test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

7 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 385 虚影 ภาพลวงตา


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ ทุกคนก็รู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งใจ


เนี่ยลี่ดูจริงจังกว่าที่ผ่านมา อู๋หยาจื่อและเซี่ยวหยู่รับรู้ได้ถึงความจริงจัง จึงตั้งใจที่จะมองดูรอบๆ


เนี่ยลี่ยืนอยู่เสาแกนกลาง เขามองเห็นแสงไฟสลัวลอยขึ้นมาจากพื้นที่ว่างเปล่า และกลายเป็นเหมือนกำแพงที่มองไม่เห็น กั้นขวางมิให้พวกเขาเดินไปข้างหน้าได้ เนี่ยลี่รีบเขียนลวดลายจารึกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ลายเส้นของลวดลายแผ่กระจายออกไปทั่วกำแพง และกระจายออกไปเป็นวงกลมขนาดใหญ่


ตูมม!


รูปแบบวงกลมจารึกได้ระเบิดออกเป็นวงกว้าง จนส่งผลให้เสาทั้งห้าที่อยู่โดยรอบสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และมีรอยแตกออก


         เสียงของแผนดินที่สั่นสะเทือนอยู่ก็น่ากลัวยิ่งนัก ราวกับว่ากำลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ากำแพงที่มองไม่เห็นในตอนแรกนั้นเกิดเป็นรูขนาดใหญ่ขึ้นมา


กำแพงที่ป้องกันตำหนักซีอิงเสิ่นถูกลำลายลงไป ราวกับประตูที่ถูกเปิดออก


“ตามข้าเข้าไปด้านใน!” เนี่ยลี่รีบหันมาบอก และกระโดดเข้าไปในรอยแตกของกำแพงที่มองไม่เห็น


ฟุ่บบ! ฟุ่บบ!


อู๋หยาจื่อและเซี่ยวหยู่ รีบตามเข้าไป


พื้นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง เสาทั้งห้าที่ค้ำอยู่ก็ล้มลงไป ภูเขาที่อยู่รอบ ๆตำหนักก็ทรุดตัวลงไปเช่นกัน


ค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบได้ถูกทำลายลงไป และค่อย ๆ พังลงไปอย่างต่อเนื่อง


ในตอนนี้ เหล่ายอดฝีมือที่รวมตัวกันอยู่ด้านนอกค่ายกล ก็ได้แต่รู้สึกตกใจที่ได้เห็นภาพตรงหน้า


"เกิดอะไรขึ้น?"

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"


พวกเขาเคยมาตรวจสอบตำหนักซีอิงเสิ่นหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน เมื่อพวกเขามองดูเข้าไปด้านใน ก็มองเห็นค่ายกลที่กำลังพังลงมา


เหล่ายอดฝีมือจากนิกายเทพอสูร มองดูการพังทะลายของค่ายกลลวงตา ใบหน้าพวกเขานั้นเผยให้เห็นความรู้สึกที่ยินดีนิ่งนัก


“ค่ายกลลวงตาได้ถูกทำลายลงไปแล้ว! ทุกคนเตรียมพร้อม! พวกเราจะบุกเข้าไปในตำหนักซีอิงเสิ่น”


“ส่งข่าวกลับไปที่นิกาย ค่ายกลลวงตาที่อยู่โดยรอบตำหนักซีอิงเสิ่นถูกทำลายลงไปแล้ว ให้พวกเขาส่งกำลังเสริมมาโดยเร็ว!


เหล่ายอดฝีมือจากนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงสำนักอัคคี และนิกายอื่น ๆที่แข็งแกร่ง ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจเช่นกัน


เพราะก่อนหน้านี้ ค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบขัดขวางมิให้พวกเขาเข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่นแม้แต่ก้าวเดียว แต่ในตอนนี้ ค่ายกลลวงตาถูกทำลายลงไปแล้ว แปลว่าพวกเขามีโอกาสที่จะเข้าไปในตำหนักซีอิงเสิ่นแล้ว


ตำหนักซีอิงเสิ่นนั้นมีตำนานเล่าขานมากมาย ว่าได้เก็บซ่อนสมบัติล้ำค่าเอาไว้!


คนแรกที่เข้าไปในตำหนักซีอิงเสิ่นนั้นจักต้องได้รับสมบัติล้ำค่ามากมายเป็นแน่


ในเส้นทางที่ค่ายกลลวงตาได้ถล่มลงไปแล้ว คนจำนวนมากพุ่งตรงไปยังตำหนักซีอิงเสิ่น ทุกคนต่างก็ต้องการที่จะเป็นคนแรกที่เข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่น


ในตอนนี้เริ่มที่จะมีเสียงการปะทะอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

คนเหล่านั้นพุ่งชนกับกำแพงที่มองไม่เห็น


“โอ๊ยยยย!

“นี่มันอะไรกัน!


คนเหล่านั้นมิได้สังเกตุเห็นกำแพงที่มองไม่เห็น ดังนั้นเมื่อวิ่งเข้าไป จึงปะทะเข้าอย่างจัง บางคนถึงกับเลือดตกยางออก ดูแล้วน่าเวทนายิ่งนัก


ตำหนักซีอิงเสิ่นยังมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่อีกชั้น และกำแพงนี้ก็แข็งแกร่งยิ่งนัก แม้แต่ยอดฝีมือระดับดราสวรรค์และแก่นแท้แห่งสวรรค์ก็ไม่อาจที่จะทำลายมันได้


และจักต้องทำลายกำแพงที่มองไม่เห็นนี้ จึงจักสามารถเข้าไปในตำหนักซีอิงเสิ่นได้


คนนับหมื่นถูกกำแพงที่มองไม่เห็นนี้ขวางเอาไว้ พวกเขาหดหู่ยิ่งนัก เดิมทีพวกเขาคิดว่าเมื่อค่ายกลลวงตาหายไป เขาก็ก็จักสามารถเข้าไปได้แล้ว แต่เขาไม่คิดเลยว่าจักมีกำแพงที่มองไม่เห็นอยู่อีก ในตอนนี้พวกเขาก็ต้องคิดที่จะหาทางทำลายกำแพงที่มองไม่เห็นนี้


หลงเทียนหมิงและหลงลิ่ว ทั้งสองคนก็ติดอยู่ที่กำแพงที่มองไม่เห็นนี้ หลงเทียนหมิงขมวดคิ้ว เขาไม่นึกเลยว่า ค่ายกลลวงตาจะถูกทำลายลงไปได้ เขานึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้ อู๋หยาจื่อสามารถที่จะเคลื่อนไหวในค่ายกลลวงตาได้อย่างอิสระ และการที่ค่ายกลลวงตาถูกทำลายลงไปนั้น พวกสามคนนั้นจักต้องเกี่ยวข้องด้วยเป็นแน่


หรือว่าเจ้าพวกอู๋หยาจื่อทั้งสามคนนั่นจักเป็นคนลำลายค่ายกลลวงตา


หลงเทียนหมิงพยายามจ้องมองดูกำแพงที่มองไม่เห็น ที่ขวางตำหนักซีอิงเสิ่นไว้


เป็นไปได้ว่าพวกอู๋หยาจื่อทั้งสามคนจักเข้าไปด้านใจตำหนักซีอิงเสิ่นแล้ว!


ความจริง ก็เป็นดั่งที่หลงเทียนหมิงคิดไว้ ก่อนหน้านี้เนี่ยลี่ได้ไว้อักษรจารึกพิเศษ สร้างวงกลมลึกลับเปิดทางเข้าบนกำแพงที่มองไม่เห็น และทั้งสามคนได้เข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่นแล้ว

ภายในตำหนักซีอิงเสิ่น
โฮกกก!

สัตว์อสูรขนาดใหญ่ กระโจนเข้าใส่ทั้งสามคนจากทุกทิศทาง และลมปราณที่แผ่ออกมากดดันพวกเขา ราวกับว่าน้ำท่วมใหญ่กำลังโหมกระหน่ำใส่พวกเขา


“ไม่ดีแล้ว! สัตว์อสูรสายฟ้าพวกนี้ ข้าไม่อาจที่จะจัดการได้! รีบหนีไปจากตรงนี้” อู๋หยาจื่อรีบตะโกนบอก


สัตว์อสูรสายฟ้านั้นมีความแข็งแกร่งอย่างน้อยก็ระดับวิถีแห่งมังกร ถ้าหากว่าต้องรับมือกับสัตว์อสูรสายฟ้าจำนวนมาก สุดท้ายอู๋หยาจื่อก็คงจักต้องตายลงไปเท่านั้น


ใบหน้าของเซี่ยวหยู่ถึงกับขาวซีด นางตระหนักได้ทันทีจากระดับลมปราณ ว่านางนั้นไม่อาจที่จะรับมือกับสัตว์อสูรสายฟ้าพวกนั้นได้


แต่ทว่าเนี่ยลี่กลับยิ้มและพูดออกมาว่า “สงบใจเอาไว้ พวกมันหาได้มีจริงไม่ ไม่ต้องกังวลกับสัตว์อสูรเหล่านั้น”


“สัตว์อสูรพวกนั้นมันกำลังจะกระโจนใส่พวกเราแล้วนะ จักให้ข้าสงบได้เช่นใด?” อู๋หยาจื่อตะโกนโวยวาย

“หรือว่าเจ้าต้องการที่จะตายแล้วหรืออย่างไร?

“พวกมันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้น!” เนี่ยลี่ตอบกลับในขณะที่เดินไปข้างหน้า


หลังจากได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ อู๋หยาจื่อถึงกับตกตะลึง แต่ก็สามารถสงบใจได้อย่างรวดเร็ว พวกสัตว์อสูรสายฟ้าพวกนี้ เป็นแค่ภาพลวงตาอย่างนั้นเหรอ?


โฮกกก!


สัตว์อสูรสายฟ้าได้ทะลุผ่านร่างกายของเนี่ยลี่ไป โดยที่เนี่ยลี่ไม่ได้บาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย
หลังจากที่มั่นใจแล้วว่าพวกมันเป็นแค่เพียงภาพลวงตา


อู๋หยาจื่อและเซี่ยวหยู่สามารถที่จะสงบใจได้แล้ว และเขาก็เดินตามเนี่ยลี่ไป


“พวกสัตว์อสูรสายฟ้าพวกนั้นราวกับมีชีวิต เจ้าจักรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งไหนจริงหรือเท็จ?” อู๋หยาจื่อ ถามด้วยความสงสัย เขานั้นต้องการที่จะรู้ยิ่งนัก ว่าทำไมเนี่ยลี่ จึงสามารถมองเบื้องหลังของภาพลวงตา พวกนี้ได้


เนี่ยลี่หัวเราะและตอบกลับไปว่า “มันมีความแตกต่างของการรับรู้ แม้ว่าข้าจะบอกไป เจ้าก็ไม่อาจที่จะเข้าใจได้ ดังนั้นข้าไม่บอกเสียเลยจักดีกว่า”


“แม้ว่าจักไม่เข้าใจได้ทั้งหมด แต่ก็ดีกว่าที่ข้านั้นจักไม่รู้อะไรเลย!” อู๋หยาจื่อนั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้ และเอ่ยถามออกไป


“หลังจากที่ออกไปจากตำหนักซีอิงเสิ่นข้าจะบอกแก่เจ้า ตอนนี้เรามีเรื่องที่สำคัญต้องทำอยู่!” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับทะยานไปข้างหน้าต่อ


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ อู๋หยาจื่อก็ได้แต่อ้าปากค้าง และก็ไม่พูดอะไรอีก เขารู้สึกขมขื่นยิ่งนัก เพราะเขาวางแผนว่าจักสังหารเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่หลังจากที่ออกจากตำหนักซีอิงเสิ่น


ยิ่งเดินทางไปด้วยกันมากเท่าใด อู๋หยาจื่อก็เห็นเนี่ยลี่สามารถที่จะทำลายค่ายกลลวงตาไปหลายชนิด เขาเริ่มสงสัยว่า เนี่ยลี่จักทำให้อู๋หยาจื่อผู้นี้ตื่นตกใจได้ถึงเพียงไหน


ในใจของอู๋หยาจื่อเริ่มที่จะรู้สึกลังเล หลังจากที่ออกจากตำหนักซีอิงเสิ่น เขาควรที่จะสังหารเนี่ยลี่หรือไม่ ถ้าหากไม่สังหาร เขากังวลเรื่องที่ได้มีการสังเวยเลือดอสูรจักรั่วไหลออกไป  แต่ถ้าหากสังหาร เขาก็รู้สึกเสียดายที่จักต้องสูญเสียความไว้ใจจากคนที่มีค่าเช่นเนี่ยลี่


อู๋หยาจื่อรู้สึกขัดแย้งในใจยิ่งนัก


ท่าทีที่เปลี่ยนไปของอู๋หยาจื่อ เนี่ยลี่นั้นมองเห็นได้อย่างชัดเจน เขาเผยรอยยิ้มออกมา แต่ก็ไม่พูดอะไร ยังคงทะยานไปข้างหน้าต่อไป


หลังจากทะยานไปได้อีกไม่นาน เนี่ยลี่พุ่งลงไปยังห้องโถงด้านข้าง และเดินเข้าไปโดยที่ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่น้อย แม้ว่าจะยืนอยู่ที่ด้านนอก เนี่ยลี่ก็รับรู้ได้ถีงพลังงานสวรรค์อันเต็มเปี่ยมที่ห้องโถงด้านข้างแห่งนี้



ในห้องโถงด้านข้างแห่งนี้ จักต้องมีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่เป็นแน่.....................จบตอน




แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง