลี่ในตอนนี้นั้นดูเหมือนพวกเผ่าอสูร นั่งอยู่ท่ามกลางคนเหล่านั้น จอมมารจึงไม่อาจที่จะรู้ได้ว่าคนผู้นี้คือเนี่ยลี่


จอมมารนั่งลงอยู่ห่างจากเนี่ยลี่หลาย สิบหมี่ มีลมปราณลึกลับโคจรรอบ ๆ ร่างของเขา


เนี่ยลี่สามารถระบุได้จากลมปราณที่แผ่ออกมานี้ จอมมารน่าจะบรรลุระดับชะตาสวรรค์ขั้นที่แปด แต่ทั่วร่างของจอมมารนั้น มีลมปราณที่ลึกลับอยู่ ทำให้เนี่ยลี่รู้สึกขนลุกเล็กน้อย


เนื่องจากในขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่นั้นมีเถาวัลย์ลึกลับอยู่ การบ่มเพาะพลังของเขาจึงก้าวหน้าได้ไม่รวดเร็วนัก ถ้าหากไม่ได้พลังจากการสังเวยเลือดอสูร เขาก็จะยังอยู่แค่เพียงระดับชะตาสวรรค์ขั้นห้าชะตาเท่านั้น แต่จอมมารที่มีร่างกายอันทรงพลังที่สุด ทำให้สามารถบ่มเพาะพลังได้อย่างรวดเร็วอย่างก้าวกระโดด


พอคิดถึงตอนที่เอียเซิ่งถูกสังหารด้วยน้ำมือของจอมมาร  ใจของเนี่ยลี่นั้นเต็มไปด้วยความกระหายที่จะฆ่า ถ้าหากไม่มีผู้อื่นอยู่ที่นี่ เนี่ยลี่คงจะยื่นมือไปสังหารจอมมารแล้ว แม้ว่าจะมีลมปราณลึกลับโคจรอยู่รอบกายเขา เนี่ยลี่ก็หาได้เกรงกลัวไม่ [ถ้าก่อเรื่องทำให้ยอดฝีมือคนอื่นรำคาญ อาจจะโดนสังหารได้ อย่าลืมว่าคนอื่น ๆ ที่อยู่ที่นี่ ไม่มีใครอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า ดาราสวรรค์]


ถ้าหากเขาสังหารจอมมารในตอนนี้ อย่างมากก็แค่ทำให้ ระดับของการบ่มเพาะพลังของจอมมารลดลงแค่หนึ่งระดับเท่านั้น


ในตอนนี้จอมมารหาได้สนใจสิ่งใด เขาแค่เพียงนั่งจับจ้องแผ่นกำแพงวิญญาณที่ว่างเปล่าอย่างเงียบ ๆ


เซี่ยวหยู่นั้นเคยพบกับจอมมารมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนที่ยังอยู่ที่โลกใบเล็ก เมื่อนางได้เจอจอมมารอีกครั้ง นางก็รับรู้ได้ถึงความเกลียดชังที่มีระหว่างเนี่ยลี่กับจอมมาร นางอดไม่ได้ที่จะมองไปที่เนี่ยลี่ด้วยความกังวล นางรู้สึกได้เลยว่า จอมมารผู้นี้เป็นคนที่อันตรายยิ่งนัก


     “ข้าไม่คิดเลยว่าจักมีผู้คนมากมายมาอยู่ที่นี่ แต่พวกเจ้ากลับหยุดแค่ตรงนี้ ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะมิได้มีชะตาต้องกันกับสมบัติของปรมาจารย์เต๋าฉางสินะ” จอมมารมองผู้อื่นด้วยความดูถูก เขาลุกขึ้นยืนและเดินไปยังแผ่นกำแพงวิญญาณที่ว่างเปล่า
ในตอนนี้สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่จอมมาร


“มีคนบางคนที่คิดจะทำลายค่ายกลอักษรจารึกลึกลับบนแผ่นกำแพงหยกแก้ว”


“ฮ่าฮ่าฮ่า  ช่างอวดดียิ่งนัก การที่จะทำลายค่ายกลอักษรจารึกลึกลับบนแผ่นกำแพงหยกแก้วนี้มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้”


“อีกสักพักเขาก็จักเป็นเหมือนนกที่ถูกทำร้ายแล้วก็คลานกลับมา”


ก่อนหน้านี้ก็มีคนที่คิดจะทำลายค่ายกลอักษรจารึกลึกลับบนแผ่นกำแพงวิญญาณที่ว่างเปล่า แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวกันทุกคนจึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจักคิดว่าจอมมารก็ต้องไม่อาจที่จะทำได้เช่นกัน


เนี่ยลี่จับจ้องไปที่จอมมาร เขารับรู้ได้ว่า จอมมารที่เขาเผชิญหน้าเมื่อก่อนหน้านี้ กับจอมมารที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ มีอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย แต่สิ่งนั้นคืออะไร เขาก็ไม่สามารถที่จะบอกได้เช่นกัน


จอมมารยื่นมือขวาไปยังด้านหน้าแผ่นกำแพงหยกแก้ว และวางทาบลงไปบนผิวหน้าของแผ่นกำแพงหยกแก้ว ทันใดนั้นก็มีร่องรอยของแสงลึกลับ ที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ตรงฝ่ามือของจอมมาร และกระจายออกไปบริเวณใกล้เคียง


แผ่นกำแพงหยกแก้วเปร่งแสงออกมาจนสว่างไปทั่ว ทำให้ทุกคนถึงกับต้องยกมือขึ้นมาปิดไว้


“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” เจิ่นหยวนพูดขึ้นมาด้วยความตกใจ


อู๋หยาจื่อก็รู้สึกตกใจเล่นกัน ชายผู้นั้นทำอะไรลงไปกันแน่?


เนี่ยลี่เองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน เขารีบตะโกนออกไปว่า “หยุดเขาเอาไว้!


หลังจากได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ ยอดฝีมือเผ่าอสูรสองตนก็รีบลุกขึ้นและพุ่งไปยังจอมมารทันที


แต่ทว่า ร่างกายของจอมมารก็กลายเป็นแค่ภาพอันเลือนลางและหายเข้าไปในแผ่นกำแพงหยกแก้วอย่างรวดเร็ว ราวกับหยดน้ำที่ร่วงหล่นลงไปในทะเลสาบ


ยอดฝีมือเผ่าอสูรทั้งสองตนพุ่งเข้าหาความว่างเปล่า พวกเขาพยายามจ้องมองแผ่นกำแพงหยกแก้วด้วยความประหลาดใจ


“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?


“เจ้าคนที่อยู่ตรงนี้หายไปไหนกัน?


“เขาเข้าไปด้านในแผ่นกำแพงหยกแก้วได้!


เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า เหล่ายอดฝีมือที่นั่งอยู่ก็รู้สึกทั้งโกรธและเศร้าใจยิ่งนัก พวกเขานั้นพยายามที่จะศึกษา แผ่นกำแพงหยกแก้ว นี้มาเป็นเวลาเนิ่นนาน แต่ก็ไม่อาจที่จะรู้วิธีเข้าไปในแผ่นกำแพงหยกแก้วนี้ได้ แต่ชายผู้นั้นโผล่ไม่ถึงชั่วเวลาหนึ่งก้านธูป กลับสามารถที่จะแยกแยะและปรับเปลี่ยน ค่ายกลอักษรจารึกลึบลับและเข้าไปในแผ่นกำแพงหยกแก้วได้ในคราเดียว


เนี่ยลี่กำหมัดจนแน่น เขาไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่า จอมมารเข้ามายังห้องโถงใหญ่นี้ได้อย่างไร และใช้วิธีไหนในการเข้าไปในแผ่นกำแพงหยกแก้วนั่น


จากการคำนวนของเขา เหล่ายอดฝีมือที่อยู่ด้านนอกตำหนักซีอิงเสิ่น ก็น่าจะยังไม่อาจเข้ามาถึงห้องโถงด้านในนี้ได้


เว้นแต่ว่า ตั้งแต่ก่อนที่เนี่ยลี่จักทำลายค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบไป จอมมารก็ได้อยู่ในห้องโถงใหญ่ของตำหนักซีอิงเสิ่นแล้ว


ดูเหมือนว่าเขาจักประเมินจอมมารต่ำเกินไป


เมื่อได้เห็นจอมมารหายเข้าไปด้านใน แม้ว่าพวกเขาจะรู้สึกเศร้าใจแต่ก็กลับมานั่งเช่นเดิม และทำการไตร่ตรองแผ่นกำแพงหยกแก้วเช่นเดิม


เนี่ยลี่ก็ยังคงจ้องมองไปที่แผ่นกำแพงหยกแก้ว และพยายามที่จะไขปริศนา รูปแบบค่ายกลจารึกอักษรที่อยู่บน แผ่นกำแพงหยกแก้วนี้ น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เขานั้นพยายามอย่างถึงที่สุด และในที่สุดเขาก็สามารถเข้าใจถึงรูปแบบค่ายกลจารึกอักษร และหาทางเข้าไปได้


เนี่ยลี่ส่งเสียงของเขาไปที่เซี่ยวหยู่อย่างแผ่วเบาว่า “เจ้าจงไตร่ตรองแผ่นกำแพงหยกแก้วนี้ต่อไป และจำไว้ว่า ถ้าหากว่าข้ายังไม่กลับมา อย่าออกห่างจากแผ่นกำแพงหยกแก้วนี้ มันอันตรายเกินไป!


  “ได้!” เซี่ยวหยู่ตอบกลับไป นางสับสนอยู่เล็กน้อย หรือว่า เนี่ยลี่จักหาหนทางเข้าไปด้านในได้แล้ว?


เนี่ยลี่เดินออกไปด้านหน้าและไปยืนใกล้ ๆ กับแผ่นกำแพงหยกแก้ว


“มีคนที่พยายามจะทำลายรูปแบบค่ายกลจารึกอักษรบนแผ่นกำแพงหยกแก้วอีกแล้ว!


   “การที่จักทำลายรูปแบบค่ายกลจารึกอักษรบนแผ่นกำแพงหยกแก้วมีเพียงแค่ผู้มีพรสวรรค์หนึ่งในล้านคนเท่านั้น ซึ่งนับพันปีจะปรากฏขึ้นมาสักคนหนึ่ง จะปรากฏขึ้นมาพร้อมกันถึงสองคนได้เช่นใด?

ทุกคนต่างพิจารณาดูเนี่ยลี่ โดยมีผู้หนึ่งที่อยู่ใกล้กับเนี่ยลี่ เขาจับจ้องแทบตาไม่กระพริบ ในตอนที่จอมมารเข้าไปนั้น มันรวดเร็วเกินไป พวกเขาจึงไม่มีเวลาที่จะหยุดได้ทัน แต่ถ้าหากเนี่ยลี่สามารถเปิดประตูของแผ่นกำแพงหยกแก้วได้ พวกเขาจักไม่มีทางปล่อยให้เนี่ยลี่เข้าไปได้เป็นแน่
เนี่ยลี่เคาะลงบนแผ่นกำแพงหยกแก้ว


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


มีเสียงสะท้อนออกมาจากแผ่นกำแพงหยกแก้ว



แม้แต่เหล่ายอดฝีมือก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ ท่าทางที่เนี่ยลี่ทำ ไม่เหมือนกับว่าเป็นผู้ที่จักสามารถเข้าไปในแผ่นกำแพงหยกแก้วได้เลย…………..จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง