test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

3 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 377 千幻迷魂阵 ค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบ



“ถ้าหากว่าเจ้าคิดสังหารพวกข้า พวกข้าก็คงตายไปแล้ว” เนี่ยลี่ยิ้มและมองไปที่อู๋หยาจื่อ
ด้วยความจริงที่ว่าพวกเขานั้นอยู่ในระดับชะตาสวรรค์ คงไม่อาจที่จะรับมือกับอู๋หยาจื่อได้

“ต้องนับว่าพวกเจ้าโชคยังดี ที่ได้พบกับข้า” อู๋หยาจื่อยักไหล่เล้กน้อย

“นับตั้งแต่ที่ออกมายังโลกภายนอก พวกเราก็พร้อมที่จะเผชิญกับความตายอยู่แล้ว หาได้เกี่ยวกับโชคชะตาไม่” เนี่ยลี่จับจ้องไปที่อู๋หยาจื่อด้วยความใจเย็น

 “ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจักมีบางสิ่งที่แผ่ลมปราณแห่งการผันแปรห้วงเวลาและพื้นที่” ดวงตาของเขาก็จ้องมองมาที่เนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่อย่างเป็นประกาย

ใจของเนี่ยลี่ถึงกับสั่นไหว เขาไม่คิดเลยว่าอู๋หยาจื่อ จักมีสัมผัสที่เฉียบคมถึงเพียงนี้ เขาพยายามจับจ้องการเปลี่ยนท่าทีของอู๋หยาจื่อแทบตาไม่กระพริบ

เซี่ยวหยู่ทำได้เพียงยืนเงียบๆข้างเนี่ยลี่ นางตระหนักดีกว่าอู๋หยาจื่อผู้นี้ แข็งแกร่งกว่าพวกเขามากนัก ถ้าหากนางพูดอะไรที่ไม่เข้าหู อาจจะถูกสังหารได้โดยง่าย


“ไม่ต้องกังวล ข้านั้นมิได้มีความแค้นเคืองอันใดกับเจ้า จึงไม่มีเหตุผลที่ข้าจักสังหารเจ้า!” อู๋หยาจื่อ ยักไหล่ จากนั้นก็มองไปที่เนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ และพูดต่ออีกว่า


“พวกเจ้าก็คิดที่จะไปที่ ตำหนักซีอิงเสิ่น [虚影神:เทพลวงตา] เหมือนกันสินะ?
ตำหนักซีอิงเสิ่นอย่างนั้นเหรอ?


เนี่ยลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่กำลังครุ่นคิด


ดูจากที่เนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่มีท่าทีสงสัย อู๋หยาจื่อจึงพูดต่อไปถ้า “ถ้าหากว่าพวกเจ้าไม่ได้คิดที่จะไปตำหนักซีอิงเสิ่น แล้วเหตุใดพวกเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ ไม่รู้หรือว่ามันอันตรายยิ่งนัก?


เนี่ยลี่เคยได้ยินคำบอกเล่ามาว่า ตำหนักซีอิงเสิ่น เป็นตำหนักขนาดใหญ่ ที่ยอดฝีมือในยุคโบราณเคยพักอาศัยอยู่ และทุกๆหกปีประตูของมันจักเปิดออก เมื่อเปิดออกก็จักมียอดฝีมือจำนวนมากเข้าไปเพื่อที่จักค้นหาความลับของมัน


ในชีวิตที่ผ่านมาของเขา เนี่ยลี่ได้ยินมาว่ามีสมบัติจำนวนมากที่ถูกเก็บไว้ในตำหนักซีอิงเสิ่น แต่ก็มีอันตรายอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
และในช่วงหกสิบปีมานี้นิกายเทพอสูร ก็พยายามเข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่น เพื่อค้นหาสมบัติล้ำค่าโบราณ


อู๋หยาจื่อครุ่นคิดและพูดออกไปว่า “ดูเหมือนว่าข้าจักถามอะไรมากความมากเกินไปแล้ว ถึงอย่างไรพวกเจ้าก็ยังอยู่แค่ในระดับชะตาสวรรค์ การเข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่นก็เป็นการแสวงหาความตายเท่านั้น” อู๋หยาจื่อโบกมือและพูดต่อว่า


“พวกเจ้าทั้งสองควรจักออกไปจากที่อันตรายแห่งนี้เสียดีกว่า!


ด้วยความแข็งแกร่งของเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ในตอนนี้ การที่จะเข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่น คงจักเป็นเรื่องที่เกินตัวไปจริง ๆ เพราะถ้าหากพวกเขาไปเจอกับยอดฝีมือเผ่าอสูรคนอื่น พวกเขาจักต้องถูกสังหารไปแล้วเป็นแน่


“แล้วเหตุใดยอดฝีมือจากเผ่าอสูรสองตนนั้นจึงได้ตามไล่ล่าเจ้าหล่ะ?” เนี่ยลี่เอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ


“หึ เจ้าพวกโง่สองตนนั้นมันจักทำอะไรข้าได้? นิกายเทพอสูร มีตำหนักอยู่หกตำหนัก พวกมันมาจากตำหนักอัคคี ส่วนข้านั้นมาจากตำหนักวารี ก่อนหน้านี้ที่ตำหนักซีอิงเสิ่นข้าได้พบวัตถุสิ่งหนึ่งที่ไม่มีผู้ใดรู้จัก พวกมันต้องการที่จะแย่งชิงของชิ้นนี้ไปจากข้า ข้าก็เลยสังหารพวกมันไปหลายตน หลังจากนั้นพวกมันก็เริ่มที่จะไล่ล่าข้า สำหรับเจ้าสองตนนั่น ข้าสามารถที่จะสังหารพวกมันได้อย่างง่ายดาย แต่ข้าแค่ต้องการเล่นสนุกกับพวกมันเท่านั้น! ” อู๋หยาจื่อพูดอย่างภาคภูมิใจ


“วัตถุสิ่งหนึ่งที่ไม่มีผู้ใดรู้จักเช่นนั้นหรอ? มันคือสิ่งใดกัน?” เนี่ยลี่ถามหลังจากที่ครุ่นคิด


“ถึงอย่างไรพวกเจ้าทั้งสองก็อยู่แค่ในระดับชะตาสวรรค์เท่านั้น เจ้าก็คงทำได้เพียงแค่ดูเท่านั้น” อู๋หยาจื่อมิได้คิดอะไรมากนัก ถึงอย่างไรเนี่ยลี่ก็ไม่อาจที่จะแย่งชิงของสิ่งนี้ไปจากเขาได้ เขาหยิบศิลารูปร่างกลมสีแดงออกมาวางบนฝ่ามือพร้อมกับยิ้ม ขนาดของมันใหญ่ราวกำปั้น ทั่วทั้งก้อนราวกับคริสตัลบริสุทธิ์ แม้ว่าจักไม่มีพลังงานใด ๆแผ่ออกมา แต่ภายในศิลามีแสงสีแดงราวกับว่าร้อนจนเดือดอยู่ด้านใน


“เจ้าของสิ่งนี้ ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มันจักต้องเป็นของที่วิเศษมากเป็นแน่!”อู๋หยาจื่อพูดอย่างร่าเริง เขาเองนั้นก็กำลังซ่อนตัวอยู่จึงไม่มีอะไรที่จะทำ การอวดของสิ่งนี้ให้พวกเนี่ยลี่ดู ก็เป็นการเล่นสนุกอย่างหนึ่ง พวกเขาจักต้องชื่นชมมันไปจนวันตายเป็นแน่


เนี่ยลี่มองศิลาในมือแล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่าฮ่าฮ่า ศิลาหงเยี่ยน [ควันสีแดง] อย่างนั้นเหรอ”


“เจ้ารู้ว่ามันคืออะไรอย่างนั้นเหรอ?” อู๋หยาจื่อพูดอย่างตื่นเต้น เขาจ้องมองไปที่เนี่ยลี่


“แน่นอน ศิลาหงเยี่ยนก้อนนี้มันเป็นสิ่งที่หาได้ยาก เรียกได้ว่ายากมากเลยก็ว่าได้ แต่ศิลาหงเยี่ยนก็หาได้เป็นสมบัติล้ำค่าไม่ ส่วนใหญ่ก็แค่ใช้หลอมทำของวิเศษระดับห้าเท่านั้น”


“เป็นไปไม่ได้ เจ้ากำลังหลอกข้าอยู่ใช่ไหม?” อู๋หยาจื่อมองไปที่เนี่ยลี่อย่างไม่ไว้ใจ


“ข้าไม่เชื่อหรอกว่า ของที่หายากเช่นที่เจ้าว่า มันจักไม่ใช่สมบัติล้ำค่า”


“สิ่งของที่หาได้ยาก ก็ไม่จำเป็นที่จักต้องเป็นสมบัติล้ำค่า ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้า เจ้าก็ไปดูตำราเสิ่นเจี้ยง [神匠:เทพหัตถกรรม] ที่ตำหนักเสิ่นเจี้ยง หน้าที่เจ็ดร้อยหกสิบเอ็ด” เนี่ยลี่ยักไหล่แบบไม่สนใจ


“ตำราเสิ่นเจี้ยงเช่นนั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าข้าจักมีฉบับคัดลอกอยู่เล่มหนึ่ง!” อู๋หยาจื่อรีบรื้อค้นจากในแหวนห้วงมิติ หลังจากนั้น เขาก็หยิบหนังสือขาดรุ่งริ่งออกมาเล่มหนึ่ง


“ครั้งสุดท้ายที่ข้าใช้งานมัน ก็คือตอนที่อยู่ในส้วม แต่ก็ใช้ไปแค่ไม่กี่หน้า ข้าไม่รู้หน้าที่เจ็ดร้อยหกสิบเอ็ดจักยังคงมีอยู่ไหม?


อู๋หยาจื่อรีบเปิดดูที่หน้าเจ็ดร้อยหกสิบเอ็ด พอได้อ่านรายละเอียดของศิลาหงเยี่ยน จนแน่ใจว่าเป็นสิ่งเดียวกับที่เขามีอยู่


อู๋หยาจื่อมีท่าทีราวกับว่ากลืนแมลงวันลงไป ดูแล้วน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งนัก


“ข้าต้องลำบากมากมาย เพราะเจ้าของสิ่งนี้เช่นนั้นเหรอ? นอกจากนี้ข้าต้องสังหารคนไปกว่าสิบคนเพื่อมัน” อู๋หยาจื่อรู้สึกโมโหยิ่งนัก เขาคิดถึงตอนที่เขานั้นถูกไล่ล่า เขาก็อดที่จะรู้สึกหดหู่ไม่ได้


เนี่ยลี่หัวเราะและพูดออกไปว่า “เจ้าควรที่จะอ่านหนังสือเล่มนั้นให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะต่อสู้เพื่อมันนะ!


“ไม่ไม่ไม่ ข้านั้นเกลียดการอ่านตำราเป็นที่สุด ที่บ้านของข้าตาแก่ก็เคี่ยวเข็ญให้ข้านั้นอ่านแต่ตำรา จนแทบไม่มีเวลาเที่ยวเล่น ข้าเหนื่อยแทบตายเลยรู้ไหม?” อู๋หยาจื่อโบกมือปฏิเสธ จากนั้นเขาก็ครุ่นคิดและจ้องมาที่เนี่ยลี่แล้วพูดว่า


“ถึงอย่างไรก็ตาม แม้เจ้าของสิ่งนี้จักมิใช่สมบัติล้ำค่า แต่มันก็หาได้ยากยิ่ง ถ้าหากว่าข้านำไปขายให้แก่สหายข้า คงจักได้เงินไม่น้อย เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเป็นแน่!


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของอู๋หยาจื่อ เนี่ยลี่กับเซี่ยวหยู่ถึงกับพูดไม่ออก ผู้ใดที่ได้เป็นสหายของอู๋หยาจื่อ จักต้องเป็นคำสาปไปแปดชั่วอายุคนเป็นแน่


“ข้าไม่เคยคิดเลยว่า เจ้าที่อยู่แค่เพียงระดับชะตาสวรรค์ แต่เจ้านั้นรอบรู้ยิ่งนัก” อู๋หยาจื่อประเมินดูเนี่ยลี่ใหม่อีกครั้งก่อนที่จะพูดออกไป


เซี่ยวหยู่ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมเนี่ยลี่ ความรอบรู้ของเนี่ยลี่นั้นเป็นสิ่งที่น่ายกย่องยิ่งนัก


เนี่ยลี่จ้องไปที่ อู๋หยาจื่อ เขายิ้มและพูดออกไปว่า “ถ้าหากเจ้าเข้าไปยังตำหนักซีอิงเสิ่น เจ้าก็คงไม่ได้อะไรที่ล้ำค่ากลับมาเป็นแน่”

“เจ้ารู้เกี่ยวกับตำหนักซีอิงเสิ่นด้วยเช่นนั้นเหรอ?” อู๋หยาจื่ออดไม่ได้ที่จะมองไปที่เนี่ยลี่

“ข้าก็พอที่จะรู้อยู่บ้าง” เนี่ยลี่พูดหลังจากที่ครุ่นคิด อู๋หยาจื่อผู้นี้ไม่ใช่คนที่พวกเขาจักไว้ใจได้ ถ้าหากว่าเขาได้สมบัติล้ำค่าในตำหนักซีอิงเสิ่น เขาก็อาจจะแย่งชิงมันไปก็เป็นได้


อู๋หยาจื่อถึงกับคิ้วกระตุก เขาพูดขึ้นมาว่า “หลายพันปีที่ผ่านมา ที่ด้านนอกของตำหนักซีอิงเสิ่น ถูกป้องกันเอาไว้ด้วย ค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบ [千幻迷魂:เซนฮว่านหมี่หุน] มียอดฝีมือระดับเทพสงครามจำนวนมากก็ไม่อาจที่จักทำลายได้ จึงไม่มีผู้ใดเข้าไปด้านในได้ แต่ก็มีบางคนที่บังเอิญเข้าไปและกลับออกมาได้ และหยิบจับสมบัติล้ำค่ามากมายกลับออกมา” อู๋หยาจื่อจับจ้องอย่างแน่วแน่และพูดต่ออีกว่า “พวกเจ้ากับข้า เราจักมาร่วมมือกันเพื่อเข้าไปด้านในหรือไม่”



“ค่ายกลลวงตาหนึ่งพันรูปแบบนั้น ไม่ใช่เรื่องยากที่จักทำลายค่ายกลนี้ แต่พวกข้าสองคนยังอยู่ในระดับชะตาสวรรค์เท่านั้น ถ้าหากข้าเข้าไป ก็แค่เป็นการแสวงหาความตายเท่านั้น” เนี่ยลี่ส่ายหน้าพร้อมกับตอบกลับไป.................จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง