test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

4 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 378 妖血祭 สังเวยเลือดอสูร



หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ อู๋หยาจื่อก็อดที่จะหดหู่มิได้


ถ้าหากเนี่ยลี่พูดออกไปว่า ไม่อาจที่จะทำลายค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบได้ เขาก็แค่ลืมมันไปก็เท่านั้น


แต่ทว่า เนี่ยลี่กลับบอกว่า ค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบนั้น เขาสามารถที่จักทำลายมันได้ แต่เขามิได้ต้องการไปที่นั่น การที่อู๋หยาจื่อนั้นจักเข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่น นั้นคงจักต้องพึ่งพาเพียงแค่โชคเท่านั้น จึงจะสามารถผ่านค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบเข้าไปได้ เหมือนกับหลาย ๆคน ที่ได้เข้าไป สำหรับเขานั้นมันเป็นเรื่องที่ยากเกินไป


“จริงหรือไม่ที่เจ้าสามารถที่จะทำลายค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบได้ เจ้าคงจักไม่ได้หลอกลวงข้าใช่ไหม? แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่บอกวิธีทำลายค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบให้แก่ข้า ถ้าหากว่าข้านั้นได้สมบัติล้ำค่าจากตำหนักซีอิงเสิ่น ข้าก็จักแบ่งให้แก่เจ้าครึ่งหนึ่ง” อู๋หยาจื่อมองไปที่เนี่ยลี่และพูดต่อรอง


“ค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบ มีการเปลี่ยนรูปแบบได้ถึงพันรูปแบบตามชื่อของมัน แต่ในแต่ละรูปแบบก็มีวิธีที่จะทำลายแตกต่างกัน ถ้าข้าบอกให้เจ้ารู้ เจ้าจักสามารถจำรูปแบบทั้งหมดของมันได้หรืออย่างไร?” เนี่ยลี่ยิ้มอย่างขมขื่นและพูดกับ อู๋หยาจื่อ ต่ออีกว่า


“ด้วยเหตุนี้ มันจึงได้มีชื่อว่าค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบ”


หลังจากได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ อู๋หยาจื่อก็รู้สึกเจ็บใจยิ่งนัก


ค่ายกลลวงตาที่มีวิธีทำลายแตกต่างกันถึงหนึ่งพันรูปแบบอย่างนั้นเหรอ แม้ว่าเนี่ยลี่จักบอกวิธีให้แก่เขาทั้งหมด เขาก็ไม่อาจที่จะจดจำได้


เซี่ยวหยู่ฟังคำสนทนาของเนี่ยลี่กับอู๋หยาจื่อ ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ อู๋หยาจื่อกำลังหลงกลคำพูดของเนี่ยลี่ นางเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เนี่ยลี่พูดออกมานั้นสิ่งใดจริงหรือเท็จ แต่ที่นางรู้ก็คือ เนี่ยลี่ต้องมีจุดประสงค์บางอย่างเป็นแน่


“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็มีวิธีที่ดีกว่านั้น ข้าจักพาเจ้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่น และเจ้าก็ช่วยข้าทำลายค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบ และหลังจากที่ข้าได้สมบัติล้ำค่าแล้วเราก็มาแบ่งกันคนละครึ่ง” อู๋หยาจื่อพูดขึ้นมาหลังจากที่ขบคิด


“ข้าขอปฏิเสธ!” เนี่ยลี่ส่ายหัว และหันไปมองเซี่ยวหยู่ และพูดต่ออีกว่า


“พวกข้าจักต้องออกจากที่อันตรายเช่นนี้โดยเร็ว”


“ช้าก่อน!” อู๋หยาจื่อรีบตะโกนห้าม


“เจ้ายังมีสิ่งใดอีก?” เนี่ยลี่หันกลับมามองอู๋หยาจื่อ


“ถ้าหากว่าเจ้าไม่ยอมไปยังตำหนักซีอิงเสิ่น พวกเจ้าจักต้องตาย!” อู๋หยาจื่อขบฟันแน่นแล้วข่มขู่


“ตั้งแต่ที่ออกมายังโลกภายนอก พวกข้าย่อมเตรียมใจที่จะตายอยู่แล้ว ความตายนั้นหาใช่เรื่องใหญ่เลยไม่” เนี่ยลี่ยักไหล่ และมองไปที่ อู๋หยาจื่อ และพูดต่ออีกว่า


“เจ้าจักลงมือเลยไหมหล่ะ?


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ อู๋หยาจื่อ ก็พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงว่า “ไม่จำเป็น ที่นี่อยู่ใกล้นิกายเทพอสูร ถ้าหากว่าไม่ได้รับการคุ้มกันจากข้า เจ้าก็จักต้องถูกสังหารอยู่ดี ถ้าเช่นนั้น ทำไมจึงไม่ยอมไปยังตำหนักซีอิงเสิ่นกับข้าหล่ะ?


“จริง ๆแล้วไม่ใช่ว่าพวกข้าจักไม่อยากไป แต่ถ้าหากว่ามีคนพบเห็นพวกข้า อยู่กับคนจากนิกายเทพอสูรเช่นเจ้า แน่นอนว่าข้าจักต้องถูกชี้หน้าว่าเป็นสายของนิกายเทพอสูร เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้ข้าไปกระโดดที่ ฮวงโห [黄河: อ่านว่า ฮวงโห โห แปลว่าแม่น้ำ แต่คนไทยเอามาเรียกรวมกันว่า แม่น้ำฮวงโห] ก็ไม่อาจที่จะชำระล้างได้” เนี่ยลี่อธิบาย


“เรื่องของนิกายอีกแล้วเหรอ น่าเบื่อเสียจริง สำหรับข้าแล้ว ถ้าหากว่าเจ้านั้นไม่ได้แย่งชิงสิ่งของ ของข้าไป ข้าก็ไม่คิดว่าพวกเจ้านั้นเป็นศัตรูของข้า ข้าไม่สนใจหรอกว่าเจ้าจักเป็น เผ่ามนุษย์ หรือ เผ่าอสูร” อู๋หยาจื่อ พ่นลมหายใจอย่างเย็นชา และพูดต่ออีกว่า


“แต่ถ้าใครบังอาจมาแย่งชิงของ ของข้าไปข้าก็จะสังหารพวกมันทั้งหมด”


“แล้วเจ้าไม่คิดหรือว่า คนของเผ่าอสูรจะคิดเช่นใด เมื่อเห็นเจ้าพูดคุยอยู่กับพวกมนุษย์เช่นข้าสองคน?” เนี่ยลี่อธิบายเพิ่ม


อู๋หยาจื่อหยุดคิด คำพูดของเนี่ยลี่นั้นก็มีเหตุผล เขาจึงถามอย่างจริงจังว่า “แล้วเจ้ามีความคิดเช่นใดบ้าง?


เนี่ยลี่หยุดคิดไปพักใหญ่และพูดขึ้นมาว่า “ก็ไม่ใช่ว่าจักไม่มีหนทาง”


“วิธีไหนกัน?” อู๋หยาจื่อ ตาเบิดโพลงด้วยความตื่นเต้น


“เจ้าเคยได้ยินเทคนิคลับที่เรียกว่า สังเวยเลือดอสูรหรือไม่?” เนี่ยลี่จ้องไปที่ อู๋หยาจื่อ


“สังเวยเลือดอสูรอย่างนั้นเหรอ? ข้าขอปฏิเสธ! ” อู๋หยาจื่อรีบส่ายหัว


“นี่เป็นข้อห้ามของเผ่าอสูร”


“ถ้าเช่นนั้นก็ลืมไปซะ ข้าไม่มีหนทางอื่นแล้ว” เนี่ยลี่โบกมือเพื่อให้ล้มเลิกความคิด


“สังเวยเลือดอสูรมันคืออะไรกัน?” เซี่ยวหยู่ถามด้วยความประหลาดใจ


“สำหรับการสังเวยเลือดอสูรนั้น ข้าเคยได้ยินมาว่า หากคนจากเผ่าอสูรทำการสังเวยและทำพิธีกรรมอะไรบางอย่าง จักทำให้มนุษย์มีรูปโฉมและกลิ่นอายของเผ่าอสูร ทำให้สามารถตบตาเผ่าอสูรได้ และทำให้พวกเราไม่ถูกพวกเขาสังหาร” เนี่ยลี่แกล้งพูดอธิบายทำเป็นว่ารู้แค่เพียงบางส่วนเท่านั้น
เซี่ยวหยู่ช่างได้ถามถูกที่ถูกเวลาเสียจริง


“ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จักช่วยพวกเราได้มาก เขาก็ไม่ได้สูญเสียอะไรมากมาย แค่เลือดเพียงเล็กน้อย แล้วทำไมจักต้องปฏิเสธด้วย?” เซี่ยวหยู่ถามด้วยความสงสัย


“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน?” เนี่ยลี่แกล้งทำเป็นยักไหล่


อู๋หยาจื่อจ้องไปที่เนี่ยลี่ เจ้าเด็กเนี่ยลี่ผู้นี้จักรู้เรื่องการสังเวยเลือดอสูรมากถึงเพียงไหนกันนะ? หรือเจ้าเด็กเนี่ยลี่จักต้องการแค่ให้ข้าใช้วิธีการสังเวยเลือดอสูรเพื่อตบตาพวกเผ่าอสูรเท่านั้นจริงๆ?


“ถ้าไม่ทำเช่นนี้พวกเราก็คงไม่อาจที่จะ หลบสายตาของยอดฝีมือจากเผ่าอสูรไปได้ ลืมมันไปเสียเถิด” เนี่ยลี่ยักไหล่และพูดต่ออีกว่า


“พวกเราควรที่จะรีบกลับไปกันได้แล้ว!


อู๋หยาจื่อจ้องไปที่เนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ พร้อมกับครุ่นคิดอย่างหนัก


ก่อนที่เนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่จักมาที่นี่ พวกเขาคงจะนำชะตาวิญญาณของเขาไปเก็บซ่อนเอาไว้แล้ว ถ้าหากเขาทำการสังหารเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ ผลของการสังเวยเลือดอสูรก็จักสลายไป อู่หยาจื่อตัดสินใจได้ว่า เขาจักใช้วิธี ข้ามแม่น้ำแล้วแล้วรื้อสะพาน [过河拆桥 สำนวนจีนหมายถึง เมื่อใช้ประโยชน์แล้วก็หักหลัง] ก็จักไม่มีใครมาตำหนิเขาได้ เพราะเขาจักยอมให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์จากการสังเวยเลือดอสูรมิได้


ในขณะที่เนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่เตรียมที่จะเดินทางไป อู๋หยาจื่อก็ได้ตะโกนหยุดพวกเขาได้


“ช้าก่อน!


“มีอะไรอีก?” เนี่ยลี่หันกลับมาถามอู๋หยาจื่อ


“ข้ากำลังที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับการสังเวยเลือดอสูร แต่เมื่อเดินทางไปยังตำหนักซีอิงเสิ่น พวกเจ้าจักต้องไม่อยู่ห่างจากข้าเกินกว่าสองลี้ หลังจากออกจากที่ออกจากตำหนักซีอิงเสิ่น พวกเจ้าก็จักเป็นอิสระ!” อู๋หยาจื่อพูดกับเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่
เนี่ยลี่ชำเลืองมองไปยังอู๋หยาจื่อ  จากนั้นเขาก็พูดว่า “ได้!


“ดี! ถ้าเช่นนั้นข้าก็จักมอบ เลือดอสูรของข้าให้แก่พวกเจ้า” อู๋หยาจื่อนำอาวุธแหลมคมออกมา และเฉือนไปตรงข้อมือของเขา เลือดอสูรหยดลงไปยังขวดที่อู๋หยาจื่อเตรียมเอาไว้


หลังจากนั้นไม่นานเลือดอสูรของอู๋หยาจื่อก็เต็มขวด เขาโยนไปให้เนี่ยลี่


เนี่ยลี่รับขวดเลือดอสูร และจุ่มนิ้วลงไปยังเลือดอสูรที่อยู่ในขวด

“จริงสิ ข้าจักต้องเขียนวงกลมอาคมสำหรับสังเวยเลือดอสูร ในรูปแบบไหนกัน?” เนี่ยลี่เงยหน้าขึ้นมาและขอคำแนะนำจากอู๋หยาจื่อ


เนี่ยลี่ไม่ได้แสดงออกมาให้เห็นว่า สามารถเขียนอาคมสำหรับการสังเวยเลือดอสูรได้ ทำให้อู๋หยาจื่อเชื่อได้ว่า เนี่ยลี่จักไม่รู้วิธีการใช้เลือดอสูรในวิธีอื่น ๆเช่นกัน


“มันจักต้องเขียนเช่นนี้...........” อู๋หยาจื่อเริ่มทำการสอนเนี่ยลี่


เนี่ยลี่ทำการเขียนรูปแบบจารึกลงไปอย่างช้า ๆ กลายเป็นรูปแบบวงอาคมและโคจรไปโดยรอบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเปร่งแสงประกายสดใสออกมา


อู๋หยาจื่อยื่นมือขวาของเขาไปยังในกลางค่ายกล พลังงานอันแข็งแกร่งถูกถ่ายโอนเข้าไปอย่างรวดเร็ว มันกระจายออกไปโดยรอบค่ายกล และด้วยการควบคุมของอู๋หยาจื่อ รูปแบบอาคมก็หายเข้าไปยังร่างกายของเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ทันที


เนี่ยลี่สัมผัสได้ถึงพลังงานลึกลับที่ไหลเวียนเข้าไปในร่างกายของเขา


นี่เป็นการผสานเข้ากับเลือดอสูร และไหลเวียนอยู่ในเลือดของเนี่ยลี่ และจากการรับรู้ของเนี่ยลี่ เขารู้ได้ทันทีว่าอู๋หยาจื่อนั้นแข็งแกร่งเพียงไหน เลือดอสูรของเขานั้นมีความเข้มข้นสูงมาก ดูเหมือนว่าต้นกำเนิดของเขานั้นจักต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่


“เอาหล่ะ! การสังเวยเลือดอสูร ของเจ้าเสร็จสมบูรณ์แล้ว!” อู่หยาจื่อชำเลืองไปที่เนี่ยลี่และพูดขึ้นมา


หลังจากนั้นไม่นานนัก เซี่ยวหยู่ก็ทำการสังเวยเลือดอสูรเสร็จสมบูรณ์เช่นกัน



แม้ว่าเซี่ยวหยู่จักไม่รู้ว่าการสังเวยเลือดอสูรนี้ใช้งานเช่นใด แต่นางสงสัยว่า การสังเวยเลือดอสูรนี้จักไม่ได้เป็นเพียงแค่การ ปกปิดร่องรอยของตนเองจากเผ่าอสูรดั่งที่เนี่ยลี่พูดไว้เป็นแน่.........จบตอน


แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง