test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

6 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 383 偷袭 ซุ่มโจมตี


 “ดูเหมือนว่าจักมีพวกแมลงวันตามมา จักให้ข้าสังหารพวกมันเลยไหม?” อู๋หยาจื่อขมวดคิ้วและเอ่ยถาม เขาได้ปล่อยหลงเทียนหมิงไปแล้วคราวหนึ่ง ไม่คิดเลยว่าหลงเทียนหมิงผู้นี้จักยังไม่ยอมจบเรื่องอีกหรือ?

“ไม่จำเป็น ปล่อยให้พวกมันเข้ามาข้างใน พวกเขาไม่ทีทางที่จะไขปริศนาของค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบนี้ได้” เนี่ยลี่ส่ายหน้าและพูดต่ออีกว่า

“ตามข้ามา!


เนี่ยลี่เข้าไปในค่ายกลลวงตาเป็นคนแรกและตามด้วยเซี่ยวหยู่


อู๋หยาจื่อมองไปด้านหลัง ที่พวกหลงเทียนหมิงตามมา เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างรุนแรง จากนั้นก็ตามเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่เข้าไปใน ค่ายกลลวงตา
พวกเขาทั้งสามคนได้หายเข้าไป


เมื่อเห็นเช่นนั้น หลงลิ่ว รีบกลับมารายงานหลงเทียนหมิงว่า “นายน้อย พวกเขารู้วิธีเข้าไปยังค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบจริง ๆด้วย!

“ข้าเห็นแล้ว!” ตาของหลงเทียนหมิงก็ฉายให้เห็นถึงความตื่นเต้นไม่น้อย เขารีบสั่งการ


“รีบตามไปให้ทัน!


ฟุ่บบ! ฟุ่บบ! ฟุ่บบ!


กลุ่มของหลงเทียนหมิงก็เข้าไปในค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบอย่างรวดเร็ว


หลังจากที่กลุ่มของเนี่ยลี่ทั้งสามคนเข้ามาในค่ายกลลวงตา สภาพโดยรอบนั้นก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว บางครั้งก็เป็นป่าใหญ่ บางครั้งก็เป็นทุ่งหญ้า และบางครั้งก็กลายเป็นหุบเขาลึก


“สมแล้วที่ได้ชื่อว่าค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบ” อู๋หยาจื่ออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ และเอ่ยชื่นชม


ในค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบ เขานั้นสูญเสียสัมผัสของการรับรู้เส้นทางไปอย่างสิ้นเชิง ถ้าหากว่าไม่มีเนี่ยลี่อยู่ด้วย เขาก็ไม่รู้เลยว่าจักต้องไปในทิศทางใด


ค่ายกลลวงตาได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบไปเกือบพันรอบ เนี่ยลี่คอยระวังการปรับเปลี่ยนของค่ายกลอย่างรอบคอบ เขามองดูอู๋หยาจื่อและเซี่ยวหยู่ จากนั้นเขาก็เผยยิ้มและพูดขึ้นมาว่า


“ตามข้ามา ข้าจักไปให้บทเรียนกับพวกแมลงวันที่ตามเรามา!


กลุ่มของหลงเทียนหมิงที่เข้ามาในค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบ ถูกการเปลี่ยนแปลงที่ไม่รู้จบ ทำให้พวกเขาไม่อาจที่จะรับรู้ทิศทางได้อย่างสิ้นเชิง


“เจ้าสามคนนั้น อยู่ที่ไหนกัน?” หลงเทียนหมิงขมวดคิ้ว


ในตอนนี้ ด้วยพลังของค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบ เนี่ยลี่และพวกของเขาได้ถูกปิดกั้นการมองเห็นจากคนพวกนี้แล้ว


“บ้าจริง! พวกมันหายไปที่ไหนกัน?


เพราะค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบ ทำให้หลงเทียนหมิงรู้สึกสับสนยิ่งนัก เขาไม่รู้ว่าจะไปทิศทางใดต่อ


คนของเขาราวยี่สิบคนทำได้เพียงแค่ เดินไปมาอยู่ในค่ายกลลวงตา


ทันใดนั้นก็มีเงาของคนผู้หนึ่งวิ่งผ่านมา ได้ยินเพียงเสียงของการเฉือนเนื้อ และเลือดก็พุ่งออกมา โดยที่ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ไม่อาจจะไหวตัวทัน พวกเขาถูกสังหารทันที และล้มลงไป


“เกิดอะไรขึ้น?” หลงเทียนหมิงที่หันกลับไปมองพร้อมกับขมวดคิ้ว เขาสัมผัสได้ถึงลมปราณของอู๋หยาจื่อ แต่ไม่ทันที่จะตอบสนอง ก็มีร่างไร้ชีวิตล้มลงไปบนพื้น


จากนั้น อู๋หยาจื่อก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย!


อู๋หยาจื่อนั้นยืมพลังของค่ายกลลวงตาในการจัดการพวกเขา


หลงเทียนหมิงเจ็บใจยิ่งนัก หลังจากที่เข้ามาในค่ายกลลวงตา พวกเขาก็ราวกับเป็นคนตาบอดที่มองเห็นได้ เขาไม่รู้เลยว่าอู๋หยาจื่อและพวกของเขานั้นอยู่ที่ใด?


ฟุ่บบ!

ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ของหลงเทียนหมิง ถูกสังหารไปอีกคน หลงเทียนหมิง รีบหันหลังกลับมาดูทันที แต่อู๋หยาจื่อก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง


“เจ้าบ้าเอ๊ย!” หลงเทียนหมิงไม่อาจจะทำอะไรได้นอกจากตะโกนด่า เขานั้นแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว และรีบสั่งการว่า “จัดรูปแบบป้องกันการโจมตีแบบกองโจรของพวกมัน”


ในตอนนี้ กลุ่มของเนี่ยลี่อยู่ห่างออกไปจากกลุ่มของหลงเทียนหมิงเพียงแค่สองร้อยหมี่ [เมตร] พวกเขาทั้งสามยืนอยู่กันเงียบ ๆ


ในตอนนี้อู๋หยาจื่อรู้สึกเชื่อคำพูดของเนี่ยลี่ยิ่งนัก ทั้ง ๆที่เขาไปอยู่ใกล้กับพวกหลงเทียนหมิง แต่ คนพวกนั้นก็ไม่อาจที่จะมองเห็นเขาได้ เขาอดไม่ได้ที่จะจ้องไปที่เนี่ยลี่แล้วเอ่ยถามว่า

“เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร? ทั้ง ๆที่พวกเรายืนอยู่ใกล้ ๆพวกมัน แต่พวกมันกลับมองไม่เห็นเราราวกับคนตาบอด”


เนี่ยลี่หัวเราะและตอบไปว่า “ความลึกลับของค่ายกลลวงตายังมีอีกมาก นี่แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”


“นี่เจ้าจักบอกว่า เจ้านั้นรู้ถึงความลับของค่ายกลลวงตานี้เช่นนั้นเหรอ?” อู๋หยาจื่อไม่อยากที่จะเชื่อ เพราะที่เขารู้มาค่ายกลนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากยอดฝีมือชั้นสูงในยุคโบราณ


“ถ้าหากว่าเจ้ามีวัสดุ ข้าก็สามารถที่จะสร้างค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบที่เจ้าเห็นอยู่นี้ได้”
เนี่ยลี่หัวเราะ และมองไปยังตำหนักซีอิงเสิ่น และพูดต่ออีกว่า


   “และการรับมือค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบเป็นเรื่องที่ไม่ยากนัก และนี่เป็นเพียงขั้นแรกเท่านั้น และหลังจากนี้เราจักเจอกับขั้นต่อไปของค่ายกลที่เราจักต้องทำลาย เมื่อเราทำลายมันเราก็จะเข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่นได้ แต่เมื่อเราทำลายค่ายกลด้านในไปแล้ว ทุกคนก็จักเข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่นได้เช่นกัน ”


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ อู๋หยาจื่อก็ถามออกไปว่า


“ถ้าเช่นนั้น สมบัติในตำหนักซีอิงเสิ่นก็จักไม่ได้เป็นของเราทั้งหมดสิ”


แม้ว่าอู๋หยาจื่อนั้นจักแข็งแกร่งมาก แต่ว่าที่ด้านนอกตำหนักซีอิงเสิ่น ก็มียอดฝีมืออยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน


“ดังนั้นก่อนที่จักทำลาย เราก็ต้องรีบหาสมบัติให้ได้มากพอ” เนี่ยลี่มองไปทางหลงเทียนหมิง เขาหลี่ตาลงและพูดต่อไปว่า


“นอกจากนี้ พวกเราก็ต้องกำจัดภัยคุกคามออกไปให้หมดก่อน!


“ข้าเข้าใจแล้ว!” อู๋หยาจื่อพยักหน้า แล้วมองไปที่หลงเทียนหมิง เขาตบไปที่หน้าอกของตนเองและพูดออกมาว่า


“ให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง!


อู๋หยาจื่อนั้นเป็นทายาทของอสูรจิ้งจอกเลือดศักดิ์สิทธิ์ และเทคนิคลับที่ได้รับการถ่ายทอดมาอย่างมากมาย รวมถึงคำแนะนำของเนี่ยลี่ในการใช้ค่ายกลลวงตา เขาก็ราวกับพยัคฆ์ติดปีก เขาพุ่งไปราวกับแสงไปยังหลงเทียนหมิงและคนของเขาอีกครั้ง

หลังจากที่มองดูอู๋หยาจื่อพุ่งออกไป เซี่ยวหยู่ก็มองมาที่เนี่ยลี่และเอ่ยถามว่า


“เนี่ยลี่ เจ้านั้นได้บอกหลายสิ่งแก่อู๋หยาจื่อ มันจักมีปัญหาในภายภาคหน้าหรือไม่ พวกเรานั้นยังอยู่ในกำมือของอู๋หยาจื่อ และเราก็ไม่มีหนทางที่จะรับมือเขาได้ดอีกด้วย!


  “ไม่ต้องกังวล ก่อนที่จะออกจากตำหนักซีอิงเสิ่น เขาจักไม่ทำอะไรพวกเรา ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเรานั้นการเข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่นนั้นก็เหมือนกับการแสวงหาความตาย เรายังต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งของเขา” เนี่ยลี่ตอบกลับไป เขารู้ว่านี่เป็นการเต้นบนเส้นลวด [钢丝上跳舞:สำนวนจีนหมายถึงการทำอะไรที่มีความเสี่ยงสูงมาก] แต่ก็เป็นการเดิมพันที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขาอย่างรวดเร็ว


ฟุ่บบ! ฟุ่บบ! ฟุ่บบ!


อู๋หยาจื่อนั้นสังหารยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ของหลงเทียนหมิงไปถึงหกคน

“เจ้าบ้าเอ๊ย!” เสียงตะโกนด่าของหลงเทียนหมิงดังลั่น เขาพยายามที่จะรวบรวมลมปราณ ให้พุ่งโจมตีไปยังอู๋หยาจื่อ


ตูมม!


ลมปราณอันรุนแรงระเบิดออกมา สร้างความเสียหายจนเกิดหลุมขนาดใหญ่ ทำให้ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์บางคนถึงกับลอยออกไป


อู๋หยาจื่อพ่นลมหายใจออกมา และหายไปในค่ายกลลวงตาอีกครั้ง จากนั้นไม่นานก็ไปปรากฏตัวอยู่ใกล้กับเนี่ยลี่ เขาเช็ดเลือดที่ปากของเขา เขาพูดขึ้นมาว่า


“พลังของเจ้าหมอนั่นเกินกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีก!


เนี่ยลี่ไม่คิดเลยว่าอู๋หยาจื่อจะได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของหลงเทียนหมิง เนี่ยลี่ขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าเขาจักประเมินความแข็งแกร่งของหลงเทียนหมิงต่ำไปด้วยเช่นกัน


หลังจากที่หลงเทียนหมิงโต้กลับอู๋หยาจื่อไปได้ เขาถอยหลังตั้งหลักสองสามก้าว และปลดปล่อยลมปราณอันแข็งแกร่งออกมา จ้องมองไปรอบๆและตะโกนออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวว่า


“เจ้าอสูรจิ้งจอกมีความสามารถแค่นี้เองหรือ? ไม่กล้าที่จักมาเอาชีวิตข้าแล้วหรืออย่างไร ทำไมต้องแอบซ่อนราวกับหนูเช่นนี้?


เนี่ยลี่ เอ่ยถามอู๋หยาจื่อว่า “เจ้าคิดว่าหลงเทียนหมิงมีความแข็งแกร่งในระดับไหน?


อู๋หยาจื่อส่ายหัวและตอบกลับไปว่า



   “ข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัด แต่ดูเหมือนว่าจักอยู่ในระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ขั้นที่เก้า แต่แข็งแกร่งยิ่งกว่ายอดฝีมือในระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ทั่วไปนัก  ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเลือดอสูร เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ผู้นี้ เคยผ่านการสังเวยเลือดอสูรมาแล้ว และความแข็งแกร่งของอสูรที่สังเวยเลือดให้ก็ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่!”.........จบตอน


แปลโดย นายมะพร้าว




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง