test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

3 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 376 无涯子 อู๋หยาจื่อ


เมื่อเห็นท่าทีของเซี่ยวหยู่แล้วเนี่ยลี่ก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวจักกลายมาเป็นเช่นนี้ เขาคิดว่าเซี่ยวหยู่ก็เป็นแค่เด็กผู้ชายเจ้าสำอางค์คนหนึ่ง ใครเล่าจักรู้ว่านางนั้นจักเป็นผู้หญิง

อาจจะเป็นเพราะลวดลายจารึกลึกลับที่หน้าอกของนางก็เป็นได้


เนี่ยลี่มองไปที่เซี่ยวหยู่และเอ่ยถามขึ้นมาว่า “เจ้ายังบาดเจ็บอยู่หรือเปล่า?


เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าเซี่ยวหยู่ก็อดไม่ได้ที่จะใบหน้าร้อนผ่าว

“ข้านั้นสบายดี” เซี่ยวหยู่ตอบด้วยเสียงอันแผ่วเบา

 “ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว” เนี่ยลี่พยักหน้า

“ถ้าหากอาการบาดเจ็บของเจ้าหายดีแล้ว เราก็กลับกันเถอะ”

“อืม” เซี่ยวหยู่ตอบกลับมา


ในตอนที่เนี่ยลี่ลุกขึ้นยืน และเตรียมที่จะออกเดินทางนั้น ทันใดนั้นเขาก็รับรู้ได้ถึงลมปราณที่แผ่พุ่งมายังพวกเขา


“ระวัง!” เนี่ยลี่ ใช้มือซ้ายดึงเซี่ยวอยู่เข้ามาใกล้ และรีบเข้าไปหลบซ่อนในป่า จากนั้นก็ใช้มือขวาจุ่มเลือดอสูรและทำการเขียนลวดลายจารึกอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็จิ้มไปที่หน้าอกของเซี่ยวหยู่


“เจ้าคนบ้ากาม!” หน้าเซี่ยวหยู่ถึงกับขาวซีด ก่อนหน้านี้เนี่ยลี่ก็ล่วงเกินนางราวกับสิ่งของราคาถูก ในตอนนี้ยังจะทำเช่นนี้อีกเหรอ?


เนี่ยลี่ใช้มือซ้ายคว้าข้อมือของเซี่ยวหยู่อย่างจริงจัง จากนั้นก็เอามือขวาปิดปากของเซี่ยวหยู่ไว้ และกระซิบบอกที่ข้างหูว่า “ถ้าไม่อยากตายเจ้าก็จงเงียบซะ!


เนี่ยลี่โอบกอดเซี่ยวหยู่จากด้านหลัง นางนั้นพยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่หลุดในดวงตาเผยให้เห็นความรู้สึกอันน่าอัปยศ แต่เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรยื่นออกมาจากทางด้านหลัง ก็ทำให้นางถึงกับหน้าร้อนผ่าวอีกครั้ง


เนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่หลบอยู่ที่หลังต้นไม้ เขามองไปรอบ ๆ ป่าและกลั้นหายใจเอาไว้ เขารับรู้ได้เลยว่า เขายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพวกมันได้ สำหรับค่ายกลพรางกายที่ใช้อยู่นั้นเนี่ยลี่ก็ไม่รู้ว่ามันจัก ปกปิดร่องรอยของพวกเขาได้แค่ไหนกัน


พวกเขาพยายามอย่างยากลำบากเพื่อที่จะเอาชีวิตรอดมาได้ ถ้าหากถูกสังหารตอนนี้ เรื่องที่ทำมามันก็จักสูญเปล่าไปหมด


จากการดิ้นรนของเซี่ยวหยู่ เนี่ยลี่รับรู้ได้จากการแนบชิดว่า สะโพกของนางนั้นอวบอิ่มนิ่มนวล และมันก็อยู่ชิดกับขาของเขาในตอนนี้ ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ถึงตอนที่อยู่ในดินแดนใต้พิภพ ตอนที่ไปสำรวจหลุมศพโบราณ [บทที่ 233]


  ในตอนนั้นเขาคิดว่าเซี่ยวหยู่นั้นเป็นผู้ชาย จึงไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ในตอนนี้ กลับอดที่จะคิดไม่ได้พูดด้วยความสัตย์จริงเลยว่า แม้ว่าเซี่ยวหยู่จักแต่งกายเป็นชาย ก็ยังคงงดงามยิ่งนัก


เนี่ยลี่พยายามคิดเรื่องอื่น เขาจับจ้องออกไปไกล ๆ
ในตอนนี้ มีคนสองคนยืนอยู่บนทุ่งหญ้าตรงด้านหน้า


ยอดฝีมือทั้งสองคนนี้เป็นเผ่าพันธุ์อื่นที่มีความแข็งแกร่งยิ่งนัก หนึ่งในนั้นมีขนสีดำปกคลุมร่างกาย ส่วนอีกคนนั้นมีหูสีแดงเข้ม เห็นได้ชัดว่าพวกเขานั้นเป็นเผ่าอสูรที่แข็งแกร่งยิ่งนัก

“ก่อนหน้านี้ข้าสามารถรับรู้ได้ถึงลมปราณสองจุดอย่างชัดเจน แต่ตอนนี้มันหายไปที่ไหนกัน?

“ลมปราณทั้งสองนั้นคงจักมิใช่เจ้าเด็กนั่นเป็นแน่ ลมปราณของเจ้าเด็กนั่นไม่อ่อนแอถึงเพียงนี้”
ยอดฝีมือจากจากเผ่าอสูรพูดคุยกัน
ดูเหมือนว่าพวกเขาจักตามหาใครบางคนอยู่


“เจ้าเด็กนั่นสังหารคนของเราไปเป็นจำนวนมาก ถ้าหากว่าข้าไม่ได้ควักหัวใจของมันออกมา ข้าคงจักไม่อาจระบายความโกรธนี้ไปได้” หนึ่งในยอดฝีมือเผ่าอสูรพูด ขณะที่เขากัดฟันและหันไปมองโดยรอบ


ทั้งๆที่พวกเขาทั้งสองสัมผัสได้ถึงลมปราณที่อ่อนแอทั้งสองจุด หลังจากนั้นพวกเขาก็รีบไล่ตามมาที่นี่ แต่ลมปราณนั้นก็หายไปในทันที หรือว่าลมปราณที่อ่อนแอทั้งสองจุดนั้น สามารถรับรู้การมาของพวกเขาได้จึงหลบหนีไป?


ยอดฝีมือเผ่าอสูรพยายามสัมผัสถึงพลังโดยรอบ


ในตอนนี้เซี่ยวหยู่จึงได้ตระหนักว่า เนี่ยลี่สัมผัสได้ถึงลมปราณของยอดฝีมือเผ่าอสูรทั้งสองตนได้ ดังนั้นจึงมาหลบซ่อนอยู่ตรงนี้ แม้ว่าตอนนี้เนี่ยลี่กับนางนั้นจักอยู่ในสภาพที่แนบชิดชวนให้น่าสงสัย แต่เซี่ยวหยู่ก็ไม่กล้าที่จะขยับ หรือแม้แต่จะหายใจออกมาเลยด้วยซ้ำ


ในตอนนั้นเนี่ยลี่สัมผัสได้ว่ามียอดฝีมือมุ่งหน้ามายังที่พวกเขาอยู่ หัวใจของเนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะสั่นไหว ความแข็งแกร่งของคนทั้งสองต้องไม่ต่ำกว่าระดับแก่นแท้แห่งสวรรค์ ถ้าหากพวกเขาเข้ามาใกล้ในระยะสิบหมี่ [เมตร] ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะมองทะลุผ่านค่ายกลพลางกายนี้ได้


ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ด้วยความแข็งแกร่งของเนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่ในตอนนี้ ไม่อาจที่จะรับมือได้เป็นแน่ และทั้งสองคนก็คงจักถูกสังหารอย่างง่ายดาย


ยอดฝีมือจากเผ่าอสูรค่อย ๆ เข้ามาใกล้เนี่ยลี่กับเซี่ยวหยู่ แต่ทันใดนั้นพวกเขาก็หยุด และจ้องมองไปยังที่ ที่ห่างออกไป


“มันอยู่ตรงนั้น!” ดวงตาของพวกเขาเป็นประกาย
ฟุ่บ! ฟุ่บ!


ร่างทั้งสองทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว


เมื่อยอดฝีมือจากเผ่าอสูรทั้งสองตนจากไป เนี่ยลี่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก


“ปล่อยข้าได้แล้ว!” เซี่ยวหยู่ดิ้นรน และพูดบ่นออกมา เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ นางอยากที่จะขุดหลุมลงไปให้ลึกแล้วก็ไม่ต้องโผล่ขึ้นมาอีกเลย


เนี่ยลี่ปล่อยเซี่ยวหยู่และพูดออกมาว่า “ด้วยสถานการณ์บังคับ ข้าจึงต้องรีบทำเช่นนั้น!


เซี่ยวหยู่ชำเลืองมองเนี่ยลี่อย่างเศร้า ๆ แน่นอนว่านางรู้ดีว่าเนี่ยลี่นั้นหาได้ตั้งใจไม่ แต่ว่านางจักไม่คิดอะไรเลยได้เช่นใด


“แม้ว่ายอดฝีมือจากเผ่าอสูรจะจากไปแล้ว แต่เราก็ไม่ควรที่จะอยู่ที่นี่ พวกเราต้องรีบไปโดยเร็ว!” เนี่ยลี่หันมาบอกเซี่ยวหยู่ แต่เขากลับต้องตกใจที่ห่างออกไปเพียง สองหมี่ [เมตร] มีอีกร่างหนึ่งที่ยืนอยู่


เนี่ยลี่รีบจ้องมองไปยังฝ่ายตรงข้าม มันเป็นเพียงเด็กตัวเล็ก ๆ บนหัวของมันมีหูแหลมยาวและมีขน ในส่วนอื่น ๆ นั้นก็หาได้แตกต่างจากมนุษย์เลยไม่ มองดูราวกับมนุษย์อายุประมาณสิบสามถึงสิบสี่ปี หน้าตาของเขาก็หล่อเหลามิใช่น้อย


แม้ว่าเขานั้นจะดูเหมือนมนุษย์อายุสิบสามถึงสิบสี่ปี แต่เนี่ยลี่ก็อดคิดไม่ได้ว่า อายุของเผ่าอสูรนั้นไม่เหมือนดั่งเช่นมนุษย์ อาจจะเป็นไปได้ว่าเขานั้นมีอายุนับพัน ๆ ปี


เจ้าเด็กคนนั้นกระพริบตา และจ้องมองมาที่เนี่ยลี่และเซี่ยวหยู่


เนี่ยลี่ไม่รู้เลยว่าเจ้านี่มีเป้าหมายอะไร เนี่ยลี่ทำได้แต่จับจ้องอย่างระแวดระวัง แม้จักไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามมีความแข็งแกร่งเพียงไหน แต่ที่เขาสามารถบอกได้แน่นอนว่า ความแข็งแกร่งของเจ้าเด็กคนนี้ เหนือกว่า ยอดฝีมือเผ่าอสูรสองตนก่อนหน้าเป็นอย่างมาก


เพราะเขาสามารถที่จะเข้ามาใกล้ในระยะไม่กี่หมี่ เรียกได้ว่าอยู่ในระยะสังหารอย่างชัดเจน ถ้าหากมันคิดจะสังหารก็สามารถที่จะลงมือได้อย่างง่ายดาย


“พวกเจ้าทั้งสองมาจากสำนักไหนกัน นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์? หรือว่า สำนักอัคคี?” เขามองมาที่เนี่ยลี่และเซี่ยวหยุ่พร้อมกับยิ้ม


“เจ้าเป็นใครกัน?” เนี่ยลี่มองไปที่เขาแล้วถามกลับไป เขาไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามุ่งหวังสิ่งใดกัน


“เจ้าหนู ข้านั้นมีนามว่า อู๋หยาจื่อ ข้านั้นอายุกว่าแปดสิบปีแล้ว ถ้าคิดดูให้ดีแล้ว พวกเจ้าควรที่จะเรียกข้าว่า ท่านปู่ คำถามที่ข้าถามไปนั้น เจ้าก็ยังมิได้ตอบ นอกจากนี้ยังถามกลับอีกด้วย” อู๋หยาจื่อพูดออกมา


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของอู๋หยาจื่อ เนี่ยลี่ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ ชายคนนี้อายุกว่าแปดสิบปี ในเผ่าอสูรนั้นนับว่ายังคงเป็นเด็กน้อย ในเผ่าอสูรนั้นอายุเพียงเท่านี้ไม่ค่อยจักไม่ค่อยมีสติปัญญาเท่าใดนัก แต่อู๋หยาจื่อผู้นี้กลับมีสติปัญญายิ่งนัก และฟังจากน้ำเสียงของเขาแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจักไม่ได้คิดร้าย  ถ้าหากว่าเขาคิดที่จักสังหาร พวกเขาก็คงจักตายไปแล้ว


“เจ้าบอกเองว่าอายุของของเผ่าอสูรนั้นแตกต่างจากมนุษย์เช่นเรา แปดสิบปีในเผ่าอสูรนั้นก็นับว่าเป็นแค่เพียงเด็กน้อย” เนี่ยลี่ยักไหล่


“แล้วพวกเจ้ามิใช่เด็กน้อยหรืออย่างไร?” อู๋หยาจื่อไม่ค่อยพอใจกับคำพูดของเนี่ยลี่ จากนั้นก็พูดอย่างเอาจริงว่า



“พวกเจ้าไม่กลัวว่าข้าจักสังหารพวกเจ้าหรืออย่างไร พวกเจ้านั้นอยู่แค่เพียงระดับชะตาสวรรค์เท่านั้น”....................จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง