test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

9 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 389 离火圣子 โอรสศักดิ์สิทธิ์ หลีหั่ว



กลุ่มคนไปรวมกันตรงที่ห้องโถงด้านข้าง
ซึ่งก็มีหลงเทียนหมิงและหลงลิ่วรวมอยู่ด้วย
ทุกคนต่างก็จับจ้องและพุ่งไปยังหีบสมบัติที่อยู่ด้านใน

ในตอนนี้ ไม่รู้เลยว่าผู้ใดที่เป็นผู้สัมผัสค่ายกลกับดัก ทำให้ค่ายกลทำงานในทันที ยอดฝีมือหลายสิบคนถูกรัดและเผาไหม้ไปในทันที


แกรก! แกรก! แกรก!


โซ่ที่มาจากอักษรจารึกค่ายกล จำนวนนับไม่ถ้วนในห้องโถงด้านข้างนี้ พุ่งรัดยอดฝีมือที่อยู่ด้านใน


ทันใดนั้นยอดฝีมือกว่าสิบคนก็ถูกโซ่อักษรจารึกรัดเอาไว้


“นายน้อย ระวัง!” หลงลิ่วกระโดดเข้าไปขวางด้านหน้าของหลงเทียนหมิง เขาถูกโซ่จากอักษรจารึกรัดและกระชากไปในทันที


หลงเทียนหมิงมองไปที่หลงลิ่ว แล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้ว เขารีบถอยออกมาในทันที เขาไม่รู้เลยว่า โซ่จากอักษรจารึกลึกลับนี้คือสิ่งใดกัน เข้าไม่กล้าแม้จะไปสัมผัส เขาทำได้แต่มองดูหลงลิ่วถูกกระชากลอยไป


ถึงอย่างไรก็เป็นแค่การสูญเสียลูกน้องไปคนหนึ่งเท่านั้น และหลงลิ่วก็สามารถที่จะคืนชีพได้อีกด้วย


หลงเทียนหมิงกระพริบตา ดูเหมือนว่าการเปิดหีบสมบัติพวกนั้น จักไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว


ในตอนนี้ ที่ด้านนอกของตำหนักซีอิงเสิ่น มีกองกำลังของเผ่าอสูร ที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือเผ่าอสูรที่แข็งแกร่ง มีชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมใส่ชุดเกราะเพลิงสวรรค์สีชาด [赤焰神:เซี๊ยะเยี่ยนเสิ่น] ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มไปด้วยเปลวไฟอันเร่าร้อน ไม่มีผู้ใดที่กล้ายืนอยู่ในระยะสามหมี่ [เมตร] รอบๆตัวเขา


ผิวกายของเขาเป็นสีแดง คิ้วที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยะโสอย่างเห็นได้ชัด พลังงานสวรรค์รอบ ๆ ตัวของเขาแผ่กลิ่นอายกระหายเลือดออกมา กดดันจนทำให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ แทบหายใจไม่ออก


   “โอรสศักดิ์สิทธ์หลีหั่ว [离火圣子] พวกเรายังไม่อาจระบุได้ว่าผู้ใดเป็นผู้ทำลายค่ายกลลวงตา แต่ที่ทางเข้าห้องโถงใหญ่ของตำหนักซีอิงเสิ่น มียอดฝีมืออยู่กว่าร้อยคน เรายังไม่อาจที่จะระบุตำแหน่งของ  ประตูเซิงเหมิน [ประตูแห่งชีวิต] ได้ขอรับ ” เผ่าอสูรที่สวมชุดเกราะสีเงินและดูแล้วแข็งแกร่งยิ่งนักเป็นผู้รายงานสถานการณ์


   “ผู้ที่สามารถทำลายค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบได้ จักต้องมิใช่คนธรรมดาเป็นแน่ แจ้งข่าวไปให้กองกำลังรับทราบ ล้อมตำหนักซีอิงเสิ่นเอาไว้ ดำเนินการให้เสร็จสิ้นในครึ่งชั่วยาม ห้ามมิให้ผู้ใดออกจากตำหนักซิอิงเสิ่นไปได้ ถ้ามีผู้ใดขัดขืน สังหารมันซะ!” โอรสศักดิ์สิทธ์หลีหั่วออกคำสั่ง


“ขอรับ!


“พวกที่เหลือ ตามข้าเข้าไปในตำหนักซีอิงเสิ่น!” โอรสศักดิ์สิทธ์หลีหั่วนำกองกำลังเข้าไปยังด้านในตำหนักซีอิงเสิ่น


กลับมาทางห้องโถงด้านข้าง เหล่ายอดฝีมือยังคงต่อสู้แย่งชิงสมบัติกัน เหล่ายอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ของสำนักเทพอัคคี คว้าสมบัติได้หลายชิ้น และเริ่มถูกไล่ล่า เขารีบหนีออกไปทางด้านนอก


หลีหั่วพ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา จากนั้นเขาก็พ่นเปลวไฟมังกรอย่างรุนแรงเพื่อเปิดทางด้านหน้า


ชายที่หลบหนีออกมา ถูกกลืนกินไปด้วยเปลวไฟมังกรทันที และไม่อาจที่จะหลบหนีไปได้


หลีหั่ว พูดขึ้นมาว่า “ด้วยฝีมือเพียงเท่านี้ คิดจะมาแย่งชิงสมบัติเช่นนั้นเหรอ” เขายืนมือขวาไปทางด้านหน้า


ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์รับรู้ได้ถึงแรงกดดันจนแทบจะกระอักเลือดออกมา เขาต้องการที่จะหลบออกไปจากเปลวไฟมังกรนี้ แต่ก็เหมือนกับว่าเขาถูกจับมัดเอาไว้ ในตอนนี้เขารู้สึกราวกับว่าเข็มนับสิบล้านเล่ม ทิ่มแทงใส่ร่างกายของเขา

ฟุ่บบ! ตูมม!


ร่างกายของยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ระเบิดออกในทันที


แหวนห้วงมิติสำหรับเก็บของลอยไปยังโอรสศักดิ์สิทธ์หลีหั่ว


เหล่ายอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์หลายสิบคนที่ตามมา เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็ถึงกับขมวดคิ้ว


“บ้าเอ๊ย! ทำไมโอรสศักดิ์สิทธ์หลีหั่ว ถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้?


เมื่อได้เห็นโอรสศักดิ์สิทธ์หลีหั่ว ความคิดที่จะต่อสู้เพื่อแย่งชิงสมบัติของพวกเขาก็หายไปทันที การที่คิดจะแย่งอะไรบางอย่างจากโอรสศักดิ์สิทธ์หลีหั่ว ก็แค่เป็นการแสวงหาความตายดี ๆนี่เอง!


โอรสศักดิ์สิทธ์หลีหั่วกวาดตามองดูคนพวกนั้น และพูดขึ้นมาว่า “สังหารคนที่มาจากหกสำนักใหญ่ให้หมด สำหรับพวกที่มาจากนิกายเทพอสูร ตรวจสอบแหวนห้วงมิติสำหรับเก็บของ ของพวกเขา ถ้าหากว่ามีพวกที่พยายามซ่อนสมบัติ ก็จงสังหารพวกมันซะ”


“ขอรับ!


เหล่ายอดฝีมือที่อยู่ด้านหลังโอรสศักดิ์สิทธ์หลีหั่วตอบรับคำสั่งพร้อมกัน


ฟุ่บบ! ฟุ่บบ! ฟุ่บบ!


เหล่ายอดฝีมือจากเผ่าอสูรมุ่งหน้าไปยังห้องโถงด้านข้าง


หลังจากที่โอรสศักดิ์สิทธ์หลีหั่ว สั่งให้กองกำลังของเขา เข้าร่วมการต่อสู้ การต่อสู้ก็ยิ่งเร่าร้อนขึ้น


โอรสศักดิ์สิทธ์หลีหั่วมองไปที่ห้องโถงใหญ่ และ พูดขึ้นมาว่า “เหล่ายอดฝีมือด้านค่ายกลของเรามาถึงหรือยัง?


“ท่านโอรสศักดิ์สิทธิ์ พวกเขากำลังมาขอรับ!” ลูกน้องคนหนึ่งรายงานอย่างสุภาพ


“เมื่อพวกเขามาถึง ให้พวกเขาไปตรวจสอบหาประตูเซิงเหมินของตำหนักซีอิงเสิ่นให้เจอ” โอรสศักดิ์สิทธ์หลีหั่ว จับจ้องไปด้านหน้า มองผ่านความร้อนแรงที่กำลังลุกไหม้อยู่


“ขอรับ!” ลูกน้องของเขาตอบรับทันที
ห่างออกไปราวห้าสิบหมี่ [เมตร] มีคนจากสำนัก เทพอัคคี หลายพันคนรวมตัวอยู่
[หมายเหตุ ในตอนแรก ชื่อสำนักมีแค่คำว่า หั่วที่แปลว่าไฟ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่กลายเป็นชื่อ 火神 หั่วเสิ่น ดังนั้นจึงขอเปลี่ยนแปลงชื่อสำนักอีกครั้งนะครับ]


“ศิษย์พี่เหยียนหยาง ข้าได้ข่าวมาว่าโอรสศักดิ์สิทธ์หลีหั่ว นำกองกำลังเข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่นแล้ว ”


เหยียนหยางขมวดคิ้วและพูดออกไปว่า “ใช้เทคนิค เทพเคลื่อนย้าย มุ่งหน้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่นโดยเร็ว”


นอกเหนือจากนิกายเทพอสูร และ สำนักเทพอัคคีแล้ว ยังมีกองกำลังอีกหลายกลุ่มมุ่งหน้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่น


ในเส้นทางลับ สำหรับมุ่งหน้าไปยังห้องโถงใหญ่


เนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่เดินคู่กันไปอย่างช้า ๆ ส่วนหยาจื่อนั้นเดินกวัดแกร่งกระบี่ที่เต็มไปด้วยเลือด


ในเส้นทางลับนี้เต็มไปด้วย แมงมุมพิษวารีทมิฬ โดยทั่วไปพวกมันจะมีความแข็งแกร่งในระดับดาราสวรรค์ และ บางส่วนที่มีฝีมือระดับแก่นแท้สวรรค์ แต่ด้วยจำนวนที่มากนัก ทำให้อู๋หย๋าจื่อถึงกับเหน็ดเหนื่อย


แต่ที่ด้านหน้าของพวกเขาก็ยังคงมีแมงมุมพิษวารีทมิฬขวางอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ไม่รู้ว่าอีกไกลแค่ไหนจึงจะไปจนถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางลับนี้


“เนี่ยลี่ เจ้าแน่ใจหรือว่าพวกเราเส้นทางนี้มิได้มีสิ่งใดผิดปกติ? คงไม่ใช่ว่าพวกเราจักเดินมาผิดเส้นทางนะ? ” อู๋หยาจื่อยังคงมุ่งหน้าไปจัดการกับแมงมุมพิษวารีทมิฬ และเอ่ยถามอย่างเศร้าใจ


“เส้นทางนี้ไม่ผิดแน่ ไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ ไม่ช้าเราก็จะไปถึงที่หมายแล้ว!” เนี่ยลี่ตอบกลับอย่างสบายใจ อยู่ทางด้านหลัง เพราะถึงอย่างไร พวกแมงมุมพิษวารีทมิฬนี้ก็อยู่ในระดับดาราสวรรค์ พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องไปร่วมสู้ด้วย เนี่ยลี่ได้นำไข่มุกพิษมรกต [ได้มาในบทที่ 223] ออกมา และทำการกระตุ้นพิษจาก ไข่มุกพิษมรกต ละอองพิษจากแมงมุมพิษวารีทมิฬ ค่อย ๆ ถูกดูดเข้ามายัง ไข่มุกพิษมรกต จนหมดสิ้น


ไข่มุกพิษมรกตได้ส่องประกายเป็นเงามากยิ่งขึ้น
เมื่อเห็นไข่มุกพิษมรกตส่องประกายเช่นนั้น ทำให้ตาของเนี่ยลี่ถึงกับเบิกกว้าง


“ทำไมข้ารู้สึกว่ากำลังกลายเป็น กุลี [苦力:พวกใช้แรงงาน จับกัง]ของเจ้าเลยหล่ะ” อู๋หยาจื่อ พูดด้วยใบหน้าที่เหน็ดเหนื่อย


  “พวกเราตกลงกันแล้วว่า เมื่อเข้าไปยังห้องโถงใหญ่ของตำหนักซีอิงเสิ่นได้ เราจะแบ่งสมบัติเป็นสามส่วนเท่า ๆกัน ข้าเป็นผู้นำทาง เจ้าคือคนที่คอยปกป้อง เราต่างแบ่งหน้ากันกันแล้วมิใช่เหรือ?” เนี่ยลี่ตอบกลับไป


อู๋หยาจื่อคิดว่า ถ้าไม่ได้รับการนำทางจากเนี่ยลี่ เขาก็ไม่อาจจะไปที่ห้องโถงใหญ่ได้ แม้ว่าจักต้องเป็น กุลี เขาก็ต้องยอมรับไปเท่านั้น


“แล้วของที่อยู่ในมือเจ้า มันมีคุณสมบัติเช่นใดกัน?” อู๋หยาจื่ออดไม่ได้ที่จะสงสัย ที่เห็นลูกปัดสีเขียวมรกตลอยอยู่ตรงกลางฝ่ามือของเนี่ยลี่ เพราะดูเหมือนว่าจักเป็นของวิเศษล้ำค่าเช่นกัน


“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้!” เนี่ยลี่ตอบกลับไปอย่างไม่ใยดีนัก


หลังจากได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ อู๋หยาจื่อก็อดไม่ได้ที่จะเศร้าใจ เนี่ยลี่ไม่ยอมที่จะบอกอะไรเลย เพราะถึงอย่างไร พวกเขาก็แค่พบเจอกันครึ่งทาง ต่างฝ่ายต่างใช้ประโยชน์ต่อกัน แน่นอนว่า เนี่ยลี่จักต้องปฏิเสธที่จะตอบคำถามในเรื่องอื่นที่เป็นความลับ


เนี่ยลี่ยังคงกระตุ้นไข่มุกพิษมรกต ให้ดูดกลืนพิษจากแมงมุมพิษวารีทมิฬ


เนี่ยลี่คิดสิ่งหนึ่งไว้ในใจ เขานำเลือดอสูรของอู๋หยาจื่อออกมาเล็กน้อย และเขียนอักษรจารึกลงบนไข่มุกพิษมรกต และนำศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณทองคำส่วนหนึ่งออกมา และถ่ายทอดพลังงานสวรรค์เข้าไปยังไข่มุกพิษมรกต


แม้ว่าสมบัติที่ชื่อว่า ไข่มุกพิษมรกตนี้ เมื่อเทียบกับกระบี่เทพอัสนีดาวตก จะนับว่าด้อยกว่ามาก แต่เขาก็ยังสามารถที่จะใช้วิธีพิเศษ ดึงความสามารถลึกลับของไข่มุกพิษมรกตออกมาได้



หลังจากที่ไข่มุกพิษมรกต ได้ดูดกลืนพิษของแมงมุมพิษวารีทมิฬมาเป็นจำนวนมาก ไข่มุกพิษมรกตก็ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างรุนแรง..................จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง