test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

2 ก.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 374 ค่ายกลซีหลิง [ค่ายกลวิญญาณที่ว่างเปล่า]


ไม่ว่าเซี่ยวหยู่จักดิ้นรนเช่นใด ก็ไร้ประโยชน์ เขาทำได้เพียงแค่จับต้องมองดูและยอมรับชะตากรรมของตนเอง


    หลังจากที่รักษาแผลทางด้านหลังจนหมดแล้ว เนี่ยลี่ก็พยุงเซี่ยวหยู่ขึ้น และนำไปนั่งพิงที่ต้นไม้
ทันใดนั้น เนี่ยลี่ก็นิ่งราวกับว่ามีบางสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขา

เซี่ยวหยู่นั้นรูปร่างบอบบางยิ่งนัก หน้าอกของเขาแบนเรียบ แม้ว่าจะมีรอยไหม้แต่ก็ไม่ได้สาหัสนัก ยังสามารถมองเห็นผิวที่ขาวเนียนได้

ที่หน้าอกของเขานั้นหาได้มีบาดแผลเลยแม้แต่น้อย แต่ที่บนหน้าอกสีขาวของเขานั้น มีรอยสักลึกลับอยู่


รอยสักนี้ ดูแล้วซับซ้อนยิ่งนัก ราวกับว่าเป็นลวดลายจารึกระดับสูง

แม้แต่เนี่ยลี่เอง ก็ไม่อาจที่จะเข้าใจได้ แต่เนี่ยลี่คิดว่า รอยสักนี้จักต้องเกี่ยวข้องกับชาติกำเนิดของเซี่ยวหยู่ก็เป็นได้


แหวนที่มีพลังในการผันแปรพื้นที่และเวลาได้ รวมไปถึงรอยสักจารึกลึกลับ เนี่ยลี่คิดว่า ชาติกำเนิดของเซี่ยวหยู่จักต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่


เมื่อเนี่ยลี่มาอยู่ตรงหน้า แก้มของเซี่ยวหยู่ก็แดงลงไปจนถึงลำคอ เขาขยับหัวได้แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น


“ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่า พวกเรานั้นต่างก็เป็นชาย ทำไมจักต้องเขินอายด้วย!” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับยักไหล่


หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ เซี่ยวหยู่ก็ยังรู้สึกไม่พอใจเช่นเดิม


เนี่ยลี่ค่อย ๆ ทำการรักษาเซี่ยวหยู่ เขาทายาไปจนทั่วจากนั้นก็ค่อยๆนวด เขาพยายามรักษาแผลทุกจุดด้วยความตั้งใจ


เนี่ยลี่บรรจงรักษาบาดแผลอย่างตั้งใจ เขาไม่รู้ว่าเซี่ยวอยู่คิดอะไรอยู่ จึงได้จ้องมองตาไม่กระพริบ


“ข้าขอได้ไหม อย่าได้จ้องมองข้าด้วยสายตาเช่นนี้? มันทำให้ข้ากลัวรู้ไหม” เนี่ยลี่รู้สึกเสียวสันหลัง นี่เซี่ยวหยู่มิได้เป็นคนจำพวกที่ชอบผู้ชายด้วยกันหรอกนะ


แต่เนี่ยลี่ก็ยังคงรักษาบาดแผลให้เซี่ยวหยู่จนหายดี เหลือเพียงพื้นที่ส่วนตัวบางส่วน ที่เซี่ยวหยู่จักต้องทำการรักษาด้วยตัวเองเท่านั้น


เนี่ยลี่เตรียมที่จะคลายจุดให้เซี่ยวหยู่ เขาก้มหน้ามองที่หน้าอกของเซี่ยวหยู่ เพื่อมองดูลวดลายจารึกลึกลับที่อยู่บนหน้าอกของเซี่ยวหยู่อีกครั้ง


เนี่ยลี่เริ่มที่จะรับรู้ถึงความปั่นป่วนของลมปราณลึกลับ ที่แผ่ออกมาจากลวดลายจารึกลึกลับบนหน้าอกของเซี่ยวหยู่  ราวกับว่าเวลาที่อยู่รอบๆได้หยุดนิ่งลงไป


   เมื่อเขาจับจ้องรอยสักนี้ ราวกับว่าถูกดึงดูดด้วยพลังบางอย่างจนไม่อาจที่จะละสายตาออกไปได้
ในใจของเนี่ยลี่เต็มไปด้วยความไคร่รู้ ลวดลายจารึกบนหน้าอกของเซี่ยวหยู่คืออะไรกันแน่?


เนี่ยลี่เอื้อมมือออกไปโดยไม่รู้สึกตัว เพื่อที่จะสัมผัสไปที่ลวดลายจารึกบนหน้าอกของเซี่ยวหยู่


ในตอนนี้ร่างกายของเขาราวกับว่าไม่ยอมรับคำสั่งของเขาอีกต่อไป ราวกับว่าถูกพลังงานลึกลับบางอย่างควบคุมอยู่


“อ่า..อ่า..อ่า..อ่า..อ่า” เซี่ยวหยู่พยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง


แต่ทว่า ราวกับเนี่ยลี่ไม่ได้รับรู้ถึงการทักท้วงจากเขาเลย มือขวาของเขานั้นได้สัมผัสกับลวดลายจารึกบนหน้าอกของเซี่ยวหยู่แล้ว


ตูมม!


พลังงานลึกลับพุ่งออกมาราวกับคลุ้มคลั่ง ลวดลายจารึกบนหน้าอกทำการหมุนวนอย่างรวดเร็ว ลวดลายจารึกราวเคลื่อนไหวกับว่าเป็นห่วงโซ่เข้ามารัดเนี่ยลี่จากทุกทิศทาง


ราวกับว่าถูกกระชากลงไปในน้ำวน เนี่ยลี่ถูกดึง
จิตสำนึกเข้าไปด้านใน


จิตสำนึกหายไปจากร่างกายของเนี่ยลี่โดยสมบูรณ์
เวลาราวกับว่าผ่านไปเนิ่นนาน


จิตสำนึกของเนี่ยลี่ที่ถูกดึงเข้ามาด้านในนั้นเริ่มที่จะได้สติ


เขานั่งลงเงียบๆและมองดูพื้นที่ว่างเปล่าที่ไร้พรมแดนโดยรอบ ความว่างเปล่าที่น่าหวาดกลัวราวกับว่าพุ่งมาจากทุกทิศทาง


“ข้าอยู่ที่ไหนกันแน่?” เนี่ยลี่ขมวดคิ้ว หลังจากที่เขาสัมผัสลวดลายจารึกบนหน้าอกของเซี่ยวหยู่ จากนั้นเขาก็มาอยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือฦ


เนี่ยลี่สัมผัสได้ถึงเจตจำนงหนึ่งจากพื้นที่โดยรอบ เมื่อเทียบกับเจตจำนงที่เขามีอยู่ ราวกับว่าเป็นเพียงแค่หยดน้ำที่ร่วงหล่นลงในมหาสมุทร


“ที่นี่คือพื้นที่ ที่ถูกสร้างขึ้นใน ค่ายกลซีหลิง [ค่ายกลวิญญาณที่ว่างเปล่า]” เสียงที่แหบแห้งดังมาจากพื้นที่และห้วงเวลาที่ไร้ที่สิ้นสุด


“ค่ายกลซีหลิง งั้นเหรอ?” เนี่ยลี่ขมวดคิ้ว ที่เขาจำได้เกี่ยวกับค่ายกลซีหลิง มีเพียงผู้ที่บรรลุถึงระดับสูงของเคล็ดวิชา [ทำนายสวรรค์] เท่านั้นจึงจักสร้างค่ายกลนี้ได้


เคล็ดวิชา [ทำนายสวรรค์] เป็นเคล็ดวิชาต้องห้ามที่ลึกลับยิ่งนัก


จักรพรรดิปราชญ์นั้นเป็นผู้ที่ควบคุมเวลาและพื้นที่ เคล็ดวิชา [ทำนายสวรรค์] จึงเป็นเคล็ดวิชาที่ไม่ควรที่จะเรียนรู้ เมื่อใดก็ตามที่สามารถบรรลุระดับสูงของเคล็ดวิชา [ทำนายสวรรค์] จักรพรรดิปราชญ์ก็จักสามารถที่จะล่วงรู้ได้ และจักรพรรดิปราชญ์ก็จักทำการล่าสังหารคนผู้นั้น แต่ถึงแม้ว่าจักเป็นเคล็ดวิชาต้องห้าม แต่ก็ยังมีผู้ที่มีอุดมการณ์สูงส่ง ลอบที่จะถ่ายถอดเคล็ดวิชานี้ให้แก่คนรุ่นหลัง จึงทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้จักมัน


เคยมีผู้กล่าวเอาไว้ว่า เคล็ดวิชา [ทำนายสวรรค์] สามารถที่จะทำให้บรรลุเส้นทางแห่งสวรรค์ได้และจักสามารถที่จะทำลายการตัดผ่านของห้วงเวลาและสถานที่ของจักรพรรดิปราชญ์ได้


แต่ทว่า หลังจากผู้ที่ฝึกเคล็ดวิชา [ทำนายสวรรค์] ไปถึงระดับหนึ่งแล้ว จักรพรรดิปราชญ์นั้นก็จักรับรู้ได้ และเขาก็จักถูกสังหาร จึงมีเพียงแค่น้อยคนนักที่จักบรรลุจนที่จักสามารถสร้าง ค่ายกลซีหลิง ได้ ความแข็งแกร่งของคนเหล่านั้นจักต้องสูงส่งยิ่งนัก จนไม่อาจที่จักจินตนาการได้ และไปจนถึงขอบเขตที่อาจจะรับมือจักรพรรดิปราชญ์ได้


“ถูกต้องแล้ว ค่ายกลซีหลิงนี้ ข้าไว้วางเอาไว้ที่ลูกสาวของข้า ก่อนที่ข้าจักตายลงไป แต่นั่นก็ผ่านมานับล้านปีแล้ว ตอนนั้นข้าได้เผชิญหน้ากับจักรพรรดิปราชญ์ และข้าก็ได้พ่ายแพ้ในที่สุด เพื่อที่จะปกป้องชีวิตลูกสาวของข้า ข้าจึงได้ส่งนางข้ามห้วงเวลาและพื้นที่ มาในอีกล้านปีข้างหน้าซึ่งก็คือปัจจุบันนี้ การที่ข้าเลือกยุคสมัยนี้ เพราะข้าได้ทำนายว่าในช่วยเวลาและพื้นที่นี้ จะปรากฏผู้ที่สามารถบรรลุเคล็ดวิชา [ทำนายสวรรค์] ในระดับเดียวกับข้า ”


“ลูกสาวของท่านงั้นเหรอ?” เนี่ยลี่ถึงกับขมวดคิ้วหรือลูกสาวที่ว่าก็คือเซี่ยวหยู่


แม้ว่าเขานั้นจักเคยสงสัยว่าเซี่ยวหยู่นั้นเป็นผู้หญิงหรือไม่ แต่เนี่ยลี่ก็ไม่อาจที่จะยืนยันได้ เนี่ยลี่นึกถึงหน้าอกอันแบนราบของเซี่ยวหยู่ เนี่ยลี่ก็ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น เขาคิดว่าเพียงเท่านี้ก็น่าจะยืนยันว่าเซี่ยวหยู่เป็นผู้ชายได้แล้วแท้ๆ


ดูเหมือนว่าคนผู้นี้มิได้สนใจเกี่ยวกับความกังวลในใจของเนี่ยลี่ เสียงลึกลับก็ดังขึ้นมาอีกว่า “แม้ว่าข้าจักไม่รู้ว่ายอดฝีมือผู้นั้นอยู่ที่ไหน แต่ข้าก็สัมผัสได้จากร่างกายของเจ้าว่า มีปราณที่มีกลิ่นอายแห่งห้วงเวลาและพื้นที่อยู่”


ร่างกายของเขา มีกลิ่นอายของห้วงเวลาและพื้นที่อยู่เช่นนั้นหรือ? หรือว่ามันจักเป็นเพราะหน้ากระดาษของหนังจือจิตอสูรท่องเวลาที่เหลืออยู่ หรือว่าจักมีอย่างอื่นอยู่ด้วยเช่นนั้นหรือ?


“ท่านผู้อาวุโส แล้วเหตุใดท่านจึงได้ผนึกค่ายกลซีหลิง ไว้ที่หน้าอกของลูกสาวของท่าน ท่านตั้งใจที่จักทำสิ่งใดกันแน่?” เนี่ยลี่จ้องไปยังต้นเสียงและเอ่ยถามขึ้นมา


“ข้าและเมียของข้า ก่อนที่พวกเราจะสิ้นใจ พวกเราทำการผนึกค่ายกลซีหลิง เพื่อผนึกพลังของพวกเราไว้ในสายเลือดของลูกสาวของพวกเรา เมื่อเวลาผ่านไป พลังที่ผนึกอยู่ในสายเลือดนี้จักค่อย ๆตื่นขึ้น และลูกสาวของพวกเราก็จักแข็งแกร่งยิ่งกว่าพวกเรา แต่ด้วยความแข็งแกร่งของนางก็ยังไม่อาจที่จะรับมือกับจักรพรรดิปราชญ์ได้ พวกเราจึงเฝ้ารอจนถึงวันที่จักมีผู้ที่บรรลุเคล็ดวิชา [ทำนายสวรรค์] ในระดับสูงปรากฏขึ้นมา ”


“ไม่ทราบว่า ข้านั้นจักช่วยอะไรท่านได้หรือไม่?” เนี่ยลี่เอ่ยถามหลังจากที่ครุ่นคิด การที่ค่ายกลซีหลิงดึงดูดเขามาข้างใน ยอดฝีมือผู้นี้จักต้องมีเป้าหมายอะไรบางอย่าง ซึ่งเป้าหมายนี้จักต้องเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง


“แม้ว่าข้านั้นจักไม่ทราบชาติกำเนิดของเจ้า แต่ข้ารู้สึกว่าเจ้ากับลูกสาวของข้านั้นมีความสัมพันธิ์ที่ไม่ปกตินัก” เสียงดังกล่าวพูดออกมา


แค่ก แค่ก


เนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอับอาย เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่านางเป็นผู้หญิง แต่ในตอนนี้เขานั้นรู้ดีแล้วว่านางเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินอาย เพราะเขานั้นเพิ่งจะสัมผัสร่างกายของเซี่ยวหยู่จนทั่ว


 “จริง ๆ แล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเรานั้นก็แค่สหายที่ดีต่อกันเท่านั้น” เนี่ยลี่ตอบกลับไปอย่างเขินอายเล็กน้อย


“เมื่อเจ้านั้นเป็นสหายที่ดีกับลูกสาวของข้า ข้าจึงอยากที่จะมอบความไว้วางใจให้เจ้าทำสิ่งหนึ่ง” เสียงลึกลับเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง



“ท่านอาวุโสโปรดเอ่ยมา ตราบเท่าที่ข้าสามารถทำได้ ข้าจักพยายามทำอย่างสุดความสามารถ!” เนี่ยลี่รีบตอบกลับไปทันที เนื่องจากความสัมพันธ์อันดีของเขากับเซี่ยวหยู่ และเซี่ยวหยู่ก็ได้ช่วยเหลือเขา ที่สำคัญเขานั้นเพิ่งจะสัมผัสร่างกายของนาง ถ้าหากว่าเขายังปฏิเสธคำร้องขอจากพ่อของนาง เขาจักต้องถูกมองว่าเป็นคนที่เลวทรามยิ่งนัก...........จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง