test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

9 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 388 生门 ประตูเซิงเหมิน [ประตูแห่งชีวิต]


อู๋หยาจื่อรู้แล้วว่าเนี่ยลี่นั้นกำลังเล่นสนุกกับเขา แต่เขาก็ยังคงแกล้งทำเป็นว่าไม่รู้อะไร และไม่พูดอะไรออกมา


เนี่ยลี่ก็ยังคงตั้งใจที่จะยั่วยุอู๋หยาจื่อต่อไป


หลังจากนั้นพวกเขาก็ยังคงเปิดหีบสมบัติต่อ จนแต่ละคนได้เปิดคนละห้าใบแล้ว เนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ได้ของวิเศษระดับเจ็ดไปหลายอย่าง ศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณทองคำ ศิลาเทพโลหิตสีชาด เป็นศิลาที่หาได้ยาก และล้ำค่ายิ่งนัก ส่วนอู๋หยาจื่อนั้นยังคงพบกับหุ่นเชิดเกราะทองคำเป็นตัวที่ห้า และตัวที่หก
อู่หยาจื่อนั้นแทบจะหลั่งน้ำตา


เนี่ยลี่ไม่ยอมปล่อยให้เขาได้สมบัติแม้เพียงสักชิ้น
นี่มันช่างใจร้ายเกินไปแล้ว!


ถ้าหากเขารู้ว่ามันจักเป็นเช่นนี้แล้วตัดสินใจที่จะเลือกแบ่งสมบัติเท่า ๆ กัน เขาก็จักได้รับไปถึงหนึ่งในสามใช่หรือไม่?


เนี่ยลี่เดินอ้อมกับดัก และไปยืนอยู่ข้างเซี่ยวหยู่ และพูดออกมาว่า “ส่งสมบัติที่เจ้าได้มาให้กับข้า  แล้วข้าจักคืนให้เจ้าในภายหลัง!


“อืม” เซี่ยวหยู่พยักหน้าตอบ และมอบของทุกอย่างให้แก่เนี่ยลี่โดยที่ไม่ลังเล เพราะถึงอย่างไร ถ้าหากไม่ได้เป็นเพราะเนี่ยลี่แล้ว นางก็ไม่มีทางที่จักได้รับของพวกนี้อยู่แล้ว


เนี่ยลี่นำของที่ได้รับมาจากเซี่ยวหยู่ เก็บไว้ในจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ


ของทุกอย่างที่พวกเขาได้รับมาจักถูกเก็บไว้ในจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ และถึงจะถูกอู่หยาจื่อสังหาร พวกเขาก็ไม่ต้องกังวลว่าของเหล่านี้จักถูกแย่งชิงไป


เนี่ยลี่หันไปบอกกับ อู่หยาจื่อว่า “ในเมื่อเจ้านั้นโชคร้ายนัก และยังไม่รับรับสิ่งใด หีบสมบัติที่เหลืออีกสิบกล่อง ข้าจักให้เจ้าเป็นผู้เปิดทั้งหมด”


อู่หยาจื่อหันไปมองที่เนี่ยลี่อย่างรวดเร็ว หรือเนี่ยลี่จักสำนึกผิดที่กลั่นแกล้งเขา หรือว่าหีบสมบัติอีกสิบใบนั้นจักไม่มีของสิ่งใดที่ล้ำค่าแล้ว? แต่ถึงอย่างไร อู๋หยาจื่อก็ต้องการที่จะเปิดออกดูทั้งสิบใบ


จากคำบอกกล่าวของเนี่ยลี่ อู๋หยาจื่อก็ไปถึงหน้าหีบสมบัติใบต่อไป และก็ยังคงมี หุ่นเชิดเกราะทองคำ ออกมาเช่นเคย


ตูมม!

อู๋หยาจื่อทำลายมันไปอีกครั้ง


ใบที่สอง ใบที่สาม ใบที่สี่ ใบที่ห้า...


ทุกใบล้วนแต่มีหุ่นเชิดเกราะทองคำอยู่ข้างใน
อู๋หยาจื่อนั้นทำได้แต่เพียงรู้สึกเศร้าใจ


เมื่อเขาไปถึงหีบสมบัติใบที่หก และในที่สุดหีบสมบัติใบที่หกนี้ มิได้มีหุ่นเชิดเกราะทองคำอยู่ข้างใน เขาเห็นด้านในหีบสมบัติ ที่ด้านล่างนั้นมี ศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณทองคำอยู่


ศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณทองคำหนึ่งก้อน


น้ำตาของอู๋หยาจื่อรินไหลออกมา ทำไมเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่เปิดออกมาจึงได้รับอย่างน้อยก็สิบก้อน แต่ทำไมเขากลับได้เพียงแค่ก้อนเดียวเท่านั้น


เมื่ออู๋หยาจื่อได้เปิดหีบสมบัติทั้งสิบใบแล้ว เขาได้รับศิลาแก่นแท้จิตวิญญาณทองคำหนึ่งก้อนและศิลาเทพโลหิตสีชาดจำนวนสองก้อน ซึ่งของเหล่านี้หากนำออกไปข้างนอกได้ก็จักล้ำค่ายิ่งนัก แต่ทว่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่เนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ได้รับไป มันช่างแตกต่างกันมากเกินไป


“การเก็บเกี่ยวครั้งนี้ช่างดียิ่งนัก อู๋หยาจื่อ เซี่ยวหยู่ เดี๋ยวข้าจะบอกให้พวกเจ้า เดินไปที่หีบสมบัติแต่ละใบจากนั้นก็จงปิดมันซะ!


“ทำไมพวกเราจักต้องปิดมันด้วย?


“อีกไม่นาน จักมีคนจำนวนมาเข้ามาในตำหนักซีอิงเสิ่น หีบสมบัติที่ปิดอยู่จักช่วยลดจำนวนศัตรูของพวกเราลงไปได้” เนี่ยลี่ตอบกลับไป แม้ว่าจักเป็นวิธีการที่ต่ำช้า แต่ว่ามีมนุษย์และพวกเผ่าอสูรจำนวนมาก ถ้าหากสามารถทำให้พวกนั้นติดกับดักได้ ก็จักเบาแรงไปไม่น้อย


หลังจากได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ อู๋หยาจื่อ และเซี่ยวหยู่ก็เข้าใจ ภายใต้การบอกทางของเนี่ยลี่ พวกเขาก้ได้ปิดหีบสมบัติทั้งหมดไว้เช่นเดิม


จากนั้นทั้งสามคนก็ออกจากห้องโถงด้านข้างนี้ และทะยานไปสำรวจตรงส่วนอื่น


หลังจากที่ทั้งสามคำได้สำรวจรอบ ๆ ห้องโถงด้านข้างที่ผ่านมาแล้ว ยังได้พบสมบัติอีกมากมาย และมีศิลาจิตวิญญาณอีกราวห้าถึงหกหมื่นก้อน และนอนว่ามันช่างตื่นตาตื่นใจไม่น้อย


พวกเขานั้นตรวจสอบพื้นที่ในตำหนักซีอิงเสิ่นส่วนนี้ และเหลือทิ้งไว้ราวหนึ่งส่วน


สำหรับสมบัติที่หามาได้ พวกเขาแบ่งออกเป็นสามส่วนเท่า ๆ กัน


ซึ่งสมบัติในส่วนของเซี่ยวหยู่ นางก็ส่งมันให้กับเนี่ยลี่และนำไปเก็บไว้ในจิตกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ


อู๋หยาจื่อตบไหล่เนี่ยลี่และพูดว่า “พวกเจ้าราวกับเป็นพี่น้องที่ผูกพันกันดีนะ นางเชื่อในสิ่งที่เจ้าพูด และยังมอบสมบัติทุกอย่างให้แก่เจ้า! ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ควรที่จักทำตัวเป็นพี่ชายที่ดี ดูแลนางให้ดีหล่ะ!


“แน่นอน!” เนี่ยลี่พยักหน้าตอบ


หลังจากได้ยินคำสนทนาของเนี่ยลี่กับอู๋หยาจื่อ ใบหน้าของเซี่ยวหยู่ก็แดงขึ้นเล็กน้อย เนี่ยลี่เองนั้นก็รู้แล้วว่าเขานั้นเป็นสตรี แล้วทำไมจึงต้องไปตอบรับคำพูดของอู๋หยาจื่อเช่นนั้น?


เนี่ยลี่นั้นหาได้สนใจกับคำพูดของอู๋หยาจื่อไม่ เขามองไปยังใจกลางของตำหนักซีอิงเสิ่น และพูดขึ้นมาว่า “ข้าพบทางที่จักไปต่อแล้ว พวกเจ้าตามข้ามา!


หลังจากได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ อู๋หยาจื่อถึงกับตาลุกวาว ในที่สุดพวกเขาก็จักสามารถเข้าไปยังห้องโถงใหญ่ของตำหนักซีอิงเสิ่นได้


ทั้งสามคนทะยานออกไป และลงไปยังด้านหน้าของประตูหิน


“ตำหนักซีอิงเสิ่นนั้น เป็นค่ายกลขนาดใหญ่ ซึ่งในห้องโถงใหญ่นั้นจักมีประตูหินอยู่นับร้อยบาน และหนึ่งในนั้นจักเรียกว่า ประตูเซิงเหมิน [:ประตูแห่งชีวิต] ซึ่งแต่ละบ้านนั้นจักหน้าตาเหมือนกันทั้งหมด พวกเราจักต้องหา ประตูเซิงเหมินให้เจอและเข้าไปด้านใน


“ประตูเซิงเหมินมีเพียงบานเดียวจากประตูหินนับร้อย เจ้าจักตรวจสอบมันได้อย่างไร? ตำหนักซีอิงเสิ่นนั้นเป็นดั่งค่ายคลขนาดใหญ่เช่นนั้นหรือ? ทำไมข้าไม่อาจที่จักดูออกเลยแม้แต่น้อยหล่ะ?” อู่หยาจื่อถามพร้อมกับจ้องมอง แม้ว่าอู๋หยาจื่อจักไม่ชอบการเรียนรู้ แต่กับเรื่องค่ายกลนั้นเขาก็พอที่จะมีความรู้อยู่บ้าง  เนื่องจากสายเลือดจิ้งจอกเลือดศักดิ์สิทธิ์ของของเขานั้น สืบทอดความรู้เกี่ยวกับค่ายกลมาอย่างมากมาย เขาจึงสามารถที่จะมองออกได้บางส่วน แต่เขากลับมองไม่เห็นความเป็นค่ายกลของตำหนักซีอิงเสิ่นเลยแม้แต่น้อย


“แค่เชื่อที่ข้าพูดก็พอ!” เนี่ยลี่ตอบกลับไป เขาเอื้อมมือไปที่ประตูหิน จากนั้นก็ค่อย ๆ เปิดมันออก
ไม่มีสิ่งใดนอกจากประตูหินบานนี้ และไม่มีค่ายผลผนึกใด ๆอยู่


เมื่อมองเข้าไป มองเห็นเพียงทางเดินที่มืดมิด มีสายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านมาที่ประตู ทำให้รู้สึกขนลุกเล็กๆน้อย ๆ


“ไปกันเถอะ!” เนี่ยลี่พูดขึ้นมา และเดินไปตามทางเดินอย่างสงบ


เซี่ยวหยู่เดินตามไปทันที อู๋หยาจื่อนั้นลังเลอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็ตามเข้าไป


หลังจากนั้นราวหนึ่งชั่วยาม ด้านนอกของตำหนักซีอิงเสิ่นก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กำแพงที่มองไม่เห็นก็มีรอยแตกกระจายไปทั่ว


เมื่อไร้ซึ่งการป้องกันจากค่ายกลลวงตา ก็ไม่มีสิ่งใดที่จะขวางกั้นเหล่ายอดฝีมือจำนวนมากที่อยู่ด้านนอกได้


เหล่ายอดฝีมือหลายหมื่นคน จู่โจมเข้าใส่รอยแยกของกำแพงที่มองไม่เห็น ในที่สุดรอยแยกพวกนั้นก็แตกกระจายออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันก็ถูกพังลงไป


“ในที่สุดมันก็พังลงแล้ว!


“ตามข้าเข้าไปด้านใน!


เหล่ายอดฝีมือจำนวนมาก พุ่งเข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่น


เหล่ายอดฝีมือรีบวิ่งไปยังห้องโถงด้านข้าง เนื่องจากพวกเขายังไม่อาจที่จะเข้าไปยังในส่วนห้องโถงใหญ่ได้ ดังนั้นจึงรีบสำรวจห้องสมบัติที่อยู่ใกล้ ๆ ก่อน หลังจากนั้นไม่นาน การต่อสู้เพื่อแย่งชิงสมบัติก็เริ่มขึ้น


สำหรับในห้องโถงด้านข้างนั้น พวกเนี่ยลี่ได้นำเอาสมบัติล้ำค่าออกไปหมดแล้ว แต่สำหรับห้องโถงด้านอื่น ๆ พวกเขายังคงทิ้งสมบัติบางส่วนเอาไว้ เพื่อให้เหล่ายอดฝีมือพวกนี้ ทำการต่อสู้แย่งชิงกัน


หลงเทียนหมิงและหลงลิ่วก็มีส่วนร่วมในการต่อสู้แย่งชิงครั้งนี้ด้วย แต่จำนวนของฝ่ายตรงข้ามมีมากเกินไป พวกเขาทำได้เพียงแค่ แอบไปหยิบเอาศิลาแก่นจิตวิญญาณมาได้เพียงไม่กี่ก้อน ซึ่งก็หาได้มีความหมายกับพวกเขาสักเท่าใดนัก


“มีพลังงานสวรรค์จำนวนมากเอ่อล้นมาจากห้องโถงด้านข้างนั่น” หลงเทียนหมิงที่ตรวจสอบบริเวณโดยรอบอยู่ ถึงกับตาเบิกโพลง เขากับหลงลิ่วรีบทะยานไปยังห้องโถงด้านข้างทันที


ที่ประตูห้องโถงด้านข้างเต็มไปด้วยยอดฝีมือจากหลายสำนักและหลายตระกูล



ที่ด้านในห้องโถงด้านข้างนี้ เต็มไปด้วยหีบสมบัติที่ทำจากทองคำและหยกอยู่กว่ายี่สิบใบ แผ่พลังสวรรค์ออกมาจนถึงกับทำให้พวกเขาหัวใจเต้นรัว..............จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง