test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

5 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 381 麻烦上身 มีผู้สร้างปัญหา


หลังจากจ้องมองดูอู๋หยาจื่อ ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ก็ตะคอกเสียงดัง


“ข้าเรียกพวกเจ้าทั้งสามว่า พวกขยะ! ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า! ถ้าไม่เช่นนั้นข้าจะสังหารพวกเจ้าทั้งสามซะ!” ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ชำเลืองมองมาที่พวกเนี่ยลี่ และพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ อูหยาจื่อก็โกรธเกรี้ยวยิ่งนัก


“ลืมมันไปเถิด พวกเราไปกันเถอะ!” เนี่ยลี่ตบไปที่ไหล่ของอู๋หยาจื่อและพูดออกมา


เมื่อเห็นว่าเด็กจากเผ่าอสูรผู้นี้โกรธเกรี้ยว ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ก็รับรู้ได้ถึงอันตราย ทำให้เขารู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย แต่พอได้เห็นท่าทีอันอ่อนแอของเนี่ยลี่แล้ว เขาก็รู้สึกฮึกเหิมอีกครั้ง


การที่อูหยาจื่อถูกอสูรที่อยู่ในระดับชะตาสวรรค์ตบไหล่เช่นนั้น ก็หมายความว่า ระดับฝีมือของพวกเขาคงไม่ต่างกันเท่าใดนัก


อู๋หยาจื่อกำหมัดจนแน่น จนมีเสียงดังออกมา ไม่มีใครกล้าเรียกเขาเช่นนั้นในนิกายเทพอสูร แล้วเจ้าหมอนี่เป็นใครกัน ถึงกล้ามาเรียกเขาว่าขยะ?


“พวกเจ้าจงไสหัวไปให้พ้นโดยเร็ว ข้าจักให้เวลาพวกเจ้าหนึ่งก้านธูป [สิบห้านาที] ถ้าหากพวกเจ้ายังไม่ไสหัวไปอีก บิดาน้อยของเจ้าผู้นี้ จักกำจัดพวกเจ้าทุกคนที่อยู่ตรงนี้ทั้งหมดเอง!” อูหยาจื่อชี้ไปทางยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์และพูดออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว


เมื่อได้ยินคำพูดของอูหยาจื่อ ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ก็ถึงกับหัวเราะ เจ้าเด็กเผ่าอสูรผู้นี้ มันจักอวดดีเกินไปแล้ว!


ในตอนนี้ หลงเทียนหมิงเริ่มที่จะรับรู้ถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นใกล้ ๆ เขามองไปทางด้านข้างและเอ่ยถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?


“นายน้อย! มีพวกเผ่าอสูรที่อยู่ในระดับชะตาสวรรค์สามตน ข้าบอกให้พวกมันไป แต่พวกมันก็ไม่ยอมรับฟัง” ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์โค้งคำนับพร้อมกับรายงานให้หลงเทียนหมิงทราบ


 “ไล่พวกมันไป!” หลงเทียนหมิงพูดอย่างไม่ใส่ใจ กับพวกเผ่าอสูรที่อยู่แค่ระดับชะตาสวรรค์ แค่เพียงไล่ออกไปก็เพียงพอแล้ว


โดยปกติแล้วถ้าหากพบเจอกับพวกเผ่าอสูรที่อยู่ในระดับชะตาสวรรค์ทั้งสามตนเช่นนี้ หลงเทียนหมิงจักต้องสั่งให้สังหารทิ้งเป็นแน่ แต่ว่าพวกเขาก็ยังไม่รู้วิธีที่จะเข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่น จึงไม่ต้องการที่จะสร้างปัญหา การที่เขาให้กู้เหิงหยิบยืมยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์สองร้อยคน ทำให้เขาเหลือคนที่อยู่ข้างกายจำนวนแค่เล็กน้อย เขาจึงไม่อยากจะทำอะไรให้เป็นจุดสนใจ


ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ หันมามองยังพวกของเนี่ยลี่ และพูดว่า “เจ้าไม่ได้ยินหรือว่า นายน้อยของเราเมตตาพวกเจ้า รีบไสหัวไปซะ!


อูหยาจื่อเริ่มที่จะหมดความอดทน กับยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ เจ้าคนจองหองผู้นี้แล้ว ก่อนหน้านี้มีคนที่คิดจะแย่งชิงของ ของเขา เขาจึงสังหารพวกมันไปนับสิบคน ในตอนนี้เลือดของเจ้าพวกนั้นยังติดมือเขาอยู่เลย และในตอนนี้เขาก็ได้พบกับ พวกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอีกแล้ว


ฟุ่บบ!


อู๋หยาจื่อหายไปในทันที


เหล่ายอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์เริ่มที่จะรับรู้ได้ถึงความกดดัน พวกเขารับรู้ได้ว่ากำลังถูกความตายนั้นคุกคามอยู่


ในตอนนี้พวกเขาพยายามที่จะดิ้นรน แต่ก็ไม่อาจที่จะขยับตัวได้
  

หลังจากนั้นความหวาดกลัวก็แผ่มาจนถึงลำคอ เขาอยากที่จะตะโกนออกมา แต่ก็ไม่อาจเปร่งเสียงใดออกมาได้


“เจ้าเรียก...ใครว่าขยะกันนะ?” เสียงอันเย็นชา ผ่านเข้าไปในหูของเขา


ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ ก็ไม่รู้เลยว่าอูหยาจื่อนั้นมาอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อใด เขาใช้นิ้วมือเพียงแค่สองนิ้ว คีบตรงลำคอและยกตัวเขาขึ้น ด้วยการออกแรงแค่เพียงเล็กน้อย คอกับลำตัวของเขาก็ขาดออก

เมื่อคอถูกตัดขาด ลำตัวของเขาก็หล่นลงไปบนพื้น
เมื่อเห็นเช่นนี้ เหล่าลูกน้องของหลงเทียนหมิงก็ตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว

“เจ้าบ้าเอ๊ย!


“ฆ่ามัน!


ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ราวสามสิบคนพุ่งเจ้าจู่โจมอู๋หยาจื่อทันที


“พวกเจ้าคงต้องถอยห่างจากข้าไปสักเล็กน้อย!” อู๋หยาจื่อหันมาบอกกับเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ จากนั้นก็หันหน้าเข้ารับมือกับเหล่ายอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์


ตูมม! ตูมม! ตูมม!*


การต่อสู้อันวุ่นวายได้เริ่มต้นขึ้น แม้ว่าอู๋หยาจื่อจะถูกรุมล้อมไปด้วยยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ราวสามสิบคน แต่ก็มิได้มีท่าทีว่าจักเสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย เขาค่อยๆกำจัดยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ไปทีละคน


เซี่ยวหยู่มองไปที่เนี่ยลี่และถามออกไปว่า “เนี่ยลี่ เจ้าตั้งใจที่จะให้เป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่?


“ถูกต้อง” เนี่ยลี่พยักหน้ายอมรับ

“ถ้าเช่นนั้น ทำไมเราจึงไม่รีบหลบหนีไปหล่ะ?” เซี่ยวหยู่ถาม นางคิดว่าเนี่ยลี่ต้องการที่จะให้ อูหยาจื่อต่อสู้ติดพันอยู่ และใช้โอกาสนี้หลบหนีไป


“ยังไม่ถึงเวลา พวกเรานั้นยังไม่ได้เข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่น ทำไมจักต้องรีบจากไปด้วยหล่ะ?


“ถ้าเป้าหมายของเจ้า คือการเข้าไปในตำหนักซีอิงเสิ่น แล้วทำไมจึงต้องสร้างความวุ่นวายนี้ขึ้นมา ผู้ที่เป็นผู้นำของคนพวกนั้นก็คือหลงเทียนหมิงนะ!” เซี่ยวหยู่จ้องไปที่ความวุ่นวายตรงหน้าและพูดต่อว่า


“เจ้านั้นมีความแค้นเคืองอันใดกับหลงเทียนหมิง จึงต้องทำการสั่งสอนหลงเทียนหมิงเช่นนี้?


“ข้านั้นหาได้มีเรื่องแค้นเคืองอันใดไม่ แต่จากที่ข้าคิดดูอย่างรอบคอบ มีเรื่องราวมากมายที่ผ่านมา หลงเทียนหมิงจักต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่เป็นแน่ ข้ามักจะรู้สึกว่าเขานั้นแอบวางแผนที่จะกำจัดพวกเรา” เนี่ยลี่ตอบหลังจากที่ครุ่นคิด เขารู้สึกว่าคนอย่างหลงเทียนหมิง ก็เป็นดั่งแมงป่องที่แอบหลบอยู่ในเงามืด


เนี่ยลี่นั้นชื่นชมกู้เหิงมากกว่าสำหรับเรื่องนี้ เพราะเขานั้นต่อสู้อย่างเปิดเผย แท้จริงแล้วเนี่ยลี่นั้นไม่จำเป็นที่จักต้องเกรงกลัวหลงเทียนหมิงแม้แต่น้อย แต่หลงเทียนหมิงผู้นี้มักจะคิดร้ายอยู่ด้านหลัง เป็นเรื่องยากที่จะตรวจสอบได้


ในชีวิตก่อนหน้าของเขา ตอนที่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ใกล้จะล่มสลาย มีเพียงหลงเทียนหมิงที่ได้ประโยชน์ ดังนั้นเนี่ยลี่จึงจักต้องคอยระหวังหลงเทียนหมิงผู้นี้ให้ดียิ่งกว่ากู้เหิงเสียอีก


ตราบเท่าที่มีโอกาส เขาจักไม่ยอมพลาดที่จะลดทอนกำลังของหลงเทียนหมิงได้เป็นแน่


นิกายเทพอสูรนั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์จักต้องทำการปกป้องตัวเองและจ่ายค่าความสูญเสียอย่างเจ็บปวด แต่ภัยที่คุกคามนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง กลับเป็นคนที่อยู่ภายในเสียมากกว่า


เนี่ยลี่มองออกไป อูหยาจื่อกำลังต่อสู้กับยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ราวสามสิบคนของหลงเทียนหมิง การเคลื่อนไหวของเขานั้นช่างรวดเร็ว และเคลื่อนไหวได้ในพริบตา ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ผู้หนึ่ง ถูกโจมตีจนเลือดสาด และร่วงหล่นจากฟากฟ้า


อูหยาจื่อสังหารไปได้ถึงเจ็ดคน เขาก็ยิ่งห้าวหาญ
ขึ้น ราวกับว่าไม่เกรงกลัวผู้ใด


พลังจากสายเลือดดั้งเดิมของอสูรจิ้งจอกเลือดศักดิ์สิทธิ์ ช่างน่ากลัวยิ่งนัก


เนี่ยลี่รับรู้ได้ว่าอูหยาจื่อนั้นอยู่ในระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นที่เจ็ด ยิ่งเสริมด้วยพลังจากสายเลือดดั้งเดิมของตัวเขาแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักที่พวกของหลงเทียนหมิงจะจัดการกับเขาได้


หลงเทียนหมิงถึงกับขมวดคิ้ว เขานั้นพอจะเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของเขากลับบอกมาว่า พวกเผ่าอสูรทั้งสามตนอยู่แค่ระดับชะตาสวรรค์เท่านั้น แล้วทำไมจึงได้มีฝีมือเก่งกาจถึงเพียงนั้นได้?


ความแข็งแกร่งของศัตรูนั้น แข็งแกร่งเกินไปแล้ว


หลงเทียนหมิงมองไปยังเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ที่ยืนหัวเราะอยู่ จากนั้นก็สั่งการไปว่า “จัดการเจ้าสองคนนั้นก่อน!


ยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์คนหนึ่งพุ่งมายังเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ทันที


แม้ว่าอูหยาจื่อ จักกำลังรับมือกับยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ของหลงเทียนหมิงอยู่ เขาก็ยังคงหาเวลามองดูเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่เสมอ เขาได้ช่วยเหลือเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ด้วยการสังเวยเลือดอสูร เพื่อที่จะเข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่น ถ้าหากเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ถูกสังหารไป สิ่งที่เขาทำมาก็จักสูญเปล่าทั้งหมด


ทั้งที่ดูเหมือนว่าอู๋หยาจื่อนั้นจักถูกล้อมอยู่ แต่จู่ ๆก็หายตัวไป และปรากฏอยู่ที่ด้านหน้าเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ เขายื่นมือไปคว้าคอยอดฝีมือระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ที่พุ่งมาทางเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ และค่อย ๆ ออกแรงบีบเพิ่มขึ้นทีละน้อย จากนั้นคอของเขาก็ขาดออกจากกัน


เมื่อเห็นเช่นนั้น หลงเทียนหมิงถึงกับหนาวเหน็บไปทั้งใจ นี่มันเทคนิคลับของเผ่าจิ้งจอก เจ้าเด็กอสูรผู้นี้ จักต้องมิได้มีสถานะต่ำต้อยในนิกายเทพอสูรอย่างแน่นอน


และการที่เด็กจากเผ่าอสูรผู้นี่ พยายามที่จะปกป้องเด็กจากเผ่าอสูรอีกสองตนที่อยู่ด้านหลัง นั่นก็หมายความว่า เด็กอสูรอีกสองตน ก็จักต้องมีสถานะที่สูงมากในนิกายเทพอสูรเป็นแน่!



หลงเทียนหมิงรู้สึกโกรธยิ่งนัก เดิมทีเขาคิดที่จะไม่ทำให้ตนเองเป็นจุดสนใจ แต่ทำไมจักต้อง มีผู้สร้างปัญหา ให้แก่เขาเช่นนี้ด้วย?........................จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง