test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

8 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 386 天锁铭纹阵 ค่ายกลรูปแบบจารึกผนึกสวรรค์


หลังจากที่เข้าไปยังห้องโถงด้านข้างแล้ว พวกเขามองเห็นเสาหินสูงหลายสิบหมี่ [เมตร] ในห้องโถงด้านข้างนี้มีความกว้างหลายร้อยหมี่
ทั่วทั้งพื้นและบนเสา ต่างก็เต็มไปด้วยตัวอักษรจารึกลึกลับ


อักษรจารึกเหล่านี้ถูกเขียนขึ้นราวกับเป็นใยแมงมุมกระจายไปทั่วทั้งพื้นห้องและกำแพง


ในห้องโถงขนาดใหญ่นี้เต็มไปด้วยหีบสมบัติหลายสิบใบที่ทำจากหยกและทองคำบริสุทธิ์ และถูกปิดผนึกจนแน่น พวกเขาก็ไม่อาจที่จะรู้ได้เลยว่ามีอะไรอยู่ด้านใน รอบๆหีบสมบัติประดับไปด้วยไข่มุกแวววาว ไข่มุกพวกนี้งดงามเป็นประกายยิ่งนัก
แค่เพียงดูหีบสมบัติที่ถูกปิดผนึกพวกนี้ ก็รู้ได้ว่าของที่อยู่ด้านในจักต้องล้ำค่ายิ่งนัก


เมื่ออู๋หยาจื่อมองเห็นหีบสมบัติเหล่านี้ ก็ถึงกับตาเบิกโพลง เขาต้องการที่จะไปเปิดหีบสมบัติที่กระจัดกระจายอยู่นั้น


เนี่ยลี่รีบห้ามอู๋หยาจื่อเอาไว้ และพูดออกไปว่า “เจ้าอยากจะตายหรืออย่างไร?


“ทำไมกัน?” อู๋หยาจื่อหันไปถามเนี่ยลี่ด้วยความสงสัย


“เจ้ามองดูบนพื้น บนกำแพง บนเสาหิน มันเต็มไปด้วยค่ายกลจารึกโบราณ พวกมันเป็นส่วนหนึ่งของค่ายกลรูปแบบจารึก ผนึกสวรรค์ ถ้าหากก้าวย่างไปไม่ถูกตำแหน่ง อักษรจารึกพวกนี้จักกลายเป็นโซ่รัดตัวของเจ้าไว้ จนเจ้าไม่อาจที่จะหายใจได้ และที่ปลายของมันก็มีน้ำมันอยู่มันจักจุดไฟเผาเจ้า จนกระทั่งเจ้าตายลงไป ” เนี่ยลี่อธิบายต่ออีกว่า


“สำหรับค่ายกลนี้ไม่ต้องพูดถึงระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ แม้แต่ระวับวิถีแห่งมังกรก็ไม่อาจที่จักหลบหนีออกมาได้ สิ่งที่ต้องเผชิญคือความตายเท่านั้น!


อู๋หยาจื่อ มองดูห้องโถงที่เต็มไปด้วยอักษรจารึกลึกลับ ใจของเขารู้สึกสั่นสะท้านขึ้นมา เขาครุ่นคิดและถามกลับไปว่า


“เราสามารถที่จะทะยานข้ามพวกมันไปได้หรือไม่”


“เจ้าจักลองดูก็ได้” เนี่ยลี่เผยรอยยิ้มที่เย็นชาและตอบกลับอู๋หยาจื่อไป


อู๋หยาจื่อพอจะรับรู้ความหมายของเนี่ยลี่ เขาจึงถามอีกว่า


“นั่นหมายความว่าพวกเราไม่สามารถที่จะเปิดหีบสมบัติพวกนี้ได้อย่างนั้นเหรอ? ด้วยพลังงานสวรรค์ที่เอ่อล้นออกมา สมบัติที่เก็บอยู่จักต้องล้ำค่ายิ่งนัก จักต้องปล่อยไปอย่างน่าเสียดายเช่นนั้นหรือ?


“เข้าแค่บอกว่าเราไม่สามารถที่จะเดินไปแบบมั่วๆได้ แต่ไม่ได้บอกว่าพวกเราจักไปยังหีบสมบัติไม่ได้ ข้าบอกเจ้าแล้วก่อนที่จักเข้ามาที่นี่ เจ้าจักต้องฟังข้า และถ้าหากเราได้สมบัติมาเราจักใช้วิธีไหนแบ่งกัน? ถ้าหากจะแบ่งกันคนละห้าส่วนข้าก็จักขอหยุดเพียงเท่านี้”


อู๋หยาจื่อนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็เงยหน้าพูดออกมาว่า


“เจ้าบอกก่อนที่จักเข้ามาว่า เจ้าจักเป็นผู้ที่เลือกสมบัติก่อน และถ้าเป็นเช่นนั้นเจ้าก็เอาไปหกส่วน ตกลงหรือไม่?” ถึงอย่างไร ในตอนที่ออกจากตำหนักซีอิงเสิ่น เขาก็คิดที่จะสังหารเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ อยู่แล้ว ไม่ว่าเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่จักเลือกสิ่งใดไป เขาก็ได้กลับคืนมาทั้งหมดอยู่ดี


“ในตอนนี้ไม่เกี่ยวกับว่าจะเลือกอะไร ข้านับดูแล้วมีหีบสมบัติหยกทองอยู่ในค่ายกลรูปแบบจารึก ผนึกสวรรค์ทั้งหมดยี่สิบหกใบ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจักมีสิ่งใดอยู่ข้างใน ใครเลือกที่จะเปิดใบไหนก็ได้สมบัติในหีบใบนั้นไป เจ้าคิดเห็นว่าเป็นเช่นใด?” เนี่ยลี่อธิบายกับอู๋หยาจื่อ


อู๋หยาจื่อคิดอยู่ครู่หนึ่งและตอบกลับไปว่า “ยุติธรรมดี”


“ถ้าเช่นนั้น จงฟังข้าให้ดี ก่อนอื่นจักต้องเดินไปข้างหน้าเจ็ดก้าว จากนั้นก็ก้าวไปทางขวาสามก้าว จากนั้นก็เดินไปข้างหน้าอีกหกก้าว...ในแต่ละก้าวนั้นเจ้าจักต้องไม่ก้าวยาวเกินกว่า สามฉื่อ [สามฟุต]” เนี่ยลี่กำชับกับอู๋หยาจื่อ


อู๋หยาจื่อมองไปที่เนี่ยลี่ และหันไปมองที่อักษรจารึกลึกลับอีกครั้งและเอ่ยถามว่า


“ข้าถามจริงๆว่ามันจักได้ผลหรือไม่? เจ้าไม่ได้หลอกข้าอยู่ใช่ไหม?


ทั่วทั้งห้องโถงนี้ ล้วนเต็มไปด้วยค่ายกลรูปแบบจารึก ผนึกสวรรค์ ถ้าหากเขานั้นก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ก็จักถูกโซ่จากตัวอักษรจารึกลากเขาไปสู่ความตาย ถ้าหากเนี่ยลี่คิดจะกำจัดเขา เขาจักรับมือได้เช่นใด?


“เจ้าเชื่อใจได้ ถ้าหากว่าข้าคิดจักสังหารเจ้าก็ไม่เห็นว่าจักได้ประโยชน์อันใด พวกเรานั้นยังอยู่แค่ระดับชะตาสวรรค์ และยังต้องใช้เวลาเพื่อไปเอาสมบัติพวกนี้ พวกข้าก็ไม่อาจที่จะออกไปจาก ตำหนักซีอิงเสิ่นได้ เพราะหากเจ้าตายไป แล้วพวกข้านำสมบัติออกไป คนอื่น ๆ ก็จักต้องมาดักปล้น แย่งชิงมันไปเป็นแน่ พวกเราคงจักไม่ทำสิ่งที่โง่เขลาเช่นนั้น” เนี่ยลี่พูดออกไป


อู๋หยาจื่อคิด ที่เนี่ยลี่พูดมาก็จริง พวกเขาทั้งสองอยู่แค่เพียงระดับชะตาสวรรค์ คงไม่อาจป้องกันการถูกแย่งชิงสมบัติไปได้ ถ้าหากไม่มีเขานั้นช่วยปกป้องให้ออกไปจากตำหนักซีอิงเสิ่นได้ การตายของเขานั้นเนี่ยลี่จักไม่ได้ประโยชน์อันใด


“เข้าใจแล้ว!” อู๋หยาจื่อหันมาตอบกลับเนี่ยลี่ และเริ่มที่จะเดินไปตามที่เนี่ยลี่บอก


พอแน่ใจว่า การเดินไปตามที่เนี่ยลี่ได้แนะนำ ค่ายกลรูปแบบจารึก ผนึกสวรรค์ก็มิได้ทำงานขึ้นมาเลย เขาเดินไปจนถึงหีบสมบัติหยกทอง เขาก้มลงไปเปิดหีบสมบัติ


เมื่อเปิดกล่องออกมา ก็มีหุ่นเชิดที่สวมเกราะสีทอง ปรากฏออกมา และกวัดแกว่งกำปั้นเข้าใส่อู๋หยาจื่อ


หุ่นเชิดเกราะทองคำนี้ อย่างน้อยก็อยู่ในระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์


เมื่อเปิดออกมา หาได้มีสมบัติ แต่อู๋หยาจื่อกลับถูกจู่โจมทันที อู๋หยาจื่อตกใจและโจมตีสวนกลับไปที่หุ่นเชิดเกราะทองคำ


ตูมม!

แรงปะทะกระจายออกไปโดยทั่ว แม้ว่าหุ่นเชิดเกราะทองคำจักมีความแข็งแกร่งในระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นที่ห้า แต่เมื่อเทียบกับอู๋หยาจื่อนั้นก็ยังอ่อนแอกว่านัก แค่เพียงหมัดเดียวของอู๋หยาจื่อก็ทำลายมันได้แล้ว


อู๋หยาจื่อตบเบาที่หน้าอกของเขา เขาถ่มน้ำลายออกมาและถอนหายใจยาว ๆ และพูดออกมาว่า “ข้าตกใจเหลือเกิน กล่องนี้หาได้มีสมบัติอันใดไม่ นอกจากนั้นมันยังเกือบที่จะสังหารข้าอีกด้วย!


“ดูเหมือนว่าปรมาจารย์เจ้าของตำหนักซีอิงเสิ่น คิดจะล้อเล่นกับเจ้า” เนี่ยลี่ยิ้มและพูดต่อไปว่า


“จากนี้เจ้าอย่าได้ขยับไปไหน ข้าจักให้เซี่ยวหยู่เป็นคนถัดไป!


“นี่มันมิใช่แค่หีบสมบัติ แต่มันเป็นกล่องเฮงซวย พวกเจ้านั้นอยู่แค่ระดับชะตาสวรรค์ เจ้าไม่กลัวว่าจักถูกมันสังหารหรืออย่างไร?” อู๋หยาจื่อรีบตะโกนห้าม และพูดต่อไปอีกว่า


“ให้ข้าเป็นผู้เปิดกล่องจักปลอดภัยกว่านะ”


“เมื่อหีบใบแรกถูกเปิดออก ถ้าหากว่าเจ้ากล้าที่จะขยับแม้แต่ก้าวเดียว ข้ารับรองได้เลยว่าเจ้าจักต้องตายอย่างน่าสยดสยอง!” เนี่ยลี่ตะโกนบอก และพูดต่ออีกว่า


“เมื่อหีบใบที่สองเปิดออก เจ้าจึงจักสามารถเดินต่อไปได้ เซี่ยวหยู่ เจ้าไปได้แล้ว ไปตามคำแนะนำของข้า!


เซี่ยวหยู่พยักหน้า แม้ว่านางเองก็ไม่รู้ว่า ในหีบใบที่สอง จักมีหุ่นเชิดเกราะทองคำซ่อนอยู่หรือไม่ แต่นางก็ยังเดินไปตามคำแนะนำของเนี่ยลี่ นางนั้นไม่มีความสงสัยในตัวเนี่ยลี่เลยแม้แต่น้อย ต่อให้เป็นเรื่องที่ร้ายแรงที่สุดพวกเขาก็แค่ตายกลับไปเท่านั้น


“ข้างหน้าสามก้าว จากนั้นไปทางด้านซ้ายหกก้าว ถอยหลังสองก้าว และไปด้านซ้ายอีกสามก้าว...” เนี่ยลี่ตะโกนบอกเซี่ยวหยู่


เซี่ยวหยู่เดินไปจนถึงหีบสมบัติกล่องที่สอง นางค่อย ๆเปิดหีบสมบัติใบที่สองออกอย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้น ก็มองเห็นสมบัติล้ำค่าอยู่ด้านใน พลังงานสวรรค์ที่อัดแน่นอยู่ก็แผ่พุ่งออกมา


“มันคือศิลาแก่นแท้วิญญาณทองคำ” เซี่ยวหยู่มองดูด้วยความประหลาดใจ และพูดต่ออีกว่า


“มันมีมากกว่าสิบก้อนเสียอีก!


ศิลาแก่นแท้วิญญาณทองคำเป็นสิ่งที่หาได้ยากนัก และสามารถใช้ในการบ่มเพาะพลังได้ และศิลาแก่นแท้วิญญาณทองคำนี้เพียงก้อนเดียว ก็เทียบได้กับศิลาแก่นแท้วิญญาณถึงร้อยก้อน และเทียบได้กับศิลาจิตวิญญาณหนึ่งแสนก้อน และหากนำไปใช้สร้างของวิเศษ ก็จักสามารถสร้างของวิเศษอย่างน้อยก็ระดับที่แปด หรือของวิเศษระดับที่เก้า ได้เลยทีเดียว


หลายหมื่นปีที่ผ่านมา พลังงานสวรรค์นั้นเบาบางลงไปเป็นอย่างมาก แม้แต่ศิลาแก่นแท้วิญญาณก็หาได้ยากยิ่ง และนี่เป็นถึงศิลาแก่นแท้วิญญาณทองคำ!


ศิลาแก่นแท้วิญญาณทองคำกว่าสิบก้อน ช่างล้ำค่าเหลือเกิน


แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก!


อู๋หยาจื่อรู้สึกอิจฉาในทันที แม้แต่ศิลาแก่นแท้วิญญาณทองคำเพียงก้อนเดียว ก็เรียกได้ว่าสมบัติล้ำค่าแล้ว แต่นี่มันกลับมีกว่าสิบก้อน!


เซี่ยวหยู่เก็บศิลาแก่นแท้วิญญาณทองคำทั้งหมดไป และเก็บเอาไว้ในแหวนห้วงมิติ


เมื่ออู๋หยาจื่อมองไปที่เซี่ยวหยู่ ที่กำลังเก็บศิลาแก่นแท้วิญญาณทองคำสิบกว่าก้อนใส่แหวนห้วงมิติไป อู๋หยาจื่อก็ทำได้เพียงคิดปลอบใจตัวเอง ถึงอย่างไรก็ตามมันก็ยังอยู่ในแหวนห้วงมิติของเซี่ยวหยู่ อีกไม่นานมันก็จะกลายเป็นของเขาทั้งหมด หลังจากคิดเช่นนั้น เขาก็สงบใจได้เล็กน้อย


“เร็วเข้า ข้าจักเปิดหีบใบที่สามได้หรือยัง?” อู๋หยาจื่อ พูดอย่างใจจดใจจ่อ เขาแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะเปิดหีบสมบัติขึ้นอีกครั้ง



“หีบใบที่สามมันควรที่จะเป็นของข้า...” เนี่ยลี่ชำเลืองมองไปที่อู๋หยาจื่อ และก้าวเดินไปยังหีบสมบัติใบที่สาม..................จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง