test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

10 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 390 银色命魂 ชะตาวิญญาณสีเงิน


เนี่ยลี่ถ่ายทอดพลังงานสวรรค์ลงไปในอักษรจารึกลึกลับ เขาพยายามที่จะเชื่อมต่อกับไข่มุกพิษมรกต ในตอนนี้ดูเหมือนว่าไข่ไข่มุกพิษมรกตจะมีจิตวิญญาณบางส่วนของเขาแล้ว


เนี่ยลี่สะบัดมือขวา ไข่มุกพิษมรกต พุ่งไปยัง แมงมุมพิษวารีทมิฬ ที่อยู่ในระดับดาราสวรรค์ตัวหนึ่ง


ฟุ่บบ!


ไข่มุกพิษมรกตฝังอยู่ในร่างของแมงมุมพิษวารีทมิฬตัวนั้น จากนั้นตัวของแมงมุมพิษวารีทมิฬก็กลายเป็นสีเขียว มันก้าวขาได้อีกแค่เพียงไม่กี่ก้าว แล้วอ่อนแรงลงอยู่บนพื้น


แค่เพียงเนี่ยลี่คิดในใจ ไข่มุกพิษมรกต ก็ลอยออกมาจากร่างของแมงมุมพิษวารีทมิฬ และกลับมาอยู่บนฝ่ามือของเนี่ยลี่ทันที


หลังจากที่เริ่มใช้งานไข่มุกพิษมรกต เนี่ยลี่รับรู้ได้ว่าลูกปัดสามารถใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาของพิษได้ เนี่ยลี่เองเริ่มที่จะกลัวการสัมผัสไข่มุกพิษมรกตโดยตรง เพราะไข่มุกพิษมรกตนั้นมีความเป็นพิษอยู่มากเกินไป แม้แต่เนี่ยลี่เองก็ไม่อาจที่จะต้านทานพิษนี้ได้


เมื่อมองเห็นซากศพของแมงมุมพิษวารีทมิฬ นอนตายเป็นสีเขียวเรียงราย อู๋หยาจื่อก็รู้สึกเย็นวูบเล็กน้อย ไข่มุกที่อยู่ในมือของเนี่ยลี่ช่างน่ากลัวยิ่งนัก เนื่องจากพิษในตัวแมงมุมพิษวารีทมิฬ ทำให้อู๋หยาจื่อก็ไม่กล้าที่จะสัมผัสตัวพวกมัน แต่ไข่มุกพิษมรกตของเนี่ยลี่ กลับทำให้แมงมุมพิษวารีทมิฬเป็นพิษจนตายได้!


ในตอนที่ออกจากตำหนักซีอิงเสิ่น ถ้าหากไม่อาจเลี่ยงการต่อสู้กับเนี่ยลี่ได้ เขาจะต้องระวังการใช้งานไข่มุกพิษมรกตของเนี่ยลี่ให้ดี


นอกจากไข่มุกพิษมรกตแล้ว เนี่ยลี่ก็พยายามที่จะศึกษาชิ้นหยกอสูรด้วยเช่นกัน เขาค่อย ๆทำการถ่ายเทพลังงานสวรรค์เข้าไปในหยกอสูรทีละนิด และทำการเชื่อมต่อกับหยกอสูรอย่างช้า ๆ


หยกอสูรชิ้นนี้สามารถที่จะปิดกั้นสายเลือดอสูรได้ ถ้าหากสามารถใช้งานมันได้ก็จะมีประโยชน์ยิ่งนัก ในตอนที่เขาจะต้องจัดการกับอู๋หยาจื่อ


แต่ทว่า ในตอนนี้ร่างกายของเนี่ยลี่เองก็มีเลือดอสูรอยู่ ถ้าหากเขาใช้ความสามารถในการปิดกั้นสายเลือดอสูร เขาก็ไม่อาจที่จะใช้ความสามารถจากการสังเวยเลือดอสูรได้ [สลับการใช้งานได้แต่ใช้งานพร้อมกันไม่ได้]


เมื่อทำการเชื่อมต่อกับหยกอสูรอย่างช้า ๆเนี่ยลี่ก็สามารถที่จะควบคุมหยกอสูรได้ และสามารถรับรู้ได้ถึงรูปแบบอาคมกว่าสามหมื่นหกพันรูปแบบ เป็นตัวอักษรจารึกกว่าสามหมื่นหกพันตัวอักษรที่ถูกผนึกเอาไว้


ซึ่งจักมีวิธีการใช้งานกว่าสามหมื่นหกพันรูปแบบ เนี่ยลี่จักต้องศึกษาวิธีการใช้งานให้ถูกต้อง


มีร่องรอยของพลังงานลึกลับออกมาจากหยกอสูร และค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเนี่ยลี่อย่างช้า ๆ เนี่ยลี่รับรู้ได้ว่ามันกำลังเข้าไปห่อหุ้มชะตาวิญญาณของเขา และกลายเป็นเกราะคุ้มกันให้กับชะตาวิญญาณของเขาอีกชั้นหนึ่ง


เมื่อพลังจากสมบัติแต่ละชิ้น ทำการผสานกัน ขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ก็ ราวกับคลื่นทะเลอันปั่นป่วน


พรึ่บบ!


ชะตาวิญญาณอีกดวงได้ถูกจุดขึ้นมาแล้ว ซึ่งชะตาวิญญาณดวงนี้มีสีเงิน


เป็นชะตาวิญญาณดวงที่แปด!


ตั้งแต่ที่เนี่ยลี่ทำการสังเวยเลือดอสูร เขานั้นสามารถบรรลุขึ้นมาถึงสามระดับ แม้ว่าจักเป็นผลจากการเชื่อมต่อเข้ากับหยกอสูรด้วยเช่นกัน แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการสังเวยเลือดอสูรนั้นมีส่วนยิ่งกว่ามากในการเลื่อนระดับในคราวนี้


ในร่างกายของเนี่ยลี่นั้น ยังอยู่ในระดับชะตาสวรรค์ ซึ่งโดยปกติแล้วไม่อาจที่จะครอบครองสมบัติวิเศษพวกนี้ได้ แต่เขาก็ใช้มันค่อยๆเพิ่มระดับพลังให้แก่เขา เป็นแค่การใช้งานส่วนหนึ่งของพวกมันเท่านั้น แต่ก็เพียงพอที่จะทำเนี่ยลี่ทำการเลื่อนระดับได้แล้ว


แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าชะตาวิญญาณดวงที่แปดของเขาจะเป็นสีเงิน


เนี่ยลี่รับรู้ได้ว่า หากให้การผสานกันของสมบัติวิเศษเหล่านี้ จักขยายขอบเขตวิญญาณของเขาไปจนถึงระดับที่น่ากลัวยิ่งนักและเขาจะแข็งแกร่งขึ้นไปได้อีก!

การบ่มเพาะพลังของเนี่ยลี่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการกระตุ้นของหยกอสูร


อักษรจารึกลึกลับค่อย ๆ เคลื่อนย้ายไปในขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่อย่างต่อเนื่องทีละตัวอักษร พลังของเขาเริ่มที่จะทะยานไปถึงระดับชะตาสวรรค์ขั้นที่เก้า


อักษรจารึกลึกลับค่อย ๆ มุ่งหน้าไปยังจิตอสูรเงาพราย แพนด้าเขี้ยวอสูร และมังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์ ที่ถูกปิดกั้นเอาไว้ จากนั้นก็เปลี่ยนสภาพกลายเป็นห่วงโซ่ ผูกมัดจิตอสูรทั้งสามตนเอาไว้
จิตอสูรทั้งสามตนพยายามที่จะดิ้นรนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?


เนี่ยลี่เองก็ประหลาดใจไม่น้อย จิตอสูรเงาพราย แพนด้าเขี้ยวอสูร และมังกรวารีสายเลือดบริสุทธิ์ ล้วนแต่เป็นจิตอสูร และ หยกอสูรนั้นมีความสามารถในการปิดกั้นพลังของอสูร 


ถ้าเช่นนั้นก็เป็นไปได้ที่มันจะไปปิดกั้นพลังของจิตอสูรทั้งสามตนนี้


เมื่อคิดได้ดังนั้น เนี่ยลี่ก็ถึงกับขมวดคิ้ว เขาเริ่มที่จะเข้าใจเกี่ยวกับอักษรจารึกลึกลับพวกนี้แล้วถ้าหากจิตอสูรทั้งสามถูกผนึกไป จักเป็นการดีหรือไม่?


เนี่ยลี่กำลังครุ่นคิดระหว่างข้อดี ข้อเสีย หยกอสูรมีความสามารถในการปิดกั้นอสูร แต่การสังเวยเลือดอสูรจักเป็นการเพิ่มพลังให้แก่จิตอสูร ถ้าเช่นนั้น...........


หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เนี่ยลี่ก็ได้ทำการแผ่พลังจากการสังเวยเลือดอสูรเข้าไปยังจิตอสูรทั้งสามตน
หลังจากที่จิตอสูรทั้งสามได้พลังจากการสังเวยเลือดอสูร จิตอสูรทั้งสามก็เริ่มที่จะดิ้นรน


พลังจากเลือดอสูรสายเลือดดั้งเดิมช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!


หลังจากจิตอสูรทั้งสามได้พลังจากการสังเวยเลือดอสูร พลังของจิตอสูรทั้งสามตนก็เพิ่มมากขึ้น


แปดชะตา เก้าชะตา.........


หลังจากที่จิตอสูรทั้งสามตน บรรลุถึงระดับสูงสุดของเก้าชะตา จิตอสูรทั้งสามตนก็เริ่มที่จะดิ้นรน เพื่อให้หลุดพ้นจากการควบคุมของเนี่ยลี่ และในขณะเดียวกัน เถาวัลย์ลึกลับในขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ก็เติบโตขึ้นเช่นกัน มันพยายามที่จะดึงจิตอสูรทั้งสามตนเอาไว้ที่เดิม


แต่ก็ไม่อาจที่จะหยุดได้ ผลจากเลือดอสูรสายเลือดดั้งเดิมนั้นมีพลังมากเกินไป!


จิตอสูรทั้งสามตนยังคงแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นไปอีก จนในตอนนี้อยู่ในระดับดาราสวรรค์ขั้นที่หนึ่ง จิตอสูรทั้งสามตนดิ้นรนอย่างรุนแรง ดูเหมือนว่า เถาวัลย์ลึกลับในขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ ก็ไม่อาจที่จะต้านทานได้แล้ว


ทันใดนั้น หยกอสูรก็เปร่งแสงออกมา และอักษรจารึกลึกลับก็เริ่มไหลเวียนเข้าไปอีกครั้ง และกลายเป็นโซ่ผูกมัดจิตอสูรทั้งสามตนเอาไว้อีกครั้ง
จิตอสูรทั้งสามตนจึงยังคงผูกมัดไว้ในขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่


ความแข็งแกร่งของจิตอสูรเกินกว่าที่เนี่ยลี่จะควบคุมได้แล้ว มันพยายามที่จะหลบหนีออกจากขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ แต่ด้วยหยกอสูร เนี่ยลี่จึงยังสามารถควบคุมพวกมันเอาไว้มในขอบเขตวิญญาณได้


 ด้วยพลังทั้งสอง ทำให้ในขอบเขตวิญญาณของเขามีความสมดุลยิ่งนัก [ตอนแรกบอกว่าใช้พร้อมกันไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะใช้พร้อมกัน ผู้แปลก็งงเหมือนกัน]


จิตอสูรทั้งสามยังคงเพิ่มระดับความแข็งแกร่งขึ้นไปอีก และหยุดลงตรงที่ระดับดาราสวรรค์ขั้นที่สาม


จริงๆแล้วเนี่ยลี่มีวิธีการมากมายที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่จิตอสูร แต่เนี่ยลี่ก็ไม่กล้าที่จะทำ เนื่องจากมันไม่ได้เพิ่มระดับความแข็งแกร่งให้แก่ตัวเขา และการที่จะควบคุมจิตอสูรที่มีระดับสูงเกินกว่าตัวเองนั้น เป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก แต่ด้วยหยกอสูรที่เขามี จึงยังคงสามารถผนึกพวกมันเอาไว้ได้


ระดับดาราสวรรค์ขั้นที่สามนี้ ยังไม่ใช่ขีดจำกัดของจิตอสูรทั้งสามตน เนี่ยลี่แค่ทำการปิดกั้นมันเอาไว้ก่อน เพื่อรอจนกว่าการบ่มเพาะพลังของเขาจักคงที่ก่อน


อู๋หยาจื่อยังคงทำหน้าที่ในการสังหารแมงมุมพิษวารีทมิฬ เขารับรู้ได้ถึงพลังลมปราณที่เนี่ยลี่แผ่ออกมา ภายในชั่วระยะเวลาสั้น ๆ เนี่ยลี่สามารถที่จะเพิ่มระดับพลังได้ถึงสามระดับ ในตอนนี้เขานั้นอยู่ในระดับชะตาสวรรค์ขั้นแปดชะตาแล้ว


แต่กระทั่งคนที่มีพรสวรรค์ที่สุดในเผ่าอสูรยังต้องหวาดกลัวกับความรวดเร็วนี้


อู๋หยาจื่อไม่รู้เลยว่าเนี่ยลี่ใช้วิธีไหนกัน?


ด้วยการเลื่อนระดับอย่างรวดเร็วนี้ ทำให้แม้แต่อู๋หยาจื่อยังต้องรู้สึกกดดัน


เซี่ยวหยู่เองก็มองไปที่เนี่ยลี่ด้วยความประหลาดใจ เนี่ยลี่ทำการบ่มเพาะพลังได้อย่างรวดเร็ว จนนางนั้นต้องตามหลังไป นางเกรงว่าจักไม่อาจที่จะตามระดับการบ่มเพาะของเนี่ยลี่ได้ทัน นางจักต้องรีบเพิ่มระดับพลังของนางให้รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่านี้


“พวกเจ้ามองไปข้างหน้า!” อู๋หยาจื่อชี้ไปข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น


หลังจากได้ยินคำพูดของอู๋หยาจื่อ เนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ก็อดไม่ได้ที่จะมองตามไป พวกเขามองเห็นแสงของทางออก


แม้ว่าจะเป็นแค่เพียงแสงเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับอู๋หยาจื่อนั้น น้ำตาของเขาถึงกับไหล พวกเขานั้นเข้ามาในช่องทางลับนี้เนิ่นนานมาแล้ว และสังหารแมงมุมพิษวารีทมิฬไปมากจนมือแทบจะเป็นตระคริว


เนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ที่เดินมาตามหลังอย่างสบายใจ ไม่อาจที่จะเข้าใจความรู้สึกของเขาได้เป็นแน่! ในที่สุดเขาก็จะได้ปล่อยวางและพักผ่อนแล้ว!


เนี่ยลี่ครุ่นคิดเล็กน้อย เขาคำนวนเวลาที่ใช้ในการเดินผ่านช่องทางลับนี้ ในการเดินทางมายังห้องโถงใหญ่ของตำหนักซีอิงเสิ่น ต้องใช้เวลากว่าครึ่งชั่วยามจึงจะผ่านกำแพงที่มองไม่เห็นมาได้ และต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่าสองชั่วยามในการค้นหา ประตูเซิงเหมิน นั่นเป็นการคำนวนระยะเวลาที่รวดเร็วที่สุดแล้ว



“ไม่ต้องรีบ พวกเรายังมีเวลาอีกมาก” เนี่ยลี่ยิ้มและบอกกับพวกของเขา...............จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง